- หน้าแรก
- พลิกชะตาสู่ความยิ่งใหญ่ ด้วยระบบตั้งแผงลอย
- บทที่ 1 - พวกเขาไม่ใช่คน ส่วนนายมันหมาแท้ๆ!
บทที่ 1 - พวกเขาไม่ใช่คน ส่วนนายมันหมาแท้ๆ!
บทที่ 1 - พวกเขาไม่ใช่คน ส่วนนายมันหมาแท้ๆ!
บทที่ 1 - พวกเขาไม่ใช่คน ส่วนนายมันหมาแท้ๆ!
"พี่ชาย รับสักสองชั่งไหม"
"ส้มนี้สดใหม่และชุ่มฉ่ำกว่ารักแรกซะอีก! ปีที่แล้วบ้านเกิดฉันเกิดภัยแล้ง ฉันกินส้มไปลูกเดียว ประทังชีวิตมาได้จนถึงตอนน้ำท่วมเลยนะ!"
ท่ามกลางฝูงชนที่เดินเบียดเสียด ลู่เหิงชี้ไปที่แผงลอยเล็กๆ ตรงหน้าพร้อมกับพูดจาน้ำลายแตกฟอง
"ตอนเด็กๆ ฉันเคยกินขนมแท่งยี่ห้อนี้เข้าไปชิ้นหนึ่ง แม่ขังฉันไว้ในห้องใต้ดินแปดปี ฉันยังไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด!"
"หลังจากนั้นฉันก็เคี้ยวหมากฝรั่งกล่องนี้ พ่อไล่ตีฉันไปหลายร้อยกิโลเมตร ฉันก็หยุดวิ่งไม่ได้เลย!"
"พอวิ่งไปถึงหน้าผา ฉันก็กินช็อกโกแลตชิ้นนี้เข้าไป กระโดดลงมาจากความสูงหลายพันเมตรก็ยังไม่ตาย เพราะมันช่างลื่นไหลเนียนนุ่มสุดๆ ไปเลย!"
พรืด...
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะจนน้ำมูกโป่ง ทุกคนต่างชี้ไม้ชี้มือไปที่ลู่เหิง
"ช่วงนี้ฉันมาตลาดกลางคืนทุกวัน ไม่ได้มาซื้อของหรอกนะ แต่มาฟังไอ้หนุ่มนี่โม้ตลบตะแลง!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! สนุกกว่าฟังเดี่ยวไมโครโฟนอีก แถมไม่ต้องซื้อตั๋วด้วย สุดยอดไปเลย!"
"ขำจะตายอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ตายสักที!"
...
ลู่เหิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี
นี่มันปีสามพันหกร้อยยี่สิบแล้ว! ผู้มีพลังพิเศษคนอื่นๆ ต่างกินหรูอยู่สบาย
แต่เขากลับต้องมานั่งเปิด! แผง! ลอย! อยู่ที่นี่!
พรสวรรค์ทั้งหมดสูญเปล่าไปหมดแล้ว!
โชคดีที่การพูดจาโอ้อวดไปเรื่อยเปื่อยของเขา ทำให้มีคนมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายคนเลือกซื้อสินค้าธรรมดาๆ บนแผงไปบ้าง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
ขณะที่ลู่เหิงกำลังยุ่งอยู่กับการรับเงิน เสียงอุทานดัดจริตก็ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน
"แหมๆ! นี่มันลู่เหิง เทพเจ้าแห่งโรงเรียนมัธยมผู้มีพลังพิเศษอันดับหนึ่งของพวกเราไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงตกต่ำมาเปิดแผงลอยเล็กๆ แบบนี้ได้ล่ะ"
ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวขาสวยหุ่นดีสองคนไว้ซ้ายขวา เดินตรงมาที่แผงลอยด้วยใบหน้าเย้ยหยัน
แววตาของผู้คนรอบข้างเปล่งประกายด้วยความอิจฉาตาร้อนทันที!
"หมอนี่เป็นใครกัน ทำไมถึงมีสาวสวยยอมเดินตามตั้งสองคน!"
"ชู่ว เบาๆ หน่อย ไม่เห็นเหรอว่าเขายังเด็กขนาดนี้แต่เป็นผู้มีพลังพิเศษระดับทองแดงขั้นเก้าแล้ว ขืนโดนต่อยสักสองหมัด ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะ"
ลุงวัยกลางคนถอนหายใจยาวตาม "ตอนนี้ไอวิญญาณเหือดแห้งไปหมดแล้ว ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเขาต้องใช้เงินมหาศาลซื้อยาเม็ดวิญญาณมาเพิ่มพลังแน่ๆ"
"ทั้งรวยทั้งมีพลัง อย่าว่าแต่สองคนเลย ต่อให้มีสาวๆ สองหมื่นคนมาเสนอตัวให้ก็เป็นเรื่องปกติ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของคนรอบข้าง รูจมูกของชายหนุ่มก็แทบจะเชิดขึ้นไปบนฟ้า เขาบิดขวดโค้กบนแผงลอย กระดกอึกๆ เข้าไปหลายคำ จากนั้นก็โยนโค้กครึ่งขวดที่เหลือลงพื้นอย่างโอหัง "ลู่เหิง ทำไมแกถึงมีสภาพเหมือนของห่วยๆ พวกนี้เลยล่ะ พูดซะดูดี แต่ความจริงไม่มีประโยชน์อะไรเลย"
"แหม พี่เชา ลู่เหิงเขาก็เป็นถึงเทพเจ้าสายพลังมิติเวลานะ พี่ให้เกียรติเขาหน่อยสิ" หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ กอดแขนชายหนุ่ม เขย่าตัวอย่างออดอ้อน แต่ค่อนขอดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ลู่เหิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ เขารู้จักไอ้หมอนี่ดี มันชื่อเซวียเยว่ ดังมากในโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง อายุสิบเก้าปีก็อาศัยพลังเงินตราของที่บ้านทะลวงสู่ระดับทองแดงขั้นเก้าได้สำเร็จ
หญิงสาวสองคนที่อยู่ข้างๆ ก็เป็นนักเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเช่นกัน คนซ้ายยังเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นของลู่เหิงมาก่อน ตอนนี้ทั้งสองคนก็อาศัยเซวียเยว่ จนทะลวงไปถึงระดับทองแดงขั้นสี่ขั้นห้าได้แล้ว
ส่วนเหตุผลที่พวกนี้มาหาเรื่อง ลู่เหิงรู้ดีอยู่เต็มอก
เมื่อหลายปีก่อน เขาได้ยินคนในทีวีบอกว่า ดาวโลกถูกห่อหุ้มด้วยบาเรียที่มองไม่เห็น ทำให้ไอวิญญาณบนโลกแทบจะเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น ผู้คนไม่สามารถดูดซับไอวิญญาณจากอากาศได้อีกต่อไป ดังนั้นผู้มีพลังพิเศษที่เคยมีอยู่เต็มโลกจึงลดน้อยลงเรื่อยๆ
ลู่เหิงไม่รู้ว่าไปเหยียบขี้หมาที่ไหนมา ถึงบังเอิญตรวจพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษสายมิติเวลาระดับเอส ซึ่งนั่นทำให้เขาถูกรับเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษในโรงเรียนมัธยมผู้มีพลังพิเศษอันดับหนึ่งที่ดีที่สุดในเมืองจินไห่ได้อย่างปาฏิหาริย์
น่าเสียดายที่มีแค่พลังระดับเอสแต่เพียงในนาม ระดับความแข็งแกร่งของเขากลับไม่เพิ่มขึ้นเลย จนถึงตอนนี้เขายังเป็นแค่ระดับเหล็กดำขั้นหนึ่ง หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าเศษเหล็ก
และเพราะลู่เหิงอ่อนแอเกินไป นักเรียนคนอื่นๆ ที่อิจฉาในพลังของเขา จึงไม่กลัวว่าจะถูกแก้แค้น พวกเขาพากันพูดจาถากถางและเยาะเย้ยเขามาตลอดทั้งปี
เซวียเยว่ก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้น
ลู่เหิงไม่สนใจเขา แต่หันไปยิ้มและพูดกับหญิงสาวทางซ้ายมือ
"ชิวเยว่ เธอยังมัดผมหางม้า ยิ้มหวานเหมือนเดิมเลยนะ ทำไมล่ะ จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ"
"อะ...อะไรนะ" หลินชิวเยว่ดูงุนงงอย่างเห็นได้ชัด เธอจ้องมองลู่เหิงอย่างตะกุกตะกัก "นายคือ?"
"ยังจำตอนที่เราแอบกอดจูบกันในห้องอ่านหนังสือปีนั้นได้ไหมล่ะ" ลู่เหิงรำพึงรำพันด้วยความรู้สึกหลากหลาย มุมปากยกยิ้มขึ้น
"นาย หรือว่านายคือ..." หลินชิวเยว่ตกใจ หัวใจเต้นแรงจนแก้มแดงระเรื่อ เธอค่อยๆ คลายมือที่กอดแขนเซวียเยว่ออก "ทำไมนายถึงหล่อขึ้นขนาดนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย!"
"หึหึ ใช่แล้ว" ลู่เหิงเลิกคิ้ว ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ฉันก็คือคนที่เอาเรื่องของพวกเธอสองคนไปฟ้องครูใหญ่ จนพวกเธอถูกถ่ายทอดสดให้ดูประจานกันทั้งโรงเรียนนั่นแหละ"
"หา?"
คนรอบข้างชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อตั้งสติได้ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ดูไม่ออกเลยนะว่าไอ้หนุ่มนี่จะเป็นคนมีความสามารถจริงๆ!"
"ไม่ใช่แค่มีความสามารถนะ แต่นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!"
"พวกเขาอาจจะไม่ใช่คน แต่นายนี่มันหมาแท้ๆ เลย!"
"ช่างร้ายกาจ! ความกวนโอ๊ยนี่สุดยอดจริงๆ!"
หลินชิวเยว่ที่เพิ่งจะทำหน้าซึ้งก็หน้าแดงเถือกไปจนถึงใบหูทันที "นาย... พี่เชา เขารังแกฉัน พี่จะไม่จัดการหน่อยเหรอ"
"ยังไม่จบนะ" ลู่เหิงหันไปมองเซวียเยว่ แล้วยื่นมือออกไป "ดื่มโค้กของฉันไปขวดหนึ่ง ห้าหยวน"
"อะไรนะ" เซวียเยว่เพิ่งตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเอียงคอแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
เขาไม่คิดเลยว่า นอกจากลู่เหิงจะกล้าเยาะเย้ยผู้หญิงของเขาต่อหน้าแล้ว ยังกล้าทวงเงินจากเขาอีก!
ผู้มีพลังระดับทองแดงขั้นเก้า แค่ดื่มโค้กไปขวดเดียว พ่อค้าแผงลอยระดับเศษเหล็กขั้นหนึ่งอย่างมันยังกล้าเก็บเงิน?
ยังมีกฎสวรรค์อยู่ไหม! ยังมีกฎหมายอยู่หรือเปล่า!!
"ลู่เหิง แกคิดว่าพลังระดับเอสสับปะรังเคของแกมันวิเศษนักรึไง" เซวียเยว่มองลู่เหิงอย่างท้าทาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "รู้ไหม ในสายตาฉัน แกมันไม่ต่างอะไรกับผายลม! ฉันแค่ขยับมือก็สามารถ..."
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ ดวงตาของผู้คนก็เบิกกว้างราวกับไข่วัว กลบเสียงของเขาจนมิด!
ไอ้หนุ่มรูปหล่อหน้าตาหมดจดคนนี้ มีพลังระดับเอสเหรอ!
เกรงว่าทั้งโลกคงมีคนที่มีพลังระดับเอสไม่กี่คนหรอกมั้ง!!
ฝูงชนแตกตื่นขึ้นมาทันที!
ทุกคนซุบซิบนินทา พูดคุยเกี่ยวกับพลังของลู่เหิงด้วยความตื่นเต้น
ถึงขนาดมีบางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปตรงนั้นเลย!
เมื่อเซวียเยว่เห็นดังนั้นก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว
เมื่อก่อนในระดับชั้นมัธยมห้า เขาคือตัวแทนของความแข็งแกร่งที่สุดอย่างเห็นได้ชัด
แต่ตั้งแต่ลู่เหิงเด็กมัธยมสี่คนนี้ปรากฏตัวขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!
ทุกคนต่างพูดคุยกันว่าพลังของไอ้ขยะลู่เหิงนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน พูดคุยกันว่าสิ่งของที่ดูเหมือนเศษขยะนี้จะมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดเพียงใด
แต่กลับไม่มีใครสนใจเขา... เซวียเยว่ อีกต่อไป!
"ลู่เหิง ถ้าแน่จริงก็มาสู้กับฉันดูสิ จะได้รู้ว่าหมัดใครแข็งกว่ากัน!" เซวียเยว่กัดฟัน จ้องมองเข้าไปในดวงตาของลู่เหิงอย่างดุร้าย
"ในชั้นมัธยมสี่ของพวกแก วิดีโอการต่อสู้ของฉันถูกใช้เป็นสื่อการสอนมาตลอด แกก็น่าจะดูออกนะว่าความแข็งแกร่งของฉันอยู่ในระดับไหนแล้ว หรือว่าแกไม่กล้ารับคำท้าล่ะ"
"วิดีโอการต่อสู้เหรอ ฉันเคยดูของนายมาสองสามรอบแล้ว นายมันบางเฉียบจริงๆ" ลู่เหิงเหลือบมองเขาอย่างเหยียดหยาม "เสียดายที่อานุภาพมันอ่อนแอเกินไปหน่อย"
"บางเฉียบ?" เซวียเยว่พินิจพิเคราะห์ความหมายในคำพูดของลู่เหิง แล้วหันไปมองสายตาเยาะเย้ยของผู้คนที่มองมา ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ชอบมาพากล...
"ฉันอานุภาพอ่อนแอเหรอ ดี งั้นมาลองดู!!"
เซวียเยว่ที่โกรธจนฟิวส์ขาดเบิกตากว้าง กระโจนเข้าใส่ลู่เหิงในพริบตา
วืด...
หมัดที่แหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว พุ่งตรงมาที่ลู่เหิง!
บริเวณรอบๆ เงียบกริบลงทันที
ดูเหมือนว่าคนที่ชื่อเซวียเยว่นี้จะไม่ธรรมดา อายุยังน้อยแต่สามารถทะลวงไปถึงระดับทองแดงขั้นเก้าได้
เมื่อดูจากพลังหมัดของเขาแล้ว เขาสามารถบดขยี้ผู้มีพลังระดับเงินขั้นหนึ่งได้อย่างง่ายดาย!
มิน่าล่ะถึงได้เย่อหยิ่งขนาดนี้!
ลู่เหิงเป็นเพียงแค่ระดับเศษเหล็ก เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเซวียเยว่จะโกรธจนพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างกะทันหัน
ต่อให้คิดทัน ก็ไม่มีทางต้านทานหมัดที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้!
ในสถานการณ์คับขัน เขาเร่งใช้พลังที่ไม่ได้ใช้มานาน
"หยุดเวลา!"
ในชั่วพริบตา พลังจิตเกือบทั้งหมดถูกดึงออกจากสมองของเขา
มิติเวลาโดยรอบบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว
หมัดที่กำลังจะสัมผัสสันจมูกของลู่เหิงหยุดชะงักไปครึ่งวินาทีอย่างเหลือเชื่อ!
และเพียงครึ่งวินาทีนั้นก็ทำให้ลู่เหิงบิดหัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
แต่ตัวเขาเองก็อ่อนล้าอย่างหนักจากการสูญเสียพลังจิตไปเป็นจำนวนมาก จนเกือบจะล้มพับลงไป
ระดับของเขาเป็นเพียงแค่เศษเหล็ก การที่สามารถใช้พลังหยุดเวลาได้เพียงชั่วพริบตาก็ถือเป็นขีดจำกัดแล้ว
เซวียเยว่ไม่พบความผิดปกติใดๆ เพียงแต่แปลกใจเล็กน้อยที่ลู่เหิงสามารถหลบหมัดของเขาได้
ถึงกระนั้น ในสายตาของเขา ลู่เหิงก็ยังอ่อนแอเหมือนลูกไก่ที่แค่ขยับมือก็บีบให้ตายได้
"ไอ้หนู อยู่ในโรงเรียนมีครูคอยปกป้อง แต่อยู่ที่นี่ ฉันอยากจะรู้ว่าแกจะหนีไปไหนพ้น!"
เซวียเยว่ยิ้มเหี้ยม คว้าตัวลู่เหิงที่อยู่ในสภาพกึ่งหมดสติไว้ แล้วง้างหมัดขวาพุ่งตรงไปที่ปลายคางของเขาอย่างแรงอีกครั้ง
ปัง!
ลู่เหิงรู้สึกเพียงแค่หูอื้ออึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ไม่กี่วินาทีต่อมา สติของเขาก็ค่อยๆ ฟื้นคืน
แต่ตรงหน้ากลับมีตัวหนังสือข้อความเด้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
【ตรวจพบว่าโฮสต์ถูกโจมตี ผูกมัดระบบตั้งแผงลอยระดับเทพสำเร็จ】
【มอบของขวัญผูกมัดระบบ: มิติเก็บของติดตัวขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร *1, ป้ายร้านแผงลอย *1, สุ่มรางวัลหนึ่งร้อยครั้ง *1】
【ต้องการสุ่มรางวัลหรือไม่?】
"ระบบ?"
"สุ่ม สุ่ม สุ่ม!" ลู่เหิงตะโกนก้องในใจโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ข้อความมากมายปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอทันที
【ขอบคุณที่ใช้บริการ รางวัลปลอบใจถูกส่งไปยังมิติเก็บของติดตัวแล้ว】
【ขอบคุณที่ใช้บริการ รางวัลปลอบใจถูกส่งไปยังมิติเก็บของติดตัวแล้ว】
...
รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยข้อความ เรียงรายเป็นระเบียบ มีแต่คำว่าขอบคุณที่ใช้บริการ!
ทุกครั้งที่ข้อความ 'ขอบคุณที่ใช้บริการ' ปรากฏขึ้น จะมีขวดพลาสติกใสปรากฏในมิติเก็บของติดตัวหนึ่งขวด
รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยขวด!
ลู่เหิงโกรธจนคิ้วกระตุก
นี่มันระบบขยะอะไรกัน!
สุ่มไปตั้งเยอะแยะ กลับให้ขยะมาเป็นกอง!
อยากจะให้ฉันเปลี่ยนอาชีพไปเก็บของเก่าขายหรือไง!
ติ๊ง~
【แต้มความโชคดีเต็มแล้ว มอบรางวัลยาเสริมสมรรถภาพทางพันธุกรรมหนึ่งหลอด】
【ไอวิญญาณหนึ่งขวด *100 ถูกส่งไปยังมิติเก็บของติดตัวแล้ว】
【ยาเสริมสมรรถภาพทางพันธุกรรม *1 ถูกส่งไปยังมิติเก็บของติดตัวแล้ว】
"ห๊ะ!" ลู่เหิงตาสว่างทันที!
ยาเสริมสมรรถภาพทางพันธุกรรม? ไม่ใช่ว่าต้องเป็นยอดฝีมือระดับทองขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ซื้อของพรรค์นั้นได้เหรอ?
และอีกอย่าง อย่าบอกนะว่าขวดเน่าๆ กองโตที่ได้จากรางวัลปลอบใจ ภายในนั้นจะบรรจุของล้ำค่าที่สุดอย่าง... ไอวิญญาณเอาไว้?!!
(จบแล้ว)