เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 539 เส้นใยวิญญาณเซวียนอู่

บทที่ 539 เส้นใยวิญญาณเซวียนอู่

บทที่ 539 เส้นใยวิญญาณเซวียนอู่


"ข้าน้อยลั่วหง เป็นเพียงผู้ฝึกตนพเนจรในแคว้นเหลียวเท่านั้น"

ลั่วหงตอบกลับไปอย่างส่งๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"เอ๊ะ? พี่หญิงเซวี่ยฮวาไม่ได้ไปเชิญคนเถื่อนเผ่าทูอู๋มาหรอกหรือ? ทำไมถึงพาผู้ฝึกตนพเนจรกลับมาได้ล่ะ แถมระดับการบำเพ็ญเพียรก็มีแค่ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสิบด้วย?"

หญิงสาวนางหนึ่งที่เดินตามหลังกงเหยี่ยนเหวินออกมา นางมีอายุไล่เลี่ยกับกงเซวี่ยฮวา สวมเสื้อผ้าที่ดูโปร่งบางเย็นสบาย นางจ้องมองลั่วหงด้วยแววตาสงสัย พลางเอ่ยถามขึ้นมา

"หึๆ นี่เป็นเรื่องระหว่างลั่วผู้นี้กับคุณหนูเซวี่ยฮวา สหายเต๋าไม่จำเป็นต้องมาใส่ใจหรอก"

ในเวลานี้ ลั่วหงกำลังรีบร้อนอยากจะไปหาสมบัติ จะมีเวลามาเล่นละครกับพวกผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณกลุ่มนี้ได้อย่างไร เขาจึงกล่าวตอบกลับไปอย่างไม่เกรงใจนัก ก่อนจะทิ้งทั้งสองคนเอาไว้เบื้องหลัง แล้วเดินเข้าเรือนหลังเล็กของตนไป

"แค่ผู้ฝึกตนพเนจรกระจอกๆ คนหนึ่ง กล้าเสียมารยาทกับข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ! พี่เหยี่ยนเหวิน ท่านช่วยข้าสั่งสอนเจ้านั่นหน่อยสิ!"

หญิงสาวในชุดโปร่งบางกอดแขนข้างหนึ่งของกงเหยี่ยนเหวินเอาไว้ แนบความอ่อนนุ่มของตนเองเข้ากับแขนของเขาอย่างไม่ใส่ใจ พลางแกว่งแขนไปมาแล้วเอ่ยฟ้องด้วยความโกรธเคือง

"ญาติผู้น้อง เจ้าอย่าเอาแต่ใจตัวเองไปหน่อยเลย ตอนนี้ตระกูลกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาวิกฤต หากยังมัวแต่มาทะเลาะกันเองอีก ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ ข้าเชื่อว่าสหายเต๋าลั่วคงแค่อารมณ์ไม่ดีชั่วขณะเท่านั้น เจ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลย"

กงเหยี่ยนเหวินรู้สึกทนไม่ไหวกับการออดอ้อนที่ยั่วยวนเช่นนี้ของนาง เขาเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ที่สำนักศึกษาหงหรู สิ่งที่เขาเล่าเรียนมาคือตำราของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ สิ่งที่เขาบ่มเพาะคือพลังแห่งความเที่ยงธรรม ดังนั้นนิสัยใจคอของเขาจึงแตกต่างจากลูกหลานตระกูลใหญ่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

"ฮึ่ม! รู้อย่างนี้ว่าท่านเป็นคนเฉื่อยชาแบบนี้ ข้าก็คงไม่ชวนท่านเข้าเทือกเขาอู่หยวนด้วยหรอก ข้าไปหาพี่เพ่ยอู่ให้ช่วยระบายแค้นให้ข้าดีกว่า!"

หญิงสาวในชุดโปร่งบางผู้นี้ ไม่เคยออกจากยอดเขาเทียนกงของตระกูลกงเลยตั้งแต่เกิด อย่างมากก็แค่วนเวียนอยู่ในเมืองซิ่นอานเท่านั้น นิสัยของนางจึงเอาแต่ใจและดื้อรั้นเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นนางก็สะบัดกงเหยี่ยนเหวินทิ้ง แล้ววิ่งไปหาลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากแคว้นอื่นแทน

"นี่... เฮ้อ ถอยคนละก้าว ทะเลก็กว้าง ท้องฟ้าก็สดใสแท้ๆ!"

กงเหยี่ยนเหวินมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวในชุดโปร่งบาง พลางส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นเขาก็ประสานมือคารวะไปทางประตูเรือนของลั่วหง ก่อนจะเดินกลับที่พักของตนไป

ในขณะที่ลั่วหงมีเรื่องกระทบกระทั่งเล็กน้อยกับคนของตระกูลกงนั้น กงเซวี่ยฮวาก็ได้พบกับบิดาของนางแล้ว

ณ โถงประชุมตระกูลบนยอดเขาเทียนกง บิดาของกงเซวี่ยฮวากำลังปรึกษาหารือเรื่องราวต่างๆ กับบรรดาผู้บริหารคนอื่นๆ ของตระกูลกงอยู่

ซึ่งรวมถึงเรื่องที่กงเซวี่ยฮวาเดินทางไปขอความช่วยเหลือด้วย เมื่อได้ยินว่านางเดินทางกลับมาแล้ว จึงเรียกตัวนางให้เข้ามารายงานเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเอง

ดังนั้น ภายใต้สายตาของบิดาและบรรดาท่านลุงท่านอา กงเซวี่ยฮวาจึงได้เล่าประสบการณ์การเดินทางในครั้งนี้ให้พวกเขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

"ผู้ฝึกตนพเนจรผู้นั้นเก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ขนาดสามารถรับมือกับศิษย์ของสำนักเซวี่ยชี่ได้ถึงสองคนในคราวเดียว แถมยังสังหารพวกมันได้อย่างชั่วพริบตาอีกด้วย!

หลานเซวี่ยฮวา เจ้าคงไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมาโกหก เพื่อหนีความผิดหรอกนะ"

ท่านอาเจ็ดของตระกูลกงขมวดคิ้วแน่น เอ่ยถามด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย

"ท่านอาเจ็ดโปรดพิจารณาด้วยเถิดเจ้าค่ะ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของหลาน หลานจะเอาเรื่องโกหกมาหลอกลวงพวกท่านได้อย่างไร หากทำเช่นนั้น ก็เท่ากับหลอกตัวเองด้วยไม่ใช่หรือเจ้าคะ?

นอกจากนี้ คุณชายลั่วไม่เพียงแต่จะเชี่ยวชาญวิชาธาตุน้ำ และมีกระบี่บินที่ร้ายกาจเท่านั้น แต่เขายังมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังที่สูงส่งมากอีกด้วย

เพียงแค่คำชี้แนะสองสามประโยคระหว่างการเดินทาง ก็สามารถช่วยให้หลานทะลวงผ่านคอขวดเล็กๆ มาได้ ทำให้หลานรู้สึกราวกับบรรลุธรรมขึ้นมาทันทีเลยล่ะเจ้าค่ะ"

กงเซวี่ยฮวากล่าวด้วยสีหน้าหนักแน่น นางยกย่องชื่นชมลั่วหงเป็นอย่างมาก

"จากคำบรรยายของเซวี่ยฮวา คนผู้นี้น่าจะโชคดีบังเอิญไปพบโครงกระดูกของผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานเข้ากระมัง

มิฉะนั้น ผู้ฝึกตนพเนจรอย่างเขา ต่อให้มีพรสวรรค์สูงส่งเพียงใด ก็ไม่มีทางบ่มเพาะจนถึงขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสิบได้อย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมีอาวุธวิเศษที่ร้ายกาจไว้ครอบครองด้วย"

ท่านอาห้าของตระกูลกงลูบเครายาวของตน พลางคาดเดาไปต่างๆ นานา

"ต่อให้คนผู้นี้จะไม่มีเบื้องหลังอะไรน่าสงสัย แต่เงื่อนไขของเขาก็มากเกินไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขากำลังฉวยโอกาสปล้นพวกเราตอนไฟไหม้ชัดๆ พวกเราจะไปรับปากเขาได้อย่างไรกัน?!"

ท่านอาเจ็ดของตระกูลกงถลึงตาโต ราวกับตั้งใจจะขัดขวางเรื่องนี้ให้จงได้

"ทำไมถึงจะรับปากไม่ได้ล่ะ? ต่อให้เพิ่มเงื่อนไขมาอีกสักสองข้อ ข้าก็เห็นว่ารับปากได้!"

ในเวลานี้ ประมุขตระกูลกงซึ่งนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน ผู้มีระดับการบำเพ็ญเพียรในขอบเขตสร้างรากฐานระยะปลาย และมีศักดิ์เป็นปู่รองของกงเซวี่ยฮวา ก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาในที่สุด

ไม่รอให้บรรดาลูกหลานเอ่ยปากถาม เขาก็กล่าวต่อไปว่า

"ที่ตระกูลกงของพวกเราต้องตกที่นั่งลำบากเช่นทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เพราะตระกูลฝางมีผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกนโผล่ขึ้นมาหรอกหรือ!

หากต้องการจะขจัดภัยคุกคามนี้ให้สิ้นซากอย่างถาวร ตระกูลกงของพวกเราก็จำเป็นต้องมีผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกนเป็นของตัวเองให้ได้ ดังนั้นหลังจากนี้ ข้าตั้งใจจะลดทอนทรัพยากรของบรรดาคนระดับแกนนำและผู้อาวุโสของตระกูลลง เพื่อนำไปสนับสนุนลูกหลานที่มีศักยภาพแทน!

ข้าคิดว่าพวกเจ้าทุกคนคงได้รับบทเรียนจากความพ่ายแพ้ในครั้งนี้มามากพอแล้ว คงไม่มีใครกล้าคัดค้านความคิดนี้อีกใช่ไหม?"

สายตาอันเฉียบคมราวกับสายฟ้าของประมุขตระกูลกง กวาดมองไปยังบรรดาผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานที่นั่งอยู่รอบๆ เขาสังเกตเห็นว่าบางคนก็มีสีหน้าตื่นเต้น บางคนก็ดูไม่ค่อยเต็มใจนัก และบางคนก็หลบสายตา แต่กลับไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาคัดค้านเลยแม้แต่คนเดียว เขาจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"สหายเต๋าน้อยลั่วที่เซวี่ยฮวาพามาด้วย มีวิชาเวทธาตุน้ำที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ใช่เพราะอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักเพียงอย่างเดียวแน่ๆ ข้าเกรงว่าเขาอาจจะมีกายาธรรมที่สอดคล้องกับปราณวิญญาณธาตุน้ำ ถึงได้มีพลังโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้

ในเมื่อยอดฝีมือระดับนี้มาส่งถึงหน้าประตูบ้านแล้ว พวกเจ้ายังจะผลักไสเขาไปอีกงั้นหรือ นี่พวกเจ้าสมองกลับกันไปหมดแล้วหรืออย่างไร?"

เมื่อได้รับการเตือนสติจากประมุข คนของตระกูลกงหลายคนก็เริ่มตระหนักขึ้นมาได้ กายาธรรมนั้นถือเป็นของหายากในหมู่ผู้ฝึกตน หนึ่งในหมื่นคนถึงจะมีสักคน หากลั่วหงมีกายาธรรมจริงๆ ก็ไม่ควรปล่อยเขาให้หลุดมือไปเด็ดขาด

"สิ่งที่ประมุขกล่าวมานั้นถูกต้องที่สุด จากเงื่อนไขของคนผู้นี้ ดูเหมือนว่าเขาอยากจะเข้าร่วมกับตระกูลกงของพวกเราจริงๆ และอยากจะใช้โอกาสนี้เกาะใบบุญของพวกเรา แสดงว่าเขายังไม่รู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง

เพื่อป้องกันไม่ให้คนผู้นี้ถูกตระกูลฝางดึงตัวไปในวันข้างหน้า ข้าเห็นว่าสู้ให้หลานเซวี่ยฮวาแต่งงานกับเขาไปเลยดีกว่า เพื่อผูกมัดเขาเอาไว้กับตระกูลกงของพวกเราอย่างสมบูรณ์!"

ท่านลุงใหญ่ของตระกูลกง ผู้มีระดับการบำเพ็ญเพียรในขอบเขตสร้างรากฐานระยะกลาง ตบโต๊ะฉาดใหญ่แล้วเสนอความคิดเห็น

กงเซวี่ยฮวาถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ นางไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ นางถึงจะต้องแต่งงานด้วย และบรรดาผู้อาวุโสหลายท่าน รวมถึงบิดาของนาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ราวกับว่าเรื่องนี้ได้ถูกตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว

ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็ได้สติกลับคืนมา รีบกล่าวขึ้นทันทีว่า

"มะ... ไม่ได้นะเจ้าคะ! คนที่คุณชายลั่วชอบ คือลวี่จู๋ต่างหาก!"

ลวี่จู๋ที่กำลังสัปหงกอยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็ถูกกงเซวี่ยฮวาตบหลังเข้าอย่างจัง ทำเอานางสะดุ้งสุดตัว แล้วตะโกนออกมาโดยสัญชาตญาณว่า

"เจ้าค่ะ คุณหนู!"

ภายในเรือนหลังเล็ก ลั่วหงไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนยอดเขาเทียนกงเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้เขากำลังนำหยกบันทึกเวิ่นเทียนทาบไว้ที่หน้าผาก พยายามค้นหาเบาะแสที่เกี่ยวข้องจากบันทึกที่ค่อนข้างคลุมเครือของนักพรตเวิ่นเทียน

หลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุดเขาก็พบข้อความที่อาจจะเกี่ยวข้องกันเข้าจนได้

"ห่างจากที่ราบซั่วเฟิงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสามร้อยลี้ มีมังกรวารีสีเหลืองปรากฏตัว ข้าจึงจับมันมา แล้วนำไปหลอมรวมกับรถม้าหลบหลีกสวรรค์ซ่อนเร้นปฐพี

จากนั้นมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือสามร้อยลี้ พบชีพจรวิญญาณระดับสุดยอดธาตุน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักแห่งหนึ่ง ข้าอยากจะเข้าไปสำรวจแต่ถูกขัดขวาง จึงลงมือด้วยความโกรธ และได้คัมภีร์ 'กงล้อวารีค้ำสวรรค์' มา

หลังจากนั้น ข้าได้ค้นหาทั่วทั้งชีพจรวิญญาณ ได้ศิลาวิญญาณระดับสุดยอดมาสามก้อน และพบของวิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันสิ่งหนึ่ง มีพลังธาตุน้ำเข้มข้น รูปร่างคล้ายปุยหลิว หนักยิ่งกว่าพันชั่ง จึงตั้งชื่อมันว่า 'เส้นใยวิญญาณเซวียนอู่'"

ชีพจรวิญญาณใต้เขาเทียนกงก็คือชีพจรวิญญาณธาตุน้ำ แม้ระดับของชีพจรวิญญาณจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ธาตุของมันก็ควรจะยังคงเดิม

ดังนั้น หากใต้เขาเทียนกงแห่งนี้มีสมบัติซ่อนอยู่ล่ะก็ สมบัติชิ้นนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเส้นใยวิญญาณเซวียนอู่อย่างแน่นอน

ของวิเศษธาตุน้ำระดับนี้ นับว่ามีประโยชน์ต่อลั่วหงที่ฝึกฝนวิชาธาตุน้ำเป็นอย่างมาก หากมีโอกาสรวบรวมได้ เขาจะไม่มีทางพลาดอย่างแน่นอน

เมื่อเห็นว่าข้างนอกมืดค่ำแล้ว คนของตระกูลกงคงจะไม่มาหาเขาอีก ลั่วหงจึงใช้สัมผัสเทวะเรียกให้ร่างจำแลงของเขาออกมา

"มาถึงต้าจิ้นแล้วงั้นหรือ?"

ทันทีที่ร่างจำแลงของลั่วหงออกมา เขาก็แผ่สัมผัสเทวะออกไปสำรวจรอบๆ ตัวทันที

----------

จบบทที่ บทที่ 539 เส้นใยวิญญาณเซวียนอู่

คัดลอกลิงก์แล้ว