- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?
บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?
บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?
บทที่ 45 : ทั้งผู้นำจากมณฑลและคนของสมาคมจิงเจ๋อต่างมารวมตัวกัน?
ณ บริเวณทางเข้าแดนลับศิลาทมิฬ มีลานกว้างขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากโลหะผสมชนิดพิเศษ
ใจกลางลานกว้างนั้น ปรากฏรอยแยกมิติขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้ากว่าร้อยเมตรที่บิดเบี้ยวและหมุนวนไม่หยุดหย่อน แผ่คลื่นพลังงานมิติอันน่าหวาดหวั่นออกมาเป็นระลอก
บัดนี้ ลานกว้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมดของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า
นอกจากสองสาขาวิชาหลักอย่าง ‘สาขาวิทยายุทธ์’ และ ‘สาขาผู้ฝึก​สัตว์อสูร’ ที่มีจำนวนนักเรียนมากที่สุดแล้ว
ตามมุมต่างๆ ของลานกว้าง ยังมีกลุ่มนักเรียนจากสาขาวิชาเฉพาะทางที่หาได้ยากกระจายตัวอยู่ประปราย
นักเรียนจากสาขาค่ายกลกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งยองๆบนพื้น ใช้ผงแป้งชนิดพิเศษวาดลวดลายค่ายกลเสริมพลังขนาดจิ๋ว ปากก็พึมพำร่ายคาถาขมุบขมิบ
ส่วนนักเรียนจาก ‘สาขาผู้ใช้พลังจิต’ ซึ่งปกติมักเก็บตัวลึกลับและมีจำนวนน้อยที่สุด
พวกเขานั่งขัดสมาธิ หลับตาแน่นิ่งราวกับพระเถระเข้าฌาน ปรับจูนสภาพจิตใจของตนเองโดยไม่สนใจเสียงอึกทึกรอบข้างแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง ก็เกิดเสียงฮือฮาเล็กๆ ขึ้นในฝูงชน
ภาพที่ปรากฏคือกู่เยว่ซีที่ก้าวเดินด้วยท่าทีเยือกเย็นสง่างาม โดยมีองครักษ์จากจวนเจ้าเมืองคอยคุ้มกันขนาบข้าง เดินตรงเข้ามายังแถวของห้อง 8 สาขาผู้ฝึก​สัตว์อสูรอย่างช้าๆ
ทันทีที่นางปรากฏตัว สายตาทุกคู่ในสนามก็พุ่งตรงมาที่นางเป็นจุดเดียว
“เฮ้ย...นางมาจริงดิ?”
“เอาจริงเหรอเนี่ย? ท่านเจ้าเมืองรับปากจะให้โควตาพิเศษแล้วแท้ๆ นางยังจะมาสอบภาคปฏิบัติอีกทำไม? เพื่ออะไรกัน?”
“ซี๊ด...ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะ แต่ตอนนี้ข้าชักจะนับถือนางขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว ถ้าข้ามีสิทธิพิเศษขนาดนั้น ข้าคงนอนตีพุงอยู่บ้านไปแล้ว!”
คราวนี้ สายตาที่มองมาที่นางไม่ได้มีแต่ความขบขันเหมือนเมื่อก่อน แต่แฝงไว้ด้วยความเคารพและความสงสัยใคร่รู้จากใจจริง
หลี่เยว่เหยาที่ยืนอยู่ในแถวของห้อง 1 มองดูด้วยแววตาซับซ้อน
นางไม่เข้าใจการตัดสินใจของกู่เยว่ซีเลยจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า จิตใจของอีกฝ่ายนั้นช่างไม่ธรรมดา
แต่ถึงจะชื่นชมก็ส่วนชื่นชม
ในสายตาของนาง ด้วยระดับพลังจอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นปลายของกู่เยว่ซี อาจจะพอติดอันดับท็อป 20 ในการสอบครั้งนี้ได้ แต่ก็ยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามสำหรับนางอยู่ดี
ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนัก...
...
อีกด้านหนึ่ง
จ้าวชิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาที่มองกู่เยว่ซีก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความเคารพขึ้นมาวูบหนึ่ง
‘มาจริงๆ สินะ...’
‘ก็ดี วันนี้ข้าจะได้ทวงคืนความโดดเด่นที่ถูกนางแย่งไปเมื่อสามวันก่อนกลับมาให้หมด’
เขาจะใช้พลังที่แท้จริง คว้าอันดับหนึ่งในการสอบครั้งนี้มาครอง!!
ไม่ใช่แค่เพื่อเรียกความสนใจกลับคืนมา...
แต่เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เขา จ้าวชิงเทียน ไม่ต้องพึ่งดวง ไม่ต้องพึ่งสิทธิพิเศษ ก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลิงอู่ชั้นนำได้!
เขาไม่ยอมรับ!
ไม่ยอมรับคนที่พึ่งพาแต่โชคช่วยแล้วก้าวกระโดดข้ามหัวคนอื่นแบบนี้!
จ้าวชิงเทียนกัดฟันกรอด สายตาเผลอกวาดมองไปที่ไหล่ของกู่เยว่ซี
และเมื่อเขาเห็นยุงโลหิตหลอมอัคคีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น
‘เกิดอะไรขึ้น?’
‘ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า?’
เขารู้สึกเหมือนว่ากลิ่นอายของยุงตัวนี้...จะดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อสามวันก่อนนิดหน่อย?
‘เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง?’
จ้าวชิงเทียนรีบสลัดความคิดนี้ออกจากหัว
ล้อเล่นน่า
เมื่อสามวันก่อน ยุงตัวนี้เพิ่งจะอยู่ระดับหนึ่งขั้นต้น ผ่านไปไม่กี่วัน จะเก่งขึ้นได้สักแค่ไหนเชียว?
ขนาดหมาป่าเกราะเขียวของเขา กว่าจะเลื่อนจากระดับหนึ่งขั้นต้นไประดับหนึ่งขั้นกลาง ยังต้องใช้เวลาตลอดช่วงชั้น ม.4 ทั้งปี!
นั่นขนาดที่บ้านทุ่มทุนไม่อั้นเพื่ออัดฉีดทรัพยากรให้นะ!
สัตว์อสูรสายเลือดระดับสูงของเขายังใช้เวลาขนาดนั้น แล้วยุงสายเลือดต่ำต้อยตัวหนึ่ง จะเติบโตเร็วกว่าเขาได้อย่างไร?
เป็นไปไม่ได้แน่นอน
จ้าวชิงเทียนส่ายหน้าในใจ รีบปรับอารมณ์ให้กลับมามั่นคง
เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง กู่เยว่ซีและยุงตัวนั้น…ในการต่อสู้จริง ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นคู่มือของเขา
คู่แข่งที่แท้จริงของเขาควรจะเป็นโจวข่ายจากสาขาวิทยายุทธ์, หลี่เยว่เหยาจากห้อง 1 สาขาผู้ฝึก​สัตว์อสูร และพวกตัวท็อปสิบอันดับแรกของชั้นปีต่างหาก!
แต่สิ่งที่จ้าวชิงเทียนไม่รู้ก็คือ...
ในขณะนี้ ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี กำลังใช้ดวงตาประกอบจ้องมองหมาป่าเกราะเขียวของเขาเขม็ง
‘สายเลือดระดับสูง...’
‘กลิ่นอายพลังโลหิตที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ขนาดนั้น อยู่ไกลขนาดนี้ข้ายังสัมผัสได้ด้วย [แกะรอยโลหิต] เลย’
‘ถึงจะด้อยกว่าสิงโตปีกเพลิงอัสนีไปนิดหน่อย แต่ก็เป็นสายเลือดระดับสูงเหมือนกัน แถมไม่ใช่ลูกสัตว์ ความเข้มข้นของเลือดต้องสูงกว่าแน่...’
ฉู่เซิงยิ่งคิดยิ่งน้ำลายสอ
ด้วยประสิทธิภาพการดูดเลือดในตอนนี้ ขอแค่ได้เจาะเจ้าหมาป่านั่นสักอึกใหญ่ เผลอๆ อาจจะรวบรวมพลังโลหิตครบ 500 แต้ม แล้วทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นต้นได้เลย!!
‘เอายังไงดี...พุ่งเข้าไปดูดตอนนี้เลยดีไหม?’
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้น แรงกระตุ้นรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาในจิตใจ
ทว่าทันใดนั้น
กู่เยว่ซีเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เสียงในใจอันเยือกเย็นของนางดังขึ้นในหัวของเขาผ่านพันธสัญญาโลหิตทันที
“อย่าบุ่มบ่าม!”
“ถ้าลงมือก่อนการสอบเริ่ม จะถูกตัดสิทธิ์ทันที”
“รอให้เข้าไปในแดนลับก่อน กฎข้างในมีข้อเดียวคือ รับผิดชอบชีวิตตัวเอง”
“ถึงตอนนั้น เจ้าอยากจะดูดแค่ไหน ก็เชิญตามสบาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่เซิงก็จำใจต้องกดความกระหายลงไปอย่างช่วยไม่ได้
‘ช่างเถอะ ช่างเถอะ...อดทนไว้ก่อน!’
เขากลับไปเกาะนิ่งๆ อย่างว่านอนสอนง่าย
แต่ดวงตาประกอบคู่นั้นยังคงกราดมองไปที่ร่างหมาป่าเกราะเขียวด้วยเจตนาไม่ดี ราวกับกำลังเล็งหาจุดที่เหมาะเจาะที่สุดในการฝังเข็ม
หลังจากปลอบประโลมเจ้ายุงจอมตะกละได้แล้ว กู่เยว่ซีก็เหลือบสายตามองไปยังแท่นประธานที่อยู่สูงสุดของลานกว้างโดยไม่ตั้งใจ
เพียงแค่แวบเดียว นัยน์ตาเย็นชาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย
บนแท่นประธาน นอกจากใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างผู้อำนวยการและเจ้าเมืองหลินเจิ้นหนานแล้ว กลับมีร่างแปลกหน้าเพิ่มเข้ามาอีกหลายคน
คนเหล่านั้นมีบุคลิกสงบนิ่ง เเต่แผ่กลิ่นอายแห่งอำนาจออกมาจางๆ บางคนสวมเครื่องแบบของมณฑล เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้นำระดับสูงจากมณฑล
กู่เยว่ซีไม่แปลกใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะการค้นพบ ‘ยุงเทพ’ ของนาง ย่อมดึงดูดความสนใจจากเบื้องบนระดับมณฑลได้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้นางสนใจจริงๆ คือที่มุมหนึ่งของแท่นประธาน กลับมีหัวหน้าสมาคมจิงเจ๋อ และเหลิ่งเหยียนผู้ที่มีเจตนาสังหารต่อนางอย่างรุนแรง นั่งรวมอยู่ด้วย!
‘พวกมันมาทำไม?’
ความระแวดระวังผุดขึ้นในใจของกู่เยว่ซีทันที
‘พวกมัน...คงไม่คิดจะใช้โอกาสสอบครั้งนี้มาแก้แค้นข้าหรอกนะ?’
แต่การสอบมีกฎระเบียบชัดเจน นอกจากผู้เข้าสอบ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าสู่แดนลับเด็ดขาด
ผู้นำระดับมณฑลนั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น พวกมันคงไม่กล้าขัดคำสั่งอย่างโจ่งแจ้ง
แล้วพวกมันมาที่นี่เพื่ออะไร?
มาดูงานเฉยๆ งั้นหรือ?
คิ้วเรียวสวยของกู่เยว่ซีขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในความทรงจำของชีวิตก่อน การสอบครั้งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
ดูท่า...การเกิดใหม่ของนาง จะสร้างผลกระทบแบบผีเสื้อขยับปีกไปไม่น้อยเลยทีเดียว...
‘ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็เลิกคิด’
กู่เยว่ซีดึงความคิดกลับมาอย่างรวดเร็ว จิตใจกลับมาสงบนิ่ง
ไม่ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร ขอแค่พวกมันเข้าไปในแดนลับไม่ได้ ภายในแดนลับที่มีแต่ผู้เข้าสอบ ก็ไม่มีใครสามารถคุกคามนางได้
ด้วยระดับหนึ่งขั้นสูงสุดในปัจจุบัน เทียบเท่าพลังรบระดับสองขั้นต้น บวกกับยุงระดับหนึ่งขั้นสูงสุดอีกตัว…ยังไง ก็คงเพียงพอที่จะกวาดล้างทั้งสนามสอบเเล้ว!
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนผู้มีบุคลิกผู้นำระดับมณฑลบนแท่นประธานก็ลุกขึ้นยืน
เขากวาดสายตามองไปทั่วลาน เสียงของเขาดังก้องผ่านลำโพง ชัดเจนในหูของนักเรียนทุกคน
“เงียบ!”
ลานกว้างที่อึกทึกเงียบเสียงลงในพริบตา
“แดนลับศิลาทมิฬ กำลังจะเปิดออก!
“บัดนี้ ข้าขอประกาศว่า การสอบอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นแล้ว!”
“ผู้เข้าสอบทุกคน เข้าสู่แดนลับตามลำดับชั้นเรียน!”
…...