เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!

บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!

บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!


บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!

ภายในเต็นท์ พื้นที่คับแคบที่ตัดขาดความวุ่นวายและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโลกภายนอก

กู่เยว่ซีนั่งขัดสมาธิ ใบหน้าที่งดงามราวเทพธิดานั้นเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่ลึกลงไปในจิตใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าคลื่นลมในมหาสมุทร

การคุ้มครองจากจวนเจ้าเมืองนับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ช่วยขจัดภัยคุกคามจากสมาคมจิงเจ๋อไปได้ชั่วคราวก็จริง

แต่สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเพียงพลังจากภายนอก เป็นดาบสองคมที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ

ความรู้สึกที่ต้องฝากชีวิตไว้ภายใต้ปีกของผู้อื่นเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกอึดอัดและไม่คุ้นชินเอาเสียเลย

ในชีวิตก่อนหน้านี้ การที่นางก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก จนได้สมญานามว่า 'จักรพรรดินีผู้ฝึก​สัตว์อสูร' นางไม่เคยพึ่งพาบารมีของใคร แต่พึ่งพาเพียงสองมือของตัวเองเท่านั้น!

การกุมชะตาชีวิตไว้ในกำมือของตนเองอย่างมั่นคง นี่คือสัจธรรมข้อเดียวที่นางยึดถือมาตลอดสองชาติภพ!

ยิ่งไปกว่านั้น การคุ้มครองที่ได้มาอย่างกะทันหันนี้ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลเช่นกัน

เมื่อไหร่ที่คุณค่าของเจ้ายุงบนไหล่นางถูกรายงานขึ้นไปถึงระดับสูงของสมาพันธ์ต้าเซี่ย แม้จะได้ร่มเงาที่ใหญ่ขึ้นมาคุ้มกัน แต่สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการวิจัยและตรวจสอบอันไม่มีที่สิ้นสุด

พวกเขาทั้งคนทั้งยุง มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นหนูทดลองที่มีค่าที่สุด แต่ไร้ซึ่งอิสรภาพที่สุด ถูกเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในห้องแล็บ!

นาง…กู่เยว่ซี ไม่มีวันยอมรับชีวิตเช่นนั้นเด็ดขาด

ดังนั้น นางต้องเร่งมือ!

ต้องรีบสร้างความแข็งแกร่งให้เพียงพอที่จะปกป้องตัวเอง หรือแม้กระทั่งมีสิทธิ์มีเสียงที่จะเจรจากับขุมอำนาจยักษ์ใหญ่เหล่านั้นได้อย่างเท่าเทียม!

หรือไม่ก็...ต้องมี 'พรสวรรค์' ที่เหนือชั้น!

แดนลับศิลาทมิฬในอีกสามวันข้างหน้า…คือก้าวแรกที่จะทำลายสถานการณ์จำยอมนี้ และเป็นก้าวที่สำคัญที่สุด!

นางต้องได้ ‘ผลึกบำรุงจิต’ ชิ้นนั้นมาครอบครองให้ได้!

ผลึกบำรุงจิต ไม่ใช่สมบัติล้ำค่าธรรมดาๆ

สรรพคุณของมันไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังจิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับ ‘พรสวรรค์’ และ ‘ขีดจำกัดสูงสุด’ ของพลังจิตผู้ฝึก​สัตว์อสูรจากรากฐาน!

สำหรับผู้ฝึก​สัตว์อสูรแล้ว พลังจิตคือรากฐานของทุกสิ่ง

มันไม่เพียงกำหนดความลึกซึ้งของสายสัมพันธ์ที่ผู้ฝึก​สัตว์อสูรสร้างกับสัตว์อสูรคู่สัญญาได้…แต่ยังกำหนดประสิทธิภาพและอานุภาพในการเรียนรู้และใช้ทักษะของสัตว์อสูรอีกด้วย

ลองเปรียบเทียบสัตว์อสูรสายเลือดระดับกลางที่มีสติปัญญาเท่ากัน

ในมือของผู้ฝึก​สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางจิตระดับดาษดื่น อาจจะเรียนรู้ทักษะระดับต่ำได้แค่สองสามอย่างไปตลอดชีวิต

แต่ในมือของผู้ฝึก​สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางจิตระดับอัจฉริยะ กลับสามารถเรียนรู้ได้ห้าถึงหกทักษะ หรือแม้แต่บรรลุถึงขั้นสร้างทักษะผสานที่ทรงพลังขึ้นมาได้!

ผลึกบำรุงจิต คือสมบัติวิเศษที่เปลี่ยนสิ่งผุพังให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์!

มันสามารถเปลี่ยนคนที่มีพรสวรรค์ทางจิตธรรมดา ให้กลายเป็นอัจฉริยะระดับหนึ่งในหมื่นได้ในพริบตา!

หลังจากใช้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในระดับพลังใดในอนาคต

ปริมาณพลังจิต ความเร็วในการฟื้นฟู และความแม่นยำในการควบคุม จะเหนือกว่าผู้ฝึก​สัตว์อสูรคนอื่นในระดับเดียวกันตลอดไป!

แถมความเร็วในการฝึกฝนพลังจิตก็จะรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก!

“พรสวรรค์ทางจิตของข้าเดิมทีก็สูงส่งอยู่แล้ว ไม่สิ...ต้องเรียกว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!”

“ไม่อย่างนั้น ในชีวิตก่อน ข้าจะใช้เวลาเพียงสิบปี ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ฝึก​สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้อย่างไร?”

“ในชาตินี้ หากข้าได้ใช้ ‘ผลึกบำรุงจิต’ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น...เวลาที่ต้องใช้ในการก้าวสู่ระดับจักรพรรดิ อย่างน้อยต้องร่นระยะลงไปได้ถึงหนึ่งในสาม!”

เมื่อคิดได้ดังนี้ หัวใจของกู่เยว่ซีก็ยิ่งรุ่มร้อน นางหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้าสมบัติชิ้นนี้มาให้ได้!

จะว่าไปแล้ว...แดนลับศิลาทมิฬเป็นเพียงหนึ่งในแดนลับระดับต่ำสุดรอบๆ เมืองเจียงเฉิงเท่านั้น

ตามหลักเหตุผลแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสมบัติระดับผลึกบำรุงจิตกำเนิดขึ้นที่นั่น

กู่เยว่ซีเคยขบคิดปัญหานี้ในชีวิตก่อน คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือ ความไม่เสถียรของตัวแดนลับเอง

แดนลับ โดยเนื้อแท้คือเศษซากของมิติอื่นที่ซ้อนทับกับโลกใบนี้

เศษซากเหล่านี้มีขนาดและระดับแตกต่างกันไป และล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุดตลอดเวลา

ในกรณีที่หาได้ยากยิ่ง แดนลับระดับต่ำอาจล่องลอยไปชนหรือเฉียดใกล้กับแดนลับระดับสูงเข้าชั่วขณะหนึ่ง

และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ‘ฝุ่นละออง’ บางอย่างจากโลกที่มีระดับสูงกว่า ก็อาจร่วงหล่นลงมาสู่แดนลับระดับต่ำได้

ผลึกบำรุงจิตชิ้นนั้น คงเป็นหนึ่งใน ‘ฝุ่นละออง’ จากโลกที่สูงส่งกว่า

สำหรับโลกระดับสูง มันอาจไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับโลกชั้นต่ำ นี่คือสมบัติล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใด!

วาสนาเช่นนี้ พบเจอได้ยากยิ่ง หากพลาดไป ชาตินี้คงไม่มีโอกาสอีก!

“เวลาสามวันนี้ ข้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากที่สุด ยิ่งแข็งแกร่ง โอกาสที่จะคว้ามาได้ก็ยิ่งมาก...”

แววตาของกู่เยว่ซีเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางสูดหายใจลึก ก่อนจะหยิบซากลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีที่ตายแล้วออกมาจากถุงสัตว์อสูร

“หืม? ได้เวลาอาหารแล้วเหรอ?”

ฉู่เซิงที่เกาะอยู่ข้างๆ ได้กลิ่นหอมเย้ายวนของสายเลือดระดับสูงที่คุ้นเคย ดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที

ไม่ได้ดูดเลือดมาทั้งเช้าแล้ว…หิวจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย!

ลุยโลด! ลุยโลด!

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แปลงร่างเป็นเงาสีแดงเข้ม พุ่งเข้าใส่ซากนั้นทันที

กู่เยว่ซี: “...”

ทำไมเจ้ายุงตัวนี้ถึงทำตัวเหมือนผีหิวโซมาเกิดใหม่ทุกทีเลยนะ?

กินให้น้อยหน่อยได้ไหม!

นี่มันทรัพยากรฝึกตนของข้านะ!!

กู่เยว่ซีหางตากระตุก รู้สึกเจ็บปวดหัวใจจี๊ดๆ แต่ก็ไม่ได้ห้ามฉู่เซิง

บ่นไปก็เท่านั้น นางรู้ดีว่าการจะรื้อฟื้นเส้นทางผู้ฝึก​สัตว์อสูรได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ายุงตัวนี้จะวิวัฒนาการอีกกี่ครั้ง…จะทะลวงผ่านระดับห้าได้หรือไม่

ไม่อย่างนั้น นางคงไม่มีทางทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้

ต่อให้ได้ ‘ผลึกบำรุงจิต’ มา ก็เสียของเปล่าๆ

“เฮ้อ...ดูดไปเถอะ ดูดเข้าไป...รีบๆ วิวัฒนาการอีกสักสองรอบ...ถือว่าข้าขอล่ะ...”

กู่เยว่ซีมองฉู่เซิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจำยอม

ฉู่เซิงไม่สนใจความคิดของนางเลยสักนิด เขาแทง [เข็มปีศาจหลอมใจ] ที่ดูน่ากลัวและแข็งแกร่งขึ้นหลังการวิวัฒนาการ เข้าไปในซากลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีอย่างแรง!

ซู้ดดด——

กระแสพลังโลหิตที่บริสุทธิ์และทรงพลังกว่าอสรพิษวิญญาณมรกตหลายสิบเท่า ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาราวกับเขื่อนแตก!

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 24.7 แต้ม! พลังโลหิตรวมปัจจุบันคือ 175.8!]

[กำลังย่อยสลายเลือด คาดว่าจะใช้เวลา 20 นาที! หลังย่อยสลายคาดว่าจะได้รับแต้มวิวัฒนาการ 4.9 แต้ม!]

“โห! แจ่มแมว! แจ่มแมวจริงๆ!”

ฉู่เซิงสัมผัสถึงพลังงานมหาศาลที่อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ในใจรู้สึกฟินสุดๆ

สมกับเป็นลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับสูง แม้จะเทียบกับแม่ของมันไม่ได้เลย แต่ดูดไปคำเดียว ก็แทบจะเท่ากับดูดอสรพิษวิญญาณมรกต​ไปเกือบครึ่งตัวแล้ว!

แถมหลังจากวิวัฒนาการครั้งที่สาม ความสามารถในการย่อยของเขาก็ได้รับการอัปเกรดระดับตำนาน!

เมื่อก่อนดูดเลือดอสรพิษวิญญาณมรกตคำเดียวต้องย่อยตั้งครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ดูดเลือดลูกสัตว์อสูรคุณภาพสูงกว่า กลับใช้เวลาแค่ยี่สิบนาที!

ประสิทธิภาพพุ่งกระฉูด!

ฉู่เซิงบินกลับไปเกาะไหล่กู่เยว่ซีอย่างอิ่มเอมใจ ระหว่างรอย่อย เขาก็เริ่มคำนวณในใจ

ซากลูกสิงโตสองตัวนี้ คงใช้เวลาไม่นาน

ด้วยความเร็วในการดูดเลือดตอนนี้ น่าจะดูดจนแห้งภายในสองวัน...แถมยังต้องแบ่งให้จักรพรรดินีดูดด้วย

น่าจะได้พลังโลหิตสักสองสามร้อยแต้มมั้ง?

บวกกับใน [รังหนอนหลอมอัคคี] ของเขา ยังมี ‘ขวดเลือดเคลื่อนที่’ ที่ดูดเลือดแม่สิงโตระดับแปดมาจนเต็มพุงเก็บไว้อีกเป็นพันตัว!

พวกลูกน้องถึงจะดูดได้ตัวละไม่มาก แต่เน้นปริมาณเข้าสู้!

รวมกันพันกว่าตัว อย่างน้อยก็น่าจะได้สักครึ่งขวดน้ำดื่มล่ะมั้ง?

ถ้ารีด ‘สต๊อก’ พวกนี้จนแห้ง รวมกับอีกร้อยกว่าแต้ม

น่าจะไม่มีปัญหา!

…...

จบบทที่ บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!

คัดลอกลิงก์แล้ว