- หน้าแรก
- เกมทมิฬ: เริ่มต้นด้วยผีเคาะประตู แต่ผมมีระบบแก้ไขการ์ด
- บทที่ 47 ประตู.... เปิดไม่ออกแล้ว!
บทที่ 47 ประตู.... เปิดไม่ออกแล้ว!
บทที่ 47 ประตู.... เปิดไม่ออกแล้ว!
หลังจากที่ได้เห็นเจียงเฟิงสองคน
แม้หลินโม่สิงจะอึ้งไปเพียงไม่กี่วินาที
ทว่าเขาก็เกิดและเติบโตมาในแก๊งเสือดำซึ่งเป็นแก๊งมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเจียง
ย่อมถือเป็นคนที่มีประสบการณ์และเคยพบเจอเหตุการณ์แปลกๆ มาไม่น้อย
เขาจึงเรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“นี่มัน 【หุ่นเชิดตัวตายตัวแทน】 งั้นเหรอ?”
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเจียงเฟิงก็ปรากฏแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
“ไม่เลวนี่! มองออกด้วยเหรอ!”
เมื่อเห็นเจียงเฟิงยังคงมีท่าทีไม่ทุกข์ร้อน
ใบหน้าของหลินโม่สิงก็เริ่มปรากฏแววอำมหิตออกมา
“เจ้าหนู! ฉันยอมรับว่าฉันดูถูกแกเกินไป”
“ถึงขั้นรู้จักดึงดูดความสนใจของพวกเรา แล้วอาศัยจังหวะใช้ 【หุ่นเชิดตัวตายตัวแทน】 ช่วยซุนเหวินโป๋หนีไปได้”
“ทว่า ดูเหมือนแกจะทำพลาดไปอย่างหนึ่งนะ”
“ถ้าแกใช้ 【หุ่นเชิดตัวตายตัวแทน】 มาดึงความสนใจของพวกเรา แล้วตัวจริงเป็นคนช่วยซุนเหวินโป๋หนีไป บางทีวันนี้ฉันอาจจะทำอะไรแกไม่ได้จริงๆ”
“แต่ตอนนี้.... ตัวจริงของแกกลับถูกพวกฉันล้อมไว้หมดแล้ว เคยคิดถึงจุดจบของตัวเองบ้างไหม?”
หลินโม่สิงในยามนี้ไม่ได้มีอารมณ์โกรธแค้นแต่อย่างใด
เขาเพียงแต่ยืนมองเจียงเฟิงที่ก้มหน้าอยู่เงียบๆ
เพราะเป้าหมายแรกเริ่มของเขาคือเจียงเฟิงอยู่แล้ว
ส่วนซุนเหวินโป๋ ไว้รอจัดการทีหลังก็ยังไม่สาย!
ด้วยอำนาจของแก๊งเสือดำ เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
ในตอนนั้นเอง หัวไหล่ของเจียงเฟิงก็เริ่มสั่นไหวเบาๆ
เนื่องจากเจียงเฟิงก้มหน้าอยู่ จึงมองไม่เห็นสีหน้าที่ชัดเจน
หลินโม่สิงจึงทึกทักเอาเองว่าเจียงเฟิงกำลังหวาดกลัว
เขาจึงเอ่ยเยาะเย้ยต่อไปว่า
“ที่เขาว่าแกเป็นขยะ มันก็ขยะจริงๆ นั่นแหละ”
“มีการ์ดไอเทมห่วงๆ อย่าง 【หุ่นเชิดตัวตายตัวแทน】 อยู่ในมือแท้ๆ แต่กลับใช้ไม่เป็น”
“ดันปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในวงล้อมซะเอง”
“มิน่าล่ะ แกถึงสู้เจียงเถาไม่ได้!”
หึๆ!
สิ้นเสียงเยาะเย้ยของหลินโม่สิง
เจียงเฟิงก็ทนกลั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินโม่สิงที่อยู่ตรงหน้า
บนใบหน้าของเจียงเฟิงไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เขากำลังยิ้มอยู่ต่างหาก!
และเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงๆ เสียด้วย!
“พวกแกเคยคิดบ้างไหม ว่าบางที ฉันอาจจะไม่เคยคิดจะหนีเลยตั้งแต่แรก?”
เมื่อมองดูเจียงเฟิงในตอนนี้
ในใจของหลินโม่สิงก็เริ่มบังเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา
เขาจึงรีบออกคำสั่งทันที
“จัดการฆ่าไอ้คนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ นี่ซะ!”
พูดจบ
ชายฉกรรจ์รอยสักรอบด้าน ต่างพากันพุ่งเข้าใส่เจียงเฟิงทันที
เจียงเฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ
เห็นสมาชิกของแก๊งเสือดำเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะใช้งานการ์ดอุปกรณ์ประเภทมีดพร้าหรือกริช ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถพิเศษอะไรโดดเด่นนัก
เจียงเฟิงจึงหยิบ 【ดาบผีวิญญาณร้าย】 ออกมาประจันหน้าทันที!
ทันทีที่ดาบผีออกจากฝัก กลิ่นอายเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกก็แผ่ซ่านออกมา ตัวดาบดำสนิทราวกับน้ำหมึก ดูราวกับจะกลืนกินแสงสว่างรอบข้างลงไปจนหมดสิ้น
ชายฉกรรจ์คนแรกที่พุ่งเข้ามาแสยะยิ้มอำมหิตพลางตวัดมีดเล็งมาที่ใบหน้าของเจียงเฟิง เจียงเฟิงไม่ได้หลบเลี่ยง แต่เขากลับสะบัดข้อมือเบาๆ ใช้ดาบผีปัดป้องใบมีดของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นตวัดดาบสวนกลับไป พริบตานั้นรอยเลือดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ลำคอของชายคนนั้น
แววตาดุร้ายของชายคนนั้นแข็งค้างไปทันที ก่อนที่ร่างจะทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา
คนอื่นๆ เมื่อเห็นภาพนั้น การโจมตีก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคาดไม่ถึงว่าเจียงเฟิงจะลงมือได้เหี้ยมเกรียมและรวดเร็วขนาดนี้
ทว่าเจียงเฟิงไม่ได้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ตั้งตัว เขาขยับฝีเท้าอย่างว่องไวราวกับภูตผีแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน ทุกครั้งที่ตวัดดาบผี ย่อมตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนและร่างที่ล้มลงทีละคน
ท่วงท่าของเขาลื่นไหลราวกับสายน้ำ ดูเหมือนจะไม่ตั้งใจแต่กลับเล็งเข้าจุดตายทุกกระบวนท่า มีดและกริชเหล่านั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาไม่ต่างจากแผ่นกระดาษที่ไร้พละกำลัง และไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้เขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
หลินโม่สิงที่ยืนมองอยู่ สีหน้าของเขายิ่งดูย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เขานึกว่าการใช้จำนวนคนที่มากกว่าจะสามารถสยบเจียงเฟิงได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้เขาถึงเพิ่งรู้ว่าตนเองคิดผิดมหันต์ขนาดไหน
เจียงเฟิงคนนี้ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว พละกำลัง หรือสัญชาตญาณการตอบสนอง ล้วนเหนือชั้นกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
นี่ไม่ใช่สภาพของมือใหม่ที่รอดมาจากดันเจี้ยนเพราะโชคช่วยเลยสักนิด
แต่นี่มันคือยอดฝีมือที่ผ่านการเข่นฆ่ามาอย่างโชกโชนชัดๆ!
จนถึงวินาทีนี้ หลินโม่สิงถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตนเองถูกเจียงเถาหลอกใช้เข้าให้แล้ว!
“มิน่าล่ะ ไอ้เจียงเถานั่นถึงไม่ยอมมาด้วยตัวเอง!”
“ที่แท้มันรู้ตั้งนานแล้วว่าเจียงเฟิงไม่ใช่เคี้ยวได้ง่ายๆ!”
“รอให้ฉันกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะคิดบัญชีกับแกแน่!”
ทว่าหลินโม่สิงก็รู้ดีว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวโกรธแค้นเจียงเถา
เขาต้องหาทางจัดการเจียงเฟิงให้ได้ก่อน
ไม่อย่างนั้น หากปล่อยให้เจียงเฟิงเข่นฆ่าด้วยความเร็วขนาดนี้ต่อไป ไม่นานนักสมาชิกแก๊งเสือดำที่เขาพามาคงถูกฆ่าล้างบางจนหมดแน่!
เมื่อคิดได้ดังนั้น
หลินโม่สิงจึงหยิบการ์ดสีน้ำเงินใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
จากนั้นเขาก็ใช้พลังจิตเพื่อเปิดใช้งานมันทันที!
วินาทีต่อมา ร่างกายของหลินโม่สิงก็ถูกปกคลุมด้วยชั้นหินและดินอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นยักษ์ศิลาที่สูงถึงสามเมตร!
“เจียงเฟิง! ไปตายซะ!”
เห็นหลินโม่สิงออกแรงที่ขาทั้งสองข้าง แล้วกระโจนเข้าใส่เจียงเฟิงอย่างบ้าคลั่ง!
ทว่าภายใต้การเสริมพลังของ 【เสริมแกร่งกายา】 เก้าเท่า การตอบสนองของเจียงเฟิงนั้นว่องไวเพียงใด
เกือบจะในเสี้ยววินาทีที่หลินโม่สิงกระโดดขึ้นมา เจียงเฟิงก็ได้เคลื่อนที่หายไปอยู่อีกจุดหนึ่งแล้ว!
เจียงเฟิงย่อมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของหลินโม่สิงเช่นกัน
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
【ดูเหมือนจะเป็นการ์ดความสามารถสาย "ศิลา" สินะ!】
【"ควบคุมความมืด" ของฉันกำลังต้องการกลืนกินการ์ดความสามารถประเภทธาตุพอดีเลย】
【งั้นขอลองใช้แกเป็นหนูทดลองหน่อยแล้วกัน!】
ทว่าในตอนนี้ หลินโม่สิงยังไม่รู้ตัวเลยว่าหายนะกำลังจะมาเยือน
เมื่อเห็นเจียงเฟิงไม่กล้าปะทะกับเขาตรงๆ
ใบหน้ายักษ์ศิลาที่ใหญ่โตนั้นก็ปรากฏแววลำพองใจออกมา
“เจียงเฟิง! ฉันยอมรับว่าฉันดูถูกแกอีกครั้งแล้ว”
“แต่ต่อให้แกจะมีความเร็วที่รวดเร็วแค่ไหน”
“แกก็ไม่มีวันทำลาย 【ควบคุมศิลา】 ของฉันได้หรอก!”
พูดจบ หอกที่ควบแน่นมาจากศิลาก็พลันปรากฏขึ้นในมือของหลินโม่สิง!
“เจียงเฟิง! ตาย!”
สิ้นคำราม หลินโม่สิงก็เหวี่ยงหอกหินพุ่งตรงเข้าใส่เจียงเฟิงทันที!
ด้วยแรงมหาศาลจาก 【ควบคุมศิลา】
ความเร็วของหอกหินที่พุ่งออกไปนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง!
จนถึงขั้นมีเสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวตามมา!
ทว่าถึงอย่างนั้น ใบหน้าของเจียงเฟิงกลับไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย!
ในวินาทีที่หอกกำลังจะปะทะตัวเจียงเฟิง
เหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อก็บังเกิดขึ้น!
เห็นในมือซ้ายของเจียงเฟิง จู่ๆ ก็ปรากฏลูกบอลพลังงานสีม่วงดำขึ้นมา
มันดูดกลืนหอกหินเล่มนั้นเข้าไปข้างในทันที!
เมื่อเห็นภาพนั้น ดวงตาของหลินโม่สิงก็ฉายแววไม่อยากจะเชื่อออกมา
“นี่มัน..... การ์ดความสามารถสายความมืด!”
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเจียงเฟิงก็ปรากฏแววเย้ยหยันออกมา!
“ในเมื่อแกดูออกขนาดนี้ แล้วทำไมถึงยังรนหาที่ตายมาหาเรื่องฉันอีกล่ะ?”
พูดจบ เจียงเฟิงก็เหวี่ยงลูกบอลพลังงานแห่งความมืดในมือเข้าใส่หลินโม่สิงทันที!
ร่างกายยักษ์ศิลาที่ใหญ่โต แม้จะมอบพละกำลังมหาศาลให้หลินโม่สิง
ทว่ามันก็ทำให้ความเร็วของเขาลดลงอย่างมากเช่นกัน!
จนทำให้เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของเจียงเฟิงได้เลย!
ทันทีที่ลูกบอลพลังงานแห่งความมืดปะทะเข้ากับตัวหลินโม่สิง!
มันกลับไม่ได้เกิดการระเบิดที่รุนแรงแต่อย่างใด
ทว่ากลับเป็นความเงียบงันที่น่าขนลุก!
เห็นร่างกายศิลาชั้นนอกของหลินโม่สิง เริ่มถูกพลังงานสีดำบิดเบี้ยวและแตกสลายไปทีละนิด!
เมื่อเห็นร่างกายศิลาถูกดูดเข้าไปข้างในอย่างต่อเนื่อง ขนาดของลูกบอลพลังงานแห่งความมืดก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
ในวินาทีนี้ หลินโม่สิงสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในที่สุด!
เขาพยายามจะตะเกียกตะกายหนีออกมาอย่างสุดชีวิต
ทว่าแรงดึงดูดของลูกบอลพลังงานแห่งความมืดกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
ร่างกายของหลินโม่สิงนอกจากจะหนีออกไปไม่ได้แล้ว
กลับถูกดูดเข้าไปใกล้ขึ้นทุกที!
ในตอนนี้ จิตใจของหลินโม่สิงพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!
“เจียงเฟิง! ฉันผิดไปแล้ว! ปล่อยฉันไปเถอะ!”
“ฉันเป็นนายน้อยของแก๊งเสือดำนะ! ถ้าแกกล้าฆ่าฉัน พ่อของฉันหลินเซี่ยวคุนไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่!”
เมื่อได้ยินคำขู่ เจียงเฟิงกลับแสดงสีหน้าที่เหมือนมองคนโง่ออกมา
“ตลกน่า”
“พูดเหมือนกับว่าถ้าฉันปล่อยแกไปแล้ว แกจะไม่กลับมาล้างแค้นฉันอย่างนั้นแหละ!”
“ไปสู่สุขติเถอะ!”
เมื่อเห็นเจียงเฟิงตัดสินใจจะเอาชีวิตตนเองแน่นอน หลินโม่สิงก็รู้สึกนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง!
เขานึกถึงคำพูดที่ซุนเหวินโป๋เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า “แกไม่มีทางรู้หรอกว่าเจียงเฟิงแข็งแกร่งขนาดไหน!”
ทำไมเขาต้องมารนหาที่ตายในครั้งนี้ด้วยนะ!
ถ้าหากเขาไม่เคยมาหาเรื่องเจียงเฟิงตั้งแต่แรกจะดีขนาดไหน!
เขาก็คงยังเป็นนายน้อยแก๊งเสือดำผู้ยิ่งใหญ่ในโลกใต้ดินของเมืองเจียงต่อไปแล้ว!
ทันทีที่ความคิดสุดท้ายสิ้นสุดลง
ร่างกายทั้งหมดของหลินโม่สิง พร้อมกับการ์ด 【ควบคุมศิลา】 ก็ถูกลูกบอลพลังงานแห่งความมืดกลืนกินไปจนหมดสิ้น!
เมื่อการกลืนกินเสร็จสิ้น เจียงเฟิงก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
แม้ 【ควบคุมความมืด】 จะไม่ได้เลื่อนระดับดาวหรือคุณภาพขึ้นโดยตรง แต่อานุภาพของมันกลับรุนแรงขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
ส่วนในตอนนี้ เหล่าสมาชิกแก๊งเสือดำรอยสักที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่
เมื่อเห็นนายน้อยของตนถูกเจียงเฟิงจัดการได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น
จะมีใครเหลือจิตใจจะสู้ต่อไปได้อย่างไร?
คนเหล่านั้นต่างพากันวิ่งกรูกันไปยังประตูใหญ่ทันที!!
ทว่าพอไปถึงหน้าประตู ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้มีคนไปล็อกกุญแจไว้แล้ว!
พริบตานั้น เสียงตะโกนด่าทอที่เต็มไปด้วยความลนลานและหวาดผวาก็ดังระงมไปทั่ว!
“เร็วเข้า! รีบเปิดประตูสิ! ฉันยังไม่อยากตาย!”
“ไอ้ลูกหมาตัวไหนมันเป็นคนปิดประตูวะ!”
“เร็วเข้า!”
บางทีคนที่ถือกุญแจล็อกประตูคนนั้น อาจจะถูกเจียงเฟิงฆ่าตายไปในการต่อสู้เมื่อกี้แล้ว
หรือบางที คนคนนั้นอาจจะหวาดกลัวจนสติหลุดไปแล้วก็ได้
ทว่าสรุปแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะตะโกนเรียกหาขนาดไหน ก็ไม่มีใครหยิบกุญแจออกมาเปิดประตูให้เลย
ในตอนที่ทุกคนกำลังหวาดผวานั้นเอง
เสียงสายหนึ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในความสิ้นหวัง ก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง
“ฉันเตือนพวกแกไปตั้งนานแล้วนะ”
“ว่าอย่าล็อกประตู แต่พวกแกก็ไม่ยอมฟังกันเอง!”
“ทีนี้เห็นผลหรือยังล่ะ!”
“ประตู..... เปิดไม่ออกแล้ว!”
(จบบท)