- หน้าแรก
- วิถีเซียนช่องสวมใส่ เริ่มต้นมาข้าก็ฆ่าล้างโลกใบเล็ก
- บทที่ 21 ตลาดร้อยสมุนไพร บังเอิญพบเจอ
บทที่ 21 ตลาดร้อยสมุนไพร บังเอิญพบเจอ
บทที่ 21 ตลาดร้อยสมุนไพร บังเอิญพบเจอ
บทที่ 21 ตลาดร้อยสมุนไพร บังเอิญพบเจอ
ออกจากหมู่บ้านอิ่นเยว่
กู้ชิงเข้าไปดูข้อมูลในแดนวิญญาณอยู่พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจไปที่ตลาดร้อยสมุนไพร
ตลาดร้อยสมุนไพรเป็นแหล่งซื้อขายโอสถระดับสูงของเมืองนี้ ของที่ขายล้วนเป็นโอสถสำหรับผู้ฝึกตน การจะเข้าไปได้ต้องมีฐานะเป็นพลเมืองชั้นสองเสียก่อน
เมื่อเทียบกับหมู่บ้านอิ่นเยว่ที่มีคนพลุกพล่าน ตลาดร้อยสมุนไพรฝั่งนี้จัดอยู่ในเขตชานเมือง
ผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่ค่อยชอบเขตเมืองที่มีคนเยอะสักเท่าไร
ผู้ฝึกตนบางคนที่มีฐานะไม่ธรรมดา ถึงกับเลือกไปเร้นกายอยู่ตามถ้ำบนเขาวิเศษ เพื่อให้ใกล้ชิดกับมรรคาวิถีธรรมชาติมากขึ้น
...
ไม่นานนัก กู้ชิงก็มาถึงตลาดร้อยสมุนไพร
"ข้าจำได้ว่าบ้านของเฮ่อโหลวเปิดร้านขายโอสถอยู่ในตลาดร้อยสมุนไพรนี่แหละ"
"อืม แวะไปดูที่ร้านเขาก่อนก็แล้วกัน"
เฮ่อโหลวเป็นเพื่อนซี้ของกู้ชิงสมัยมัธยมปลาย ผลการเรียนของทั้งคู่สูสีกัน แถมยังนั่งโต๊ะติดกันอีกด้วย
ฐานะทางบ้านของเฮ่อโหลวนั้นเข้าขั้นดีเยี่ยม แต่เขากลับไม่มีความเย่อหยิ่งแบบพวกลูกผู้ดีเลยสักนิด
เขาถือเป็นเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของกู้ชิง
เพียงแต่ว่า...
เพื่อนรักสอบติดมหาวิทยาลัยรัฐเซียน ทว่าเขากลับกลายมาเป็นทหารรับจ้างของเครือเซียนมู่
หอโอสถวิเศษ
กู้ชิงเดินเข้าไปด้านใน ถึงแม้จะแต่งตัวธรรมดา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเมินเขา
คนที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ได้ ย่อมต้องเป็นผู้ฝึกตนทั้งสิ้น
"พี่ชาย เจ้าต้องการซื้อโอสถประเภทไหน"
กู้ชิงเพิ่งจะเดินเข้ามา ก็มีพนักงานขายคนหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับ
พนักงานขายคนนี้หน้าตาสะสวย รูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดยูนิฟอร์มที่ดูรัดรูปเล็กน้อย อวดสัดส่วนโค้งเว้าสะดุดตาเอามากๆ
"ข้าต้องการโอสถที่ช่วยเพิ่มพลังวิญญาณและระดับการฝึกฝน"
ถ้าเทียบกับหินวิญญาณแล้ว พลังวิญญาณในโอสถจะนุ่มนวลกว่า สรรพคุณก็รุนแรงและคงอยู่ได้นานกว่าด้วย
"ไม่มีปัญหา"
"หอโอสถวิเศษของเรามีโอสถหลายสิบชนิดที่เหมาะกับผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณ"
"โอสถรวมปราณ เป็นโอสถขั้นหนึ่งระดับหนึ่ง วัตถุดิบหลักคือหญ้ารวมวิญญาณกับหญ้าสหายปีศาจ โอสถชนิดนี้มีฤทธิ์ยาที่นุ่มนวล แทบจะไม่มีผลข้างเคียงเลย ทว่าเมื่อระดับการฝึกฝนสูงขึ้น ผลลัพธ์ของมันก็จะค่อยๆ ลดลง"
"โอสถหลอมปราณ เป็นโอสถขั้นหนึ่งระดับสาม วัตถุดิบหลักคือหญ้าหลอมปราณ โอสถชนิดนี้เป็นโอสถเสริมที่สำคัญมากสำหรับผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณในการทะลวงผ่านระดับคอขวด"
"โอสถมังกรเหลือง เป็นโอสถขั้นหนึ่งระดับเจ็ด วัตถุดิบหลักคือเถามังกรเหลืองและน้ำนมวิญญาณ โอสถชนิดนี้สามารถเพิ่มความเร็วในการโคจรพลังวิญญาณได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ และยังช่วยเพิ่มระดับการฝึกฝน ทว่าฤทธิ์ยาของมันจะค่อนข้างรุนแรงและดุดัน..."
"..."
นางแนะนำโอสถที่เหมาะกับผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณไปทีละอย่างตามลำดับ
พนักงานขายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง
"โอสถชนิดเดียวกัน จะแบ่งออกเป็นสองระดับ คือระดับทั่วไปกับระดับชั้นยอด"
"โอสถระดับทั่วไปจะใช้เทคโนโลยีวิถีเซียนผลิตออกมาตามสายพานโรงงาน ราคาของมันจะค่อนข้างถูก แต่ถ้ากินเข้าไปในปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อย่างแรกเลยคือมันจะทำให้ร่างกายดื้อยา อย่างที่สองคือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมของพิษโอสถ"
"ส่วนโอสถระดับชั้นยอดนั้น ปรมาจารย์นักปรุงโอสถจะลงมือหลอมด้วยตัวเอง พวกเขาจะปรับแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตามคุณสมบัติของสมุนไพรแต่ละต้น โอสถระดับชั้นยอดจะมีลวดลายจิตวิญญาณโอสถประทับอยู่ มันสามารถดึงเอาพลังวิญญาณของสมุนไพรออกมาได้ถึงขีดสุด แทบจะไม่มีพิษโอสถตกค้าง และร่างกายก็จะดื้อยาช้ากว่ามากด้วย"
"เพียงแต่ว่า ราคาของโอสถระดับชั้นยอดนั้น..."
พนักงานขายคอยแนะนำโอสถสารพัดชนิดให้กู้ชิงฟังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลอบมองชายหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีตรงหน้า พลางเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจเล็กน้อย
แนะนำมาตั้งนาน ยังไม่เห็นหมอนี่สั่งซื้อเลยสักอย่าง ตกลงว่าเขาตั้งใจมาซื้อโอสถจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย
ไม่ใช่ว่าพนักงานขายดูถูกกู้ชิงหรอกนะ แต่คนที่มาซื้อโอสถที่นี่ ส่วนใหญ่ก็มักจะเปรียบเทียบราคาจากหลายๆ ร้านกันทั้งนั้น
พวกลูกค้าที่ต้องการใช้โอสถด่วนจริงๆ กลับไม่ค่อยถามอะไรให้มากความ ส่วนใหญ่พอเดินเข้ามาในร้านก็จะซื้อเลยทันที
ทว่าเมื่อดูจากท่าทางจริงจังของกู้ชิงแล้ว ก็ไม่น่าจะใช่คนที่ตั้งใจมาแค่ถามราคา
หรือว่าจะซื้อจริงๆ
พอคิดได้แบบนี้ พนักงานขายหน้าตาสะสวยก็รีบขยับเข้าไปตีสนิทกับกู้ชิงอีกครั้ง ขาดก็แต่เอาหน้าอกหน้าใจตู้มๆ นั่นไปเบียดใส่ตัวเขาเท่านั้นเอง
"เอาโอสถมังกรเหลืองระดับทั่วไปมาหนึ่งขวด แล้วก็ระดับชั้นยอดอีกหนึ่งขวด"
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้ชิงก็ตัดสินใจเลือกใช้โอสถมังกรเหลือง
ยังไงซะเขาก็มีเวลาแค่อีกหนึ่งเดือน ก่อนจะต้องเข้าร่วมการทดสอบทหารรับจ้างครั้งที่สอง
ส่วนความแตกต่างระหว่างโอสถมังกรเหลืองระดับทั่วไปกับระดับชั้นยอดนั้น คงต้องลองใช้ดูก่อนถึงจะตัดสินใจได้
"เอ่อ ซื้อสองขวดเลยเหรอ"
พนักงานขายดีใจจนเนื้อเต้นอยู่ลึกๆ แต่ก็ยังเอ่ยปากถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย
นางมาทำงานที่หอโอสถวิเศษได้เกือบเดือนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางขายโอสถระดับชั้นยอดออกไปได้
"ซื้อสองขวด"
"แต่ว่า หอโอสถวิเศษของพวกเจ้าดูเหมือนจะร่วมมือกับเครือเซียนมู่อยู่ใช่ไหม"
"โอสถระดับทั่วไปในร้านของพวกเจ้า ล้วนรับของมาจากเครือเซียนมู่ทั้งนั้น เหรียญตราของข้าอันนี้ น่าจะใช้เป็นส่วนลดซื้อโอสถได้ในราคาหกส่วนนะ"
กู้ชิงควักเหรียญตราสิบดาวรุ่งยอดเยี่ยมจากการทดสอบทหารรับจ้างออกมา วัสดุประหลาดของมันส่องประกายแสงพิเศษออกมา
"เอ่อ..."
"เจ้า... เจ้าคือดาวรุ่งยอดเยี่ยมจากการทดสอบทหารรับจ้างของเครือเซียนมู่หรือ"
พนักงานขายเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก
สิบดาวรุ่งยอดเยี่ยมของเครือเซียนมู่ในแต่ละรุ่น อนาคตจะต้องกลายเป็นบุคคลสำคัญระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน นางไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าจะได้มาเจอคนแบบนี้กับตัว!
...
บริเวณหน้าประตูหอโอสถวิเศษ
เฮ่อโหลวที่เพิ่งจะได้หยุดพักร้อนกลับมา กำลังเดินตามหลังหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง เมื่อมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้า เฮ่อโหลวก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
ความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมดากับสิบสถาบันการศึกษาชั้นนำรัฐเซียน มันช่างห่างชั้นกันราวกับฟ้ากับเหวเลยจริงๆ
พี่สาวแท้ๆ ของเขายัดเยียดความกดดันให้เขามาตั้งแต่เด็กจนโต
เมื่อเดินเข้าไปในหอโอสถวิเศษ
เฮ่อโหลวก็ถือโอกาสกวาดสายตามองไปรอบๆ
"เอ๊ะ นั่นมันกู้ชิงนี่นา!"
"ตกลงกันไว้ดิบดีว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้หมอนี่จะสอบตก แล้วต้องกลายไปเป็นทหารรับจ้างหน่วยกล้าตาย..."
"ยังดีนะเนี่ย ที่หมอนี่เอาชีวิตรอดกลับมาได้"
เมื่อได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ ของเฮ่อโหลว หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่อยู่ด้านหน้าก็ชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันขวับกลับมาพูดว่า
"เสี่ยวโหลวจื่อ เจ้ารู้จักผู้ชายคนนั้นงั้นหรือ"
"เอ่อ รู้จักสิ"
"เขาเป็นเพื่อนซี้ของข้าสมัยเรียนมัธยมปลายเองแหละ"
เฮ่อโหลวรู้สึกแปลกใจมาก พี่สาวอัจฉริยะของเขาคนนี้ ทำไมจู่ๆ ถึงไปสนใจเด็กเรียนแย่แบบนั้นได้
เมื่อก่อนสิ่งที่นางไม่ชอบที่สุด ก็คือการที่เฮ่อโหลวไปคลุกคลีอยู่กับพวกคนธรรมดานี่แหละ
แต่ภาพเหตุการณ์ต่อจากนั้น กลับทำให้เฮ่อโหลวต้องเบิกตากว้าง
เขาเห็นพี่สาวเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า เดินตรงเข้าไปหากู้ชิง แล้วเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม "สวัสดี ได้ยินมาว่าเจ้าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเฮ่อโหลวสินะ"
"ข้าเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเขา ชื่อเฮ่อเวย"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ"
ซี๊ด...
ให้ตายเถอะพระเจ้า
วันนี้พี่สาวของเขาผีเข้าหรือยังไง ถึงได้เป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จักกับเด็กเรียนห่วยก่อนแบบนี้
จากที่เฮ่อโหลวรู้จักนางมา ถ้าไม่ใช่คนจากสิบสถาบันการศึกษาชั้นนำรัฐเซียนละก็ พี่สาวคนนี้แทบจะจำชื่อใครไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เฮ่อโหลวคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออก ว่ากู้ชิงไปเข้าตานางได้ยังไง
ทางด้านฝั่งกู้ชิง
กู้ชิงไม่ได้สังเกตเลยว่า เฮ่อโหลวกำลังยืนอยู่ด้านหลัง
พอเห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน กู้ชิงก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เขาพลันนึกถึงคำบ่นของเฮ่อโหลวขึ้นมาได้ทันที ที่เคยเล่าว่าพี่สาวหัวกะทิของเขาคนนี้ สอบได้คะแนนเต็มมาตั้งแต่เด็ก คะแนนรวมวิชาวิถีเซียนเจ็ดร้อยห้าสิบคะแนน ไม่ใช่ขีดจำกัดของพี่สาวเขาหรอก แต่มันเป็นคะแนนเต็มของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่างหาก
"สวัสดี พี่เฮ่อ!"
กู้ชิงไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ นางถึงเข้ามาทักทายตัวเอง แต่ก็เอ่ยปากทักทายกลับไปอยู่ดี
"หึๆ..."
เฮ่อเวยหัวเราะเบาๆ
"ในเมื่อเจ้าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเฮ่อโหลว งั้นโอสถมังกรเหลืองสองขวดนี้ ข้าจะยกให้เจ้าเป็นของขวัญก็แล้วกัน"
"เฮ่อโหลวก็เพิ่งหยุดพักร้อนกลับมาพอดี"
"พวกเจ้าคุยกันไปเถอะ ข้าไม่กวนแล้วล่ะ!"
"เฮ่อโหลวเหรอ"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฮ่อเวย กู้ชิงก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นเฮ่อโหลวยืนอยู่ด้านหลัง
รอจนกระทั่งเฮ่อเวยเดินขึ้นไปบนชั้นสอง
เฮ่อโหลวถึงได้ผ่อนคลายลง เขาเดินเข้ามาหากู้ชิง แล้วใช้แขนกอดคอกู้ชิงเอาไว้แน่น
"ไอ้บ้าเอ๊ย ตกลงกันไว้ว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันแท้ๆ..."
"หืม?!"
พูดไปได้แค่ครึ่งประโยค เฮ่อโหลวถึงเพิ่งสังเกตเห็นเหรียญตราประหลาดที่กู้ชิงกำเอาไว้ในมือ
ร่างของเขาสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันที
เขาชี้หน้ากู้ชิงด้วยอาการตกตะลึงตาค้าง ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้สติกลับมา
"ไอ้เจ้านี่ ข้าอุตส่าห์เป็นห่วงแทบแย่กลัวว่าเจ้าจะไปตายในภารกิจทดสอบทหารรับจ้างซะแล้ว นึกไม่ถึงเลยนะว่าเจ้าจะคว้าตำแหน่งสิบดาวรุ่งยอดเยี่ยมของการทดสอบทหารรับจ้างรุ่นนี้มาครองได้"
"แถมยังได้ตั้งอันดับสี่อีก!!"
"มิน่าล่ะ พี่สาวข้าถึงได้มองเจ้าด้วยสายตาชื่นชมแบบนั้น"
"บ้าเอ๊ย ไอ้เจ้านี่ แอบไปทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้มาโดยไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำ"
"เห็นแล้วปวดใจชะมัด..."