- หน้าแรก
- โลกนี้มีแค่ผมที่เป็นผู้เล่น
- บทที่ 26: ยาทุกชนิดล้วนมีพิษสามส่วน
บทที่ 26: ยาทุกชนิดล้วนมีพิษสามส่วน
บทที่ 26: ยาทุกชนิดล้วนมีพิษสามส่วน
บทที่ 26: ยาทุกชนิดล้วนมีพิษสามส่วน
หมัดเด็ดพุ่งทะยานเข้าเป้าอย่างแม่นยำ กระแทกเข้าที่ตาขวาซึ่งบอดสนิทของคนขายเนื้ออย่างจัง เหอเซิงยังคงหมกมุ่นอยู่กับการโจมตีจุดเดิมไม่เลิกรา
【คนขายเนื้อได้รับบาดเจ็บ, หมัดอรหันต์ เลเวล 4, ค่าประสบการณ์ +1】
จากนั้น เสียงกระหน่ำหมัด 'พยัคฆ์ดำควักหัวใจ' ก็ดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง
หลังจากรัวหมัดไปครบห้าร้อยครั้ง
【หมัดอรหันต์ เลเวล 4 → หมัดอรหันต์ เลเวล 5】
【หมัดอรหันต์ เลเวล 5: 0/800】
"พยัคฆ์ดำควักหัวใจ!"
ไม่มีข้อความแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ปรากฏขึ้น
ชก ชก ชก
"แค่ตีหรือทำให้บาดเจ็บไม่ได้ค่าประสบการณ์สินะ"
ดูเหมือนว่ามีเพียงการลงมือสังหารเท่านั้น ถึงจะได้รับค่าประสบการณ์ทักษะ
เหอเซิงคว้ามีดเล่มโตที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วสับลงไปที่คอของคนขายเนื้ออย่างแรง
"ฉัวะ—"
ในวินาทีนั้นเอง แววตาของบอสหัวหมูก็ฉายแววประหลาดใจ ในที่สุดก็ไม่ต้องทนฟังเสียงมารร้ายกรอกหูอีกต่อไปแล้ว รีบๆ ฆ่าให้ตายไปซะทีเถอะ จะได้ปลดปล่อยพี่หมูคนนี้ให้เป็นอิสระเสียที
นี่แสดงให้เห็นเลยว่าเขาเอาแต่ทรมานเจ้าหมูนี่มากแค่ไหน
ฟันไปสี่สิบเก้าครั้ง แล้วตามด้วยหมัด 'พยัคฆ์ดำควักหัวใจ' อัดกระแทกเข้าที่คอซึ่งใกล้จะขาดรอนๆ
"ปัง!!"
ด้วยพลังของ 'หมัดอรหันต์' เลเวล 4 ผนวกกับพละกำลังอันมหาศาลของเขา หัวหมูก็ขาดกระเด็นในทันที
【สังหารคนขายเนื้อ, หมัดอรหันต์ เลเวล 5, ค่าประสบการณ์ +5】
【หมัดอรหันต์ เลเวล 5: 5/800】
"ต้องทำแบบนี้อีกร้อยห้าสิบเก้าครั้งถึงจะอัปเลเวล"
"ให้ตายเถอะ งานหยาบเลยนะเนี่ย"
ครั้งที่ห้าสิบ ครั้งที่หนึ่งร้อย ครั้งที่หนึ่งร้อยห้าสิบเก้า
【หมัดอรหันต์ เลเวล 5 → หมัดอรหันต์ เลเวล 6】
【หมัดอรหันต์ เลเวล 6: 0/1000】
"จากประสบการณ์ที่ได้ตอนอัป 'ทักษะยิงธนูพื้นฐาน' กับ 'เพลงดาบพื้นฐาน' การฆ่าคนขายเนื้อครั้งต่อไปน่าจะได้ค่าประสบการณ์แค่หนึ่งหน่วยแน่ๆ"
หนึ่งพันครั้ง!
ใช้เวลาเจ็ดชั่วโมงต่อหนึ่งครั้ง
"โอ๊ย ตับฉัน"
ถึงจะบ่นกระปอดกระแปดยังไง เขาก็ต้องทนฟาร์มต่อไปอยู่ดี
จะว่าไป มันก็สมกับที่หลี่เจิงบรรยายไว้จริงๆ ว่าเป็นวิชาที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย เพิ่มพูนลมปราณ และยกระดับสมรรถภาพทางกาย ตอนนี้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สิบ ครั้งที่ร้อย
ครั้งที่หนึ่งพัน!
【หมัดอรหันต์ เลเวล 6 → หมัดอรหันต์ เลเวล 7】
【หมัดอรหันต์ เลเวล 7: 0/1500】
"ฟู่—"
เขาพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมายืดยาว ในที่สุดก็ไม่ต้องทนฟาร์มต่อแล้ว
คนขายเนื้อ: "ในที่สุดแกก็ฟาร์มเสร็จสักทีนะ ไอ้สารเลว"
"น่าเสียดายที่ฆ่าคนขายเนื้อแล้วไม่ได้ค่าประสบการณ์อาชีพ ไอ้อาชีพไร้ประโยชน์เอ๊ย!"
ตอนที่ได้นิ้วทองคำมาครั้งแรก เขาเรียกมันว่าระบบพ่อจ๋า แต่พอเริ่มคุ้นเคย ถ้ามันไม่ยอมให้ค่าประสบการณ์ เขาก็จะด่ามันว่าไอ้ไร้ประโยชน์ นี่มันต่างอะไรกับคำพูดหวานหูตอนจีบใหม่ๆ พอเบื่อก็ทำตัวหมางเมินกันล่ะเนี่ย?
ค่ำคืนผ่านพ้นไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จ เขาก็ตรงไปที่สาขาของสำนักยุทธ์จินกัง
เมื่อผลักประตูเข้าไป เขาก็พบว่ามีคนมารออยู่ก่อนแล้วหลายคน
ไม่นานนัก หลี่เจิงก็เดินออกมาพร้อมกับหัวโล้นๆ ของเขา โดยมีชายหนุ่มหน้าตาออกไปทางผู้หญิงเดินตามหลังมาติดๆ
"นี่คือศิษย์พี่ฉวี่จงหรู ศิษย์พี่ฉวี่จากลานฝึกด้านนอก ในช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้ เขาจะมารับหน้าที่สอน 'หมัดอรหันต์' ให้กับพวกเจ้าต่อ อ้อ แล้วก็ตอนเที่ยงจะมีคนเอายาลูกกลอนมาส่ง เพราะฉะนั้นศิษย์ระดับหนึ่งอย่าเพิ่งรีบกลับไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านล่ะ"
พูดจบ เขาก็พาเด็กสาวที่ยอมจ่ายเงินเพื่อขอเข้าลานฝึกด้านนอกโดยตรงเมื่อวานนี้เดินจากไป
"สวัสดีทุกคน ข้ากับศิษย์พี่หลี่ได้คุยกันเมื่อเช้านี้แล้ว และข้าก็รู้ความคืบหน้าในการฝึกเพลงหมัดของพวกเจ้า วันนี้เราจะเริ่มเรียนตั้งแต่กระบวนท่าที่ยี่สิบไปจนถึงกระบวนท่าที่ห้าสิบ" พูดจบ เขาก็เริ่มสาธิตเพลงหมัดให้ดู
ทุกคนรีบทำตามและตั้งใจฝึกซ้อมอย่างขะมักเขม้น
ใช้เวลาไม่ถึงก้านธูปไหม้หมดดอก การสอนทั้งสามสิบกระบวนท่าก็เสร็จสิ้น
"ถ้ามีคำถามอะไร ก็มาถามข้าได้ตลอดนะ" ศิษย์พี่ฉวี่ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในเรือนหลัก
กลุ่มศิษย์หน้าใหม่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ดูเหมือนศิษย์พี่คนใหม่จากลานฝึกด้านนอกจะขาดความรับผิดชอบไปสักหน่อยนะ
ตอนที่ศิษย์พี่หลี่ยังอยู่ ทุกครั้งที่เขาสอนเพลงหมัด เขาจะเริ่มทวนให้ตั้งแต่ต้นเสมอ
แถมเวลาตอบคำถาม เขาก็มักจะเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกัน และพยายามเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซักถามอย่างเต็มที่ภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้
แต่ศิษย์พี่ฉวี่กลับ...
"เฮ้อ!"
ใครบางคนในกลุ่มถอนหายใจออกมา
ต้องมาเจอคนสอนแบบนี้ ความคืบหน้าในการฝึกของพวกเขาคงต้องถดถอยลงแน่ๆ
"ศิษย์พี่ฉวี่!"
มีคนตะโกนเรียก ทำให้ทุกคนหันขวับไปมองที่เรือนหลักพร้อมกัน
พวกเขาเห็นชายแซ่ฉวี่เดินออกมาจากห้องและพูดกับพวกเขาว่า
"ตอนเที่ยงอย่าลืมจ่ายเงินด้วยล่ะ"
แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับเข้าไปอีกครั้ง
"..."
ไอ้เวรเอ๊ย!
เหอเซิงแอบดีใจอยู่ลึกๆ ท่ามกลางฝูงชน โชคดีที่เขามีดันเจี้ยน ไม่อย่างนั้นเวลาสามเดือนคงไม่พอให้เขาเรียนรู้ได้ครบหรอก เพลงหมัดนี่ก็มีกระบวนท่าเยอะแยะไปหมด แถมยังต้องมาเจอศิษย์พี่ที่ไม่เอาไหนแบบนี้อีก—พวกเขานี่โชคร้ายจริงๆ
จะมาพูดถึงเรื่องหลักการงั้นเรอะ?
พี่ชาย ลองเงยหน้าขึ้นไปดูป้ายชื่อสำนักหน่อยไหมว่าเขียนไว้ว่ายังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น กำปั้นของศิษย์พี่จากลานฝึกด้านนอกคนนั้นก็ใหญ่โตมโหฬารเอาเรื่องเสียด้วย
เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน ยาลูกกลอนก็ถูกนำมาส่งตรงเวลาเป๊ะ และคนที่มาส่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลี่เจิง
"ศิษย์น้องเหอ มานี่สิ"
เขาเทยาลูกกลอนสีแดงเม็ดหนึ่งออกจากขวดกระเบื้องเคลือบ ขนาดของมันพอๆ กับเล็บนิ้วก้อยของคนปกติ
"กินพร้อมกับน้ำอุ่น แล้วก็ฝึกเพลงหมัดให้สุดกำลังเลยนะ ยิ่งเจ้าอดทนฝึกได้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับประโยชน์มากเท่านั้น อ้อ แล้วจะบอกอะไรให้นะ ยาเม็ดนี้จะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดในช่วงสามชั่วโมงแรกหลังจากที่กินเข้าไป
ในอีกสามวันต่อจากนี้ ยามันก็ยังคงมีฤทธิ์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เทียบเท่ากับสามชั่วโมงแรก ภายในช่วงสามวันนี้ เจ้าห้ามละเลยการฝึกเพลงหมัดเด็ดขาด ตราบใดที่ยังมีแรง ก็จงฝึกฝนอย่างหนัก ฝึกให้ตายกันไปข้างนึงเลย"
เหอเซิงพยักหน้ารับคำ รับยาลูกกลอนกับน้ำอุ่นมา แล้วกลืนลงคอไป
วินาทีต่อมา ความรู้สึกร้อนผ่าวก็ไหลเวียนจากบริเวณท้องน้อยไปทั่วแขนขาและกระดูกทุกส่วนของร่างกาย
"รีบฝึกเข้าสิ ในระหว่างที่ฤทธิ์ยากำลังแผ่ซ่าน เจ้าต้องรีบกักเก็บมันเอาไว้"
วินาทีถัดมา เขาก็เริ่มร่ายรำกระบวนท่าทั้งยี่สิบของ 'หมัดอรหันต์' ทันที
ทุกกระบวนท่าและท่วงท่าได้กระตุ้นการออกฤทธิ์ของยาลูกกลอนให้ไหลเวียนไปตามท่อนแขน เรียวขา หรือแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เมื่อเขาร่ายรำเพลงหมัดที่ยังไม่สมบูรณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของเขาก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ยาลูกกลอนเม็ดนี้..."
"ก็ยาลูกกลอนน่ะสิ แน่นอนว่ามันต้องมีไว้สำหรับเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าทำไมศิษย์ระดับหนึ่งถึงต้องจ่ายตั้งสามสิบห้าตำลึงล่ะ? พูดตามตรงนะ สามสิบห้าตำลึงนี่ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับพวกเจ้า ถ้าเอาไปขายแยกเม็ดล่ะก็ ราคาไม่ต่ำกว่าสิบห้าตำลึงแน่นอน"
จากนั้น หลี่เจิงก็โอบไหล่เขาแล้วกระซิบเบาๆ
"ถ้าเจ้ามีเงินเหลือ จะลองไปถามศิษย์ระดับหนึ่งคนอื่นๆ ดูก็ได้นะว่ามีใครอยากจะขายยาบ้างไหม หรือจะมาซื้อจากข้าที่เป็นศิษย์พี่ของเจ้าก็ได้นะ ถ้าซื้อเยอะ ข้ามีส่วนลดให้ด้วย"
"..."
สมกับเป็นคนที่ครอบครัวเปิดร้านขายของชำ หัวการค้าดีเยี่ยมจริงๆ ไม่เพียงแต่จะไม่ต้องเสียเงินมาเรียนศิลปะการต่อสู้ แต่ยังได้กำไรกลับไปอีกต่างหาก
"ศิษย์พี่ ข้ากำลังช็อตอยู่น่ะขอรับ"
"เอาเถอะ ไว้เจ้ารวยเมื่อไหร่ค่อยมาหาข้าก็แล้วกัน" พูดจบ เขาก็โบกมือลาแล้วเดินออกจากสาขาไป
ในสนามฝึก ศิษย์ระดับสองที่เข้ามาลี้ภัยต่างมองดูศิษย์ระดับหนึ่งที่กำลังฝึกซ้อมหลังจากกินยาลูกกลอนเข้าไปด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน
ตกเย็น เมื่อเขากลับถึงบ้าน กระแสความอบอุ่นยังคงไหลเวียนอยู่ในจุดตันเถียน
"ศิษย์พี่หลี่บอกว่ามันจะออกฤทธิ์นานถึงสามวันนี่นา"
รุ่งสาง เขาเข้าสู่มิติอีกครั้ง
"ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้ฝึกแล้วแฮะ"
"ถ้าอย่างนั้น ลองดันเปอร์เซ็นต์การสำรวจดันเจี้ยนให้เต็มร้อยดูดีไหมนะ จะได้รู้ว่าจะได้รางวัลอะไรบ้าง"
วินาทีต่อมา เขาก็ก้าวเท้าเข้าไปในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดภายในประตูฉุยฮวา ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง เขาใช้เวลาถึงสองวันในการเติมเต็มแถบความคืบหน้าในการสำรวจแผนที่จนเต็ม
ก่อนจะจากไป เขาเหลือบมองแผงขายเนื้อที่ปิดสนิท
คนขายเนื้อไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมาเลยจริงๆ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กใหม่คนนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าของมันเสียอีก
เมื่อออกจากดันเจี้ยน สภาพร่างกายของเขาก็ถูกรีเฟรชกลับมาเป็นปกติ
และกระแสความอบอุ่นที่บริเวณท้องน้อยก็อันตรธานหายไปในพริบตา
"???"
นั่นมันยาลูกกลอนราคาตั้งสิบกว่าตำลึงเชียวนะ!
"เดี๋ยวก่อน"
เวรเอ๊ย ของพรรค์นี้มันเป็นอันตรายต่อร่างกาย!
ประตูฉุยฮวา หรือจะเรียกให้ถูกคือระบบ ไม่มีทางที่จะจงใจลบสถานะที่เป็นประโยชน์ออกไปอย่างแน่นอน ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือ ยาลูกกลอนเม็ดนั้นมีพิษ
สุภาษิตคำสิพังเพยประโยคหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเขาทันที
"ยาทุกชนิดล้วนมีพิษสามส่วน!"