- หน้าแรก
- พี่สะใภ้ คุณไม่รู้เหรอว่าฉันอยู่ยงคงกระพัน
- บทที่ 1 พี่สะใภ้แสนสวยดูถูกผม?
บทที่ 1 พี่สะใภ้แสนสวยดูถูกผม?
บทที่ 1 พี่สะใภ้แสนสวยดูถูกผม?
ส่วนลึกของทะเลทรายทางตอนเหนือของแคว้นหลงกั มีคุกมืดตั้งตระหง่านอยู่ คุกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุมขังนักโทษฉกรรจ์โดยเฉพาะ แม้แต่แรงระเบิดจากขีปนาวุธก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้มันได้แม้แต่น้อย
ทว่าในวันนี้ ประตูคุกมืดได้เปิดออกเพื่อต้อนรับนักโทษคนแรกและคนเดียวที่ได้เดินก้าวพ้นออกจากคุก
เขาเป็นชายหนุ่ม ส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ดูแล้วอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ หน้าตาหมดจด รูปร่างค่อนข้างผอมเพรียว แต่ผมสีดำสนิทนั้นดกดำเป็นเงางาม
เขาชื่อหลิงเซวียน ในวินาทีที่เขาก้าวเท้าออกจากคุก เหล่าอาชญากรตัวร้ายและนักโทษทุกคนในคุกต่างพากันก้มตัวประสานมือ กล่าววาจาพร้อมเพรียงกัน
“น้อมส่งท่านเทียนมิ่ง!”
หลิงเซวียนหันกลับไปมองช้าๆ สายตากวาดมองทีละคน น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
“ถึงฉันจะออกจากคุกไปแล้ว แต่กฎที่ตั้งไว้ยังคงอยู่ ใครกล้ากำเริบเสิบสานสร้างความวุ่นวายในคุก หากเรื่องรู้ถึงหูฉันล่ะก็ จะลงโทษโดยไม่ละเว้น!”
ทุกคนในที่นั้นต่างก้มศีรษะลงทันที
“พวกเราจะจำใส่ใจไว้ครับ!”
เมื่อเห็นดังนั้น หลิงเซวียนจึงหันหลังเดินจากไป และในจังหวะที่เขาหันกลับมานั้น ความอ่อนโยนในดวงตาก็หายวับไปสิ้น แทนที่ด้วยประกายตาเย็นเยียบที่สั่นประสาทผู้คน
“พ่อ พี่ใหญ่ เบื้องบนยังมีตา ให้ผมได้ตื่นรู้ความทรงจำในชาติก่อน จนได้รับวิชาแพทย์สะท้านฟ้าและเคล็ดวิชาไร้เทียมทาน!”
“คนที่ทำร้ายพวกคุณ ผมจะลากคอพวกมันออกมา ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร มีตำแหน่งสูงส่งแค่ไหน หรือมีอำนาจล้นฟ้าเพียงใด ผมจะไม่ปล่อยไปแม้แต่คนเดียว”
ตระกูลหลิงที่หลิงเซวียนสังกัดอยู่นั้น เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองข่ายซื่อ มณฑลเฉียนซี ในฐานะลูกชายคนเล็กของบ้าน ชีวิตของหลิงเซวียนเรียกได้ว่าได้รับความรักและการดูแลที่ดีที่สุดมาโดยตลอด เขาเขารู้จักแต่การกินเที่ยวเล่นไปวันๆ อย่างไร้กังวล
ทว่าเมื่อสามปีก่อน หลิงเว่ยฟาน พ่อของเขา ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา
หลิงเฟิง พี่ชายคนโตของเขา ถูกพ่อค้ายาเสพติดยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการปราบปรามยาเสพติดที่ชายแดน โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที!
ส่วนตัวเขาเองก็ถูกใส่ร้าย จนถูกตัดสินจำคุกห้าปีในข้อหาข่มขืน ไม่เพียงเท่านั้น มือมืดที่บงการอยู่เบื้องหลังยังจงใจจัดฉากส่งตัวเขามายังคุกมืดแห่งนี้ เพื่อหวังจะให้เขาตายอยู่ในนั้น
ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว กลับมีการลงมือกับพวกเขาทั้งสามคนพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่านี่คือการขุดรากถอนโคนทายาทรุ่นใหม่ของตระกูลหลิงให้สิ้นซาก!
แต่ใครจะคาดคิดว่า ในระหว่างที่อยู่ในคุก หลิงเซวียนกลับตื่นรู้ความทรงจำช่วงหนึ่งขึ้นมา
ในความทรงจำนั้น เขาคือมหาเทพอมตะผู้ยืนตระหง่านอยู่เหนือเก้าชั้นฟ้า ผู้คนต่างขนานนามว่า "เทียนมิ่งเสินจุน" ผู้ครอบครองเคล็ดวิชานับไม่ถ้วน ปกครองทางช้างเผือกแต่เพียงผู้เดียว และไม่เคยพ่ายแพ้ในการศึกนับหมื่นครั้ง!
ตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาฝึกฝน "ปราณเก้าชั้นฟ้า" ของเทียนมิ่งเสินจุน โดยมีเหล่ายอดฝีมือและผู้ทรงอิทธิพลนับพันในคุกมืดเป็นคู่ซ้อม!
จนถึงตอนนี้ เขาฝึกฝนมาถึงระดับสูงสุดของขั้นรวบรวมลมปราณและสยบยอดฝีมือทุกคนในคุกมืดจนราบคาบ
เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้เวลาอีกครึ่งปีเพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างฐานแล้วค่อยออกจากคุกไปชำระแค้น แต่ใครจะรู้ว่าบริษัทถิงเฟิงกรุ๊ปของตระกูลหลิงกลับมีข่าวร้ายส่งมาในตอนนั้น เสาหลักต้นสุดท้ายของตระกูลหลิงกำลังจะล้มครืน ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรีบออกจากคุกทันที
การกลับมาในครั้งนี้ เขาจะต้องสืบหาความจริงทุกอย่าง และคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลิง!
หนี้เลือด ต้องล้างด้วยเลือดเท่านั้น!
เวลาบ่ายสามโมงครึ่ง หลังจากเดินทางนานถึงเจ็ดชั่วโมง ในที่สุดหลิงเซวียนก็มาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงเมืองข่ายเฉิง ทันทีที่ออกจากชานชาลา หญิงสาวคนหนึ่งก็สาวเท้าเดินตรงมาหาเขา
หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี ดวงตาเป็นประกายดั่งสายน้ำฤดูใบไม้ร่วง คิ้วเรียวงามดั่งวงพระจันทร์ ผิวพรรณขาวนวลเนียนดุจหิมะ เธอมีความสูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร สวมชุดทำงานเข้ารูป อวดเรียวขาที่ยาวสวยและทรวดทรงที่โค้งเว้าได้รูปจนชวนให้จินตนาการไปไกล
คำศัพท์สวยหรูทุกคำที่ใช้บรรยายความงามของผู้หญิง สามารถนำมาใช้กับเธอได้ทั้งหมด!
“หลิงเซวียนใช่ไหม?”
เธอทำหน้าเย็นชา พลางกวาดสายตามองหลิงเซวียนแวบหนึ่ง
“คุณปู่หลิงให้ฉันมารับนาย!”
หากเป็นเมื่อก่อน หลิงเซวียนคงจะรู้สึกหวั่นไหวกับสาวงามล่มเมืองขนาดนี้ แต่ในตอนนี้ สายตาของเขามีเพียงความเคารพ เขาพยักหน้าเล็กน้อย
“รบกวนพี่สะใภ้แล้วครับ!”
คนที่อยู่ตรงหน้าเขา ก็คือคู่หมั้นที่ยังไม่ได้แต่งงานของหลิงเฟิงพี่ชายของเขา เธอคือคุณหนูตระกูลหยาง หยางซีเยว่!
นับตั้งแต่ตระกูลหลิงประสบเคราะห์กรรมเมื่อสามปีก่อน ทุกอย่างก็แทบจะล่มสลาย เพื่อนพ้องและญาติมิตรมากมายต่างพากันตีตัวออกห่างเพราะกลัวจะพลอยติดร่างแหไปด้วย แต่หยางซีเยว่กลับไม่เคยทอดทิ้งตระกูลหลิง นอกจากเธอจะไม่ไปไหนแล้ว เธอยังใช้กำลังของตระกูลหยางคอยช่วยเหลือตระกูลหลิงในทุกๆ ด้าน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหนึ่งปีก่อนเธอยังเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของถิงเฟิงกรุ๊ป ยอมเหนื่อยยากเพื่อตระกูลหลิงโดยไม่หวังผลตอบแทน
ไม่ว่าหยางซีเยว่จะมีความคิดหรือท่าทีต่อเขาอย่างไร แต่ในใจของหลิงเซวียน คนที่ไม่ทอดทิ้งตระกูลหลิงในยามวิกฤตย่อมคู่ควรแก่ความเคารพของเขา
สายตาของหยางซีเยว่ยังคงจ้องมองหลิงเซวียนด้วยความระแวดระวัง และมีความรังเกียจที่ปิดไม่มิดแฝงอยู่
“ตามหลักแล้ว ฉันยังไม่ถือว่าเป็นสะใภ้ของตระกูลหลิง และไม่ใช่พี่สะใภ้ของนาย แต่มีบางเรื่องที่ฉันต้องพูดกับนายให้ชัดเจน!”
“ในชีวิตนี้ฉันเกลียดคนทำผิดกฎหมายที่สุด โดยเฉพาะพวกอาชญากรข่มขืน ถ้าไม่ใช่เพราะนายเป็นคนตระกูลหลิง ฉันจะไม่แม้แต่จะชายตาตามองนายเลยด้วยซ้ำ!”
เธอกล่าวเสียงเย็น “ในเมื่อออกมาแล้ว ก็ใช้ชีวิตให้มั่นคง ทำตัวเป็นคนดี อย่าทำตัวเหลวแหลกเหมือนเมื่อก่อนอีกล่ะ มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ตระกูลหลิงเปล่าๆ!”
“ตระกูลหลิงในตอนนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เรื่องนี้นายควรจะเข้าใจ!”
หยางซีเยว่รู้สึกรังเกียจและไม่ชอบหลิงเซวียนที่มีนิสัยเสเพลมาโดยตลอด เรื่องนี้หลิงเซวียนเข้าใจดี และเขาก็ไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรมาก เพียงแค่ตอบ "ครับ" รับคำไปเท่านั้น
หยางซีเยว่จึงชี้ไปยังรถเบนซ์ที่จอดอยู่ริมถนน “ขึ้นรถสิ คุณปู่หลิงรอนายอยู่ที่บ้าน!”
“อ้อ นายไปนั่งข้างหลังนะ!”
เธอเน้นย้ำเป็นพิเศษ ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนว่าแม้แต่การขยับเข้าไปใกล้หลิงเซวียนเพียงคืบเดียว เธอก็คงจะรู้สึกสะอิดสะเอียนจนทนไม่ได้
หลิงเซวียนไม่ได้ใส่ใจ เขาเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะหลัง ครึ่งชั่วโมงต่อมา หยางซีเยว่ก็ขับรถพาหลิงเซวียนมาถึงเขตที่พักอาศัยที่ดูค่อนข้างเก่า
เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ หลิงเซวียนก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “พี่สะใภ้ ที่นี่คือ...?”
หยางซีเยว่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “ถิงเฟิงกรุ๊ปต้องนำเงินทุนส่วนใหญ่ไปชำระภาษีย้อนหลัง แถมยังมีธนาคารหลายแห่งทยอยมาทวงถามหนี้เงินกู้ ด้วยความจำเป็น คุณปู่หลิงเลยต้องขายวิลล่าของตระกูลหลิงทิ้งไป!”
“ตอนนี้คุณปู่หลิงกับลุงหลิง พักอยู่ที่ตึกแถวด้านในสุด!”
ทันทีที่ได้ยินคำนี้ รูม่านตาของหลิงเซวียนก็หดตัวลงทันที นิ้วมือทั้งห้ากำเข้าหากันแน่น
วิลล่าตระกูลหลิง? ถูกขายไปแล้วงั้นเหรอ?
ต้องรู้ก่อนว่า แม้วิลล่าตระกูลหลิงจะไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราดั่งวิมานบนฟ้า แต่มันก็เป็นบ้านหรูระดับแนวหน้าของเมืองข่ายเฉิง อีกทั้งยังเป็นผลงานที่ปู่และพ่อของเขาช่วยกันดูแลอย่างพิถีพิถันมาหลายปี และเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขา
ที่นั่นคือรากเหง้าของตระกูลหลิง แต่ตอนนี้วิลล่ากลับถูกขายไปแล้ว คุณปู่ต้องพาพ่อที่ยังหมดสติย้ายมาอยู่ในตึกแถวเก่าๆ แบบนี้ ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ หลิงเซวียนแทบจะไม่กล้าจินตนาการเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิงเซวียนจึงก้าวเท้าเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เดินตามหลังหยางซีเยว่ไปอย่างกระชั้นชิด
ทั้งสองเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าสู่ทางขึ้นตึก ก็มีน้ำเสียงที่ฟังดูมืดมนดังมาจากชั้นสอง
“ตาแก่หลิง นายคิดว่าตระกูลหลิงในตอนนี้ ยังเป็นตระกูลหลิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองข่ายเฉิงเหมือนเมื่อก่อนหรือไง?”
“ที่ฉันให้นายเซ็นสัญญาโอนหุ้นฉบับนี้ ก็เพื่อหยิบยื่นโอกาสให้พวกนายตระกูลหลิงทุกคน พอเซ็นสัญญานี้แล้ว พวกนายไม่เพียงแต่จะใช้หนี้ได้หมด แต่ยังเหลือเงินอีกก้อนไว้ใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสบายด้วย!”
“อย่าทำเป็นได้คืบจะเอาศอก!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของหยางซีเยว่ก็มืดครึ้มลงทันที ส่วนหลิงเซวียนที่อยู่ด้านหลัง ดวงตาพลันประกายเจตนาฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง!