เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?

บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?

บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?


บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?

กู่เยว่ซีที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ จู่ๆก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาของจ้าวชิงเทียน

นางเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเขาเพียงแวบหนึ่งอย่างเย็นชา ก่อนจะละสายตากลับมาโดยไม่สนใจไยดี

ดวงตาคู่งามที่แสนเยือกเย็นนั้นไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความรู้สึก ราวกับว่าสิ่งที่นางเพิ่งมองเห็นเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งที่แข็งแรงกว่าตัวอื่นเล็กน้อยเท่านั้น

‘สายเลือดระดับสูง? สติปัญญาระดับสูงงั้นหรือ?’

‘ก็แค่นั้นเอง?’

ในชีวิตก่อนหน้านี้ หากไม่นับรวมเจ้ากระต่ายหูโตตัวนั้น สัตว์อสูรพันธสัญญาของนางที่มีระดับต่ำที่สุดก็ยังต้องมีสายเลือดระดับ ‘ราชา’ ขึ้นไป

ส่วนเรื่องสติปัญญานั้นไม่ต้องพูดถึง ล้วนแต่เป็นระดับยอดมงกุฎทั้งสิ้น

ดังนั้นหมาป่าเกราะเขียวตรงหน้า สำหรับนางแล้ว อย่าว่าแต่จะเป็นสัตว์อสูรคู่กายเลย แม้แต่คุณสมบัติจะเป็นสุนัขเฝ้าหน้าประตูให้นาง ก็ยังไม่คู่ควรเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหมาป่าตัวนี้แม้จะมีสายเลือดระดับสูง แต่ก็เป็นเพียงระดับสองดาว

ในขณะที่ลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีที่นอนสงบนิ่งอยู่ในถุงสัตว์อสูรของนาง อย่างน้อยที่สุดก็มีสายเลือดระดับสูงระดับสี่ดาว หรือเผลอๆ อาจจะถึงห้าดาวเลยด้วยซ้ำ!

ทางด้านฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของหญิงสาว ก็แอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้อยู่เงียบๆ

‘สายเลือดระดับสูง?’

‘ก็เก่งอยู่หรอกนะ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ด่านเล็กๆ บนเส้นทางวิวัฒนาการอันไร้ที่สิ้นสุดของพี่เท่านั้นแหละน้องเอ๋ย’

‘ส่วนสติปัญญาระดับสูง?’

‘อย่ามาตลกน่าพวก โตเต็มวัยแล้วไอคิวก็แค่เทียบเท่าเด็กสิบขวบเนี่ยนะ? เรื่องแค่นี้ก็เอามาคุยโวได้?’

ฉู่เซิงย่อมรู้สึกเหยียดหยามอยู่ในใจ

หากเทียบเรื่องสายเลือด ตอนนี้เขาอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้าพูดเรื่องสติปัญญาแล้วล่ะก็...คิดจะดูถูกใครกันมิทราบ?

‘อืม...แต่จะว่าไปแล้ว’

ฉู่เซิงใช้ทักษะ [แกะรอยโลหิต] สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังโลหิตอันบริสุทธิ์เข้มข้นที่แผ่ออกมาจากหมาป่าเกราะเขียวของจ้าวชิงเทียน จนทำเอาน้ำลายสอขึ้นมา

‘สายเลือดระดับสูงเชียวนะ...’

‘ต้องหาทางดูดเลือดมันสักอึกให้ได้!’

...

การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป

หลังจากนักเรียนผ่านไปอีกกว่าสิบคน ในที่สุดก็ถึงคิวของกู่เยว่ซี

ทันทีที่นางก้าวขึ้นสู่ลานประลอง นางก็กลับมาเป็นจุดสนใจของทุกคนอีกครั้ง

ทว่าคราวนี้ สภาพจิตใจของผู้ชมส่วนใหญ่กลับสงบลงกว่าเดิมมาก

ความสามารถส่วนตัวของกู่เยว่ซีเมื่อครู่นี้ทำให้พวกเขาตกตะลึงจนแว่นแทบแตกก็จริง แต่คราวนี้เป็นการทดสอบสัตว์อสูรพันธสัญญา ปาฏิหาริย์คงไม่เกิดขึ้นซ้ำสองเป็นแน่

ท้ายที่สุดแล้ว...มันก็เป็นแค่ยุงตัวหนึ่ง

ต่อให้วิวัฒนาการแล้ว อย่างมากพลังก็คงตันอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นต้น และสายเลือดก็คงหนีไม่พ้นระดับต่ำสุด

ส่วนเรื่องสติปัญญา?

อย่ามาล้อเล่นน่า แมลงชั้นต่ำอย่างยุงจะมีสติปัญญาได้อย่างไร? ผลลัพธ์ต้องออกมาเป็น “ไร้สติปัญญา” ระดับต่ำสุดอย่างแน่นอน!

เหล่าผู้นำและอาจารย์บนแท่นประธานเองก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว ถึงขั้นละสายตาเตรียมหันไปปรึกษาหารือเรื่องกำหนดการต่อไป

ณ เบื้องล่างเวที

กู่เยว่ซีเดินหน้านิ่งไปยังเครื่องทดสอบ

ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ ขยับปีกบินขึ้นอย่างเชื่องช้าท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่จับจ้อง

เขาค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้นที่เซ็นเซอร์ของเครื่องจักรอย่างไม่รีบร้อน

เครื่องจักรเริ่มทำงานส่งเสียงกระหึ่มเบาๆ

รายการแรก: ระดับพลัง

“ยุงโลหิตหลอมอัคคี ระดับพลัง: หนึ่งขั้นต้น! ค่าพลังโลหิต: 151!”

ทันทีที่ผลลัพธ์ปรากฏ สีหน้าของทุกคนต่างฉายแวว “ว่าแล้วเชียว” บางคนถึงกับกลั้นขำ

เพิ่งจะก้าวข้ามธรณีประตูระดับหนึ่งมาหมาดๆ พลังระดับนี้ถือว่าเป็นพวกปลายแถวในแผนกสัตว์อสูรของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงอย่างไม่ต้องสงสัย

หลายคนเริ่มหมดความสนใจ เตรียมรอดูคนถัดไปทันที

ต่อเนื่องด้วยรายการที่สอง: ระดับสายเลือด

“สายเลือด: ระดับต่ำ (ห้าดาว)!”

หือ?

ผลลัพธ์นี้ทำให้หลายคนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

“ระดับต่ำห้าดาว? นี่มันคุณภาพสูงสุดในสายเลือดระดับต่ำเลยไม่ใช่หรือ?”

“เจ้ายุงกลายพันธุ์ตัวนี้ดูท่าจะไม่ธรรมดาเหมือนกันแฮะ แต่น่าเสียดาย สุดท้ายมันก็แค่ยุง ขีดจำกัดมันต่ำเกินไป”

ฝูงชนเพียงแค่ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจ

และแล้วก็มาถึงรายการสุดท้าย

รายการที่ไร้ซึ่งความลุ้นระทึกที่สุด—การวัดระดับสติปัญญา

ทุกคนต่างฟันธงในใจว่า ผลลัพธ์ต้องออกมาเป็น “ไร้สติปัญญา” แน่นอน

ท่านผู้อำนวยการและคณะบนแท่นประธานเริ่มหันไปกระซิบกระซาบกันแล้ว โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอแสดงผลเลยแม้แต่น้อย

แสงไฟบนเครื่องจักรกะพริบถี่ๆ เป็นสัญญาณของการประมวลผลครั้งสุดท้าย

ทว่า...ในวินาทีที่ผลลัพธ์ปรากฏขึ้นนั่นเอง

ทั่วทั้งลานประลองกลับระเบิดเสียงอุทานดังกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม!

“เชี่ยยยย!!!”

“หะ?! บ้าไปแล้ว!”

ผู้อำนวยการและหลินเจิ้นหนานที่อยู่บนแท่นสปริงตัวขึ้นด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่หน้าจอทันที

และเพียงแค่แวบเดียวที่ได้เห็น...สมองของพวกเขาก็เหมือนจะระเบิดกระจุย!

พวกเขาทั้งหมดยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป ระบบประมวลผลในสมองแทบจะพังพินาศ!

บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดมหึมา ในช่องระบุค่าสติปัญญา ปรากฏตัวอักษรสีทองอร่ามที่สลักลึกเข้าไปในความทรงจำของพวกเขา—

“ระดับสมบูรณ์ (ห้าดาว)!”

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งสนาม!

กาลเวลาคล้ายจะหยุดเดิน ณ วินาทีนั้น

สมองของทุกคนขาวโพลน ว่างเปล่าจนคิดอะไรไม่ออก

ระดับ...สมบูรณ์?

เหนือกว่าระดับสูงคือ ‘ระดับ​สูงสุด’

และเหนือกว่าระดับ​สูงสุด...นั่นคือ ‘ระดับสมบูรณ์’ ที่มีอยู่เพียงในตำนาน!

มองไปทั่วอาณาจักรต้าเซี่ย แม้แต่ตระกูลชั้นนำที่สืบทอดมายาวนานนับพันปี ทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อฟูมฟักสัตว์อสูรสายเลือดระดับ ‘ราชา’ ค่าสติปัญญาสูงสุดที่เคยทำได้ก็ยังอยู่ที่ “ระดับสมบูรณ์ (สองดาว)” เท่านั้น!

การที่จะก้าวข้ามสองดาวไปได้ จำเป็นต้องเป็นสัตว์อสูรสายเลือดระดับ ‘จักรพรรดิ’ ขึ้นไปถึงจะมีโอกาส!

แล้วระดับสมบูรณ์ (ห้าดาว) ล่ะ?

นั่นมันแนวคิดระดับไหนกัน?!

นั่นคือสติปัญญาที่ควรจะมีอยู่แค่ในตำนานเทพปกรณัม อย่างเช่น หงส์เพลิงเก้าสวรรค์ หรือ มังกรเทวะบรรพกาล สัตว์อสูรสายเลือดระดับ ‘เทวะจักรพรรดิ’ ที่หนึ่งยุคสมัยอาจจะกำเนิดขึ้นมาสักตัวเท่านั้นถึงจะครอบครองได้!!

สติปัญญาระดับนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์เลย…เผลอๆ อาจฉลาดเทียบเท่าปราชญ์ในหมู่มนุษย์ด้วยซ้ำ!

แต่ตอนนี้...ระดับสติปัญญาที่ควรมีแค่ในตำนาน กลับมาปรากฏอยู่บนตัวของยุงที่มีพลังแค่ระดับหนึ่งขั้นต้นเนี่ยนะ?!

ตัวอักษรสีทองสี่คำว่า “ระดับสมบูรณ์ (ห้าดาว)” เปรียบเสมือนหัวรบนิวเคลียร์สี่ลูกที่ถูกจุดระเบิดตูมขึ้นกลางสมองของทุกคนในสนาม ทำลายสามัญสำนึกและความรู้ความเข้าใจทั้งหมดจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี!

บนแท่นประธาน

รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อำนวยการแข็งค้าง แก้วเก็บความร้อนในมือแทบร่วงหล่น

ส่วนหัวหน้าฝ่ายปกครองตาถลนแทบหลุดออกจากเบ้า ขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกว่าตัวเองกำลังเห็นภาพหลอน

“ระดับสมบูรณ์...ห้าดาว?”

เขาพึมพำออกมาเสียงสั่นเครือ

บ้าไปแล้ว!

ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!

ไม่สิ...เป็นไอ้เครื่องบ้านี่ต่างหากที่บ้า!

“เหลวไหล!”

ผู้อำนวยการตบโต๊ะดังปัง เขาตวาดใส่อาจารย์ผู้คุมเครื่องเสียงดังลั่น

“ทำงานกันยังไง?! การทดสอบสำคัญขนาดนี้ ดันเอาเครื่องที่เสียมาใช้งาน! รีบไปเปลี่ยนเครื่องใหม่มาเดี๋ยวนี้!”

เสียงคำรามเกรี้ยวกราดนี้ ช่วยปลุกสติของเหล่านักเรียนที่กำลังยืนเอ๋อให้ตื่นขึ้นทันควัน

ใช่แล้ว!

เครื่องพังชัวร์!

จะเป็นไปได้ยังไง! ยุงตัวหนึ่งมีสติปัญญาระดับสมบูรณ์ห้าดาว?

เรื่องนี้มันยิ่งกว่าแม่หมูปีนต้นไม้ได้สักหมื่นเท่าเสียอีก!

“โธ่เอ๊ย ตกใจแทบแย่ ที่แท้เครื่องก็พัง!”

“ฮ่าๆ บั๊กนี้โหดจัด จากไอดีขาวสะอาดกลายเป็นตำนานเฉยเลย”

“ยัยกู่เยว่ซีนี่ดวงดีชะมัด ขนาดเครื่องจักรยังช่วยสร้างกระแสให้เลย?”

นักเรียนต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง บรรยากาศในสนามเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกเป็นขบขันและผ่อนคลาย

แม้แต่หลี่เยว่เหยาและจ้าวชิงเทียน ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเช่นกัน

จริงด้วย สถานการณ์แบบนี้มีคำตอบเดียวคือเครื่องเสีย

แมลงชั้นต่ำจะไปมีสติปัญญาได้ยังไง?

แถมยังเป็นสติปัญญาระดับตำนานที่มีแต่สัตว์อสูรสายเลือดเทวะจักรพรรดิเท่านั้นถึงจะมี?

ใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้ว่าเป็นไปไม่ได้!

ไม่นานนัก…ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง เจ้าหน้าที่ต่างรีบกุลีกุจอเข็นเครื่องทดสอบเครื่องใหม่เอี่ยมเข้ามาแทนที่

“วัดใหม่อีกครั้ง!” ผู้อำนวยการออกคำสั่งเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้

……….

จบบทที่ บทที่ 39 : สติปัญญาที่ควรมีเพียงในสายเลือดระดับจักรพรรดิ...กลับไปอยู่บนตัวยุงเนี่ยนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว