- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญ เริ่มต้นด้วยการช่วยผีเลือกทาง
- บทที่ 1 เมื่อราชาแห่งการหามรุ่งหามค่ำถูกดึงเข้าสู่เกมสยองขวัญ
บทที่ 1 เมื่อราชาแห่งการหามรุ่งหามค่ำถูกดึงเข้าสู่เกมสยองขวัญ
บทที่ 1 เมื่อราชาแห่งการหามรุ่งหามค่ำถูกดึงเข้าสู่เกมสยองขวัญ
บทที่ 1 เมื่อราชาแห่งการหามรุ่งหามค่ำถูกดึงเข้าสู่เกมสยองขวัญ
มหาวิทยาลัยชิงไห่
"เอาละ ทุกคน เริ่มลงมือทำโจทย์ได้"
ภายในห้องเรียน นักศึกษาทุกคนต่างเริ่มหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบ้างหยุดคิดบ้าง บนกระดาษข้อสอบหัวข้อโลกสยองขวัญ มีเพียงเจียงเย่เท่านั้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่กับที่
"ยินดีด้วย คุณได้รับเลือกให้เข้าสู่เกมสยองขวัญ ในอีกหกสิบวินาที เกมแรกจะเริ่มต้นขึ้น ขอให้ผู้เล่นเตรียมตัวให้พร้อม"
หลังจากยืนยันว่าตนเองไม่ได้หูฝาด เจียงเย่วางปากกาลงแล้วยกมือขึ้น
"อาจารย์เจียงครับ ดูเหมือนว่าผมจะ... ถูกเลือกแล้วครับ"
สิ้นคำพูดของเขา ทุกคนในห้องเรียนต่างหยุดชะงักงัน สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เจียงเย่ซึ่งนั่งอยู่แถวที่สองเป็นจุดเดียว บางคนแสดงสีหน้าเห็นใจ บางคนหวาดกลัว และบางคนเพียงแค่เฝ้ามองเหตุการณ์อย่างเงียบๆ
อาจารย์เจียงสูดลมหายใจเข้าลึก มองเขาด้วยสายตาหนักแน่น "รักษาตัวด้วย"
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า
"กลับมาให้ได้นะเจียงเย่"
"ระวังตัวด้วยล่ะ"
"พวกเราจะคอยดูนายผ่านห้องถ่ายทอดสด โชคดีนะ!"
เกมเอาชีวิตรอดสยองขวัญระดับโลกเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน ไม่ว่าใครในโลกนี้ที่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ จะมีโอกาสถูกสุ่มดึงตัวเข้าสู่เกมนี้ ภายในเกมเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวมากมาย หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต แต่ถ้าหากสามารถเอาชนะเกมและรอดกลับมาได้ ก็จะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างมหาศาล
ทุกคนที่เข้าสู่เกมจะได้รับช่องถ่ายทอดสดเป็นของตนเอง ไม่ว่าจุดจบจะเป็นความตายอันน่าสลดหรือการหลบหนีที่สำเร็จ ทุกอย่างจะถูกแพร่ภาพออกไปทั่วโลก
หลังจากยอดอัจฉริยะจากนานาประเทศพยายามค้นหาคำตอบแต่ไม่เป็นผล พวกเขาจึงเริ่มเปิดหลักสูตรให้ความรู้เกี่ยวกับความสยองขวัญ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกคนเผชิญหน้ากับโลกสยองขวัญ ดีกว่าต้องไปเผชิญกับมันโดยไม่มีความรู้อะไรเลย ซึ่งมหาวิทยาลัยที่เจียงเย่เรียนอยู่ก็เปิดสอนวิชานี้เช่นกัน
เจียงเย่อาศัยช่วงเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดรีบกล่าวว่า "อาจารย์ครับ ผมคงไปทำงานพิเศษไม่ได้แล้ว รบกวนอาจารย์ช่วยแจ้งพวกเขาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"
อาจารย์เจียงพยักหน้า "ว่ามาสิ"
"ช่วยงานที่ร้านบุฟเฟต์ช่วงมื้ออาหารที่โรงอาหารชั้นสาม ซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ห้องสมุดไอทีตรงประตูหลังโรงเรียน ช่วงบ่ายช่วยงานที่ร้านชานมหน้าประตูโรงเรียน..."
เมื่อได้ยินรายการงานพิเศษที่ยาวเป็นหางว่าว อาจารย์เจียงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นก็ตกตะลึง พวกเขารู้เพียงว่าเจียงเย่ถ้าไม่ทำงานก็กำลังเดินทางไปทำงาน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะรับงานไว้มากมายขนาดนี้
เจียงเย่กล่าวต่อไปว่า "แล้วก็มีร้านผัดหมี่ข้างนอกประตูหน้าช่วงกลางคืน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ ผมมีตารางงานอาสาสมัคร..."
"สิบ เก้า... สาม สอง หนึ่ง"
การนับถอยหลังหกสิบวินาทีสิ้นสุดลง ร่างของเจียงเย่พลันหายวับไปในอากาศ
เหล่านักศึกษาในห้องจ้องมองที่นั่งอันว่างเปล่าอยู่นานกว่าจะมีใครได้สติ
"...ทำงานเยอะขนาดนี้ เขาเอาเวลาที่ไหนไปคว้าทุนการศึกษามาได้เนี่ย"
"ฉันได้ยินมาว่าปีนี้เขาก็ลงแข่งจำลองการเป็นผู้ประกอบการด้วยนะ"
"ไม่ใช่ว่าเขาลงแข่งเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรอกเหรอ"
เสียงพูดคุยดังขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อไล่เรียงดูแล้ว ทุกคนต่างรู้สึกชาวาบ พวกเขาหันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง
คนคนเดียวทำทั้งหมดนั่นได้อย่างไร
เขามีวิชาแยก ร่างหรือเปล่า
ชีวิตมหาวิทยาลัยควรจะผ่อนคลายกว่านี้ไม่ใช่หรือ นี่มันจะแข่งขันกันเกินไปแล้ว
ไม่นึกเลยว่าในห้องของพวกเขาจะมีราชาแห่งการหามรุ่งหามค่ำซ่อนตัวอยู่แบบนี้
...
อีกด้านหนึ่ง
เจียงเย่รู้สึกเพียงว่าทัศนวิสัยมืดดับลง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนอีกต่อไป
ที่นี่คือห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง พื้นที่รวมไม่ถึงห้าสิบตารางเมตร เฟอร์นิเจอร์มีอยู่อย่างเบาบางและดูเก่าคร่ำครึ มีโทรทัศน์เครื่องหนา โซฟาขาดๆ ที่ดูเหมือนเพิ่งเก็บมาจากร้านขายของเก่า และชุดโต๊ะเก้าอี้รุ่นโบราณ
เจียงเย่หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะค่อยๆ ผ่อนออกมา เขาเดินสำรวจไปรอบห้อง ในห้องนอนเต็มไปด้วยหนังสือและกองกระดาษข้อสอบสุมกันจนแทบไม่มีที่ว่างให้เดิน
ขณะที่เจียงเย่เข้าสู่เกมเอาชีวิตรอด ในแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดโลกภายนอก ห้องถ่ายทอดสดที่เป็นของเจียงเย่ก็เริ่มออนไลน์ขึ้นอย่างเงียบเชียบ
"ใครคือผู้โชคร้ายที่ถูกเลือกมาอีกล่ะเนี่ย"
"เด็กใหม่เหรอ ไปดีกว่า การถ่ายทอดสดเด็กใหม่มักจะจบลงแบบนองเลือดเสมอ"
"เจ้าของช่อง ระวังตัวด้วยนะ เผื่อมีอะไรคลานออกมาจากกระจก"
"เห็นแก่ความหล่อของเจ้าของช่อง ฉันตัดสินใจสนับสนุนห้องนี้แล้วกัน!"
เจียงเย่ไม่เห็นข้อความเหล่านี้ แต่นั่นไม่ได้หยุดเหล่าผู้ชมจากการพูดคุยกันอย่างคึกคัก
ไม่นานนัก ข้อความแจ้งเตือนจากระบบสยองขวัญก็ปรากฏขึ้น
(คุณคือเครื่องจักรทำข้อสอบจากเมืองเล็กๆ เกิดในครอบครัวที่ยากจน การเรียนคือหนทางรอดเพียงอย่างเดียวของคุณ)
(เพื่อทุ่มเทให้กับการเรียน คุณยอมสละแทบทุกอย่าง)
(ความคาดหวังของครอบครัว กระเป๋าสตางค์ที่ว่างเปล่า และผู้เข้าสอบอีกนับพัน... ทั้งหมดนี้สร้างความกดดันมหาศาลให้กับคุณ)
(คุณจมดิ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุด คุณกลายเป็นผู้เตรียมสอบตลอดกาล)
ข้อความสิ้นสุดลง แผงคุณสมบัติส่วนบุคคลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงเย่
(ผู้เล่น: เจียงเย่)
(สมรรถภาพทางกาย: 8)
(ความแข็งแกร่งทางจิตใจ: 7)
(จำนวนครั้งที่ผ่านด่าน: 0)
(พรสวรรค์: แผงควบคุมสรรพอาชีพ)
(คำแนะนำ: สามวันแรกคือช่วงเวลาสำหรับมือใหม่ ในช่วงนี้อันตรายจากโลกสยองขวัญจะลดลงโดยอัตโนมัติ 50%)
"พรสวรรค์เหรอ"
เจียงเย่จำได้ว่าในวิชาฝึกอบรมสยองขวัญระบุไว้ว่า มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะกระตุ้นพรสวรรค์ขึ้นมาได้ พรสวรรค์ที่ดีจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในโลกสยองขวัญได้อย่างมาก เขาจึงกดเข้าไปดูรายละเอียดทันที
(พรสวรรค์: แผงควบคุมสรรพอาชีพ)
(แต้มอาชีพเริ่มต้น: 100)
(รายละเอียด: ในโลกสยองขวัญ ทุกอาชีพล้วนมีความพิเศษ ด้วยพรสวรรค์นี้ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้ทุกอาชีพสยองขวัญ)
(ตรวจพบสถานะปัจจุบันของผู้เล่น แนะนำอาชีพที่สอดคล้องคือ เครื่องจักรทำข้อสอบแห่งเมืองเล็ก การติดตั้งอาชีพที่ตรงกับตัวตนจะได้รับผลลัพธ์ที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นพิเศษ คุณต้องการใช้ 100 แต้มอาชีพเพื่อปลดล็อกหรือไม่)
(เครื่องจักรทำข้อสอบแห่งเมืองเล็ก ระดับเริ่มต้น: คุณเชี่ยวชาญในการรับมือกับการสอบและโจทย์ปัญหาที่ยากลำบาก ในช่วงเวลาวิกฤต คุณสามารถพลิกสถานการณ์ได้)
"แผงควบคุมสรรพอาชีพ..."
เจียงเย่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน บนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน คำว่าเครื่องจักรทำข้อสอบเป็นเพียงคำนิยามถึงเด็กจากครอบครัวฐานะยากจนที่มุมานะเรียนหนังสือ แต่ในโลกสยองขวัญ สิ่งนี้กลับกลายเป็นอาชีพอย่างนั้นหรือ
เขาไล่สายตาอ่านข้อมูลระบบอย่างรวดเร็ว อาชีพที่ตรงกับตัวตนจะมีพลังเพิ่มพิเศษ และความสามารถของอาชีพนี้ยังช่วยพลิกวิกฤตได้ มันดูคุ้มค่าที่จะลอง
ทุกวินาทีในโลกสยองขวัญล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย เจียงเย่จึงไม่ลังเลอีกต่อไป
"ปลดล็อก! ติดตั้งอาชีพเครื่องจักรทำข้อสอบแห่งเมืองเล็ก!"
(ปลดล็อกสำเร็จ! ติดตั้งสำเร็จ!)
(อาชีพ: เครื่องจักรทำข้อสอบแห่งเมืองเล็ก)
(ระดับ: เริ่มต้น)
(รายละเอียด: คุณมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับข้อสอบมาตรฐานและเทคนิคการทำคะแนน คุณมีวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนใคร)
(ทักษะเสริม: ข้อสอบปรนัย ทักษะติดตัว: คุณเชื่อว่าทุกปัญหาล้วนมีคำตอบ เมื่อเผชิญกับปัญหาที่ยากลำบาก ทักษะนี้จะถูกกระตุ้น เพื่อช่วยให้อีกฝ่ายตัดสินใจเลือก เลือกข้อ ก หรือ ข้อ ข)
(อาชีพตรงกับตัวตน พลังเพิ่มขึ้นอีก 10%)
ข้อสอบปรนัย? ช่วยให้อีกฝ่ายตัดสินใจเลือกอย่างนั้นหรือ? มันจะเป็นอย่างที่เขากำลังคิดไหมนะ?
ก่อนที่เจียงเย่จะได้ทำความคุ้นเคยกับทักษะ ข้อความแจ้งเตือนสยองขวัญก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
(เชื่อว่าคุณปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมปัจจุบันและยอมรับตัวตนได้แล้ว)
(เวลาในด่านนี้: ห้าวัน)
(ภารกิจที่หนึ่ง: ภายในสามชั่วโมง ให้เปิดแผ่นภาพยนตร์ในโทรทัศน์ การผ่อนคลายอย่างเหมาะสมคือหนึ่งในเคล็ดลับการทำคะแนนสูงของเครื่องจักรทำข้อสอบ)
"แผ่นภาพยนตร์..."
เจียงเย่มองไปทางโทรทัศน์ ในห้องมีของน้อยชิ้นอยู่แล้ว เขาจึงเห็นแผ่นดิสก์วางอยู่บนตู้โทรทัศน์ทันที บนแผ่นเป็นรูปเด็กสาวผมยาวที่ใบหน้าเลือนลาง ชื่อภาพยนตร์คือ นัดพบ
เจียงเย่เคยดูการถ่ายทอดสดเกมสยองขวัญมาบ้าง เมื่อเห็นชื่อภาพยนตร์บนแผ่นดิสก์ เขาก็พอจะคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ เขาหวนนึกถึงบทเรียนที่เรียนมาจากโรงเรียนแล้วรีบปรับสภาพจิตใจทันที เจตจำนงของเขาถูกเตรียมพร้อมมาตั้งแต่เกมสยองขวัญเริ่มปรากฏขึ้น นี่คือขั้นตอนที่ทุกคนต้องผ่าน และหากต้องตายไป ทางรัฐบาลก็จะส่งเงินชดเชยไปให้ครอบครัวเอง
เจียงเย่เริ่มค้นหาไปรอบๆ ห้องเพื่อดูว่ามีอะไรพอจะใช้งานได้บ้าง ขณะที่เขากำลังรื้อค้นอยู่นั้น เหล่าผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ใช้มุมกล้องเพื่อสำรวจห้องไปพร้อมกับเขา
"จบกัน ห้องนี้ไม่มีอะไรเลย เจ้าของช่องตกที่นั่งลำบากแล้ว"
"พื้นที่แคบเกินไป พอผีออกมาทีหลัง เจ้าของช่องแทบไม่มีทางให้หนีเลยนะนั่น"
"กลัวไว้ก่อนเลย ผีสาวที่อยู่ในเรื่องนัดพบนี่ดุมากนะจะบอกให้"
"คนล่าสุดที่เจอเรื่องนัดพบ ถูกฉีกเป็นสิบแปดชิ้นแล้วยัดลงชักโครกเลยนะ"
เหล่าผู้ชมเริ่มวิเคราะห์กันอย่างออกรส แต่เจียงเย่ที่อยู่ในเฟรมกลับไม่มีวี่แววของความตื่นตระหนก เมื่อหาอาหารไม่เจอ เขากลับยิ่งเยือกเย็นขึ้น
เขาเปิดตู้โทรทัศน์ออก พบกรรไกรหนึ่งคู่สำรองวางอยู่ข้างใน เขาหยิบมันใส่กระเป๋าอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รับอาวุธชิ้นที่หนึ่ง
หลังจากยืนยันว่าไม่มีสิ่งของอื่นที่ใช้ประโยชน์ได้ เจียงเย่ก็ลุกขึ้น สายตาของเขาจ้องไปที่ชุดโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ
ปัง!
เก้าอี้ที่โครงสร้างง่อนแง่นอยู่แล้วพังกระจายออก เจียงเย่หยิบขาเก้าอี้ขึ้นมา ได้รับอาวุธชิ้นที่สอง
เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ จ้องมองกระจกก่อนจะใช้ขาเก้าอี้ฟาดจนแตกละเอียด เพราะตั้งแต่โบราณกาลมา กระจกในห้องน้ำมักเป็นที่สิงสู่ยอดนิยมของเหล่าวิญญาณ กระจกแตกกระจายส่งเสียงดังสนั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สะท้อนใบหน้าของเจียงเย่ในเศษกระจกเหล่านั้น
เขาเลือกเศษกระจกชิ้นใหญ่ขึ้นมา ใช้ผ้าจากม่านมัดมันติดกับปลายด้านหนึ่งของขาเก้าอี้
กระจกบวกขาเก้าอี้ อาวุธใหม่ชิ้นที่สาม