เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - มิติเอกเทศ

บทที่ 12 - มิติเอกเทศ

บทที่ 12 - มิติเอกเทศ


บทที่ 12 - มิติเอกเทศ

"เจ็ดองศา..." อวี๋หลิงเวยหันขวับมามองลู่เหิง เธอเดาะลิ้น แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

【ได้รับความแค้นจากอวี๋หลิงเวย +778】

ลู่เหิงแกล้งโง่หัวเราะกลบเกลื่อน "ฉันไม่รู้จริงๆ เมื่อกี้เธอบอกว่ามิติอะไรนะ?"

"มิติเอกเทศย่ะ..." อวี๋หลิงเวยข่มความโกรธ กลอกตาใส่อย่างระอา

"ช่วงหลายปีมานี้ มีรอยแยกมิติปรากฏขึ้นทั่วโลก ด้านในเชื่อมต่อกับพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก แถมยังมีสัตว์อสูรหลากหลายชนิดเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด"

"ที่สำคัญที่สุดก็คือ ข้างในนั้นมีของวิเศษและทรัพยากรบำเพ็ญเพียรที่ไม่มีบนดาวโลกอยู่เพียบ แต่ละประเทศเลยส่งกองกำลังทหารไปคุ้มกันมิติเอกเทศพวกนี้อย่างแน่นหนา"

อวี๋หลิงเวยมองลู่เหิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แล้วพูดต่อว่า "และโรงเรียนผู้มีพลังพิเศษอย่างพวกเรา ก็ส่งทีมเข้าไปสำรวจในมิติเอกเทศมาตั้งนานแล้ว นายไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอ?"

"ฮี่ฮี่ สงสัยพลังฉันจะต่ำต้อยเกินไป เลยไม่ค่อยมีบทบาทมั้ง" ลู่เหิงหัวเราะแห้งๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ

"เอาเถอะ" อวี๋หลิงเวยพยักหน้ารับเบาๆ แล้วดันปึกเงินบนโต๊ะไปตรงหน้าลู่เหิง

"ชั้นมัธยมสี่ของพวกเรากำลังจะเข้าไปในมิติเอกเทศเป็นครั้งแรก ฉันเลยอยากจะตั้งทีม ถ้านายตกลง เงินเจ็ดหมื่นหยวนนี่ถือเป็นค่ามัดจำ"

ดวงตาของลู่เหิงเป็นประกายขึ้นมาทันที

แม่หนูเศรษฐีนีอวี๋หลิงเวยนี่รวยจริงๆ แค่ค่ามัดจำก็ปาไปเจ็ดหมื่นแล้ว ค่าจ้างจริงๆ จะขนาดไหนเนี่ย

แต่สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องนั้น

ลู่เหิงมองอวี๋หลิงเวย โดยไม่ได้แตะต้องเงินบนโต๊ะเลย เขาแค่ยิ้มแล้วถามว่า "ฉันอยากรู้ว่า ทำไมเธอถึงเลือกฉัน"

"ง่ายนิดเดียว ก็เพราะความแข็งแกร่งของนายน่ะสิ" อวี๋หลิงเวยยิ้มบางๆ "ถึงปรมาจารย์หม่าจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ฝีมือไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่นายเอาชนะเซวียเยว่ได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ดีพอที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชั้นมัธยมห้าได้เลย นี่แหละเหตุผลของฉัน"

ลู่เหิงยิ้มละมุน "ไม่ใช่แค่นั้นมั้ง แอบเล็งไอวิญญาณของฉันไว้ด้วยล่ะสิ?"

"นาย..."

【ได้รับความแค้นจากอวี๋หลิงเวย +521】

อวี๋หลิงเวยกลอกตา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ตามหลักแล้ว พวกพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยน่าจะอ่านสีหน้าคนเก่งไม่ใช่เหรอ ทำไมไอ้หมอนี่ถึงเอาแต่พูดจาไม่เข้าหูอยู่เรื่อย

รู้อยู่แก่ใจว่าฉันเล็งไอวิญญาณนายอยู่ ก็ปล่อยผ่านไปสิ จะพูดออกมาทำไมเล่า!

เมื่อเห็นแต้มความแค้นเด้งขึ้นมา ลู่เหิงก็รู้ว่าตัวเองเดาถูก

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ไม่ว่าใครก็ตามที่เห็นไอวิญญาณทรงพลังขนาดนี้ ก็ต้องหวั่นไหวเป็นธรรมดา จะไปโทษอวี๋หลิงเวยก็ไม่ได้

เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ "ตกลง ฉันรับปาก แต่เธอต้องบอกมาก่อนนะว่าค่าตอบแทนหลังจากนี้คือเท่าไหร่"

อวี๋หลิงเวยไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ ถึงกับชะงักไป

การได้เข้าร่วมทีมของฉันเป็นสิ่งที่คนนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันหา ไอ้หมอนี่กลับรู้จักแต่เรื่องเงินเนี่ยนะ!

หลังจากแอบด่าในใจไปสองสามประโยค เธอก็ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย แล้วพูดต่อ "เรื่องเงินน่ะเรื่องเล็ก ถ้าพวกเราเข้าไปในมิติเอกเทศ ด้วยฝีมือของพวกเราจะต้องได้ของดีๆ กลับมาเยอะแน่ ถึงตอนนั้นเราค่อยแบ่งกันสี่ต่อสาม ส่วนอีกสามส่วนที่เหลือก็แบ่งให้ลูกทีมคนอื่น แบบนี้ดีไหม?"

พอได้ยินดังนั้น ลู่เหิงก็เบิกตากว้าง "ทำไมฉันถึงได้แค่สี่ส่วนล่ะ?"

"สี่ส่วนอะไรกัน สี่ส่วนน่ะของฉัน ส่วนนายได้สามส่วนต่างหาก!" อวี๋หลิงเวยขึ้นเสียงทันที ดวงตากลมโตจ้องมองลู่เหิงเขม็ง ราวกับอยากจะบีบคอเขาให้ตายซะเดี๋ยวนี้!

"ได้ๆๆ ก็แค่ส่วนเดียวเอง ยอมให้เธอก็ได้ สามส่วนก็สามส่วน!" ลู่เหิงกระตุกยิ้มมุมปาก เหลือบมองแต้มความแค้นที่พุ่งขึ้นอีกครั้งอย่างพอใจ

"แต่ว่า เธอรวยขนาดนี้ จะเข้าไปในมิติเอกเทศทำไม เอาเงินไปซื้อไอวิญญาณกับยาเม็ดมาฝึกฝนเลยไม่ดีกว่าเหรอ ประหยัดเวลาจะตาย"

"มันจะไปเหมือนกันได้ยังไง ประสบการณ์ต่อสู้จริงต่างหากที่ขัดเกลาคนได้ดีที่สุด อีกอย่างฉันก็ต้องหาเงินมาซื้อทรัพยากรบำเพ็ญเพียรเหมือนกัน จะให้แบมือขอเงินที่บ้านตลอดไปได้ยังไง" อวี๋หลิงเวยถลึงตาใส่ลู่เหิง ราวกับกลัวว่าเขาจะพูดจายั่วโมโหอีก จึงรีบลุกขึ้นยืน

"เอาล่ะๆ ตกลงตามนี้นะ ฉันต้องกลับไปหาลูกทีมคนอื่นแล้ว ขืนคุยกับนายต่ออีกสองประโยค ฉันได้อกแตกตายแน่"

"เดี๋ยวสิ" ลู่เหิงยื่นมือออกไป ยักคิ้วยิ้มๆ "คุณหนูใหญ่ เรื่องจะได้ของดีจากมิติเอกเทศมันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ช่วยเพิ่มเงินให้ฉันอีกหน่อยไม่ได้เหรอ ในกระเป๋าฉันไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว เจ็ดหมื่นนี่มันยังไม่พอจ่ายค่าเทอมฉันเลยนะ เธอคงไม่ยอมปล่อยให้ฉันหิวจนต้องกินลมกินแล้งหรอกใช่ไหม"

"ถ้างั้นนายก็ไปกินลมตะวันออกเฉียงใต้ด้วยสิ สารอาหารจะได้ครบถ้วนหน่อย!" อวี๋หลิงเวยกลอกตาใส่อีกรอบ

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น เธอก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าลู่เหิงผู้มีพลังระดับเอส ยังค้างจ่ายค่าเทอมเทอมที่แล้วอยู่เลย

โรงเรียนมัธยมผู้มีพลังพิเศษอันดับหนึ่งในฐานะโรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุดในเมืองจินไห่ มักจะจัดหาอุปกรณ์และทรัพยากรการฝึกฝนให้นักเรียนอยู่เสมอ ค่าใช้จ่ายจึงสูงลิ่วถึงปีละหนึ่งแสนหยวน

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาวางตรงหน้าลู่เหิง

"แอดเฟรนด์ฉันมา เดี๋ยวฉันโอนให้อีกหนึ่งแสน"

"ขอบคุณครับคุณหนูใหญ่!" ลู่เหิงดีใจเนื้อเต้นทันที

เมื่อกี้เขาก็แค่พูดหยั่งเชิงไปงั้น ไม่คิดเลยว่าอวี๋หลิงเวยจะตกลงจริงๆ

"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ต่อไปพวกเราต้องติดต่อกันอีกเยอะ นายก็กวนประสาทฉันให้น้อยลงหน่อยแล้วกัน" อวี๋หลิงเวยส่ายหน้ายิ้มขื่นๆ ก่อนจะโอนเงินหนึ่งแสนหยวนให้ลู่เหิงอย่างรวดเร็ว

"ฉันไปล่ะ นายก็กลับไปเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ วันจันทร์หน้าโรงเรียนจะประกาศแจ้ง แล้ววันศุกร์ก็จะเข้าไปในมิติเอกเทศอย่างเป็นทางการ"

"บาย" ลู่เหิงพยักหน้า มองตามหลังอวี๋หลิงเวยที่เดินไปจนลับมุมถนน

เขาหยิบกระป๋องเบียร์ขึ้นมาอีกครั้ง ในหัวก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว

เขาเพิ่งเคยได้ยินเรื่องมิติเอกเทศเป็นครั้งแรก การที่ทุกคนให้ความสำคัญขนาดนี้ แสดงว่าข้างในต้องมีของดีๆ อยู่แน่

และเพราะว่าพ่อของอวี๋หลิงเวยเป็นถึงครูใหญ่ เธอเลยรู้ข่าววงในเร็วกว่าคนอื่น

ดังนั้น เขาจะปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบกลับบ้านไปฝึกฝน เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งให้พร้อมก่อนเข้าไปในมิติเอกเทศ!

"คุณลุง ห้าร้อยยี่สิบเอ็ดหยวนใช่ไหมครับ โอนไปแล้วนะ" ลู่เหิงชูมือขึ้น โชว์สลิปการโอนเงินให้คุณลุงดู

"โธ่เอ๊ย จ่ายแค่ห้าร้อยก็พอแล้ว งั้นคราวหน้ามาเดี๋ยวลุงลดให้นะ อย่าลืมพาสาวสวยเมื่อกี้มาด้วยล่ะ!" คุณลุงเจ้าของร้านปิ้งย่างเผยรอยยิ้มซื่อๆ

"ขอบคุณครับลุง ผมไปก่อนนะ" ลู่เหิงยิ้มบางๆ นึกในใจว่าตัวเลขมันมงคลขนาดนี้ ใครจะยอมปัดเศษทิ้งล่ะ

เขายัดเงินเจ็ดหมื่นหยวนบนโต๊ะใส่กระเป๋า แล้วรีบเดินกลับไปที่แผงลอยของตัวเอง

เมื่อขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันจิ๋วที่จอดอยู่ริมถนน ลู่เหิงก็รู้สึกอารมณ์ดีสุดๆ

"ระบบ มีสกิลดริฟต์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไหม"

เขาถามในใจ ระบบก็เด้งแจ้งเตือนขึ้นมาทันที ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีจริงๆ

ลู่เหิงไม่ต้องคิดให้เสียเวลา กดอัปเกรดจนเต็มแม็กซ์ทันที!

ฟิ้ว~

พร้อมกับการดริฟต์สบัดท้ายสุดเท่ สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่ลู่เหิงและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเขาเป็นตาเดียว

วันนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แค่อารมณ์ดีเฉยๆ!

แต้มสกิลพวกนี้ถูกจะตาย ใช้ไปแป๊บเดียวก็ไม่หมดหรอก ยังไงก็ต้องฉลองกันหน่อย!

แต่หลังจากหัวเราะร่าเริงเสร็จ ลู่เหิงก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้

นั่นก็คือ เงินที่เขาหามาได้จากการตั้งแผงลอย จะให้ระบบแปลงเป็นแต้มสกิลอัตโนมัติแบบนี้ตลอดไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องเหลือไว้ใช้จ่ายบ้างสิ

【ต้องการเปลี่ยนการแปลงแต้มสกิลอัตโนมัติเป็นโหมดแมนนวลหรือไม่】

ระบบจับความคิดของลู่เหิงได้ ก็เด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาทันที

"เปลี่ยนๆๆ!" ลู่เหิงดีใจ รีบตะโกนตอบในใจทันที

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - มิติเอกเทศ

คัดลอกลิงก์แล้ว