- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 150 เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว! ร่างยักษ์ที่ยืนหยัดตระหง่านไม่ไหวติง!
บทที่ 150 เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว! ร่างยักษ์ที่ยืนหยัดตระหง่านไม่ไหวติง!
บทที่ 150 เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว! ร่างยักษ์ที่ยืนหยัดตระหง่านไม่ไหวติง!
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ฝูงชน แน่นอนว่าพวกเขาย่อมได้ยินเรื่องที่ซูหมิงมีฝีมือยิงปืนที่ยอดเยี่ยม ใช้ปืนพกยิงเข้าสิบคะแนนเต็มติดต่อกันมาแล้ว!
ผลงานระดับนี้หากอยู่ในทีมตำรวจ ย่อมต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน
แต่ถ้าให้ไปเทียบกับกองทัพล่ะ?
หรือให้เทียบกับจอมมารอย่างจางอี้?
ไม่มีใครมองว่าซูหมิงจะมีโอกาสชนะเลยสักคน
นี่มันรนหาที่อับอายชัดๆ!
ช่องว่างมันห่างไกลกันมาก ราวกับเอานักเรียนที่ผลการเรียนวิชาพละค่อนข้างดี ไปแข่งวิ่งกับยูเซน โบลต์ยังไงอย่างงั้น
หลายคนถึงกับต้องเอามือปิดหน้า ทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว
แต่ในฐานะผู้เข้าแข่งขันอย่างซูหมิง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเยอะขนาดนั้น
ในเวลานี้เขากำลังจดจ่ออยู่กับการสังเกตสถานการณ์ภายในสนามยิงปืน เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปถูกเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเป็นเป้าหุ่นคนเรียบร้อยแล้ว
เป้าหุ่นคนมีทั้งหมดสิบเป้า ระยะใกล้ไกลแตกต่างกันไป ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ในสถานะล้มพับลง ด้านล่างของเป้ามีการปูรางเอาไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนที่ของเครื่องพยุงเป้า
เมื่อเห็นซูหมิงยืนประจำที่หน้าสนามยิงปืนและทำสัญญาณมือว่าพร้อมแล้ว เจ้าหน้าที่หน้าแผงควบคุมก็ส่งเสียงให้สัญญาณทันที
"เริ่มได้!"
ทันทีที่กดปุ่ม เครื่องพยุงเป้าเคลื่อนที่ก็เริ่มทำงานในพริบตา
เครื่องพยุงเป้าหลายตัวเคลื่อนที่ไปตามรางอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมันสูงมาก ถึงขั้นเร็วกว่าความเร็วในการวิ่งเต็มฝีเท้าของคนทั่วไปซะอีก
ที่สำคัญคือ ทิศทางการเคลื่อนที่ของเครื่องพยุงเป้านั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา!
แถมยังมีการลดความเร็ว เร่งความเร็ว หรือแม้กระทั่งหยุดนิ่งกะทันหัน
เครื่องพยุงเป้าทั้งสิบตัวทำงานเต็มกำลัง ชั่วขณะนั้นทุกคนถึงกับตาลายไปตามๆ กัน
แต่เป้าหมายยังไม่ได้เด้งขึ้นมาในทันที เห็นได้ชัดว่าเป็นการต่อให้ซูหมิงในฐานะมือใหม่ เพื่อให้เขามีเวลาปรับตัว
ไม่ต้องพูดถึงบรรดาตำรวจบนอัฒจันทร์ผู้ชมที่มองดูจนต้องสูดปากด้วยความหวาดเสียว แม้แต่รองผู้กำกับโจวเห็นแล้วก็ยังขมวดคิ้ว
การยิงเป้าที่มีความยากระดับนี้เนี่ยนะ?
มันไม่ใช่สำหรับมือใหม่เลยสักนิด! นี่มันคือรายการฝึกซ้อมของกองกำลังทหารระดับเอซมืออาชีพชัดๆ!
เขาปรายตามองผู้บัญชาการลู่ที่กำลังยิ้มกริ่มราวกับจิ้งจอกเฒ่า คันไม้คันมืออยากจะซัดหน้าไอ้แก่จอมเจ้าเล่ห์นี่สักหมัดจริงๆ!
แค่ให้ราชันย์แห่งปืนอย่างจางอี้ลงสนามยังไม่พอ ยังจะงัดเอารายการแข่งขันที่ผิดปกติแบบนี้ออกมาใช้อีก
นี่แม่งจงใจรังแกคนซื่อชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
"เหล่าลู่! นี้นายทำเกินไปหรือเปล่าเนี่ย? นายไม่กลัวว่าจะทำลายความมั่นใจของซูหมิงหรือไง?"
"เกินไปเหรอ? ฉันกำลังทำให้ซูหมิงได้รู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคนต่างหากล่ะ! ทำลายความมั่นใจซูหมิงเหรอ? ถ้าไอ้หนุ่มนี่โดนความล้มเหลวแค่นี้เล่นงานเอาได้ ก็เสียชาติเกิดที่ตัวใหญ่ขนาดนี้แล้ว!"
ผู้บัญชาการลู่ไม่ได้หันกลับมา เขายังคงเอามือไพล่หลังมองดูสถานการณ์ในสนามยิงปืน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เขามีความมั่นใจในสายตาของตัวเองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการมองคน
ซูหมิง ไม่ใช่คนอ่อนแอเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบนั้นเด็ดขาด
เขาจะไม่มีทางอมทุกข์เพราะความล้มเหลวเพียงชั่วคราว แต่จะตระหนักถึงข้อบกพร่องของตัวเองแล้วฮึดสู้พยายามไล่ตามให้ทัน
รู้จักความอับอายแล้วจึงเกิดความกล้าหาญ (เปลี่ยนความอับอายเป็นพลัง)
เขากับจางอี้ เป็นคนประเภทเดียวกัน
ผู้บัญชาการลู่มองดูซูหมิงที่อยู่ไกลออกไปอย่างสงบนิ่ง: "เหล่าโจว ซูหมิงเป็นเหล็กกล้าชั้นยอด ฉันจะตีแผ่และขัดเกลาเขาให้กลายเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมไร้เทียมทานในปฐพีเอง!"
"นายไม่ต้องห่วงว่าเขาจะหักกลางคันในระหว่างกระบวนการนี้หรอก นายต้องเชื่อใจฉัน และก็ต้องเชื่อใจเขาด้วย..."
รองผู้กำกับโจวขมวดคิ้วแน่น: "ยังไงซะเขาก็ยังเด็กอยู่..."
"ความกังวลของนายมันไร้ประโยชน์.... พอเข้าไปในกองทัพแล้ว คนเก่งๆ มีอยู่ถมไป นายจะคอยเป็นห่วงเขาไปได้ตลอดชีวิตหรือไง?"
ผู้บัญชาการลู่ถูกคำพูดของเพื่อนเก่าทำให้หลุดขำออกมา เขาส่ายหน้าอย่างจนใจแล้วพูดต่อว่า "ถ้าซูหมิงมีคุณสมบัติพอนะ อุปสรรคและความล้มเหลวทั้งหมดที่เขาเผชิญ ในอนาคตมันจะตอบแทนเขากลับมาเป็นเท่าตัว"
ในสนามยิงปืน
ซูหมิงก็รู้สึกเซ็งสุดๆ เหมือนกัน เขาเตรียมตัวตั้งนานแล้ว ทำไมเครื่องพยุงเป้าพวกนี้ยังไม่เด้งเป้าหุ่นคนขึ้นมาสักทีล่ะ?
เขาคันไม้คันมือจะตายอยู่แล้ว เจ้ายักษ์ใหญ่ที่เอวก็ยิ่งหิวกระหายจนทนไม่ไหวแล้วด้วย
ซูหมิงไม่ได้ซาบซึ้งถึงความหวังดีของเจ้าหน้าที่เลยแม้แต่น้อย เขาถึงขั้นขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ทำงานชักช้าอืดอาดไปหน่อย
อะไรคือเครื่องพยุงเป้าที่เคลื่อนที่ซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว?
เขาได้รับการอัปเกรดจากระบบมาตั้งหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่ง ล้วนได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล
เหนือกว่าคนธรรมดาไปไกลลิบ
เครื่องพยุงเป้าที่เคลื่อนที่ซ้ายขวาอย่างรวดเร็วเหล่านี้ ในสายตาคนทั่วไปอาจจะดูลายตา แต่ในสายตาเขามันชัดเจนแจ่มแจ้งเหมือนมองดูเส้นลายมือของตัวเอง
ทุกการเคลื่อนไหว ล้วนอยู่ในสายตาเขาทั้งหมด!
การขมวดคิ้วของซูหมิง ย่อมตกอยู่ในสายตาของจางอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างแน่นอน
ในสายตาเขา ย่อมคิดว่าซูหมิงคงจะตาลายกับเครื่องพยุงเป้าเคลื่อนที่ตรงหน้าไปแล้ว
แต่มาคิดดูแล้วก็สมควรอยู่ มือใหม่ที่เพิ่งจับปืนครั้งแรกมาฝึกยิงเป้า จู่ๆ ก็ต้องมาเจอกับเป้าเคลื่อนที่แบบเด้งได้ถึงสิบเป้ารวด
ก็ถือว่าสร้างความลำบากใจให้เขาไม่น้อยเลย
แถมจางอี้ยังสั่งให้เครื่องพยุงเป้าเด้งขึ้นมาแค่ครั้งละสามวินาทีเท่านั้น ถ้าไม่ถูกยิงก็จะพับเก็บไป
บวกกับการที่เป้าหมายถูกเครื่องพยุงเป้าพาเคลื่อนที่ไปมาอย่างไร้ทิศทาง เวลาแค่สามวินาทีตั้งแต่การเล็งไปจนถึงเหนี่ยวไก และกระสุนพุ่งออกไป!
พูดได้เลยว่าแทบจะไม่เปิดโอกาสให้คนยิงได้มีเวลาคิดเลย
ปืนลูกโม่ในมือของซูหมิงมีกระสุนเจ็ดนัด ถ้ายิงออกไปทั้งเจ็ดนัดแล้วโดนเฉียดเป้าได้สักเป้าเดียว ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ส่วนถ้าจะให้มากกว่านั้น...
หึๆ นั่นก็คงเป็นเทพเซียนบนดินไปแล้วล่ะ
และในจังหวะที่จางอี้กำลังยิ้มพลางส่ายหน้านั้นเอง
ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่น! ราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูแล้งดังเปรี้ยงขึ้นมากะทันหัน
คนเกือบทั้งหมดทั้งในและนอกสนามยิงปืนถึงกับสะดุ้งเฮือก!
เจ้าหน้าที่หญิงที่ขวัญอ่อนบางคนถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจจากเสียงกัมปนาทที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เกือบจะกระโดดเข้าไปซุกอกคนข้างๆ แล้ว
แต่ทุกคนก็ตระหนักได้ในเวลาเดียวกันทันทีว่า ซูหมิงลั่นไกแล้ว!
กระสุนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.7 มม. ถูกยิงออกไป ในขณะที่มันหมุนควงด้วยความเร็วสูงออกจากเกลียวลำกล้อง ก็ยังมาพร้อมกับประกายไฟที่สว่างจ้าและกลิ่นดินปืนที่คละคลุ้ง
ตูม!
เป้าหุ่นคนที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเป้าหนึ่ง แทบจะถูกหัวกระสุนอันน่าสะพรึงกลัวฉีกกระชากจนแหลกละเอียดในวินาทีที่มันเด้งขึ้นมา
เป้าหมายยังไม่ทันจะตั้งตรงเต็มที่ ก็ถูกกระสุนเจาะทะลุกลางอากาศไปซะแล้ว
เป้าหุ่นคนถูกยิงเข้าที่หัว!
พลังงานจลน์อันมหาศาลฉีกกระชากส่วนหัวของเป้าหุ่นคนจนแหลกละเอียด ถึงขั้นลากเอาเครื่องพยุงเป้าที่หนักอึ้งกระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้นด้วย
บนเนินดินหนาที่จงใจก่อไว้ด้านหลังสนามยิงปืน ปรากฏหลุมขนาดเท่าปากชามที่ถูกระเบิดออก
เสียงดังปุ๊ด ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว
น่าสะพรึงกลัวสุดๆ!
แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งสติได้ เป้าหมายที่เหลือก็ทยอยเด้งขึ้นมาตามโปรแกรมที่ตั้งไว้
ปัง!
ปัง!
ปัง!
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ท่ามกลางควันปืนที่ลอยโขมง กระสุนพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่แลบแลบออกมาเป็นทางยาวกว่าหนึ่งฟุต
ตูม ตูม ตูม!
เป้าหมายหลายเป้าที่แทบจะเด้งขึ้นมาพร้อมๆ กัน ถูกโจมตีอย่างไร้ความปรานีในชั่วพริบตาที่มันโผล่ขึ้นมา แถมทุกเป้ายังโดนยิงเข้าที่บริเวณส่วนหัวทั้งหมดด้วย
เศษซากปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า! เนินดินก็ฝุ่นคลุ้งกระจายไปตามๆ กัน
สภาพสนามยิงปืนเละเทะยับเยินไม่มีชิ้นดี!
เครื่องพยุงเป้าที่ล้มระเนระนาด ล้อของมันยังคงหมุนเสียดสีกับพื้นส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
ทุกคนแทบจะตกใจจนช็อกไปแล้ว
รวมถึงผู้บัญชาการลู่ที่ยืนเอามือไพล่หลังด้วย ตอนนี้อ้าปากค้างจนหุบไม่ลงแล้ว
แม้เขาจะอายุเกินครึ่งร้อยแล้ว แต่สายตายังคงเฉียบแหลมอยู่มาก
เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เครื่องพยุงเป้าที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่โครงยึดเป้าหมายยกตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย ท่อนแขนของซูหมิงก็เริ่มเล็งแล้ว
และเมื่อเป้าหมายโผล่ขึ้นมาอย่างเต็มที่ ซูหมิงก็เหนี่ยวไกไปเรียบร้อยแล้ว
แรงถีบกลับอันมหาศาล พลังงานที่ทำให้ปืนสะบัดจากดินปืน ดูเหมือนจะไร้ผลอย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่ในมือของร่างยักษ์ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางสนามยิงปืน
ท่อนแขนที่ยกขนานกับพื้น ไม่มีการกระตุกหรือสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
ภาพตรงหน้าทำให้ผู้บัญชาการลู่นึกถึงรูปปั้นเหล็กกล้าขนาดยักษ์ที่ถูกหล่อขึ้นในยุคพิเศษ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในประเทศรัสเซียที่มีพรมแดนติดกับประเทศหลงกั๋วขึ้นมาทันที
สูงตระหง่าน อลังการ!
แต่มันก็ยืนหยัดอย่างมั่นคงไม่ไหวติงอยู่กับที่
เหลือเชื่อจริงๆ!
ความตกตะลึงในแววตาของลู่จื้อกั๋วแทบจะกลั่นตัวเป็นรูปธรรมแล้ว!
แต่ในสนามยิงปืน เครื่องพยุงเป้าที่เหลือยังคงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป!