เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ฆ่าล้างบาง?

บทที่ 29 ฆ่าล้างบาง?

บทที่ 29 ฆ่าล้างบาง?


ในขณะที่ฟู่เหิงกำลังเพ้อฝันอยู่นั้น

ฝูงอสุรกายด้านหน้าก็ถูกกำจัดไปเป็นจำนวนมากอีกครั้ง

นั่นทำให้หัวใจของฟู่เหิงที่เพิ่งจะสงบลง กลับมาเต้นรัวอีกครั้งด้วยความตระหนก!

【มันเกิดอะไรขึ้น?】

【นายท่านจ้าวไม่ได้บอกฉันเหรอ ว่าอสุรกายพวกนี้ถูกเขาเสริมพลังด้วย "ตราอสุรกาย" แล้ว?】

【ทำไมพวกมันถึงได้ไร้น้ำยาขนาดนี้?】

ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นเก่าฝั่งเจียงเฟิงเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน

เมื่อเห็นว่าพวกตนสามารถรุกไล่ฝูงอสุรกายจนแตกพ่าย

เสิ่นซื่อจิ่นและคนอื่นๆ ต่างก็เผยสีหน้าของผู้ชนะออกมา!

“ฉันก็นึกว่าจะเป็นศึกหนักเสียอีก”

“ที่ไหนได้ อสุรกายพวกนี้กลับเปราะบางจนน่าใจหาย”

“ไอ้หนูที่แอบอยู่ข้างหลังนั่น! คราวนี้แกไม่รอดแน่!”

พูดจบ

เสิ่นซื่อจิ่นในร่างงูเห่าก็พุ่งทะลวงฝ่าแนวป้องกันของอสุรกาย ตรงเข้าจู่โจมฟู่เหิงทันที

ภาพนี้ทำเอาฟู่เหิงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ!

“แกอย่าเข้ามานะ!”

ทว่าในตอนที่ทุกคนคิดว่าฟู่เหิงกำลังจะถูกเสิ่นซื่อจิ่นสังหารนั้นเอง

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!

ซากศพของอสุรกายที่ถูกกำจัดไปเหล่านั้น จู่ๆ ก็เริ่มแปรสภาพเป็นเศษชิ้นส่วนมากมาย และพุ่งมารวมตัวกันที่จุดเดียวกัน!

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มผิดปกติ

ซูอวิ๋นซีรีบตะโกนเตือนทันที

“เสิ่นซื่อจิ่น! ระวังข้างหลัง!”

ทว่ามันสายไปเสียแล้ว!

เศษซากเหล่านั้นก่อตัวเป็นร่างมหึมาที่สูงถึงห้าเมตรเบื้องหลังเสิ่นซื่อจิ่นในเวลาเพียงไม่นาน

มันเงื้อมหมัดขึ้นแล้วซัดเข้าที่แผ่นหลังของเสิ่นซื่อจิ่นอย่างจัง!

ตูม!

เสิ่นซื่อจิ่นกระเด็นลอยละลิ่วออกไป!

พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโตไม่หยุด!

ซูอวิ๋นซีรีบควบคุมมังกรวารีตัวหนึ่งเข้าไปรับร่างของเสิ่นซื่อจิ่นไว้ เพื่อช่วยลดแรงปะทะมหาศาลนั้น!

เมื่อมองดูเงาร่างอสุรกายที่สูงตระหง่านตรงหน้า

ดวงตาของซูอวิ๋นซีก็ฉายแววไม่อยากจะเชื่อออกมา!

“นี่มัน.... อสุรกายยักษ์ 2 ดาว!”

“ในดันเจี้ยนอาถรรพ์ระดับ 1 ดาว ทำไมถึงมีอสุรกายยักษ์ระดับ 2 ดาวโผล่ออกมาได้!?”

สิ่งมีชีวิตในดันเจี้ยนก็เหมือนกับการ์ด ที่ถูกแบ่งระดับตามดวงดาว ยิ่งดาวสูงพละกำลังก็จะยิ่งแข็งแกร่ง!

เดิมทีเมืองอสุรกายแห่งนี้เป็นเพียงดันเจี้ยนระดับ 1 ดาว แต่ตอนนี้กลับปรากฏอสุรกายระดับ 2 ดาวออกมา จะไม่ให้ผู้คนตกตะลึงได้อย่างไร?

หลังจากโจมตีเสิ่นซื่อจิ่นจนบาดเจ็บสาหัสเพียงครั้งเดียว

อสุรกายยักษ์ตนนี้ไม่ได้ไล่ตามไปโจมตีต่อ

แต่มันกลับหันหลัง และเริ่มเปิดฉากบุกโจมตีเขตอาคมแทน

เห็นดังนั้น ซุนเหวินโป๋และฮั่วหลิงฉี่ต่างก็มีการตอบสนองพร้อมกัน

คมเขี้ยวลมและลูกธนูจำนวนมากถูกกระหน่ำยิงเข้าใส่อสุรกายยักษ์ทันที

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

ทว่าการโจมตีเหล่านั้นเมื่อสัมผัสกับร่างกายของอสุรกายยักษ์ กลับส่งเสียงราวกับปะทะเข้ากับแท่งเหล็กกล้า!

มันไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย!

ทว่ายังโชคดีที่ทั้งสองคนช่วยถ่วงเวลาอสุรกายยักษ์ไว้ได้ครู่หนึ่ง

ทำให้ซูอวิ๋นซีมีเวลาตั้งตัว หลังจากส่งร่างของเสิ่นซื่อจิ่นที่บาดเจ็บหนักให้ผู้เล่นเก่าอีกคนดูแลแล้ว

เธอรีบถอยกลับมาเพื่อขัดขวางอสุรกายยักษ์ทันที!

มังกรวารีสองตัวพุ่งทะยานขึ้นมาจากข้างกายซูอวิ๋นซี

พุ่งเข้าจู่โจมอสุรกายยักษ์อย่างดุเดือด!

โชคดีที่ครั้งนี้การโจมตีเริ่มเห็นผลบ้างแล้ว

มังกรวารีเข้าพันธนาการร่างกายของอสุรกายยักษ์ไว้อย่างแน่นหนา

กรงเล็บและเขี้ยวที่คมกริบของมังกรวารีฉีกทึ้งไปบนร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง

อสุรกายยักษ์ส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในตอนที่ทุกคนคิดว่าอสุรกายยักษ์กำลังจะถูกมังกรวารีบดขยี้จนสิ้นซากนั้นเอง

จู่ๆ ทั่วทั้งร่างของมันก็ระเบิดคลื่นพลังงานสีดำสนิทออกมา

ซัดจนมังกรวารีแตกสลายไป!

ดูเหมือนว่าการโจมตีของซูอวิ๋นซีจะทำให้อสุรกายยักษ์รู้สึกถึงภัยคุกคามที่รุนแรง

มันจึงเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง เงื้อมหมัดขึ้นหมายจะทุบลงบนศีรษะของซูอวิ๋นซีอย่างจัง!

เห็นดังนั้น ซูอวิ๋นซีตั้งใจจะถอยฉากออกมา

ทว่าเธอกลับพบว่า ร่างกายของตนเองถูกกระแสลมหมุนที่เกิดจากการเงื้อมหมัดของมันดึงดูดไว้

จนไม่สามารถถอยหนีออกมาได้!

ในตอนนี้อสุรกายยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง เรียกได้ว่าทุ่มพละกำลังที่มีทั้งหมดลงมาในหมัดนี้

หากหมัดนี้ซัดเข้าเป้าจริงๆ เกรงว่าซูอวิ๋นซีคงต้องสิ้นใจตรงนั้นทันที!

และในวินาทีที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นเอง

ในที่สุดเจียงเฟิงก็เคลื่อนไหว!

ดาบผีวิญญาณร้ายที่เรียวยาวถูกชักออกมาจากข้างเอว!

สิ้นแสงดาบสีม่วงดำที่ตวัดผ่านลำคอของอสุรกายยักษ์

การเคลื่อนไหวของมันก็หยุดชะงักลงทันที!

ศีรษะขนาดมหึมาของมันร่วงหล่นลงสู่พื้น

การตวัดดาบ สะบัดเลือด ควงดาบ และเก็บดาบเข้าฝัก

ทุกท่วงท่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในคราวเดียว

พริบตานั้น ทั่วทั้งสนามรบกลับเข้าสู่ความเงียบสงัดราวกับป่าช้า!

ซุนเหวินโป๋มองเจียงเฟิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน

【ไม่รู้ว่าหลายปีมานี้เจียงเฟิงผ่านอะไรมาบ้าง ทำไมเขาถึงได้เก่งกาจขนาดนี้!】

ฮั่วหลิงฉี่ในตอนนี้แม้จะยังคงค้างอยู่ในท่าโก่งคันศร

ทว่าดวงตาของเขากลับจ้องเขม็งไปที่ร่างของเจียงเฟิงอย่างไม่ลดละ

【คุณพระช่วย! นี่มันท่วงท่าของผู้ไร้เทียมทานชัดๆ!】

แม้แต่เสิ่นซื่อจิ่นที่บาดเจ็บหนัก ในตอนนี้ก็ยังเบิกตากว้างด้วยความอึ้งทึ่ง

“....ดาบเดียวปลิดชีพอสุรกายยักษ์ได้เลยเหรอ?”

“แล้วตอนที่ฉันโดนอัดเนี่ย ทำไมแกถึงไม่ยอมลงมือช่วยบ้างวะ?”

ส่วนสีหน้าของฟู่เหิงนั้นยิ่งราวกับเห็นผี

“เป็นไปไม่ได้! เจียงเฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง!”

“ก่อนจะเข้าดันเจี้ยนนี้มา เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาไม่ใช่เหรอ!”

“ทำไมเขาถึงได้เติบโตเร็วขนาดนี้!”

ในตอนนี้เจียงเฟิงไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นเลยแม้แต่น้อย

เขาเดินตรงเข้าไปหาซูอวิ๋นซีทันที

“หัวหน้าห้อง! เธอไม่เป็นไรใช่ไหม!?”

เมื่อมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของเจียงเฟิงที่อยู่ตรงหน้า

บวกกับนึกถึงท่วงท่าที่เขาสังหารอสุรกายยักษ์เมื่อครู่นี้

ต่อให้เป็นซูอวิ๋นซีที่ปกติจะเก็บอารมณ์ได้ดีเพียงใด

ในตอนนี้เธอก็ยังรู้สึกว่าหัวใจเต้นรัว ใบหน้าแดงก่ำ

หนำซ้ำยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเบ่งบานขึ้นในหัวใจ!

ทว่าถึงกระนั้น ซูอวิ๋นซีก็ยังคงเอ่ยออกมาด้วยความมีสติว่า

“เจียงเฟิง! นายไม่ควรลงมือเลย!”

เจียงเฟิงย่อมเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของซูอวิ๋นซีดี

ทว่าเจียงเฟิงกลับไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด

“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของหัวหน้าห้องอีกแล้ว!”

วินาทีนี้ หัวใจของซูอวิ๋นซีราวกับถูกโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง

คำพูดมากมายที่เตรียมจะเอ่ยออกมา กลับกลายเป็นเพียงคำว่า “ขอบคุณ” ที่เอ่ยออกมาอย่างขัดเขิน

เมื่อเห็นดังนั้น เจียงเฟิงจึงส่งยิ้มที่อ่อนโยนให้ซูอวิ๋นซี

จากนั้นเขาจึงหันหลังเตรียมตัวจะกลับเข้าสู่เขตอาคม

ทว่าสิ่งที่เจียงเฟิงคาดไม่ถึงคือ

เพียงช่วงเวลาไม่กี่อึดใจนั้นเอง

ที่ด้านหน้าของเขตอาคม กลับปรากฏเงาร่างที่แสนจะคุ้นเคยของชายหลังค่อมตนหนึ่งขึ้นมา!

นายท่านจ้าว!

“ฮ่าๆๆ! ในที่สุดแกก็ติดกับจนได้!”

เห็นนายท่านจ้าวชู ตราอสุรกาย ขึ้นแล้วกระแทกเข้าใส่เขตอาคมอย่างสุดแรง!

เพล้ง!

เขตอาคมที่เคยปกคลุมถ้ำเสือพลันแตกกระจายราวกับแผ่นกระจกทันที!

เมื่อบรรลุจุดประสงค์ในที่สุด

นายท่านจ้าวก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา!

“ในที่สุดความปรารถนาของข้าก็จะเป็นจริงเสียที!”

“ฮ่าๆๆๆๆ!”

พูดไป

นายท่านจ้าวก็โยน ตราอสุรกาย ขึ้นไปบนอากาศ

คลื่นพลังงานอาถรรพ์กระจายออกไปรอบด้านอย่างต่อเนื่อง

ผู้เล่นเก่าที่ถูกคลื่นพลังงานนี้พาดผ่าน ต่างก็เริ่มมีท่าทีดุร้ายและบ้าคลั่งขึ้นมาทันที

พวกเขาเริ่มเปิดฉากโจมตีทุกอย่างที่อยู่รอบตัวอย่างไม่เลือกหน้า!

ในพริบตาเดียว ทั้งเสิ่นซื่อจิ่น ฮั่วหลิงฉี่ และซุนเหวินโป๋ ต่างก็ได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกันไป!

เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แสนจะคุ้นเคยนี้

เจียงเฟิงก็รู้ตัวได้ทันที!

“นี่มัน.... มลพิษทางจิตใจ!”

ทว่าในตอนที่เจียงเฟิงตระหนักได้ มันก็สายไปเสียแล้ว!

ตัวเจียงเฟิงที่เคยถูกมลพิษทางจิตใจครอบงำมาก่อนแล้ว ในตอนนี้ระดับการถูกกัดกินยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!

นายท่านจ้าวที่เห็นภาพนี้ย่อมเผยสีหน้าพึงพอใจออกมา

“ขอแค่ข้าบุกเข้าสู่โลกปัจจุบันได้สำเร็จ ข้าจะเปลี่ยนมนุษย์พวกนั้นให้กลายเป็นอสุรกายให้หมด!”

“เมื่อถึงตอนนั้น โลกปัจจุบันทั้งหมดก็จะกลายเป็นอาณาจักรของข้า!”

“และข้าก็จะกลายเป็นราชาผีองค์ใหม่!”

ในขณะที่นายท่านจ้าวกำลังหัวเราะอย่างลำพองใจอยู่นั้นเอง

จู่ๆ เสียงอันไพเราะของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา!

“ฉันไม่มีวันยอมให้แผนของนายสำเร็จหรอก!”

เมื่อเห็นซูอวิ๋นซีที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้ได้รับผลกระทบใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ดวงตาของนายท่านจ้าวก็ฉายแววตกตะลึงออกมาวูบหนึ่ง!

“ทำไมแกถึงมีภูมิคุ้มกันมลพิษทางจิตใจได้ล่ะ?”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 29 ฆ่าล้างบาง?

คัดลอกลิงก์แล้ว