เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!

บทที่ 11 ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!

บทที่ 11 ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!


คำพูดของหลิงเซวียนทำให้กลุ่มคนที่อยู่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ถึงกับพูดไม่ออก เสียงที่เคยดังเซ็งแซ่ค่อยๆ เบาลง

จริงอย่างที่เขาว่า พนักงานส่วนใหญ่ในที่นี้ต่างเคลื่อนไหวตามกระแส เพียงเพราะได้ยินข่าวลือว่ากลุ่มบริษัทกำลังจะล้มละลายและประสบปัญหาทางการเงิน พวกเขาจึงเลือกเข้าร่วมขบวนการทวงเงินเดือนโดยไม่ทันยั้งคิด

ในความเป็นจริง ตลอดหลายปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทไม่เคยค้างชำระค่าจ้างแม้แต่สตางค์เดียว ไม่ว่าจะถึงกำหนดจ่ายเงินเดือนเมื่อไหร่ ก็ไม่เคยล่าช้าแม้แต่วันเดียว

ท่ามกลางความเงียบงัน หลิงเซวียนกล่าวต่อไป

"คุณปู่เคยบอกผมว่า ต่อให้ถิงเฟิงกรุ๊ปจะยากลำบากเพียงใด ก็ห้ามเบียดบังผลประโยชน์ของพนักงานเด็ดขาด ต้องรับประกันการจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ตรงเวลา เพราะกลุ่มบริษัทคือครอบครัวใหญ่ และพนักงานทุกคนคือสมาชิกในครอบครัว!"

"เพื่อการนี้ ท่านถึงกับยอมขายวิลล่าส่วนตัวเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าพวกคุณจะมีเงินเดือนจ่ายตามปกติ เงินเดือนของพวกคุณในเดือนนี้ก็ได้รับการจัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว!"

"แต่ดูเหมือนว่า 'สมาชิกในครอบครัว' อย่างพวกคุณ จะไม่คู่ควรที่จะอยู่ที่ถิงเฟิงกรุ๊ปอีกต่อไป!"

แววตาของหลิงเซวียนเย็นชาเขาชูแขนขึ้นพลางชี้ไปยังอาคารสำนักงานเบื้องหลัง

"วันนี้ผมจะพูดไว้ตรงนี้ ใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการก่อความวุ่นวายครั้งนี้ สามารถไปรับเงินเดือนที่ฝ่ายบัญชี เก็บข้าวของแล้วไสหัวไปได้เลย!"

"พวกคุณถูกไล่ออก ได้ยินชัดไหม?"

น้ำเสียงของหลิงเซวียนไม่ดังนัก แต่ทุกคนในที่นั้นกลับได้ยินอย่างชัดเจน สีหน้าของแต่ละคนเปลี่ยนไปทันที

หยางซีเยว่เองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรีบดึงชายเสื้อของหลิงเซวียนแล้วกระซิบเสียงต่ำ "ไล่ออกอะไรกัน? คุณพูดจาเลอะเทอะอะไร?"

"เวลาแบบนี้จะมาทำตามอำเภอใจได้ยังไง?"

พนักงานที่อยู่ที่นี่มีจำนวนมาก และส่วนใหญ่ยังเป็นพนักงานเก่าแก่ของบริษัท หากไล่ออกทั้งหมด การดำเนินงานตามปกติของบริษัทจะเกิดปัญหาทันที แล้วจะไปสรรหาพนักงานใหม่มากมายขนาดนั้นจากไหนมาแทนที่ได้ทัน?

การกระทำของหลิงเซวียนอาจจะดูสะใจ แต่มีแต่จะทำให้ถิงเฟิงกรุ๊ปที่วิกฤตอยู่แล้วยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

หลิงเซวียนเหลือบมองหยางซีเยว่แล้วกล่าวเรียบๆ ว่า "พนักงานเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ พวกไม้หลักปักเลนไม่มีจุดยืนแบบนี้ ต่อให้มีมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ต่อถิงเฟิงกรุ๊ป!"

"ถิงเฟิงกรุ๊ปไม่ต้องการพนักงานแบบนี้!"

วินาทีนี้หยางซีเยว่เงียบไป ส่วนกลุ่มพนักงานเริ่มมีบางคนได้สติ หนึ่งในนั้นแค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาดังลั่น

"จะไล่พวกเราออกงั้นเหรอ? ปากดีเหลือเกินนะ!"

"คุณหยางยังไม่พูดอะไรเลย คุณโผล่มาจากไหนถึงคิดจะไล่พวกเราออกทั้งหมด?"

คนผู้นี้คือ ชิวรุ่ย ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการของถิงเฟิงกรุ๊ป!

การที่พนักงานลุกฮือขึ้นมาก่อความวุ่นวายในครั้งนี้ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่เธอคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง

เธอรู้ดีว่าตระกูลหลิงกำลังล่มสลาย การล่มสว่างของถิงเฟิงกรุ๊ปจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันนี้ สำหรับเธอแล้วผลประโยชน์ต้องมาก่อน แทนที่จะจมปลักอยู่กับบริษัทที่รอวันตาย สู้เธอเป็นแกนนำพนักงานเก่าแก่มาทวงเงินเดือนแล้วลาออกไปหาที่ใหม่เพื่อสร้างมูลค่าให้ตัวเองสูงสุดยังดีเสียกว่า

พอเธอเปิดประเด็น คนอื่นๆ ก็เริ่มได้ใจ พากันโห่ร้องสนับสนุน

"นั่นสิ คุณเป็นใคร? เป็นผู้บริหารหรือว่าเป็นผู้ถือหุ้น? มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินการอยู่รอดของพวกเราด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว?"

"นี่เป็นเรื่องภายในบริษัทเรา คุณเป็นคนนอก มีคุณสมบัติอะไรมาสอด?"

พนักงานต่างตะโกนด่าทอ หลิงเซวียนตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนทันที บรรยากาศหน้าอาคารวุ่นวายโกลาหล

หยางซีเยว่ขมวดคิ้วแน่น เธอเริ่มนึกเสียใจที่ไม่น่าพาหลิงเซวียนมาด้วยเลย

นอกจากจะแก้ปัญหาการหยุดงานประท้วงไม่ได้แล้ว คำพูดไม่กี่คำของหลิงเซวียนยังทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก แล้วการประชุมคณะกรรมการที่กำลังจะถึงนี้จะทำอย่างไร?

ส่วนหลิงเซวียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขามองดูผู้คนที่ทุ่มเถียงกันพลางแค่นยิ้มในใจ ก่อนจะเอ่ยปากออกมา

"หุบปากให้หมด!"

น้ำเสียงนี้ไม่ดัง แต่คลื่นเสียงกลับพุ่งออกจากปากของหลิงเซวียน ราวกับสั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณ ทำให้พนักงานที่กำลังก่อความวุ่นวายใจสั่นสะท้าน เสียงเซ็งแซ่พลันเงียบกริบลงทันที

หลิงเซวียนเผชิญหน้ากับทุกคนและกล่าวทีละคำอย่างหนักแน่น "ฟังให้ชัด ผมชื่อหลิงเซวียน หลิงเทียนหนานประธานบริษัทคือปู่ของผม!"

"เมื่อวานนี้ ปู่ได้โอนหุ้นทั้งหมดของกลุ่มบริษัทให้ผมแล้ว พูดง่ายๆ คือ ตอนนี้ผมคือประธานบริษัท!"

"ผมจะไล่พวกคุณออก มีปัญหาไหม?"

วินาทีนั้น ทุกคนต่างมีสีหน้าตกตะลึงอย่างหนัก แม้แต่ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการอย่างชิวรุ่ยก็รูม่านตาหดเกร็ง

หลิงเซวียน? คนตระกูลหลิง? ประธานบริษัทคนใหม่ในตอนนี้งั้นเหรอ?

หลิงเซวียนไม่สนใจท่าทีของใคร เขาเพียงแค่นเสียงเย็น "ให้เวลาพวกคุณหนึ่งวัน ไปเคลียร์เงินเดือนที่ฝ่ายบัญชี แล้วเก็บของไสหัวไปให้พ้นหน้าซะ!"

"นับจากนี้ไป รายชื่อของพวกคุณจะถูกบันทึกไว้ ไม่ว่าจะเป็นถิงเฟิงกรุ๊ปหรือบริษัทใดๆ ในเครือ จะไม่มีวันรับพวกคุณเข้าทำงานอีกตลอดกาล!"

พูดมาถึงตรงนี้ หลิงเซวียนชูนิ้วชี้ขึ้นมา "อีกอย่าง นับจากนี้ถิงเฟิงกรุ๊ปอยู่ในความดูแลของผม พวกคุณที่คิดว่าบริษัทกำลังจะพังพินาศแล้วทอดทิ้งบริษัทไป ผมจะทำให้พวกคุณเห็นว่าถิงเฟิงกรุ๊ปจะกลับมายืนหยัดได้อย่างไร!"

"ในเมื่อพวกคุณไม่เลือกที่จะร่วมทุกข์กับบริษัท ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาร่วมสุขด้วยกัน!"

"จำสิ่งที่พวกคุณทำในวันนี้ไว้ให้ดี ในอนาคตผมจะทำให้พวกคุณต้องเสียใจกับการตัดสินใจในวันนี้!"

พูดจบหลิงเซวียนก็ไม่สนใจใครอีก เขาหันหลังเดินเข้าอาคารสำนักงานไป ทิ้งให้กลุ่มพนักงานยืนอึ้งอยู่กับที่

ครู่ต่อมา ชิวรุ่ยได้สติเป็นคนแรกและเริ่มยุยงต่อ

"ทุกคนไม่ต้องตกใจ แค่ลาออกจากบริษัท มีอะไรน่ากลัวนักหนา!"

"ถิงเฟิงกรุ๊ปเจ๊งแน่ๆ อยู่แล้ว พวกเรารับเงินเดือนแล้วไปซะก็ไม่มีอะไรเสียหาย!"

เธอยิ้มเยาะด้วยความดูแคลน "ประธานคนใหม่คนนี้น่ะเหรอ ก็แค่พวกขี้โม้คุยโว พวกเราคอยดูเถอะว่าเขาจะทำให้บริษัทฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ยังไง!"

ภายในอาคาร หยางซีเยว่รีบเดินตามหลิงเซวียนจนทัน ทั้งคู่ก้าวเข้าสู่ลิฟต์สำหรับผู้บริหาร

ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง หยางซีเยว่ก็กล่าวเสียงเครียด "หลิงเซวียน คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่?"

"คุณรู้ไหมว่าถ้าพนักงานเหล่านี้ลาออก จะส่งผลกระทบต่อบริษัทมหาศาลแค่ไหน?"

"ถ้าไม่มีพวกเขาคอยดำเนินงานให้บริษัท เราจะไปหาพนักงานใหม่มากมายขนาดนั้นจากไหนในเวลาอันสั้น?"

"ก่อนจะพูดหรือทำอะไร ช่วยคิดถึงความเป็นจริงและใช้สมองหน่อยได้ไหม?"

หลิงเซวียนยังคงมีท่าทางสงบนิ่ง

"ผมบอกไปแล้ว ต่อให้พวกเขามีความสามารถแค่ไหน หรือตำแหน่งสำคัญเพียงใด แต่ในเมื่อเลือกที่จะรวมกลุ่มก่อความวุ่นวายและบีบคั้นบริษัทในยามนี้ ก็ไม่คู่ควรจะเป็นพนักงานของถิงเฟิงกรุ๊ปอีกต่อไป!"

"การสรรหาพนักงานใหม่ก็แค่เสียเวลาเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักหรอก!"

เมื่อได้ยินดังนั้น หยางซีเยว่ก็นิ่งไปทันที เธอรู้สึกไร้เรี่ยวแรงในใจอย่างบอกไม่ถูก

เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมหลิงเทียนหนานถึงฝากอนาคตของบริษัทไว้กับคนนอกวงการที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้

เธอถอนหายใจและกล่าวอย่างจริงจังว่า "ในการประชุมคณะกรรมการเดี๋ยวนี้ คุณห้ามพูดอะไรอีกเด็ดขาด ปล่อยให้ฉันเป็นคนเจรจาเอง!"

"ได้ยินชัดไหม?"

หลิงเซวียนเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบรับคำใด

ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งคู่ก็มาถึงห้องประชุมที่ชั้นบนสุดของอาคาร ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ก็เห็นคนนับสิบคนนั่งรออยู่รอบโต๊ะประชุมขนาดใหญ่

คนเหล่านี้ล้วนเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน ส่วนใหญ่นั่งพุงพลุ้ย เมื่อเห็นหลิงเซวียนและหยางซีเยว่เดินเข้ามา หลายคนก็แสดงท่าทางดูถูกเหยียดหยามออกมาทางสายตา

"คุณหยาง มาสายไปหน่อยไหม?"

หนึ่งในนั้นแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เมื่อวานท่านประธานหลิงแจ้งกะทันหันว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการในวันนี้ พวกเรามารอตั้งแต่เช้ามืด แต่คุณหยางในฐานะผู้จัดการทั่วไปกลับมาเกือบจะเริ่มประชุมอยู่แล้ว ทัศนคติการทำงานแบบนี้ยังคิดจะรักษาบริษัทไว้อีกเหรอ ไม่น่าตลกไปหน่อยหรือไง?"

อีกคนหนึ่งก็หัวเราะเยาะสำทับ "จริงด้วยคุณหยาง หุ้นในมือผมน่ะ ตระกูลเซวียเขาสนใจมากและให้ราคาก็ไม่เลวเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าท่านประธานหลิง วันนี้ผมคงไปเซ็นสัญญาโอนหุ้นไปแล้ว!"

"หวังว่าคุณหยางจะพูดรวบรัดหน่อยนะ อย่าทำให้พวกเราเสียเวลา!"

คนอื่นๆ แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ต่างก็มีสีหน้าเย็นชา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการประชุมในวันนี้เลยแม้แต่น้อย

หัวใจของหยางซีเยว่หนักอึ้ง เธอรู้ดีว่าคนเหล่านี้เกือบทั้งหมดตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะเทขายหุ้นของบริษัททิ้ง วันนี้ที่มาก็เพียงเพราะเห็นแก่หน้าหลิงเทียนหนานและมาตามมารยาทเท่านั้น

การจะรั้งคนเหล่านี้ไว้เปรียบเสมือนการปีนขึ้นสวรรค์

ในขณะที่เธอกำลังใช้ความคิดว่าจะโน้มน้าวให้คนเหล่านี้ถือหุ้นต่อได้อย่างไร หลิงเซวียนกลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและโยนสมุดโน้ตลงบนโต๊ะประชุมอย่างแรง เสียงของเขาดังประกาศก้อง

"ใครที่ต้องการขายหุ้นทิ้ง ลงชื่อไว้ในนี้ซะ!"

"ผมจะรับซื้อหุ้นในมือพวกคุณคืน โดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดห้าเปอร์เซ็นต์!"

"เซ็นสัญญาเดี๋ยวนี้ โอนเงินเดี๋ยวนี้!"

ในระหว่างที่พูด หลิงเซวียนก็นั่งลงบนเก้าอี้ประธานตำแหน่งกลาง พลางยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบนโต๊ะประชุม

"พอเสร็จธุระแล้ว พวกคุณก็ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ อาคารหลังนี้ไม่ต้อนรับพวกคุณ!"

วินาทีนั้น ห้องประชุมทั้งห้องพลันเงียบสงัดลงทันที!

จบบทที่ บทที่ 11 ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!

คัดลอกลิงก์แล้ว