เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?

บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?

บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?


บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?

ณ บริเวณทางเข้าแดนลับศิลาทมิฬ มีลานกว้างขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากโลหะผสมชนิดพิเศษ

ใจกลางลานกว้างนั้น ปรากฏรอยแยกมิติขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้ากว่าร้อยเมตรที่บิดเบี้ยวและหมุนวนไม่หยุดหย่อน แผ่คลื่นพลังงานมิติอันน่าหวาดหวั่นออกมาเป็นระลอก

บัดนี้ ลานกว้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมดของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า

นอกจากสองสาขาวิชาหลักอย่าง ‘สาขาวิทยายุทธ์’ และ ‘สาขาผู้ฝึก​สัตว์อสูร’ ที่มีจำนวนนักเรียนมากที่สุดแล้ว

ตามมุมต่างๆ ของลานกว้าง ยังมีกลุ่มนักเรียนจากสาขาวิชาเฉพาะทางที่หาได้ยากกระจายตัวอยู่ประปราย

นักเรียนจากสาขาค่ายกลกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งยองๆบนพื้น ใช้ผงแป้งชนิดพิเศษวาดลวดลายค่ายกลเสริมพลังขนาดจิ๋ว ปากก็พึมพำร่ายคาถาขมุบขมิบ

ส่วนนักเรียนจาก ‘สาขาผู้ใช้พลังจิต’ ซึ่งปกติมักเก็บตัวลึกลับและมีจำนวนน้อยที่สุด

พวกเขานั่งขัดสมาธิ หลับตาแน่นิ่งราวกับพระเถระเข้าฌาน ปรับจูนสภาพจิตใจของตนเองโดยไม่สนใจเสียงอึกทึกรอบข้างแม้แต่น้อย

ทันใดนั้นเอง ก็เกิดเสียงฮือฮาเล็กๆ ขึ้นในฝูงชน

ภาพที่ปรากฏคือกู่เยว่ซีที่ก้าวเดินด้วยท่าทีเยือกเย็นสง่างาม โดยมีองครักษ์จากจวนเจ้าเมืองคอยคุ้มกันขนาบข้าง เดินตรงเข้ามายังแถวของห้อง 8 สาขาผู้ฝึก​สัตว์อสูรอย่างช้าๆ

ทันทีที่นางปรากฏตัว สายตาทุกคู่ในสนามก็พุ่งตรงมาที่นางเป็นจุดเดียว

“เฮ้ย...นางมาจริงดิ?”

“เอาจริงเหรอเนี่ย? ท่านเจ้าเมืองรับปากจะให้โควตาพิเศษแล้วแท้ๆ นางยังจะมาสอบภาคปฏิบัติอีกทำไม? เพื่ออะไรกัน?”

“ซี๊ด...ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะ แต่ตอนนี้ข้าชักจะนับถือนางขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว ถ้าข้ามีสิทธิพิเศษขนาดนั้น ข้าคงนอนตีพุงอยู่บ้านไปแล้ว!”

คราวนี้ สายตาที่มองมาที่นางไม่ได้มีแต่ความขบขันเหมือนเมื่อก่อน แต่แฝงไว้ด้วยความเคารพและความสงสัยใคร่รู้จากใจจริง

หลี่เยว่เหยาที่ยืนอยู่ในแถวของห้อง 1 มองดูด้วยแววตาซับซ้อน

นางไม่เข้าใจการตัดสินใจของกู่เยว่ซีเลยจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า จิตใจของอีกฝ่ายนั้นช่างไม่ธรรมดา

แต่ถึงจะชื่นชมก็ส่วนชื่นชม

ในสายตาของนาง ด้วยระดับพลังจอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นปลายของกู่เยว่ซี อาจจะพอติดอันดับท็อป 20 ในการสอบครั้งนี้ได้ แต่ก็ยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามสำหรับนางอยู่ดี

ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนัก...

...

อีกด้านหนึ่ง

จ้าวชิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาที่มองกู่เยว่ซีก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความเคารพขึ้นมาวูบหนึ่ง

‘มาจริงๆ สินะ...’

‘ก็ดี วันนี้ข้าจะได้ทวงคืนความโดดเด่นที่ถูกนางแย่งไปเมื่อสามวันก่อนกลับมาให้หมด’

เขาจะใช้พลังที่แท้จริง คว้าอันดับหนึ่งในการสอบครั้งนี้มาครอง!!

ไม่ใช่แค่เพื่อเรียกความสนใจกลับคืนมา...

แต่เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เขา จ้าวชิงเทียน ไม่ต้องพึ่งดวง ไม่ต้องพึ่งสิทธิพิเศษ ก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลิงอู่ชั้นนำได้!

เขาไม่ยอมรับ!

ไม่ยอมรับคนที่พึ่งพาแต่โชคช่วยแล้วก้าวกระโดดข้ามหัวคนอื่นแบบนี้!

จ้าวชิงเทียนกัดฟันกรอด สายตาเผลอกวาดมองไปที่ไหล่ของกู่เยว่ซี

และเมื่อเขาเห็นยุงโลหิตหลอมอัคคีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น

‘เกิดอะไรขึ้น?’

‘ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า?’

เขารู้สึกเหมือนว่ากลิ่นอายของยุงตัวนี้...จะดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อสามวันก่อนนิดหน่อย?

‘เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง?’

จ้าวชิงเทียนรีบสลัดความคิดนี้ออกจากหัว

ล้อเล่นน่า

เมื่อสามวันก่อน ยุงตัวนี้เพิ่งจะอยู่ระดับหนึ่งขั้นต้น ผ่านไปไม่กี่วัน จะเก่งขึ้นได้สักแค่ไหนเชียว?

ขนาดหมาป่าเกราะเขียวของเขา กว่าจะเลื่อนจากระดับหนึ่งขั้นต้นไประดับหนึ่งขั้นกลาง ยังต้องใช้เวลาตลอดช่วงชั้น ม.4 ทั้งปี!

นั่นขนาดที่บ้านทุ่มทุนไม่อั้นเพื่ออัดฉีดทรัพยากรให้นะ!

สัตว์อสูรสายเลือดระดับสูงของเขายังใช้เวลาขนาดนั้น แล้วยุงสายเลือดต่ำต้อยตัวหนึ่ง จะเติบโตเร็วกว่าเขาได้อย่างไร?

เป็นไปไม่ได้แน่นอน

จ้าวชิงเทียนส่ายหน้าในใจ รีบปรับอารมณ์ให้กลับมามั่นคง

เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง กู่เยว่ซีและยุงตัวนั้น…ในการต่อสู้จริง ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นคู่มือของเขา

คู่แข่งที่แท้จริงของเขาควรจะเป็นโจวข่ายจากสาขาวิทยายุทธ์, หลี่เยว่เหยาจากห้อง 1 สาขาผู้ฝึก​สัตว์อสูร และพวกตัวท็อปสิบอันดับแรกของชั้นปีต่างหาก!

แต่สิ่งที่จ้าวชิงเทียนไม่รู้ก็คือ...

ในขณะนี้ ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี กำลังใช้ดวงตาประกอบจ้องมองหมาป่าเกราะเขียวของเขาเขม็ง

‘สายเลือดระดับสูง...’

‘กลิ่นอายพลังโลหิตที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ขนาดนั้น อยู่ไกลขนาดนี้ข้ายังสัมผัสได้ด้วย [แกะรอยโลหิต] เลย’

‘ถึงจะด้อยกว่าสิงโตปีกเพลิงอัสนีไปนิดหน่อย แต่ก็เป็นสายเลือดระดับสูงเหมือนกัน แถมไม่ใช่ลูกสัตว์ ความเข้มข้นของเลือดต้องสูงกว่าแน่...’

ฉู่เซิงยิ่งคิดยิ่งน้ำลายสอ

ด้วยประสิทธิภาพการดูดเลือดในตอนนี้ ขอแค่ได้เจาะเจ้าหมาป่านั่นสักอึกใหญ่ เผลอๆ อาจจะรวบรวมพลังโลหิตครบ 500 แต้ม แล้วทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นต้นได้เลย!!

‘เอายังไงดี...พุ่งเข้าไปดูดตอนนี้เลยดีไหม?’

ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้น แรงกระตุ้นรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาในจิตใจ

ทว่าทันใดนั้น

กู่เยว่ซีเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เสียงในใจอันเยือกเย็นของนางดังขึ้นในหัวของเขาผ่านพันธสัญญาโลหิตทันที

“อย่าบุ่มบ่าม!”

“ถ้าลงมือก่อนการสอบเริ่ม จะถูกตัดสิทธิ์ทันที”

“รอให้เข้าไปในแดนลับก่อน กฎข้างในมีข้อเดียวคือ รับผิดชอบชีวิตตัวเอง”

“ถึงตอนนั้น เจ้าอยากจะดูดแค่ไหน ก็เชิญตามสบาย”

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่เซิงก็จำใจต้องกดความกระหายลงไปอย่างช่วยไม่ได้

‘ช่างเถอะ ช่างเถอะ...อดทนไว้ก่อน!’

เขากลับไปเกาะนิ่งๆ อย่างว่านอนสอนง่าย

แต่ดวงตาประกอบคู่นั้นยังคงกราดมองไปที่ร่างหมาป่าเกราะเขียวด้วยเจตนาไม่ดี ราวกับกำลังเล็งหาจุดที่เหมาะเจาะที่สุดในการฝังเข็ม

หลังจากปลอบประโลมเจ้ายุงจอมตะกละได้แล้ว กู่เยว่ซีก็เหลือบสายตามองไปยังแท่นประธานที่อยู่สูงสุดของลานกว้างโดยไม่ตั้งใจ

เพียงแค่แวบเดียว นัยน์ตาเย็นชาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย

บนแท่นประธาน นอกจากใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างผู้อำนวยการและเจ้าเมืองหลินเจิ้นหนานแล้ว กลับมีร่างแปลกหน้าเพิ่มเข้ามาอีกหลายคน

คนเหล่านั้นมีบุคลิกสงบนิ่ง เเต่แผ่กลิ่นอายแห่งอำนาจออกมาจางๆ บางคนสวมเครื่องแบบของมณฑล เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้นำระดับสูงจากมณฑล

กู่เยว่ซีไม่แปลกใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะการค้นพบ ‘ยุงเทพ’ ของนาง ย่อมดึงดูดความสนใจจากเบื้องบนระดับมณฑลได้อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่ทำให้นางสนใจจริงๆ คือที่มุมหนึ่งของแท่นประธาน กลับมีหัวหน้าสมาคมจิงเจ๋อ และเหลิ่งเหยียนผู้ที่มีเจตนาสังหารต่อนางอย่างรุนแรง นั่งรวมอยู่ด้วย!

‘พวกมันมาทำไม?’

ความระแวดระวังผุดขึ้นในใจของกู่เยว่ซีทันที

‘พวกมัน...คงไม่คิดจะใช้โอกาสสอบครั้งนี้มาแก้แค้นข้าหรอกนะ?’

แต่การสอบมีกฎระเบียบชัดเจน นอกจากผู้เข้าสอบ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าสู่แดนลับเด็ดขาด

ผู้นำระดับมณฑลนั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น พวกมันคงไม่กล้าขัดคำสั่งอย่างโจ่งแจ้ง

แล้วพวกมันมาที่นี่เพื่ออะไร?

มาดูงานเฉยๆ งั้นหรือ?

คิ้วเรียวสวยของกู่เยว่ซีขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในความทรงจำของชีวิตก่อน การสอบครั้งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

ดูท่า...การเกิดใหม่ของนาง จะสร้างผลกระทบแบบผีเสื้อขยับปีกไปไม่น้อยเลยทีเดียว...

‘ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็เลิกคิด’

กู่เยว่ซีดึงความคิดกลับมาอย่างรวดเร็ว จิตใจกลับมาสงบนิ่ง

ไม่ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร ขอแค่พวกมันเข้าไปในแดนลับไม่ได้ ภายในแดนลับที่มีแต่ผู้เข้าสอบ ก็ไม่มีใครสามารถคุกคามนางได้

ด้วยระดับหนึ่งขั้นสูงสุดในปัจจุบัน เทียบเท่าพลังรบระดับสองขั้นต้น บวกกับยุงระดับหนึ่งขั้นสูงสุดอีกตัว…ยังไง ก็คงเพียงพอที่จะกวาดล้างทั้งสนามสอบเเล้ว!

ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนผู้มีบุคลิกผู้นำระดับมณฑลบนแท่นประธานก็ลุกขึ้นยืน

เขากวาดสายตามองไปทั่วลาน เสียงของเขาดังก้องผ่านลำโพง ชัดเจนในหูของนักเรียนทุกคน

“เงียบ!”

ลานกว้างที่อึกทึกเงียบเสียงลงในพริบตา

“แดนลับศิลาทมิฬ กำลังจะเปิดออก!

“บัดนี้ ข้าขอประกาศว่า การสอบอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นแล้ว!”

“ผู้เข้าสอบทุกคน เข้าสู่แดนลับตามลำดับชั้นเรียน!”

…...

จบบทที่ บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว