เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 เปิดเผยตัวตน

บทที่ 14 เปิดเผยตัวตน

บทที่ 14 เปิดเผยตัวตน


บทที่ 14 เปิดเผยตัวตน

โชคดีที่ทุกสายตายังคงจับจ้องมาที่เขา เพียงแต่แววตาของคนเหล่านี้ดูแปลกไปสักหน่อย

ทำไมถึงมองเขาเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวกันล่ะ? แบบนี้ทำเอาเจียงเสี่ยวไป๋หดหู่ใจไม่น้อย

จังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดอีกครั้ง ไมโครโฟนก็ถูกแย่งไปเสียก่อน

เฉินหลิงเหมี่ยวส่งสายตาเตือน กลัวว่าตาคนพึ่งพาไม่ได้คนนี้จะหลุดพูดอะไรชวนช็อกออกมาอีก

อย่างน้อยเธอก็ยังห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองนะ

ทว่าฉากการสบตากันไปมานี้ กลับถูกตีความไปอีกแบบในสายตาของคนอื่น

"โอ้โห เกินไปแล้ว ไม่เห็นหัวพวกเราเลยนี่หว่า ขึ้นเวทีปุ๊บก็ส่งสายตาจีบกันปั๊บ"

"ตอนแรกฉันนึกว่าคุณหนูใหญ่เฉินแค่หาข้ออ้างเสียอีก แต่ดูเหมือนจะมีซัมติงกันจริงๆ แฮะ"

"พี่ชาย พูดแบบนี้ก็หยาบคายไปหน่อย พวกเขารักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจต่างหากล่ะ"

"แอบแซ่บน่ะมันต้องเป็นเรื่องของฉันกับเมียแกเว้ย แบบนั้นถึงจะเรียกว่าแอบแซ่บ"

"หา? แกไปนอนกับเมียฉันตอนไหน?"

"ฉันก็แค่ยกตัวอย่างโว้ย"

"ตัวอย่างงั้นเหรอ? ขอถามหน่อยเถอะ ตอนนั้นสินสอดแม่แกเท่าไหร่วะ?"

"แกถามทำไม?"

"ฉันจะไปแต่งงานกับแม่แกไง!"

"..."

ห้องโถงจัดเลี้ยงด้านล่างเวทีที่เงียบสงบในตอนแรกกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง เมื่อสองพี่น้องเริ่มเปิดศึกเถียงกันเอง

ทุกคนเริ่มซุบซิบถกเถียงกันว่าชายหนุ่มบนเวทีคนนี้เป็นใคร ท้ายที่สุด หลังจากพยายามนึกทบทวนถึงบรรดาตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลทั้งหมด พวกเขาก็พบว่าไอ้หนุ่มที่ชื่อเจียงเสี่ยวไป๋คนนี้ไม่ได้มาจากตระกูลเหล่านั้นเลย

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาเริ่มระแคะระคาย หรือว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะจากตระกูลในเมืองอื่น?

ข้อสันนิษฐานและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ดังไปถึงหูคนของตระกูลหลี่เช่นกัน

หลี่เฉิงเซวียนมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจและไม่แน่ใจ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปทักทายก่อน

"พี่เจียงใช่ไหม? ยินดีที่ได้รู้จัก ยินดีที่ได้รู้จัก"

เมื่อเห็นท่าทีของหลี่เฉิงเซวียน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยื่นมือออกไปตอบรับอย่างสุภาพ

"พี่หลี่ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"

นายน้อยแห่งตระกูลหลี่คนนี้ นิสัยดีกว่าที่คิดแฮะ

เขาอุตส่าห์เตรียมใจไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและผูกใจเจ็บเขาเสียอีก

สมกับเป็นคนจากตระกูลใหญ่ ท่วงท่ากิริยาแบบนี้ จุ๊ๆ ไร้ที่ติจริงๆ

เขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ลดความวุ่นวายไปอีกหนึ่งอย่าง

ทั้งสองเริ่มทักทายปราศรัยกันบนเวที ท่าทางดูสนิทสนมกลมเกลียวจนใครที่ไม่รู้คงคิดว่าเป็นพี่น้องที่พลัดพรากจากกันมานาน

ในขณะเดียวกัน เฉินฮว่าเทียนก็ฉวยโอกาสดึงตัวหลิงเหมี่ยวหลบไปด้านข้างและกระซิบถาม สายตาของเขาเหลือบมองไปทางเจียงเสี่ยวไป๋เป็นระยะ

ทว่าหลิงเหมี่ยวกลับเอาแต่พูดจาอ้อมค้อมกำกวม ทำเอาเฉินฮว่าเทียนงุนงงไปหมด

"อัจฉริยะอะไรกันล่ะ? หมอนั่นมันก็แค่ตัวห่วยรั้งท้ายของโรงเรียนเรา เป็นไอ้ขี้แพ้ที่มีพรสวรรค์ระดับ F สองสายต่างหาก"

จังหวะนั้นเอง ใครบางคนในฝูงชนก็โพล่งความจริงออกมา

ในหมู่แขกที่มาร่วมงานเลี้ยง มีนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงที่หนึ่งอยู่ไม่น้อย พวกเขาตงิดใจจนทนไม่ไหวที่ไอ้สวะอย่างเจียงเสี่ยวไป๋มาแย่งเทพธิดาประจำโรงเรียนของพวกเขาไป

พวกเขาเริ่มตะโกนเสียงดัง... "ไม่เพียงแต่พรสวรรค์จะห่วยแตก แต่มันยังเป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่ในย่านคนธรรมดาของเขตเมืองชั้นล่าง เป็นไอ้ยาจกขี้แพ้ของแท้เลยแหละ"

การแฉความจริงของพวกเขาทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในทันที

"อะไรนะ? ที่แท้ก็ไอ้บ้านนอกเหรอ? บ้าเอ๊ย มันมีสิทธิ์อะไรมาเป็นแฟนของหลิงเหมี่ยววะ?"

"ก็แค่หน้าตาดีนิดหน่อยไม่ใช่หรือไง? แต่ก็งั้นๆ แหละ คุณหนูใหญ่เฉินโดนมนต์คาถาบทไหนเข้าไปเนี่ย? ถึงได้เลือกไอ้เด็กนี่แทนที่จะเป็นหลี่เฉิงเซวียน"

"ใครจะไปรู้ล่ะ? แม่งเอ๊ย อิจฉาชะมัด"

"ฉันว่าฉันก็ทำแทนมันได้นะ..."

"หลิงเหมี่ยวตาต่ำจริงๆ ที่ไปชอบผู้ชายพรรค์นี้ ฉันว่าเธอก็ตกต่ำลงเหมือนกันนั่นแหละ ดีแล้วล่ะที่เธอไม่ตกลงปลงใจกับโอปป้าเฉิงเซวียน"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ระคายหูดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ส่วนใหญ่เป็นการเย้ยหยันเจียงเสี่ยวไป๋ ท้ายที่สุดแล้ว หลิงเหมี่ยวก็เป็นถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูลผู้ลากมากดี

พวกเขาทำได้มากสุดก็แค่สะใจลึกๆ แต่ไม่กล้าพูดจาล่วงเกินอะไรมากนัก

แต่สำหรับเจียงเสี่ยวไป๋ที่ไร้เบื้องหลังและพรสวรรค์ต่ำต้อยแล้ว พวกเขาย่อมไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทด้วย

เมื่อคำพูดเหล่านี้ลอยไปถึงบนเวที สีหน้าของหลี่เฉิงเซวียนก็เปลี่ยนไปในทันที

เขาปัดแขนของเจียงเสี่ยวไป๋ที่พาดอยู่บนไหล่ออกไป จากนั้นก็ปัดไหล่ตัวเองด้วยท่าทีรังเกียจ ปรายตามองด้วยความเย็นชา และถอยห่างออกมา

เขารู้สึกขยะแขยงนิดหน่อย... ในเมื่อไอ้เด็กนี่ไม่ใช่อัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ที่ออกมาหาประสบการณ์ เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปประจบประแจง

เจียงเสี่ยวไป๋มองฉากนี้ด้วยความตกตะลึง มุมปากกระตุกเล็กน้อย

แหม ไอ้หมอนี่เปลี่ยนสีหน้าไวเกินไปแล้ว

เขาอุตส่าห์คิดว่านายน้อยคนนี้นิสัยดี ที่แท้ก็แค่การแสดง

เขาชูนิ้วโป้งให้อีกฝ่ายทันที พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า:

"ไม่ยักรู้ว่าพี่หลี่จะมีพรสวรรค์ด้านนี้ด้วย ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ"

หลี่เฉิงเซวียนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

"แกหมายความว่าไง?"

"ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้าของพี่นี่คงไม่มีใครเทียบได้เลย ปรมาจารย์งิ้วเปลี่ยนหน้ามาเห็นคงยังต้องอายม้วน"

【ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลี่เฉิงเซวียน +100】

【ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจ้าวไห่เยว่ +50】

เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองจ้าวไห่เยว่ ไม่พบความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย

สมกับเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ ร้ายลึกกันทุกคน

"หลิงเหมี่ยว ลูกทำตัวเหลวไหลเกินไปแล้ว" ถึงตอนนี้ เฉินฮว่าเทียนเดาเจตนาของลูกสาวออกแล้ว

ดังคำกล่าวที่ว่า ไม่มีใครรู้ใจลูกสาวดีเท่าผู้เป็นพ่อ ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นแค่ไม้กันหมาที่ลูกสาวหามา?

คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขาจะเดาไม่ออกได้ยังไง?

ตอนนี้เขาตีหน้าขรึมและแอบดุเธอเบาๆ อยู่ด้านข้าง

"พ่อทำแบบนี้ก็เพื่อความหวังดีต่อตัวลูกเอง อสูรวิญญาณแต่กำเนิดของลูกอยู่แค่ระดับ A ถึงจะไม่ได้แย่ แต่ก็ยังห่างไกลจากอัจฉริยะที่ถูกเลือกคนอื่นๆ การแต่งงานครั้งนี้มีโอกาสสูงมากที่จะช่วยวิวัฒนาการหมาป่ามารจันทราเงินของลูกให้เป็นระดับ S ซึ่งมีแต่ผลดีทั้งนั้น"

"พ่อคงอยู่เคียงข้างลูกตลอดไปไม่ได้หรอกนะ? หลังจากที่ลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในอีกไม่ช้า ทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป อันตรายจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว"

"เมื่อลูกเข้าไปอยู่ในสถาบันที่เต็มไปด้วยเหล่าอัจฉริยะ อสูรวิญญาณระดับ A ของลูกคงไม่เพียงพอแน่"

หลิงเหมี่ยวเพียงแค่หันหน้าหนี ไม่ยอมปริปากพูดอะไร แม้เขาจะพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างจริงจังแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม

เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินฮว่าเทียนก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา

เขารู้ว่าลูกสาวของตนตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว และบางทีอาจจะกลัวว่าเขาจะไม่เห็นด้วย เธอจึงจงใจแสดงอาการเอาแต่ใจต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้

ถึงตอนนี้ ต่อให้เขาบังคับเธอไปก็เปล่าประโยชน์ พวกเขาผิดใจกับตระกูลหลี่ไปแล้ว

ไม่มีทางหวนกลับแล้ว

ตอนนี้เขาทำได้เพียงเลือกระหว่างลูกสาวกับผลประโยชน์ของตระกูลเท่านั้น

"เอาล่ะ ในเมื่อลูกไม่อยากแต่งงาน ก็ปล่อยมันไปเถอะ"

"วันข้างหน้าก็อย่ามาโทษพ่อคนนี้ก็แล้วกัน ทางนี้ลูกเป็นคนเลือกเองนะ"

เมื่อได้ยินพ่อยอมอ่อนข้อให้ ในที่สุดหลิงเหมี่ยวก็หันกลับมาสบตาเขา พร้อมกับทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยด้วยความน้อยใจ

"คุณพ่อ ลูกจัดการเรื่องของตัวเองได้ค่ะ ลูกไม่อยากเอาความสุขทั้งชีวิตไปแลกกับอนาคตที่ไม่แน่นอนแบบนั้นหรอก"

"อีกอย่าง หลี่เฉิงเซวียนคนนั้นก็เสแสร้งเกินไป ลูกไม่ชอบเขาค่ะ"

"เฉิงเซวียนเขาก็แค่เก็บซ่อนความรู้สึกเก่ง..." เฉินฮว่าเทียนยังคงไม่ยอมแพ้และกำลังจะพูดต่อ แต่พอเห็นดวงตาที่มีน้ำตาคลอเบ้าและสีหน้าน่าสงสารของลูกสาว หัวใจของเขาก็อ่อนยวบลงอีกครั้ง และรีบเปลี่ยนคำพูดทันที

"เอาเถอะ พ่อจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของพวกวัยรุ่นอย่างลูกแล้ว เรื่องหลังจากนี้ลูกก็จัดการเอาเองแล้วกัน"

"ไม่มีปัญหาค่ะคุณพ่อ คุณพ่อดีที่สุดเลย!!!"

สีหน้าของหลิงเหมี่ยวที่ก่อนหน้านี้ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ด้วยความน้อยใจ เปลี่ยนเป็นเบิกบานขึ้นมาในพริบตา ทำเอาเฉินฮว่าเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้แต่ส่ายหน้าและยิ้มเจื่อนๆ

"ทั้งชีวิตของพ่อ คงต้องยอมให้สองแม่ลูกอย่างพวกเธอปั่นหัวจนอยู่หมัดแล้วล่ะ"

"แล้วคุณพ่อไม่เต็มใจเหรอคะ?"

"เต็มใจสิ เต็มใจเป็นร้อยเท่าพันเท่าเลย..."

เมื่อหลิงเหมี่ยวเดินกลับมา อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นเธอเป็นเช่นนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้ได้ทันทีว่าละครฉากนี้น่าจะใกล้จบลงแล้ว

คุณหนูใหญ่คนนี้บรรลุเป้าหมายของเธอแล้ว

อันดับแรก เธอยกเอาสถานะแฟนหนุ่มกำมะลออย่างเขาขึ้นมาอุดปากตระกูลหลี่ จากนั้นก็เกลี้ยกล่อมเฉินฮว่าเทียนผู้เป็นพ่อได้สำเร็จ

งานหมั้นครั้งนี้ก็ถือว่ายกเลิกโดยปริยาย

นี่คือแผนการที่พวกเขาวางเอาไว้

แน่นอนว่าในช่วงเวลานี้ เจียงเสี่ยวไป๋ต้องแบกรับความเสี่ยงอย่างมหาศาล เพราะอาจจะถูกทั้งตระกูลเฉินและตระกูลหลี่เกลียดขี้หน้าเอาได้ง่ายๆ

สถานการณ์ปัจจุบันคือตระกูลเฉินไม่ได้มีความรู้สึกไม่พอใจอะไรในตัวเขา แต่เมื่อตัวตนของเขาถูกเปิดเผยออกมา

นอกจากตระกูลหลี่แล้ว ก็ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่สบอารมณ์กับเขาสักเท่าไหร่

จบบทที่ บทที่ 14 เปิดเผยตัวตน

คัดลอกลิงก์แล้ว