- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?
บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?
บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?
บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?
กู่เยว่ซีที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ จู่ๆก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาของจ้าวชิงเทียน
นางเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเขาเพียงแวบหนึ่งอย่างเย็นชา ก่อนจะละสายตากลับมาโดยไม่สนใจไยดี
ดวงตาคู่งามที่แสนเยือกเย็นนั้นไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความรู้สึก ราวกับว่าสิ่งที่นางเพิ่งมองเห็นเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งที่แข็งแรงกว่าตัวอื่นเล็กน้อยเท่านั้น
‘สายเลือดระดับสูง? สติปัญญาระดับสูงงั้นหรือ?’
‘ก็แค่นั้นเอง?’
ในชีวิตก่อนหน้านี้ หากไม่นับรวมเจ้ากระต่ายหูโตตัวนั้น สัตว์อสูรพันธสัญญาของนางที่มีระดับต่ำที่สุดก็ยังต้องมีสายเลือดระดับ ‘ราชา’ ขึ้นไป
ส่วนเรื่องสติปัญญานั้นไม่ต้องพูดถึง ล้วนแต่เป็นระดับยอดมงกุฎทั้งสิ้น
ดังนั้นหมาป่าเกราะเขียวตรงหน้า สำหรับนางแล้ว อย่าว่าแต่จะเป็นสัตว์อสูรคู่กายเลย แม้แต่คุณสมบัติจะเป็นสุนัขเฝ้าหน้าประตูให้นาง ก็ยังไม่คู่ควรเสียด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหมาป่าตัวนี้แม้จะมีสายเลือดระดับสูง แต่ก็เป็นเพียงระดับสองดาว
ในขณะที่ลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีที่นอนสงบนิ่งอยู่ในถุงสัตว์อสูรของนาง อย่างน้อยที่สุดก็มีสายเลือดระดับสูงระดับสี่ดาว หรือเผลอๆ อาจจะถึงห้าดาวเลยด้วยซ้ำ!
ทางด้านฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของหญิงสาว ก็แอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้อยู่เงียบๆ
‘สายเลือดระดับสูง?’
‘ก็เก่งอยู่หรอกนะ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ด่านเล็กๆ บนเส้นทางวิวัฒนาการอันไร้ที่สิ้นสุดของพี่เท่านั้นแหละน้องเอ๋ย’
‘ส่วนสติปัญญาระดับสูง?’
‘อย่ามาตลกน่าพวก โตเต็มวัยแล้วไอคิวก็แค่เทียบเท่าเด็กสิบขวบเนี่ยนะ? เรื่องแค่นี้ก็เอามาคุยโวได้?’
ฉู่เซิงย่อมรู้สึกเหยียดหยามอยู่ในใจ
หากเทียบเรื่องสายเลือด ตอนนี้เขาอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้าพูดเรื่องสติปัญญาแล้วล่ะก็...คิดจะดูถูกใครกันมิทราบ?
‘อืม...แต่จะว่าไปแล้ว’
ฉู่เซิงใช้ทักษะ [แกะรอยโลหิต] สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังโลหิตอันบริสุทธิ์เข้มข้นที่แผ่ออกมาจากหมาป่าเกราะเขียวของจ้าวชิงเทียน จนทำเอาน้ำลายสอขึ้นมา
‘สายเลือดระดับสูงเชียวนะ...’
‘ต้องหาทางดูดเลือดมันสักอึกให้ได้!’
...
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากนักเรียนผ่านไปอีกกว่าสิบคน ในที่สุดก็ถึงคิวของกู่เยว่ซี
ทันทีที่นางก้าวขึ้นสู่ลานประลอง นางก็กลับมาเป็นจุดสนใจของทุกคนอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้ สภาพจิตใจของผู้ชมส่วนใหญ่กลับสงบลงกว่าเดิมมาก
ความสามารถส่วนตัวของกู่เยว่ซีเมื่อครู่นี้ทำให้พวกเขาตกตะลึงจนแว่นแทบแตกก็จริง แต่คราวนี้เป็นการทดสอบสัตว์อสูรพันธสัญญา ปาฏิหาริย์คงไม่เกิดขึ้นซ้ำสองเป็นแน่
ท้ายที่สุดแล้ว...มันก็เป็นแค่ยุงตัวหนึ่ง
ต่อให้วิวัฒนาการแล้ว อย่างมากพลังก็คงตันอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นต้น และสายเลือดก็คงหนีไม่พ้นระดับต่ำสุด
ส่วนเรื่องสติปัญญา?
อย่ามาล้อเล่นน่า แมลงชั้นต่ำอย่างยุงจะมีสติปัญญาได้อย่างไร? ผลลัพธ์ต้องออกมาเป็น “ไร้สติปัญญา” ระดับต่ำสุดอย่างแน่นอน!
เหล่าผู้นำและอาจารย์บนแท่นประธานเองก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว ถึงขั้นละสายตาเตรียมหันไปปรึกษาหารือเรื่องกำหนดการต่อไป
ณ เบื้องล่างเวที
กู่เยว่ซีเดินหน้านิ่งไปยังเครื่องทดสอบ
ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ ขยับปีกบินขึ้นอย่างเชื่องช้าท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่จับจ้อง
เขาค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้นที่เซ็นเซอร์ของเครื่องจักรอย่างไม่รีบร้อน
เครื่องจักรเริ่มทำงานส่งเสียงกระหึ่มเบาๆ
รายการแรก: ระดับพลัง
“ยุงโลหิตหลอมอัคคี ระดับพลัง: หนึ่งขั้นต้น! ค่าพลังโลหิต: 151!”
ทันทีที่ผลลัพธ์ปรากฏ สีหน้าของทุกคนต่างฉายแวว “ว่าแล้วเชียว” บางคนถึงกับกลั้นขำ
เพิ่งจะก้าวข้ามธรณีประตูระดับหนึ่งมาหมาดๆ พลังระดับนี้ถือว่าเป็นพวกปลายแถวในแผนกสัตว์อสูรของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงอย่างไม่ต้องสงสัย
หลายคนเริ่มหมดความสนใจ เตรียมรอดูคนถัดไปทันที
ต่อเนื่องด้วยรายการที่สอง: ระดับสายเลือด
“สายเลือด: ระดับต่ำ (ห้าดาว)!”
หือ?
ผลลัพธ์นี้ทำให้หลายคนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
“ระดับต่ำห้าดาว? นี่มันคุณภาพสูงสุดในสายเลือดระดับต่ำเลยไม่ใช่หรือ?”
“เจ้ายุงกลายพันธุ์ตัวนี้ดูท่าจะไม่ธรรมดาเหมือนกันแฮะ แต่น่าเสียดาย สุดท้ายมันก็แค่ยุง ขีดจำกัดมันต่ำเกินไป”
ฝูงชนเพียงแค่ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจ
และแล้วก็มาถึงรายการสุดท้าย
รายการที่ไร้ซึ่งความลุ้นระทึกที่สุด—การวัดระดับสติปัญญา
ทุกคนต่างฟันธงในใจว่า ผลลัพธ์ต้องออกมาเป็น “ไร้สติปัญญา” แน่นอน
ท่านผู้อำนวยการและคณะบนแท่นประธานเริ่มหันไปกระซิบกระซาบกันแล้ว โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอแสดงผลเลยแม้แต่น้อย
แสงไฟบนเครื่องจักรกะพริบถี่ๆ เป็นสัญญาณของการประมวลผลครั้งสุดท้าย
ทว่า...ในวินาทีที่ผลลัพธ์ปรากฏขึ้นนั่นเอง
ทั่วทั้งลานประลองกลับระเบิดเสียงอุทานดังกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม!
“เชี่ยยยย!!!”
“หะ?! บ้าไปแล้ว!”
ผู้อำนวยการและหลินเจิ้นหนานที่อยู่บนแท่นสปริงตัวขึ้นด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่หน้าจอทันที
และเพียงแค่แวบเดียวที่ได้เห็น...สมองของพวกเขาก็เหมือนจะระเบิดกระจุย!
พวกเขาทั้งหมดยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป ระบบประมวลผลในสมองแทบจะพังพินาศ!
บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดมหึมา ในช่องระบุค่าสติปัญญา ปรากฏตัวอักษรสีทองอร่ามที่สลักลึกเข้าไปในความทรงจำของพวกเขา—
“ระดับสมบูรณ์ (ห้าดาว)!”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งสนาม!
กาลเวลาคล้ายจะหยุดเดิน ณ วินาทีนั้น
สมองของทุกคนขาวโพลน ว่างเปล่าจนคิดอะไรไม่ออก
ระดับ...สมบูรณ์?
เหนือกว่าระดับสูงคือ ‘ระดับ​สูงสุด’
และเหนือกว่าระดับ​สูงสุด...นั่นคือ ‘ระดับสมบูรณ์’ ที่มีอยู่เพียงในตำนาน!
มองไปทั่วอาณาจักรต้าเซี่ย แม้แต่ตระกูลชั้นนำที่สืบทอดมายาวนานนับพันปี ทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อฟูมฟักสัตว์อสูรสายเลือดระดับ ‘ราชา’ ค่าสติปัญญาสูงสุดที่เคยทำได้ก็ยังอยู่ที่ “ระดับสมบูรณ์ (สองดาว)” เท่านั้น!
การที่จะก้าวข้ามสองดาวไปได้ จำเป็นต้องเป็นสัตว์อสูรสายเลือดระดับ ‘จักรพรรดิ’ ขึ้นไปถึงจะมีโอกาส!
แล้วระดับสมบูรณ์ (ห้าดาว) ล่ะ?
นั่นมันแนวคิดระดับไหนกัน?!
นั่นคือสติปัญญาที่ควรจะมีอยู่แค่ในตำนานเทพปกรณัม อย่างเช่น หงส์เพลิงเก้าสวรรค์ หรือ มังกรเทวะบรรพกาล สัตว์อสูรสายเลือดระดับ ‘เทวะจักรพรรดิ’ ที่หนึ่งยุคสมัยอาจจะกำเนิดขึ้นมาสักตัวเท่านั้นถึงจะครอบครองได้!!
สติปัญญาระดับนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์เลย…เผลอๆ อาจฉลาดเทียบเท่าปราชญ์ในหมู่มนุษย์ด้วยซ้ำ!
แต่ตอนนี้...ระดับสติปัญญาที่ควรมีแค่ในตำนาน กลับมาปรากฏอยู่บนตัวของยุงที่มีพลังแค่ระดับหนึ่งขั้นต้นเนี่ยนะ?!
ตัวอักษรสีทองสี่คำว่า “ระดับสมบูรณ์ (ห้าดาว)” เปรียบเสมือนหัวรบนิวเคลียร์สี่ลูกที่ถูกจุดระเบิดตูมขึ้นกลางสมองของทุกคนในสนาม ทำลายสามัญสำนึกและความรู้ความเข้าใจทั้งหมดจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี!
บนแท่นประธาน
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อำนวยการแข็งค้าง แก้วเก็บความร้อนในมือแทบร่วงหล่น
ส่วนหัวหน้าฝ่ายปกครองตาถลนแทบหลุดออกจากเบ้า ขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกว่าตัวเองกำลังเห็นภาพหลอน
“ระดับสมบูรณ์...ห้าดาว?”
เขาพึมพำออกมาเสียงสั่นเครือ
บ้าไปแล้ว!
ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!
ไม่สิ...เป็นไอ้เครื่องบ้านี่ต่างหากที่บ้า!
“เหลวไหล!”
ผู้อำนวยการตบโต๊ะดังปัง เขาตวาดใส่อาจารย์ผู้คุมเครื่องเสียงดังลั่น
“ทำงานกันยังไง?! การทดสอบสำคัญขนาดนี้ ดันเอาเครื่องที่เสียมาใช้งาน! รีบไปเปลี่ยนเครื่องใหม่มาเดี๋ยวนี้!”
เสียงคำรามเกรี้ยวกราดนี้ ช่วยปลุกสติของเหล่านักเรียนที่กำลังยืนเอ๋อให้ตื่นขึ้นทันควัน
ใช่แล้ว!
เครื่องพังชัวร์!
จะเป็นไปได้ยังไง! ยุงตัวหนึ่งมีสติปัญญาระดับสมบูรณ์ห้าดาว?
เรื่องนี้มันยิ่งกว่าแม่หมูปีนต้นไม้ได้สักหมื่นเท่าเสียอีก!
“โธ่เอ๊ย ตกใจแทบแย่ ที่แท้เครื่องก็พัง!”
“ฮ่าๆ บั๊กนี้โหดจัด จากไอดีขาวสะอาดกลายเป็นตำนานเฉยเลย”
“ยัยกู่เยว่ซีนี่ดวงดีชะมัด ขนาดเครื่องจักรยังช่วยสร้างกระแสให้เลย?”
นักเรียนต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง บรรยากาศในสนามเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกเป็นขบขันและผ่อนคลาย
แม้แต่หลี่เยว่เหยาและจ้าวชิงเทียน ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเช่นกัน
จริงด้วย สถานการณ์แบบนี้มีคำตอบเดียวคือเครื่องเสีย
แมลงชั้นต่ำจะไปมีสติปัญญาได้ยังไง?
แถมยังเป็นสติปัญญาระดับตำนานที่มีแต่สัตว์อสูรสายเลือดเทวะจักรพรรดิเท่านั้นถึงจะมี?
ใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้ว่าเป็นไปไม่ได้!
ไม่นานนัก…ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง เจ้าหน้าที่ต่างรีบกุลีกุจอเข็นเครื่องทดสอบเครื่องใหม่เอี่ยมเข้ามาแทนที่
“วัดใหม่อีกครั้ง!” ผู้อำนวยการออกคำสั่งเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
……….