- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!
บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!
บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!
บทที่ 43 : เป้าหมายใหม่ของจักรพรรดินี!
ภายในเต็นท์ พื้นที่คับแคบที่ตัดขาดความวุ่นวายและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโลกภายนอก
กู่เยว่ซีนั่งขัดสมาธิ ใบหน้าที่งดงามราวเทพธิดานั้นเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่ลึกลงไปในจิตใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าคลื่นลมในมหาสมุทร
การคุ้มครองจากจวนเจ้าเมืองนับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ช่วยขจัดภัยคุกคามจากสมาคมจิงเจ๋อไปได้ชั่วคราวก็จริง
แต่สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเพียงพลังจากภายนอก เป็นดาบสองคมที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ
ความรู้สึกที่ต้องฝากชีวิตไว้ภายใต้ปีกของผู้อื่นเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกอึดอัดและไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
ในชีวิตก่อนหน้านี้ การที่นางก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก จนได้สมญานามว่า 'จักรพรรดินีผู้ฝึก​สัตว์อสูร' นางไม่เคยพึ่งพาบารมีของใคร แต่พึ่งพาเพียงสองมือของตัวเองเท่านั้น!
การกุมชะตาชีวิตไว้ในกำมือของตนเองอย่างมั่นคง นี่คือสัจธรรมข้อเดียวที่นางยึดถือมาตลอดสองชาติภพ!
ยิ่งไปกว่านั้น การคุ้มครองที่ได้มาอย่างกะทันหันนี้ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลเช่นกัน
เมื่อไหร่ที่คุณค่าของเจ้ายุงบนไหล่นางถูกรายงานขึ้นไปถึงระดับสูงของสมาพันธ์ต้าเซี่ย แม้จะได้ร่มเงาที่ใหญ่ขึ้นมาคุ้มกัน แต่สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการวิจัยและตรวจสอบอันไม่มีที่สิ้นสุด
พวกเขาทั้งคนทั้งยุง มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นหนูทดลองที่มีค่าที่สุด แต่ไร้ซึ่งอิสรภาพที่สุด ถูกเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในห้องแล็บ!
นาง…กู่เยว่ซี ไม่มีวันยอมรับชีวิตเช่นนั้นเด็ดขาด
ดังนั้น นางต้องเร่งมือ!
ต้องรีบสร้างความแข็งแกร่งให้เพียงพอที่จะปกป้องตัวเอง หรือแม้กระทั่งมีสิทธิ์มีเสียงที่จะเจรจากับขุมอำนาจยักษ์ใหญ่เหล่านั้นได้อย่างเท่าเทียม!
หรือไม่ก็...ต้องมี 'พรสวรรค์' ที่เหนือชั้น!
แดนลับศิลาทมิฬในอีกสามวันข้างหน้า…คือก้าวแรกที่จะทำลายสถานการณ์จำยอมนี้ และเป็นก้าวที่สำคัญที่สุด!
นางต้องได้ ‘ผลึกบำรุงจิต’ ชิ้นนั้นมาครอบครองให้ได้!
ผลึกบำรุงจิต ไม่ใช่สมบัติล้ำค่าธรรมดาๆ
สรรพคุณของมันไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังจิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับ ‘พรสวรรค์’ และ ‘ขีดจำกัดสูงสุด’ ของพลังจิตผู้ฝึก​สัตว์อสูรจากรากฐาน!
สำหรับผู้ฝึก​สัตว์อสูรแล้ว พลังจิตคือรากฐานของทุกสิ่ง
มันไม่เพียงกำหนดความลึกซึ้งของสายสัมพันธ์ที่ผู้ฝึก​สัตว์อสูรสร้างกับสัตว์อสูรคู่สัญญาได้…แต่ยังกำหนดประสิทธิภาพและอานุภาพในการเรียนรู้และใช้ทักษะของสัตว์อสูรอีกด้วย
ลองเปรียบเทียบสัตว์อสูรสายเลือดระดับกลางที่มีสติปัญญาเท่ากัน
ในมือของผู้ฝึก​สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางจิตระดับดาษดื่น อาจจะเรียนรู้ทักษะระดับต่ำได้แค่สองสามอย่างไปตลอดชีวิต
แต่ในมือของผู้ฝึก​สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางจิตระดับอัจฉริยะ กลับสามารถเรียนรู้ได้ห้าถึงหกทักษะ หรือแม้แต่บรรลุถึงขั้นสร้างทักษะผสานที่ทรงพลังขึ้นมาได้!
ผลึกบำรุงจิต คือสมบัติวิเศษที่เปลี่ยนสิ่งผุพังให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์!
มันสามารถเปลี่ยนคนที่มีพรสวรรค์ทางจิตธรรมดา ให้กลายเป็นอัจฉริยะระดับหนึ่งในหมื่นได้ในพริบตา!
หลังจากใช้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในระดับพลังใดในอนาคต
ปริมาณพลังจิต ความเร็วในการฟื้นฟู และความแม่นยำในการควบคุม จะเหนือกว่าผู้ฝึก​สัตว์อสูรคนอื่นในระดับเดียวกันตลอดไป!
แถมความเร็วในการฝึกฝนพลังจิตก็จะรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก!
“พรสวรรค์ทางจิตของข้าเดิมทีก็สูงส่งอยู่แล้ว ไม่สิ...ต้องเรียกว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!”
“ไม่อย่างนั้น ในชีวิตก่อน ข้าจะใช้เวลาเพียงสิบปี ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ฝึก​สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้อย่างไร?”
“ในชาตินี้ หากข้าได้ใช้ ‘ผลึกบำรุงจิต’ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น...เวลาที่ต้องใช้ในการก้าวสู่ระดับจักรพรรดิ อย่างน้อยต้องร่นระยะลงไปได้ถึงหนึ่งในสาม!”
เมื่อคิดได้ดังนี้ หัวใจของกู่เยว่ซีก็ยิ่งรุ่มร้อน นางหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้าสมบัติชิ้นนี้มาให้ได้!
จะว่าไปแล้ว...แดนลับศิลาทมิฬเป็นเพียงหนึ่งในแดนลับระดับต่ำสุดรอบๆ เมืองเจียงเฉิงเท่านั้น
ตามหลักเหตุผลแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสมบัติระดับผลึกบำรุงจิตกำเนิดขึ้นที่นั่น
กู่เยว่ซีเคยขบคิดปัญหานี้ในชีวิตก่อน คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือ ความไม่เสถียรของตัวแดนลับเอง
แดนลับ โดยเนื้อแท้คือเศษซากของมิติอื่นที่ซ้อนทับกับโลกใบนี้
เศษซากเหล่านี้มีขนาดและระดับแตกต่างกันไป และล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุดตลอดเวลา
ในกรณีที่หาได้ยากยิ่ง แดนลับระดับต่ำอาจล่องลอยไปชนหรือเฉียดใกล้กับแดนลับระดับสูงเข้าชั่วขณะหนึ่ง
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ‘ฝุ่นละออง’ บางอย่างจากโลกที่มีระดับสูงกว่า ก็อาจร่วงหล่นลงมาสู่แดนลับระดับต่ำได้
ผลึกบำรุงจิตชิ้นนั้น คงเป็นหนึ่งใน ‘ฝุ่นละออง’ จากโลกที่สูงส่งกว่า
สำหรับโลกระดับสูง มันอาจไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับโลกชั้นต่ำ นี่คือสมบัติล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใด!
วาสนาเช่นนี้ พบเจอได้ยากยิ่ง หากพลาดไป ชาตินี้คงไม่มีโอกาสอีก!
“เวลาสามวันนี้ ข้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากที่สุด ยิ่งแข็งแกร่ง โอกาสที่จะคว้ามาได้ก็ยิ่งมาก...”
แววตาของกู่เยว่ซีเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางสูดหายใจลึก ก่อนจะหยิบซากลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีที่ตายแล้วออกมาจากถุงสัตว์อสูร
“หืม? ได้เวลาอาหารแล้วเหรอ?”
ฉู่เซิงที่เกาะอยู่ข้างๆ ได้กลิ่นหอมเย้ายวนของสายเลือดระดับสูงที่คุ้นเคย ดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
ไม่ได้ดูดเลือดมาทั้งเช้าแล้ว…หิวจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย!
ลุยโลด! ลุยโลด!
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แปลงร่างเป็นเงาสีแดงเข้ม พุ่งเข้าใส่ซากนั้นทันที
กู่เยว่ซี: “...”
ทำไมเจ้ายุงตัวนี้ถึงทำตัวเหมือนผีหิวโซมาเกิดใหม่ทุกทีเลยนะ?
กินให้น้อยหน่อยได้ไหม!
นี่มันทรัพยากรฝึกตนของข้านะ!!
กู่เยว่ซีหางตากระตุก รู้สึกเจ็บปวดหัวใจจี๊ดๆ แต่ก็ไม่ได้ห้ามฉู่เซิง
บ่นไปก็เท่านั้น นางรู้ดีว่าการจะรื้อฟื้นเส้นทางผู้ฝึก​สัตว์อสูรได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ายุงตัวนี้จะวิวัฒนาการอีกกี่ครั้ง…จะทะลวงผ่านระดับห้าได้หรือไม่
ไม่อย่างนั้น นางคงไม่มีทางทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้
ต่อให้ได้ ‘ผลึกบำรุงจิต’ มา ก็เสียของเปล่าๆ
“เฮ้อ...ดูดไปเถอะ ดูดเข้าไป...รีบๆ วิวัฒนาการอีกสักสองรอบ...ถือว่าข้าขอล่ะ...”
กู่เยว่ซีมองฉู่เซิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจำยอม
ฉู่เซิงไม่สนใจความคิดของนางเลยสักนิด เขาแทง [เข็มปีศาจหลอมใจ] ที่ดูน่ากลัวและแข็งแกร่งขึ้นหลังการวิวัฒนาการ เข้าไปในซากลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีอย่างแรง!
ซู้ดดด——
กระแสพลังโลหิตที่บริสุทธิ์และทรงพลังกว่าอสรพิษวิญญาณมรกตหลายสิบเท่า ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาราวกับเขื่อนแตก!
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 24.7 แต้ม! พลังโลหิตรวมปัจจุบันคือ 175.8!]
[กำลังย่อยสลายเลือด คาดว่าจะใช้เวลา 20 นาที! หลังย่อยสลายคาดว่าจะได้รับแต้มวิวัฒนาการ 4.9 แต้ม!]
“โห! แจ่มแมว! แจ่มแมวจริงๆ!”
ฉู่เซิงสัมผัสถึงพลังงานมหาศาลที่อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ในใจรู้สึกฟินสุดๆ
สมกับเป็นลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับสูง แม้จะเทียบกับแม่ของมันไม่ได้เลย แต่ดูดไปคำเดียว ก็แทบจะเท่ากับดูดอสรพิษวิญญาณมรกต​ไปเกือบครึ่งตัวแล้ว!
แถมหลังจากวิวัฒนาการครั้งที่สาม ความสามารถในการย่อยของเขาก็ได้รับการอัปเกรดระดับตำนาน!
เมื่อก่อนดูดเลือดอสรพิษวิญญาณมรกตคำเดียวต้องย่อยตั้งครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ดูดเลือดลูกสัตว์อสูรคุณภาพสูงกว่า กลับใช้เวลาแค่ยี่สิบนาที!
ประสิทธิภาพพุ่งกระฉูด!
ฉู่เซิงบินกลับไปเกาะไหล่กู่เยว่ซีอย่างอิ่มเอมใจ ระหว่างรอย่อย เขาก็เริ่มคำนวณในใจ
ซากลูกสิงโตสองตัวนี้ คงใช้เวลาไม่นาน
ด้วยความเร็วในการดูดเลือดตอนนี้ น่าจะดูดจนแห้งภายในสองวัน...แถมยังต้องแบ่งให้จักรพรรดินีดูดด้วย
น่าจะได้พลังโลหิตสักสองสามร้อยแต้มมั้ง?
บวกกับใน [รังหนอนหลอมอัคคี] ของเขา ยังมี ‘ขวดเลือดเคลื่อนที่’ ที่ดูดเลือดแม่สิงโตระดับแปดมาจนเต็มพุงเก็บไว้อีกเป็นพันตัว!
พวกลูกน้องถึงจะดูดได้ตัวละไม่มาก แต่เน้นปริมาณเข้าสู้!
รวมกันพันกว่าตัว อย่างน้อยก็น่าจะได้สักครึ่งขวดน้ำดื่มล่ะมั้ง?
ถ้ารีด ‘สต๊อก’ พวกนี้จนแห้ง รวมกับอีกร้อยกว่าแต้ม
น่าจะไม่มีปัญหา!
…...