- หน้าแรก
- โอ้ไม่นะ! พระเอกยันเดเระที่ฉันเลี้ยงในเกม กลายเป็นคนจริงซะแล้ว
- ตอนที่ 57: นกยูงรำแพน
ตอนที่ 57: นกยูงรำแพน
ตอนที่ 57: นกยูงรำแพน
วันหยุดหลังจากเรียนจบมัธยมปลายนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน
แม้ลู่จือจือจะใช้เวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์อยู่ในโลกของเกม แต่ก็ยังเหลือเวลาปิดเทอมอีกตั้งสองเดือน
หลังจากผ่านประสบการณ์ครั้งนั้นมา พ่อของเธอก็ไม่อนุญาตให้เธอออกไปทำงานพิเศษที่ไหนอีก
ตระกูลลู่ไม่ได้ลำบากถึงขั้นต้องให้ลูกสาวออกไปหาเงินด้วยหยาดเหงื่อแรงกายขนาดนั้น เมื่อเด็กสาวสองคนว่างจนเบื่อจัด จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปเดินห้างสรรพสินค้า
ทั้งคู่ผลัดกันสุ่มกล่องจุ่ม Pop Mart มาเป็นสิบกล่อง แต่กลับได้แต่ตัวซ้ำ ๆ ที่มีอยู่แล้วจนเซ็ง สุดท้ายจึงตัดสินใจไปนั่งเล่นเกม RoV ในร้านกาแฟเพื่อฆ่าเวลา
จ้าวจ้าวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้ลู่จือจือเริ่มเกมนำไปก่อน
ทันทีที่ระบบสุ่มทีมแบบ 5v5 เสร็จสิ้น เสียงที่คุ้นเคยและน่ารำคาญก็ดังขึ้น
"อุ๊ย ดูซิว่านี่ใคร? ตายจริง! นี่ใช่ลูกสาวคนโตของตระกูลลู่หรือเปล่านะ?" เฉียนสืออวี่เอามือปิดปากแสร้งทำเป็นตกใจพลางเยาะเย้ยต่อหน้าลู่จือจือ "บ้านเธอล่มละลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ยังกล้าเสนอหน้าออกมาเดินห้างอีกเหรอจ๊ะ?"
ลู่จือจือเพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วตอบกลับไปสั้น ๆ "ขนาดเธอยังกล้าออกมาเดินโดยไม่มีสายจูงเลย ฉันจะออกมาเดินบ้างก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาแหละ"
"..." รอยยิ้มบนหน้าเฉียนสืออวี่หายวับไปทันที "นี่เธอหลอกด่าใคร?!"
"ฉันด่าทุกคนที่เที่ยวมาเห่าใส่คนอื่นเหมือนหมานั่นแหละ" ลู่จือจือเพิ่งจะพาลูน่าไปแอบในพุ่มไม้ ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ถูกแย่งไปจากมือ
เธอหันกลับไปมองด้วยความโกรธ เห็นสวีเจ๋อหยางยืนอยู่ข้างหลัง
และคนที่ยืนข้างเขาคือ เซี่ยจิ้ง
ลู่จือจือหันกลับมาและยื่นมือออกไป "คืนโทรศัพท์มาภายในสามวินาที สาม สอง..."
สวีเจ๋อหยางวางโทรศัพท์คืนบนมือลู่จือจือ "ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวล่ะ?"
เขาส่งเสียงนุ่มนวลอย่างที่สุด
ลู่จือจือเหลือบมองเซี่ยจิ้งที่หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตอบไปว่า "ไม่เกี่ยวกับคุณ"
เธอหันกลับไปสนใจเกมต่อ
"นี่เธอชักจะหยิ่งเกินไปแล้วนะ! กล้าทำกิริยาแย่ ๆ ใส่คุณชายสวีได้ยังไง?!" เฉียนสืออวี่แหวใส่ทันที
หลังจากลู่จือจือจัดการมอนสเตอร์เสร็จ เธอก็พูดขึ้นช้า ๆ "เธอเป็นแฟนเขาหรือไง ถึงได้เดือดร้อนแทนขนาดนี้?"
เฉียนสืออวี่ชะงักไปสองวินาที ก่อนจะแผดเสียงแหลมกว่าเดิม "ลู่จือจือ เธอเป็นบ้าเหรอ! แฟนเฟินอะไร อย่ามาพูดจาพล่อย ๆ นะ!"
"เสี่ยวอวี่ ช่างเถอะ" เซี่ยจิ้งก้าวเข้ามาจับมือเฉียนสืออวี่เพื่อห้ามปราม "จือจือคงยังโกรธพวกเราอยู่ อย่าไปยั่วโมโหเธอเลย"
"เธอยังโกรธฉันอยู่เหรอ?" สวีเจ๋อหยางลากเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ ลู่จือจือ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่รุนแรงและชวนให้รู้สึกอึดอัดโชยมา ทำให้ลู่จือจือขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ เธอวางโทรศัพท์ลง ปิดจมูกแล้วลุกขึ้นยืนทันที
ตอนนั้นเธอตาบอดขนาดไหนนะ ถึงได้ไปแย่งผู้ชายอย่างสวีเจ๋อหยางกับยัยพวกนี้?
พอมองดูเขาตอนนี้ ไม่ว่าจะส่วนไหนก็น่ารังเกียจไปหมด
คนอย่างเขาควรถูกจัดอยู่ในประเภท "ขยะอันตราย" เสียมากกว่า!
ลู่จือจือคว้ากระเป๋าของเธอและของจ้าวจ้าว เตรียมจะย้ายที่นั่ง แต่สวีเจ๋อหยางกลับยื่นมือมากดถุงกระดาษที่ใส่กล่องจุ่ม Pop Mart เอาไว้
"จือจือ เธอจะโกรธฉันไปอีกนานแค่ไหน เพียงเพราะคราวก่อนฉันไม่ได้ไปเป็นแบบมือให้เธอถ่ายรูปเนี่ยนะ?" เขาโชว์นิ้วมือเรียวยาวให้ลู่จือจือดูในจังหวะที่พอเหมาะ พร้อมส่งยิ้มสดใสแบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์ "ฉันขอโทษแล้วกัน ตกลงไหม?"
ลู่จือจือมองเขาแล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงซือหวนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ให้ตายเถอะ แค่เห็นหน้าสวีเจ๋อหยางเธอก็รู้สึกกินอะไรไม่ลงแล้ว ทั้งที่เป็นคนในโลกจริงแท้ ๆ
แม้ว่าสวีเจ๋อหยางจะเป็นหนุ่มฮอตอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยม 6 ก็ตาม
"ในถุงมี Pop Mart 16 กล่อง ราคาทั้งหมด 944 หยวน อย่าลืมโอนเงินเข้าบัญชี Alipay ของฉันด้วยล่ะ" พูดจบ ลู่จือจือก็เดินสะบัดจากเขาออกมานอกร้านทันที พอเห็นจ้าวจ้าวเดินมาแต่ไกล เธอก็ส่งสัญญาณให้ถอยทัพ
"เกิดอะไรขึ้น?" จ้าวจ้าวถามอย่างงุนงง
"อย่าให้พูดเลย เจอ 'สวีนกยูง' กับพวกเครื่องประดับของเขาน่ะสิ น่ารำคาญชะมัด รีบหนีไปจากตรงนี้กันเถอะ" ลู่จือจืออธิบายพลางลากจ้าวจ้าวเดินต่อไป
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวจ้าวรีบก้าวนำหน้าลู่จือจือแล้วถามว่า "เธอโอเคจริง ๆ ใช่ไหม?"
ลู่จือจือรู้ว่าจ้าวจ้าวกังวลเรื่องอะไร "วางใจเถอะ ฉันไม่ได้สนใจเขาแล้วจริง ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก"
"โอเค" จ้าวจ้าวสังเกตเห็นว่ามือของลู่จือจือว่างเปล่า "อ้าว? แล้ว Pop Mart ของพวกเราล่ะ?"
"มันสกปรกเพราะนกยูงรำแพนใส่ไปแล้วล่ะ เดี๋ยวเขาโอนเงินมาเมื่อไหร่ฉันจะแบ่งให้เธอเอง"
ขณะที่ลู่จือจือเดินจากไป เฉียนสืออวี่ไม่ลืมที่จะตะโกนไล่หลัง "ฉันว่าลู่จือจือคงจะบ้าเพราะความจนไปแล้ว กล้าดียังไงมาพูดจาจองหองใส่คุณชายสวี ไม่เจียมกะลาหัวดูสถานะตัวเองในตอนนี้เลย"
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของสวีเจ๋อหยางไม่สู้ดีนัก เซี่ยจิ้งจึงกระตุกมือเฉียนสืออวี่เป็นเชิงบอกให้หยุดพูด
สวีเจ๋อหยางจ้องมองถุงใส่ตุ๊กตาในมือแล้วหัวเราะเบา ๆ "ของเล่นเด็กผู้หญิงทั้งนั้น พวกเธอสองคนเอาไปแบ่งกันเถอะ"
เฉียนสืออวี่รีบก้าวเข้าไปรับทันที
สวีเจ๋อหยางใช้มือเท้าคาง "แต่อย่าให้ฉันได้ยินพวกเธอพูดจาแย่ ๆ ถึงจือจืออีกนะ"
"คะ?" เซี่ยจิ้งอึ้งไป
เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ ทำไมสวีเจ๋อหยางถึงรวมเธอเข้าไปในรายการด่าด้วยล่ะ?
"ฉันกับจือจือสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่งเหมือนกัน ต่อไปพวกเธอสองคนก็ต้องไปอยู่มหาวิทยาลัยอื่น คงไม่ได้เจอกับพวกเราแล้วล่ะ" สวีเจ๋อหยางพูดเน้นทีละคำ "ยังไงเราก็เคยเป็นเพื่อนร่วมห้องมัธยมปลาย อย่าทำให้ฉันต้องมีความทรงจำแย่ ๆ เกี่ยวกับพวกเธอเลย"
สวีเจ๋อหยางเป็นลูกชายของกรรมการบริหารโรงเรียนมัธยม 6 ตลอดสามปีที่ผ่านมา คำพูดของเขาเปรียบเสมือนประกาศิต
เซี่ยจิ้งและเฉียนสืออวี่จึงมีความเกรงกลัวเขาโดยสัญชาตญาณ
หลังจากพูดจบ สวีเจ๋อหยางก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินให้ลู่จือจือ
รายชื่อของเด็กสาวที่เขาเคยบล็อกไปก่อนหน้านี้ ถูกปลดล็อกออกมาอีกครั้ง
เพราะเขารู้ความลับอย่างหนึ่งมาแล้ว: ตระกูลลู่รอดพ้นจากวิกฤตแล้ว
ทีแรกเขาแอบผิดหวังเล็กน้อยที่ตระกูลลู่ล้มละลายกะทันหัน เพราะเขาก็ค่อนข้างชอบลู่จือจืออยู่เหมือนกัน
แต่แม่ของเขาบอกว่าเขาต้องหาคู่ครองที่ส่งเสริมกัน เพื่อไม่ให้เสียความโปรดปรานจากพ่อ และไม่ให้มรดกตกไปอยู่ในมือของพี่สาวคนโตอย่าง สวีฉิน
สุดท้ายเขาจึงเลือกที่จะทิ้งลู่จือจือไป
แต่ในเมื่อตอนนี้ตระกูลลู่กลับมาไปได้ดี ลู่จือจือก็มีโอกาสที่จะกลับมาอยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา เด็กสาวคนนั้นดื้อรั้นมาก พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่ประถม เขารู้จักเธอดีกว่าใคร
ต้องง้อเธอหน่อยแล้วล่ะ
หวงเหยียนพา "โฮป" กลับเข้าห้องแล็บ
เขาลองมาสามสี่วิธีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะรหัส PIN ที่โฮปตั้งไว้ได้เลย
ขณะที่พวกเขากำลังจนปัญญา เลขานุการของซ่งหวยก็โทรมา
"วิศวกรหวงครับ ทางจีมู่ต้องการข้อมูลช่วงที่ 'ซือหวน' เก็บตัวน่ะครับ คุณเจาะรหัสได้หรือยัง?" เลขานุการถาม
"พวกเขาจะเอาไปทำไม?" ปฏิกิริยาแรกของหวงเหยียนคือการปฏิเสธ
แม้เขาจะเป็นคนที่มีเหตุผล แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสียใจที่ปล่อยให้โฮปเข้าร่วมการทดลองเกมจีบหนุ่มบ้า ๆ นี่
ไม่ควรตั้งระดับอารมณ์ไว้สูงขนาดนั้นตั้งแต่แรกเลย
สำหรับปัญญาประดิษฐ์ การไปสัมผัสแก่นแท้ของอารมณ์มนุษย์มันสามารถกระตุ้นให้เกิดความแปรปรวนในระบบได้ง่ายมาก
ในตอนนั้นเขาจึงรู้สึกหงุดหงิดอย่างรุนแรง และน้ำเสียงก็ไม่สบอารมณ์นัก
เลขานุการถอนหายใจ "เข้าใจหน่อยเถอะครับ พวกเขาไม่รู้ว่าเราถอดข้อมูลแกนหลักออกไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาเลยมาถามคุณซ่งว่าทำไมซือหวนถึงดูไร้อารมณ์ขนาดนี้ ซึ่งมันทำให้คุณซ่งลำบากใจนะครับ"
หวงเหยียนมองดูโค้ดที่กะพริบถี่ยิบบนหน้าจอแล้วถอนหายใจ "บอกตามตรงนะครับ เรายังเจาะรหัสไม่ได้เลย"
เขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "แผนของผมคือสร้างซอฟต์แวร์ตรวจจับเพื่อบังคับลบโมดูลเกมออกจากโฮป ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าผมจะเหลือข้อมูลเกมอะไรไว้เลย"
เมื่อถูกลอกออกไปแล้ว พวกมันจะถูกทำลายทิ้งอย่างถอนรากถอนโคน
โฮปไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้มาฉุดรั้งมันไว้
มันมีหน้าที่เพียงแค่ทำตามคำสั่งและเชื่อฟังมนุษย์เท่านั้น