- หน้าแรก
- เนอสเซอรี่กลางอวกาศของนางร้าย ย้อนเวลาสู่วัยเยาว์ของเหล่าตัวร้ายจอมโฉด
- บทที่ 1: ระบบโรงเรียนอนุบาลออนไลน์อย่างเป็นทางการ
บทที่ 1: ระบบโรงเรียนอนุบาลออนไลน์อย่างเป็นทางการ
บทที่ 1: ระบบโรงเรียนอนุบาลออนไลน์อย่างเป็นทางการ
บทที่ 1: ระบบโรงเรียนอนุบาลออนไลน์อย่างเป็นทางการ
เสิ่นหนิงทะลุมิติเข้ามาในนิยายยุคดวงดาวเรื่องหนึ่ง
มันเป็นยุคสมัยที่ประชากรชายล้นหลามแต่ผู้หญิงกลับมีน้อยนิด และสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจปนหยึยที่สุดก็คือค่านิยมทางสังคมที่บิดเบี้ยวในเรื่องนี้ หลังจากอ่านจบเธอก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอยู่สองสามคำ ใครจะไปนึกว่าพอลืมตาขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เธอจะทะลุมิติเข้ามาในหนังสือเล่มนี้จริงๆ
เธอเข้ามาอยู่ในร่างของตัวประกอบหญิงเกรดต่ำที่บทน้อยยิ่งกว่าตัวประกอบทั่วไป ตัวละครนี้ลาโลกไปหลังจากปรากฏตัวได้ไม่นาน ใช่แล้ว... แม้ว่าในโลกนี้ 'ผู้หญิง' จะมีฐานะสูงส่ง แต่นั่นก็จำกัดเฉพาะผู้ที่มีระดับพลังตั้งแต่ B ขึ้นไปเท่านั้น
ทว่าเธออยู่ระดับ D
ผู้หญิงที่มีพลังจิตระดับ D คือตัวตนที่อยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในโลกที่ชายมากหญิงน้อยแห่งนี้ ระดับ D ไม่สามารถสร้าง 'ฟีโรโมน' ได้ และไม่มีทางที่จะปลอบประโลมจิตใจของ 'ผู้ชาย' ที่ตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งได้เลย
แต่เจ้าของร่างเดิมกลับเป็นคนทะเยอทะยานและพยายามจะหา 'บ่อเงินบ่อทอง' มาช่วยยกระดับฐานะทางสังคมของตัวเอง เธอรุกจีบ 'ลูกเศรษฐีรุ่นที่สอง' คนหนึ่งผ่านเครือข่ายดวงดาว ฝ่ายชายหลงนึกว่าได้พบนางฟ้ามาโปรดแต่พอมาเจอตัวจริงแล้วรู้ว่าเธอเป็นแค่ระดับ D เขาก็บันดาลโทสะ นอกจากจะด่าทออย่างรุนแรงแล้ว ยังใช้เส้นสายส่งเธอมาปล่อยเกาะที่ 'ดาวเคราะห์รกร้าง' แห่งนี้เพื่อให้เธอกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดตามยถากรรม
เจ้าของร่างเดิมรับความตกต่ำนี้ไม่ไหว ในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง เธอจึงตัดสินใจกินยาเกินขนาดจนสิ้นใจ และนั่นคือตอนที่เซิ่นหนิงทะลุมิติเข้ามาแทนที่
เสียงอิเล็กทรอนิกส์อันเย็นเยียบดังขึ้นในหัวของเสิ่นหนิง "สวัสดีโฮสต์ นี่คือระบบซูเปอร์โรงเรียนอนุบาล!"
"สิ่งที่คุณอ่านไปเป็นเพียงเส้นเรื่องรักใคร่ในยุคดวงดาวเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดของโลกใบนี้"
"ในเนื้อหาฉบับเต็ม โลกใบนี้จะถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของเหล่าตัวร้าย ซึ่งตัวร้ายทุกตัวต่างก็มีอดีตที่ขมขื่นในวัยเด็กกันทั้งนั้น"
"โปรดผูกมัดกับระบบเพื่อรับ 'แต้มชื่อเสียง' และ 'หัวใจรักบริสุทธิ์' เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเหล่าตัวร้ายและตัวคุณเอง"
เสิ่นหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจผูกมัดกับระบบ
เสียง 'ติ้งต่อง' ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอควบคุมที่ปรากฏขึ้นในใจ ส่วนที่ใหญ่ที่สุดเขียนว่า 'ระบบร้านค้า' แต่พื้นที่ตรงหน้าเธอยังคงเป็นสีเทาหม่น ตอนนี้มีเพียงพื้นที่เดียวที่ส่องสว่างขึ้นมานั่นคือ 'กล่องสุ่มกาชา'
ระบบพูดขึ้นได้จังหวะพอดี "เนื่องจากแต้มของคุณต่ำเกินไป ตอนนี้จึงปลดล็อกได้แค่ฟังก์ชันสุ่มรางวัล การสุ่มหนึ่งครั้งใช้เงิน 500 เหรียญดาราโดยมีอัตราการถูกรางวัลอยู่ที่ 10:1"
"หากสุ่มติดต่อกัน 100 ครั้ง ระบบจะการันตีรางวัลใหญ่ให้"
เหรียญดาราคือสกุลเงินที่ใช้ได้จริง การที่ระบบบังคับให้เธอสุ่มรางวัลแบบนี้เห็นชัดๆ ว่ามันคือนโยบาย 'สายเปย์ถึงจะชนะ' (Pay-to-win) แต่พอเสิ่นหนิงลองค้นดูจนทั่วตัวกลับพบว่ามีเงินเหลืออยู่แค่ห้าสิบกว่าเหรียญดาราเท่านั้น ไม่พอแม้แต่จะกดสุ่มสักครั้งเดียว
ยังดีที่เธอตัดสินใจผูกมัดกับระบบอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นบนดาวรกร้างที่ไม่คุ้นเคยนี้ เธอคงไม่มีปัญญาจะเอาชีวิตรอดไปได้จริงๆ
เสิ่นหนิงไม่รีบร้อน ในเมื่อระบบเลือกเธอมาแล้ว มันต้องมีทางรอดให้เธอแน่ๆ เธอรู้สึกสนใจพื้นที่ควบคุมในหัวนี้มากกว่า
ระบบอธิบายต่อ "ไอเทมในร้านค้าและกล่องสุ่มล้วนเป็นของล้ำค่า นอกจากเหรียญดาราแล้วคุณยังสามารถสะสมแต้มชื่อเสียงได้ หากครบสองหมื่นแต้มจะปลดล็อกมร้านค้าได้ทันที"
"และคุณยังสะสม 'หัวใจรักบริสุทธิ์' ได้ด้วย เมื่อได้มาแล้วจะมีวิธีเล่นในโหมดลับอีกมากมาย" ระบบแนะนำ
"หัวใจรักบริสุทธิ์งั้นเหรอ..." เสิ่นหนิงพึมพำกับตัวเอง
ระบบตอบ "ใช่แล้ว ตราบใดที่มีคนรักคุณอย่างจริงใจคุณก็จะได้รับมันมา" ระบบให้ข้อมูลเพียงคร่าวๆ ก่อนที่เสียงจักรกลจะประกาศแจ้งเตือน "ภารกิจใหม่ ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วม 'โรงเรียนอนุบาลแห่งความหวัง' รางวัลภารกิจ หนึ่งพันแต้มชื่อเสียง!"
ทันทีที่ระบบพูดจบ กำไลข้อมืออัจฉริยะของเสิ่นหนิงก็สั่นเตือน เมื่อเปิดดูเธอก็พบข้อความจากทางการของเครือข่ายดวงดาวแจ้งว่าเธอถูก 'จับคู่ครองแบบบังคับ'
และคู่แมตช์ของเธอก็คือซูเสียน
ซูเสียน อายุ 21 ปี เป็นผู้ชายระดับ B ตำแหน่งของเขาคือ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งความหวัง
เสิ่นหนิงเหลือบมองรูปถ่าย ชายในรูปหล่อเหลามาก เป็นความหล่อแบบที่มองแล้วรู้สึกสบายตาเป็นพิเศษ ในโลกนี้ผู้หญิงและผู้ชายทุกคนจะถูกบันทึกข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายดวงดาวตั้งแต่เกิดและจะมีการจับคู่ให้เมื่อถึงวัยที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวที่มีฐานะมักจะเลือกคู่ครองให้ลูกหลานล่วงหน้าและจดทะเบียนกันก่อนเพื่อเลี่ยงการถูกบังคับจับคู่ โดยปกติแล้วการจับคู่แบบบังคับมักจะไม่ใช่การแต่งงานที่ดีนัก
หลังจากถูกจับคู่แบบบังคับ ทั้งสองฝ่ายจะมีเวลาดูใจกัน 6 เดือน หลังจากนั้นต้องเลือกว่าจะแต่งงานหรือแยกทาง ซึ่งกฎของสหพันธรัฐนั้นโหดร้ายมาก หากใครเป็นฝ่ายขอเลิกจะต้องสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งมันเหมือนกับการถูกถลกหนังทั้งเป็น และจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
เมื่อเห็นคำว่า 'โรงเรียนอนุบาล' เสิ่นหนิงจึงถามระบบในใจ: "นี่เป็นฝีมือการจัดการของแกใช่ไหม?"
ระบบตอบ "เปล่าเลยโฮสต์ คุณถูกจับคู่บังคับก่อนแล้วระบบถึงค่อยมาหาคุณ"
เดิมทีเจ้าของร่างเดิมเป็นคนจองหองและดูถูกผู้ชายระดับ B ที่ถูกจับคู่มาให้ เธอสิ้นหวังจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ระบบถึงได้เลือกเธอมาเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจแทน
เสิ่นหนิงกดเปิดหน้าต่างแชทแล้วพิมพ์ข้อความ "สวัสดีค่ะ ฉันคือผู้หญิงที่ถูกจับคู่มาโดยเครือข่ายดวงดาว ไม่ทราบว่าสะดวกไหมถ้าฉันจะขอเข้าไปหาตอนนี้?"
อีกฝ่ายก็อยู่บนดาวรกร้างดวงนี้เหมือนกัน และจากข้อมูลบนกำไลข้อมือ เขาอยู่ใกล้เธอมาก ดูเหมือนว่าการจับคู่นี้ค่อนข้างจะสมเหตุสมผลอยู่บ้างที่ไม่จับคู่ข้ามดวงดาว
หลังจากเสิ่นหนิงส่งข้อความไป อีกฝั่งก็ขึ้นสถานะว่า 'กำลังพิมพ์...' อยู่นานพอดู แต่รอจนครบ 5 นาทีก็ไม่มีอะไรส่งมาเสียที จนสุดท้ายก็จบลงด้วยคำสั้นๆ ว่า "ตกลงครับ!" พร้อมกับที่อยู่หนึ่งชุด
เสิ่นหนิงเดินทางไปตามนั้น จากระยะไกลเธอเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน เธอจำเขาได้ทันที เขาคือซูเสียนในรูปถ่ายนั่นเอง
ในรูปว่าหล่อแล้ว ตัวจริงกลับหล่อกว่าเสียอีก ชายหนุ่มแผ่ซ่านกลิ่นอายความสง่างามออกมา เขาดูไม่เหมือนวัยรุ่นในเมืองเล็กๆ บนดาวรกร้างเลยสักนิด แต่กลับเหมือนนายน้อยจากตระกูลสูงศักดิ์ที่มีความภูมิฐานและเฉยเมยอยู่ในที ซึ่งนั่นยิ่งส่งเสริมให้รูปลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่แล้วดูเปล่งประกายขึ้นไปอีก
เมื่อฝ่ายชายเห็นเสิ่นหนิง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาเช่นกัน ร่างนี้มีหน้าตาคล้ายกับเสิ่นหนิงในร่างเดิมถึงแปดส่วน ระบบบอกว่านี่คือปรากฏการณ์การหลอมรวมของยีน และในอนาคตหน้าตาจะยิ่งเหมือนกันมากขึ้นไปอีก
ก่อนทะลุมิติมาเสิ่นหนิงคือสาวงามล่มเมือง แม้ตอนนี้จะมีความคล้ายแค่แปดส่วน แต่เธอก็ยังจัดว่าสวยสะดุดตาอย่างยิ่ง
ซูเสียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังและกล่าวขอโทษ "ผมปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ เลยต้องรบกวนให้คุณมาหาแทน ขอโทษด้วยนะ!"
เขาดูประหม่าจริงๆ ในยุคดวงดาวที่ผู้หญิงมีน้อย ผู้ชายต่างแย่งชิงกันปรนนิบัติผู้หญิงให้ดีที่สุด การให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายมาหาถือเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรง แต่เขาไม่มีทางเลือก เพราะโรงเรียนอนุบาลของเขามีคนดูแลที่ชื่อเต๋อเจียงเพียงคนเดียว ซึ่งวันนี้ลาพักร้อน เขาจึงไม่กล้าทิ้ง "เจ้าก้อนแป้ง" ทั้งสามตัวไว้ลำพัง
ซูเสียนเองก็ไม่คาดคิดว่าการจับคู่จากทางการจะมาตกที่เขา ในโลกนี้ผู้ชายระดับ A หลายคนอาจไม่เคยได้รับข่าวดีแบบนี้เลยตลอดชีวิต นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นแค่ระดับ B
ซูเสียนหยิบบัตรใบหนึ่งออกมา "รับนี่ไว้ครับ อยากซื้ออะไรก็ใช้ใบนี้ได้เลย"
น้ำเสียงของเขามั่นคงและเยือกเย็น ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนลมฤดูใบไม้ผลิ เขาพูดเหมือนกำลังคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ ไม่มีใครนึกหรอกว่าเขากำลังส่งมอบทรัพย์สินเกือบทั้งหมดที่มีให้แก่เธอในการพบกันครั้งแรก
นี่คือวิถีการจีบหญิงที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มยุคดวงดาว เพื่อเพิ่มเสน่ห์และแสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจ มันคือรูปแบบหนึ่งของการแข่งขันในหมู่เพศชาย การให้บ้านหรือรถในการเจอกันครั้งแรกไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
ซูเสียนพูดต่อ "ขอโทษด้วยนะที่เงินมันไม่ได้เยอะเท่าไหร่ มีแค่หกแสนเหรียญดารา นอกจากนี้ผมยังมีโรงเรียนอนุบาลอีกแห่งหนึ่ง ถ้าคุณชอบ..." เขาเริ่มทำตัวไม่ถูก
ในยุคนี้การมีความรักคือเรื่องฟุ่มเฟือย หลายคนไม่เคยได้สัมผัสตัวผู้หญิงเลยตลอดชีวิต ซูเสียนเองก็ทำตัวไม่ถูก เขาดูทั้งซื่อบื้อและจริงใจในเวลาเดียวกัน
เสิ่นหนิงตอบ "ตกลงค่ะ" เธอรับของขวัญจากเขาไว้
ซูเสียนลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รังเกียจเขา ในโลกนี้ผู้หญิงถูกตามใจโดยผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก บางดาวเคราะห์ถึงขั้นมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิสตรีอย่างเข้มงวด การให้บัตรธนาคารหรือยกสมบัติให้ทั้งหมดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
เสิ่นหนิงเอ่ย "นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่ดาวรกร้าง คุณช่วยพาฉันเดินดูรอบๆ หน่อยได้ไหมคะ?"
ซูเสียนพยักหน้าแล้วทั้งสองก็เดินเคียงคู่กันไปบนถนน แม้จะเป็นยุคดวงดาว แต่ที่นี่กลับดูคล้ายกับเมืองเล็กๆ ห่างไกลความเจริญบนโลก ป้ายร้านค้าเก่าขนาดกะทัดรัดและเต็มไปด้วยฝุ่น ผู้คนเบาบางและไม่มีใครออกมาตะโกนเรียกลูกค้า ส่วนใหญ่แค่นั่งเฝ้าร้านอยู่อย่างเงียบๆ แม้จะเป็นเวลากลางวันแสกๆ แต่บนถนนกลับแทบไม่มีคน
ซูเสียนรู้จักที่นี่เหมือนหลังมือ ระหว่างทางเขาซื้อไอศกรีมนมให้เซิ่นหนิงด้วย ในยุคดวงดาวที่ทุกคนดื่มสารอาหารแทนข้าว ของที่มาจากธรรมชาติแท้ๆ แบบนี้จึงมีราคาแพงมาก
ซูเสียนอธิบาย: "ประชากรที่จดทะเบียนที่นี่มีแค่สามพันกว่าคนครับ ในตัวเมืองมีอยู่ประมาณสองร้อยกว่าคน" ซึ่งนับว่าเป็นชุมชนที่ใหญ่พอสมควรแล้ว
เสิ่นหนิงหันมองเขา ซูเสียนเบือนหน้าหนีอย่างขัดเขิน เขาไม่ค่อยได้เจอ "ผู้หญิงตัวน้อย" ที่น่ารักและไม่เอาแต่ใจแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะตอนที่เธอมองมา มันทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนยอมทุ่มสุดตัวจนหมดเนื้อหมดตัวเพื่อให้ได้ครอบครองผู้หญิงสักคน
เสิ่นหนิงถามขึ้น "เจ้าของร้านที่นี่ดูอายุน้อยกันจังนะคะ" ดูแล้วน่าจะอยู่ในช่วงวัยยี่สิบสามสิบกันทั้งนั้น
ซูเสียนดูประหลาดใจเล็กน้อย เสิ่นหนิงจึงแสร้งทำเป็นตกใจก่อนจะอธิบาย "พอดีช่วงก่อนฉันเจอเรื่องวุ่นวายมานิดหน่อยน่ะค่ะ เลยทำให้ความจำเสื่อมไปบ้าง!"
ช่วยไม่ได้... เธอเป็นคนนอก แม้จะมีความจำเจ้าของร่างเดิมอยู่บ้าง แต่มันก็ยากจะเข้าใจทุกอย่างลึกซึ้งเท่าเจ้าของภาษา บอกไว้ก่อนแบบนี้จะได้ไม่โป๊ะแตกทีหลัง