เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 คำเชิญ

บทที่ 43 คำเชิญ

บทที่ 43 คำเชิญ 


เมื่อเข้ามาในมหาวิทยาลัยเทียนหนานโยวกวงก็เริ่มใช้วิชาสัมผัสทันที เพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

สถานที่ซึ่งมีคนหนาแน่นเช่นนี้ตามหลักการแล้วควรจะมีปีศาจซ่อนอยู่บ้างแต่…

เขาเดินสำรวจทั่วแล้วก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ

“คุณโยวกวง เชิญทางนี้ค่ะ”

เหลยหยุนกล่าวพร้อมอธิบาย

“เพราะคุณบอกไว้ว่าไม่ต้องการให้เป็นที่สนใจ ฉันเลยไม่ได้แจ้งใครเลย”

โยวกวงพยักหน้าและตามเหลยหยุนไปยังสถานที่จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ซึ่งตั้งอยู่ในสนามหลักของมหาวิทยาลัย การแข่งขันครั้งนี้ถือว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงมีนักศึกษาหลายคนให้ความสนใจอย่างล้นหลาม

โยวกวงเดินไปตามฝูงชน จนมาถึงบริเวณนอกสนามการแข่งขัน เขามองไปที่ที่นั่งของคณะกรรมการ แต่ยังไม่เห็นหัวหน้าสำนักงานจื่อปรากฏตัว

“รถของท่านจื่อมาถึงแล้วค่ะ แต่ท่านยังคงอยู่ในอาคารเลยยังไม่ออกมา”

เหลยหยุนอธิบาย

ในขณะที่เธอกำลังพูด ก็มีชายวัยกลางคนหลายคนที่แต่งตัวดูภูมิฐานเดินตรงไปยังที่นั่งคณะกรรมการท่ามกลางกลุ่มคน โยวกวงจำท่านจื่อได้ทันทีจากวิดีโอที่เคยดูมาก่อนหน้านี้

แต่เมื่อเขาลองใช้สัมผัสพิจารณาให้ละเอียด…

กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆในตัวชายชราเลย

“ไม่ใช่เขาหรือ?”

โยวกวงคิดในใจ

เขาเดินไปตามฝูงชนจนมาหยุดอยู่ใกล้กับที่ที่ท่านจื่อนั่ง ใช้ความสามารถสัมผัสขั้นสูงของเขาสังเกตเห็นรายละเอียดพลังภายในและพลังชีวิตของอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน

ผลคือ…

ท่านจื่อเป็นเพียงชายชราอายุหกสิบกว่าที่มีสุขภาพเสื่อมถอย คาดว่าคงใกล้เกษียณในอีกหนึ่งถึงสองปี อีกทั้งยังมีภาวะพลังชีวิตต่ำและปัญหาด้านระบบหัวใจ

เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด โยวกวงก็ละสายตาออกมาและพูดขึ้นว่า

“กลับกันเถอะ”

เหลยหยุนไม่เข้าใจความหมายแต่ก็เชื่อฟังเดินตามไปเพื่อไปเอารถ

ซูชี้หมิงได้จัดเตรียมรถให้โยวกวงถึงสามคัน ทั้งรถ SUV รถซีดานและรถสปอร์ต สำหรับการมามหาวิทยาลัยที่มีหนุ่มสาวพลุกพล่านแบบนี้เหลยหยุนเลือกใช้รถ SUV ซึ่งแน่นอนว่าเป็นรถที่ซูชี้หมิงจัดมาให้จึงมีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านหยวน

ทันทีที่เหลยหยุนกดกุญแจเพื่อปลดล็อกรถ โยวกวงก็สังเกตเห็นกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาใกล้ เป็นจางหงกับจางหรูเฟิงที่เคยติดตามเขามาก่อนหน้า รวมถึงชายวัยกลางคนอีกคนที่เดินมาพร้อมกัน

สายตาของโยวกวงหันไปมองชายวัยกลางคนคนนี้ในทันที

พลังของเขา…

แปลกมาก

ราวกับเป็นเปลวไฟที่เผาผลาญอย่างร้อนแรง ทำให้ร่างกายของเขาอยู่ในสภาวะที่สูงสุดตลอดเวลา

มันคล้ายกับการใช้วิชาจุดดวงดาวของโยวกวง ซึ่งสามารถกระตุ้นพลังชีวิตให้ทะลุขีดจำกัดไปได้ แม้สองอย่างจะมีแก่นแท้ที่ต่างกัน แต่ต่างก็ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งเกินระดับปกติ แต่ร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัดที่ไม่สามารถฝืนได้ หากยังรักษาสภาวะเช่นนี้ไว้ต่อไปจะถือว่าเป็นการผลาญพลังชีวิต ทำให้ชายวัยกลางคนคนนี้อาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่สิบปีเป็นอย่างมาก หากต้องเผชิญการต่อสู้หรือใช้พลังอยู่บ่อยๆเวลาก็จะลดน้อยลงไปอีก

ขณะที่โยวกวงพิจารณาชายวัยกลางคนคนนั้น อีกฝ่ายก็เดินมาหยุดตรงหน้าเขา

“ซูโยวกวง”

เหลยหยุนที่อยู่ข้างๆสีหน้าเปลี่ยนทันทีที่เห็นอีกฝ่าย

“จางเทียนจี!?”

จางเทียนจี!

ปรมาจารย์ของตระกูลจาง

เขาถูกตระกูลจางขับไล่ออกจากบ้านตั้งแต่ยังหนุ่มเพราะความดื้อรั้น ทว่าหลังจากสำเร็จวิชาจนกลายเป็นปรมาจารย์ก็ถูกตระกูลจางเชิญกลับไปและให้กลับมาใช้แซ่เดิม

“ปรมาจารย์งั้นเหรอ?”

โยวกวงพิจารณาจางเทียนจีและตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง

ในสภาวะเช่นนี้จางเทียนจีมีพลังที่เทียบเท่ากับปรมาจารย์ทั่วไปและยังแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ทั่วไปด้วยซ้ำ

ไม่เพียงแต่คนทั่วไป แม้แต่ปรมาจารย์คนอื่นๆเมื่อสัมผัสถึงพลังอันรุนแรงจากตัวเขาก็จะยกให้เป็นผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกัน แต่พลังระดับปรมาจารย์นี้…

กลับเป็นพลังที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตหรือ?

“ไม่เลวนี่”

จางเทียนจีมองโยวกวงที่ยืนรับมือกับเขาอย่างสงบไม่สะทกสะท้าน จึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “หากเดาไม่ผิด วิถีแห่งนักสู้ของนายไปถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสูงแล้วใช่ไหม?”

แม้จะดูเหมือนถาม แต่เขาก็มั่นใจในคำตอบ

“จางหงเล่าว่านายใช้วิชาลึกลับทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกสับสนและปวดหัว เขาอาจมองแค่ว่านายแข็งแกร่ง แต่ฉันรู้ว่าการจะใช้วิชาได้แบบนี้ต้องมีพื้นฐานมากขนาดไหน”

จางเทียนจีพูดอย่างมั่นใจและกล่าวต่อว่า

“อีกทั้งพอกลับมาตระกูลซู ซูชี้หมิงก็ให้ความสำคัญกับนายทันที ให้ีเลือกที่พักในวิลล่าของเขาและให้นายดูแลฝ่ายต่างประเทศด้วย ลักษณะทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่านายอายุเพียงสิบเก้า แต่ก็บรรลุขั้นปรมาจารย์ขั้นสูงได้แล้ว”

เขากล่าวอย่างนับถือ

“ซูชี้หมิงถือว่าเตรียมตัวปั้นนายให้เป็นปรมาจารย์ขั้นสูงสุดในอนาคต”

เหลยหยุนฟังคำพูดของจางเทียนจี แม้จะประหลาดใจในความสามารถด้านการข่าวของตระกูลจางแต่ก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะข้อมูลหลายอย่างก็ยากจะปิดบัง

โยวกวงเพียงมองเขานิ่งๆและพูดขึ้น

“ตกลงว่าคุณต้องการอะไรกันแน่?”

“ใจเย็นเหลือเกินนะ”

จางเทียนจียกย่อง

“หนุ่มๆแบบนายนี่หายากแล้วที่สามารถรักษาความสงบได้แบบนี้ สมแล้วที่เป็นบุคคลผู้มีพรสวรรค์รุ่นใหม่”

จบคำเขาก็ยื่นมือออกมาเชิญชวน

"ฉันและแม่ของนาย ถึงจะไม่ใช่พี่น้องกันทางสายเลือด แต่เราก็สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เหตุผลที่ฉันออกจากตระกูลจาง ก็เพราะไม่พอใจที่ตระกูลจางไม่สนใจเมื่อซูไหวเฟิงข่มเหงจางหยา ตอนนี้ฉันกลับมาแล้วจะไม่มีใครกล้ารังแกนายได้อีกต่อไป”

เขายื่นข้อเสนอ

"กลับมาเถอะ ฉันไม่คิดจะแต่งงานหรือมีลูก นายซึ่งเป็นลูกของจางหยาก็ถือเสมือนลูกของฉันเหมือนกัน"

โยวกวงจ้องมองเขา

ที่จางเทียนจีไม่ได้มีลูกนั้นไม่ใช่เพราะไม่อยากมี

แต่เป็นเพราะ...

คงมีไม่ได้มากกว่า

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

“ผมไม่สนใจ”

โยวกวงหันไปหาเหลยหยุนแล้วพูดว่า

“ไปกันเถอะ”

เขาหันกลับเดินไปที่รถทันที

“โยวกวง”

จางเทียนจีเรียกอีกครั้ง

“นายอยากจะเป็นปรมาจารย์ขั้นสูงสุดให้ได้ไวๆไหม?”

เขาพูดเสียงทุ้ม

“ถ้านายยอมกลับมาตระกูลจาง ฉันจะมอบคะแนนสะสมที่ฉันสั่งสมมาทั้งหมดให้นาย เพื่อให้นายได้รับโอกาสข้ามไปยังระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดได้!”

“เป็นปรมาจารย์แบบคุณน่ะหรือ?”

โยวกวงมองเขาและส่ายหน้า

จางเทียนจีตะลึงไปชั่วครู่ก่อนสายตาจะหรี่ลงเล็กน้อย

“นายรู้อะไรบางอย่างงั้นเหรอ?”

“ยังไม่ชัดเจนพอเหรอ?”

“มองออกด้วย?”

จางเทียนจีพิจารณาโยวกวง นึกถึงบางสิ่งและเกิดความสงสัยขึ้นทันที

ถัดมาเขาก็หมุนเวียนพลังชีวิตภายในโดยปล่อยให้มันไหลเวียนในร่างกาย

ทันใดนั้นสายตาของโยวกวงก็เผลอมองไปตามเส้นทางที่พลังของจางเทียนจีไหลเวียน

สิ่งนี้ทำให้จางเทียนจีตะลึงและเขาถึงกับร้องขึ้นด้วยความตกใจ

“นี่คือพรสวรรค์โดยกำเนิดเหรอ?”

โยวกวงหันกลับไปทางจางเทียนจีด้วยความสงบแล้วก็เตรียมเดินจากไป

แต่จางเทียนจีซึ่งตื่นเต้นอย่างมากก็รีบขวางไว้

“โยวกวง! นายคืออัจฉริยะที่หาได้ยาก นี่เองที่ทำให้นายบรรลุเป็นปรมาจารย์ได้ในเวลาสั้นๆนายอาจเป็นนักสู้ที่มีโอกาสสูงสุดจะไปถึงพลังขั้นสูงสุดแห่งยุค!”

เขาพูดอย่างจริงจัง

“ไม่ว่ากรณีใด การเข้าร่วมกับเราจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของนาย!”

โยวกวงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม

“หรือว่า...องค์กรของพวกคุณมีเทคนิคกลั่นพลังบางอย่างอยู่?”

“หือ”

จางเทียนจีแสดงท่าทีตกใจ

"มีคนติดต่อแล้ว?"

แต่ก็แสดงความเข้าใจในทันที

“แม้นายจะมีพรสวรรค์ แต่ถ้าไม่มีผู้เชี่ยวชาญช่วยฝึกฝน คงยากที่จะบรรลุได้เร็วขนาดนี้ เป็นใครกัน เซี่ยอู่เยวียนหรือเฟิงตง?”

“เซี่ยอู่เยวียน?”

โยวกวงคิดว่าองค์กรของจางเทียนจีมีเทคโนโลยีคล้ายการกลั่นเลือดแห่งเทพและคิดจะเข้าไปร่วมเพื่อค้นหาตัวการทั้งหมด แต่มาได้ยินชื่อ เซี่ยอู่เยวียน จึงรู้ว่าอาจไม่ใช่

“ก่อนเข้าร่วมตระกูลหรือองค์กรของพวกคุณ ผมต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรก่อน”

โยวกวงกล่าว

“องค์กรของเรานั้น…”

จางเทียนจีลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงหนักแน่น

“ชื่อสมาคมแห่งการเยียวยา”

เขามองโยวกวง

“เชื่อเถอะว่าหากนายร่วมกับเรา นายจะไม่เสียใจแน่”

จางเทียนจีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“การร่วมกับเราจะไม่ทำให้พรสวรรค์ของนายถูกทิ้งไว้โดยไร้ค่า หากฝึกฝนกับเรา นายจะมีโอกาสถึงขั้นสูงสุดแห่งวิถีแห่งนักสู้และอาจจะก้าวสู่ระดับพลังจิตขั้นสูงสุดได้!”

“คุณต้องบอกให้ผมเข้าใจสมาคมนี้ก่อน”

โยวกวงกล่าว

“จะมีคนติดต่อนายและอธิบายเกี่ยวกับสมาคมนี้อย่างละเอียด”

จางเทียนจีตอบ

เขาไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง

“หากนายเข้ารว่ม ฉันยินดีทำทุกอย่างตามที่นายต้องการ แม้แต่ตระกูลจางฉันก็พร้อมมอบให้นาย”

เหลยหยุนมองจางเทียนจี นับตั้งแต่จางเทียนจีกลับมาสู่ตระกูล จางเทียนจีก็ถือเป็นแกนหลักสำคัญที่ช่วยให้ตระกูลจางพัฒนาอย่างรวดเร็ว คำพูดที่เขาให้สัญญานั้นไม่ใช่คำพูดลอยๆ

“เอาล่ะ เรามาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ก่อนค่อยตัดสินใจ”

โยวกวงพยักหน้า ก่อนเดินจากไป

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 43 คำเชิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว