เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - ฉันมีพลังพิเศษ!

บทที่ 25 - ฉันมีพลังพิเศษ!

บทที่ 25 - ฉันมีพลังพิเศษ!


บทที่ 25 - ฉันมีพลังพิเศษ!

"เธอฝึกเป็นแล้ว?" ความโกรธบนใบหน้าของเฉาเยว่นานค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

ต้องรู้ก่อนนะว่า กระบวนท่าที่ง่ายที่สุดในวิชาบำเพ็ญเพียรลอยตัวอย่างการนั่งสมาธิกลางอากาศเนี่ย มันเป็นเนื้อหาของระดับมหาวิทยาลัยเชียวนะ

ขนาดตัวเขาเองยังต้องฝึกฝนอยู่นานหลายปี กว่าจะเข้าใจแก่นแท้ได้เพียงแค่ผิวเผิน

แล้วไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้ กล้าดีตั้งตัวมาโอ้อวดว่าฝึกสำเร็จแล้วงั้นเหรอ?

เฉาเยว่นานพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหยียดหยาม แสยะยิ้มเยาะเย้ย "ไอ้หนู เธอคิดว่าวิชานี้มันง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากหรือไง? ถ้าฝึกสำเร็จจริงๆ ล่ะก็ ลองแสดงให้ดูหน่อยสิ... ห๊า?!"

จู่ๆ เสียงของเฉาเยว่นานก็แตกพร่าไปดื้อๆ กลางประโยค!

เขาเห็นกับตาตัวเองชัดๆ ว่าลู่เหิงที่นั่งอยู่บนพื้น จู่ๆ ก็ลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศ!

ไม่เพียงแค่นั้น ดูเหมือนลู่เหิงจะไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลยด้วยซ้ำ เขาลอยขึ้นไปดื้อๆ แบบนั้นเลย!

"อะไรกัน!" เฉาเยว่นานขยี้ตาตัวเอง จ้องมองลู่เหิงเขม็งอย่างไม่เชื่อสายตา

เขาถึงขั้นแหงนหน้ามองด้านบนของลู่เหิงด้วยซ้ำ คิดว่าต้องมีสลิงอะไรห้อยหมอนี่เอาไว้แน่ๆ!

แต่ความจริงก็คือ ลู่เหิงไม่ได้แค่ทำวิชานั่งสมาธิกลางอากาศได้เท่านั้น แต่เขายัง... ลอยตัวตีลังกากลับหัว ตีลังกาม้วนหน้า แถมยังลอยไปบนเพดานโรงยิมเพื่อหมุนหลอดไฟเล่นอีกต่างหาก!

พอโชว์สเต็ปโลดโผนเสร็จสรรพ เสียงปรบมือเกรียวกราวก็ดังลั่นไปทั่วทั้งโรงยิม

หน้าของเฉาเยว่นานเขียวปัดเป็นพระอินทร์เลยทีเดียว!

ลู่เหิงกระโดดตุ้บลงมาจากเพดาน แล้วยิ้มร่า "เป็นไงครับครู ฝีมือผมสองสามกระบวนท่าเมื่อกี้ พอจะเอาไปรักษาริดสีดวงให้คุณปู่จางได้หรือยังครับ?"

"พะ... พอแล้วล่ะ"

ถึงแม้เฉาเยว่นานจะไม่รู้ว่าลู่เหิงทำบ้าอะไรลงไป แต่ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่พยักหน้าหงึกหงักยอมรับสภาพอย่างเสียไม่ได้

เขามองดูเด็กหลังห้องที่เคยเป็นตัวถ่วงของชั้นเรียน แล้วเอ่ยปากอย่างฝืนๆ "ระดับเธอเนี่ย... ไปเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลแผนกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้เลยนะ"

สิ้นคำพูด ทั้งชั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะก๊ากออกมาทันที

【ได้รับค่าความแค้นจากเฉาเยว่นาน+835】

ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของนักเรียน เฉาเยว่นานต้องฝืนใจสอนวิชาบำเพ็ญเพียรจนจบ แล้วปล่อยเลิกเรียนก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมง

"อะแฮ่ม นักเรียน วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เชื่อว่าพวกเธอคงรู้เรื่องที่โรงเรียนจะจัดกิจกรรมพาพวกเธอเข้าไปในมิติเอกเทศแล้วใช่ไหม"

ระหว่างที่พูด เฉาเยว่นานก็ปรายตามองลู่เหิง แววตาของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเธอจะต้องจัดตั้งทีมกันเอง เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่มิติเอกเทศ รีบกลับไปรวมทีมกันซะนะ เลิกคลาส!"

พอพูดจบ เฉาเยว่นานก็เดินก้มหน้าก้มตาออกจากโรงยิมไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ส่วนสายตาของทุกคนในตอนนี้ ก็พุ่งเป้าไปที่ลู่เหิงเป็นตาเดียว

ตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมเมื่อกี้ตอนที่เฉาเยว่นานพูด ถึงได้เอาแต่จ้องมองลู่เหิงนัก

ไอ้หมอนี่ไม่เพียงแต่มีพลังระดับที่สูงลิบลิ่วเท่านั้น แต่ยังมีพรสวรรค์ที่หาจับตัวจับยากอีกด้วย แค่มองแวบเดียวก็ฝึกวิชาบำเพ็ญเพียรลอยตัวอันแสนซับซ้อนได้สำเร็จแล้ว

บวกกับที่ทุกคนเพิ่งจะได้ประจักษ์ถึงฝีมือการต่อสู้สุดโหดของเขามาหมาดๆ ตอนนี้ในหัวของทุกคนก็เลยคิดตรงกันอยู่เรื่องเดียว

นั่นก็คือ — ต้องรีบไปขอเข้าร่วมทีมกับลู่เหิงให้ไวเลย!

ถ้าเกาะขาผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้ล่ะก็ เข้าไปในมิติเอกเทศก็มีแต่อู้ฟู่สบายแฮแล้ว!

แถมลู่เหิงยังมีไอวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งมากมายก่ายกอง เผลอๆ จะมีค่ามากกว่าของวิเศษในมิติเอกเทศซะอีก!

ชั่วพริบตานั้น ทุกคนก็พุ่งตัวเข้าไปรุมล้อมลู่เหิงราวกับเสือหิว!

"ลูกพี่เหิง นายว่าฉันเป็นไงบ้าง สนใจอยากให้ฉันร่วมทีมด้วยไหม!"

"เชื่อใจฉันเถอะลูกพี่เหิง ถึงตอนนี้พลังฉันยังไม่แกร่งเท่าไหร่ แต่ขอแค่ลูกพี่เหิงให้ไอวิญญาณฉันขวดเดียว ฉันทะลวงระดับเงินได้ทันทีเลยนะ!"

"ลูกพี่เหิง พวกเรานั่งโต๊ะติดกันมาตั้งนาน นายจะทิ้งฉันไว้กลางทางได้ไงเนี่ย!"

ในขณะที่ทุกคนกำลังเบียดเสียดแย่งกันตะโกนเรียกหาลู่เหิง จู่ๆ ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากมุมมืด

"ฉันจะเข้าร่วมทีมด้วย"

เสียงนี้ทุ้มต่ำและหนักแน่น ถึงแม้จะไม่มีพลังวิญญาณเจือปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับดังกังวานชัดเจนเข้าไปในหูของทุกคน

หลายคนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ แล้วก็ต้องพบว่าคนที่พูดคือใคร

จ้าวเหมิงขมวดคิ้ว ถามด้วยความแปลกใจ "อ้ายเสี่ยวตง? นายจะไปร่วมทีมใครล่ะ"

แววตาของอ้ายเสี่ยวตงฉายแววเหยียดหยามออกมาจางๆ เขาปรายตามองจ้าวเหมิงด้วยหางตา แล้วเชิดหน้าเดินตรงไปหาลู่เหิง

ท่าเดินอันหยิ่งยโสโอหังราวกับสายตาไม่เห็นหัวใคร ราวกับราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มองทุกคนเป็นแค่ฝุ่นผง!

จนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เหิง อ้ายเสี่ยวตงถึงได้ยอมก้มหัวที่เชิดหยิ่งนั้นลงมา

แต่บนใบหน้าของเขาก็ยังคงประดับไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาเปิดปากพูดว่า "แน่นอนว่าฉันต้องมาร่วมทีมกับลูกพี่เหิงอยู่แล้ว ขืนไปร่วมทีมกับพวกนาย มีปัญญารับฉันไว้หรือไง?"

พอเห็นท่าทางขี้เก๊กของเขา หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำพรืดออกมา

ลู่เหิงเองก็งงเป็นไก่ตาแตก เขาจ้องมองอ้ายเสี่ยวตงด้วยความฉงน

ไอ้หมอนี่ถึงจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมผู้มีพลังพิเศษอันดับหนึ่งมาได้ด้วยความสามารถตัวเองก็เถอะ แต่ระดับพลังก็ไม่ได้สูงส่งอะไรเลยนะ

เมื่อก่อนลู่เหิงมักจะรั้งท้ายเป็นที่โหล่ของห้องมาตลอด ส่วนอ้ายเสี่ยวตงก็ครองตำแหน่งรองบ๊วย

ทั้งสองคนได้รับฉายาว่าเป็นมังกรหลับกับหงส์อ่อน (คู่หูสุดกาก) แห่งห้องสอง ที่ตลอดครึ่งปีมานี้ไม่เคยเลื่อนระดับพลังขึ้นมาได้เลยสักขั้นเดียว!

การที่อ้ายเสี่ยวตงกล้าพูดโพล่งออกมาแบบนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับตั้งตัวไม่ทัน

จ้าวเหมิงขมวดคิ้วเป็นปม จ้องหน้าอ้ายเสี่ยวตงที่กำลังทำหน้าจริงจังเขม็ง

หรือว่าหมอนี่จะเหมือนลู่เหิง ที่จริงๆ แล้วซ่อนพลังอันแข็งแกร่งเอาไว้ แต่ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครรู้?

หลังจากคิดสะระตะอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวเหมิงก็ลองหยั่งเชิงถามดู "อ้ายเสี่ยวตง นายมีดีอะไรถึงคิดจะเข้าร่วมทีมลูกพี่เหิงล่ะ"

"ก็มีดีที่..." อ้ายเสี่ยวตงแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ กวาดสายตามองทุกคน "ฉันมีพลังพิเศษไงล่ะ!"

"ห๊ะ?" จ้าวเหมิงตาโตเท่าไข่ห่าน

ในบรรดานักเรียนที่ยืนอยู่ตรงนี้ เกือบทุกคนต่างก็มีพลังพิเศษของตัวเองกันทั้งนั้น

แต่ถึงแม้ผู้มีพลังพิเศษบนโลกใบนี้จะถือว่ามีจำนวนน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย พลังพิเศษก็เลยไม่ได้ถือว่าเป็นของแรร์ไอเทมขนาดนั้น

นี่อ้ายเสี่ยวตงไปปลดล็อกพลังพิเศษสุดโหดอะไรมาจริงๆ เหรอเนี่ย?

มีนักเรียนคนหนึ่งทนความอยากรู้ไม่ไหว ตะโกนถามออกไป "ตกลงนายมีพลังพิเศษอะไรกันแน่!"

อ้ายเสี่ยวตงกระตุกมุมปาก หันไปมองเขา "พยากรณ์อากาศ"

"แค่ท่อนล่างของขาขวาฉันเกิดอาการปวดตุบๆ ขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ วันรุ่งขึ้นฝนต้องตกแน่ๆ!"

...

บรรยากาศรอบข้างชะงักงันกะทันหัน

ทั่วทั้งโรงยิมตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้สบายๆ

"เวรเอ๊ย!" จ้าวเหมิงหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ มองหน้าอ้ายเสี่ยวตง "พี่ชาย ไอ้ที่นายเป็นอยู่น่ะ เขาเรียกว่าโรคไขข้อเว้ย! รีบกลับไปหาหมอรักษาเถอะไป!"

"ฮ่าๆๆๆ!"

"พยากรณ์อากาศ ฮ่าๆๆ! ขำจะบ้าตายอยู่แล้ว!"

ทุกคนพากันหัวเราะจนท้องแข็ง โรงยิมเดือดพล่านขึ้นมาทันตาเห็น ยิ่งกว่าตอนที่ลู่เหิงโชว์วิชาบำเพ็ญเพียรลอยตัวเมื่อกี้ซะอีก!

ลู่เหิงเองก็กลั้นขำไม่ไหว เอื้อมมือไปตบไหล่อ้ายเสี่ยวตงที่ยืนทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "เสี่ยวตงเอ๊ย ไปหาหมอเถอะนะ ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ไม่ดีหรอก..."

【ได้รับค่าความแค้นจากอ้ายเสี่ยวตง+1】

"ลูกพี่เหิง นายอย่าไปเสียเวลากับเขาเลย มาดูฉันนี่ มาดูฉัน!" จ้าวเหมิงกระตุกแขนเสื้อลู่เหิง ชี้เข้าหาตัวเองแล้วพูดว่า "นายดูสิ อย่างน้อยพลังฉันก็สูงกว่าเสี่ยวตงตั้งเยอะ พวกเรามาร่วมทีมกันเถอะนะ ดีไหม?"

"นายน่ะเหรอ? แล้วนายมีพลังพิเศษอะไรล่ะ?" ลู่เหิงเลิกคิ้วถามติดตลก

"แหะๆ ลูกพี่เหิง ฉันก็เป็นหนุ่มหล่อที่มีชื่อเสียงพอตัวในโรงเรียนเลยน้า" จ้าวเหมิงเกาหัว หัวเราะแหะๆ "แน่นอนว่า ความหล่อนั้นมันอยู่ในระดับมินิมอล จนตอนนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่รู้ว่าตัวเองหล่อ"

"ไปไกลๆ เลยไอ้เวร" ลู่เหิงยิ้มพร้อมกับถลึงตาใส่เขา แล้วหันไปพูดกับทุกคน "ต้องขอโทษด้วยนะ ตอนนี้ฉันเข้าร่วมทีมของอวี๋หลิงเวยไปแล้ว ถ้าพวกนายอยากอยู่ทีมเดียวกับฉันล่ะก็ ไปคุยกับเธอเอาเองก็แล้วกัน"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 25 - ฉันมีพลังพิเศษ!

คัดลอกลิงก์แล้ว