- หน้าแรก
- เมื่อไซอิ๋วเป็นเกม คนทั้งโลกก็เล่นจนคลั่ง
- บทที่ 18 การศึกแรกของเหล่าผู้เล่น
บทที่ 18 การศึกแรกของเหล่าผู้เล่น
บทที่ 18 การศึกแรกของเหล่าผู้เล่น
บทที่ 18 การศึกแรกของเหล่าผู้เล่น
หากเปรียบเทียบกับกลุ่มปีศาจระส่ำระสายที่เขาหลางหลางแล้ว เหล่าทหารปีศาจจากค่ายปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัขนั้นมีความแข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด พวกมันหลายตนไม่เพียงแต่มีอาวุธครบมือ ทว่ายังสวมใส่ชุดเกราะป้องกันร่างกายอีกด้วย
ขุมกำลังหลักของพวกมันประกอบไปด้วยสัตว์อสูรที่มีพลังต่อสู้ค่อนข้างสูง อาทิ ปีศาจหมาป่า ปีศาจสุนัข ปีศาจสุกร และปีศาจโค
ผู้ที่นำทัพมาคือปีศาจตะขาบที่ยืนตระหง่านด้วยขาหลัง มือทั้งสี่ข้างถือดาบเหล็กกล้ากลายเป็นอาวุธร้ายกาจ ปีศาจตะขาบตนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยแห่งสันเขาพยัคฆ์สุนัข นามว่าแม่ทัพตะขาบ
ข้างกายของแม่ทัพตะขาบมีปีศาจบีเวอร์ตนหนึ่ง ความสูงไม่ถึงหนึ่งเมตร ในมือถือส้อมเหล็กกล้าเป็นอาวุธ
แม้ปีศาจบีเวอร์ตนนี้จะมีรูปร่างเตี้ยแคระ แต่กลิ่นอายพลังกลับไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าแม่ทัพตะขาบเลยแม้แต่น้อย ฟันสีทองอร่ามคู่หนึ่งที่โผล่พ้นริมฝีปากทำให้เขาดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก เขาเองก็เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยแห่งสันเขาพยัคฆ์สุนัขเช่นกัน มีนามว่าแม่ทัพฟันทอง
เมื่อยอดขุนพลปีศาจทั้งสอง หนึ่งสูงหนึ่งเตี้ย นำทัพทหารปีศาจผู้ดุร้ายกว่าสองร้อยตนบุกตะลุยเข้าหาค่ายปีศาจเขาหลางหลาง ผู้ชมเรือนหมื่นในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ไม่อาจเก็บงำความตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไป
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น? มอนสเตอร์บุกเมืองงั้นเหรอ?"
"พับผ่าสิ เปิดฉากมาก็เจออีเวนต์ใหญ่ขนาดนี้เลยหรือไง"
"เฮ้ย! ไอ้ตัวข้างหน้านั่นมันอะไรน่ะ? ตะขาบกลายเป็นปีศาจงั้นเหรอ?"
"แล้วไอ้ตัวเตี้ยนั่นมันสัตว์ประเภทไหนกัน ใครก็ได้ช่วยบอกที"
"ข้าว่าดูเหมือนปีศาจตัวตุ่นนะ"
"ตัวตุ่นที่ไหนกันนั่นมันนากหรือไม่ก็บีเวอร์ชัดๆ"
"ตอนแรกข้าก็นึกว่าสตรีมเมอร์จัดฉาก แต่ตอนนี้ดูยังไงก็เป็นเกมของจริง ในโลกความเป็นจริงแกจะไปหาตัวแสดงที่ไหนมาเล่นเป็นปีศาจตะขาบกับปีศาจบีเวอร์ได้สมจริงขนาดนี้"
"จริงด้วย ทั้งสองฝ่ายมีปีศาจรวมกันเป็นร้อยตน ถ้าต้องจ้างคนมาแสดง ค่าตัวคงมหาศาลจนประเมินไม่ได้"
"ขนาดมอนสเตอร์ระดับลูกกระจ๊อกในเกมนี้ยังปั้นโมเดลออกมาได้ละเอียดประณีตขนาดนี้เลยเหรอ?"
"เกมที่สมจริงราวกับความฝัน ไม่นึกเลยว่าในชั่วชีวิตนี้จะได้เห็น หากเกมแบล็กมิธเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีเกมไหนในโลกนี้ที่พอจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งได้"
"ข้านั่งไม่ติดที่แล้วเนี่ย อยากรู้จริงๆ ว่าจะหาเกมนี้มาเล่นได้จากที่ไหน?"
ในยามนี้ ข้อความในห้องถ่ายทอดสดหลั่งไหลมาราวกับเกล็ดหิมะ ทว่าหลี่หนิงหนิงไม่มีสมาธิจะไปสนใจสิ่งเหล่านั้น เพราะความสนใจทั้งหมดของนางจดจ่ออยู่กับเหล่าปีศาจจากสันเขาพยัคฆ์สุนัขที่กำลังใกล้เข้ามา
ไม่ใช่เพียงแค่นางเท่านั้น แม้แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน อย่าให้ความฮึกเหิมก่อนหน้านี้หลอกตาได้ เพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจที่ดุร้ายและบ้าคลั่งเหล่านั้นจริงๆ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าและหวาดกลัว
ในเกมอื่น คุณอาจจะสู้ผ่านหน้าจอ แต่ในแบล็กมิธนี่คือการเผชิญหน้ากันแบบตัวต่อตัว
ขณะที่เหล่าผู้เล่นกำลังมีท่าทีลนลาน แม่ทัพหมาป่าขาวก็ได้ชูดาบโค้งในมือขึ้นสูง
"เหล่านักธนู ยิงพวกมันให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียงคำสั่ง นักธนูหลายตนบนหอคอยเฝ้าระวังตรงประตูค่ายปีศาจเขาหลางหลางก็เริ่มง้างคันศรและปล่อยลูกธนูออกไป
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
ลูกศรอันแหลมคมหลายดอกพุ่งเข้าใส่ขบวนทัพทหารปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัข ปีศาจผู้โชคร้ายสองตนถูกปักเข้าอย่างจังจนล้มคว่ำลง
และนั่นคือสัญญาณเริ่มต้นการต่อสู้อย่างเป็นทางการ
"ฆ่ามัน!"
โดยไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ทหารปีศาจแห่งเขาหลางหลาง ภายใต้การนำของแม่ทัพหมาป่าขาวและขุนพลโคถึก ต่างก็หยิบอาวุธขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่กองทัพสันเขาพยัคฆ์สุนัขทันที
ข้อได้เปรียบด้านการตั้งรับและชัยภูมิของค่ายปีศาจถูกละทิ้งไปในพริบตา
เมื่อเห็นว่าแม่ทัพหมาป่าขาวและคนอื่นๆ พุ่งตัวออกไปแล้ว เหล่าผู้เล่นจึงได้สติกลับคืนมา
"พวกเราจะกลัวบ้าอะไรวะ? พวกมันเป็นปีศาจ เราก็เป็นปีศาจเหมือนกัน"
"นั่นดิ นี่มันก็แค่เกม ตายแล้วก็เกิดใหม่ได้ จำไว้ว่าให้ลดระดับการรับรู้ความเจ็บปวดลงด้วยล่ะ นอกจากว่าใครจะชอบความเจ็บปวดก็เชิญตามสบาย"
"ใครที่ใจไม่แข็งพอ อย่าลืมเปิดโหมดคัดกรองภาพด้วยนะ จะได้ไม่เห็นเลือดหรือเศษเนื้อ ระบบจะปิดบังภาพพวกนั้นให้โดยอัตโนมัติ"
"มีระบบแบบนั้นด้วยเหรอ? ช่างใส่ใจจริงๆ"
"ถ้าอย่างนั้นจะมัวกลัวอะไรอยู่ล่ะ? บุกเข้าไป! ถ้าข้าตาย พี่น้องข้างหลังช่วยเก็บของให้ด้วยนะ ขอบใจล่วงหน้า"
ขาดคำ ผู้เล่นในร่างปีศาจหมาป่าคนแรกก็พุ่งทะยานเข้าหาทหารปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัขด้วยความเร็วสูงสุด
เมื่อมีคนเปิดฉาก ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ไม่รอช้า พากันโถมเข้าใส่โดยไม่รั้งรอ
ในไม่ช้า เหล่าผู้เล่นก็เข้าร่วมวงตะลุมบอน หลังจากที่ได้เหวี่ยงอาวุธโจมตีครั้งแรก อะดรีนาลีนในร่างกายของพวกเขาก็สูบฉีดจนลืมความกลัวไปสิ้น
เฉินจั๋ว ผู้ซึ่งฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในโลกแห่งความเป็นจริง ร่ายรำเพลงดาบวายุคลั่งทันที เขาฟันดาบเข้าใส่ปีศาจสุนัขตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
ฟึ่บ...
เมื่อประกายดาบวาบผ่าน ศีรษะของปีศาจสุนัขก็หลุดกระเด็น เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วร่างของเขา
เขามองดูหัวสุนัขที่ขาดวิ่นและเลือดอุ่นๆ บนร่างกายด้วยความมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นอย่างสุดระงับ
ตั้งแต่เด็กเขารู้ดีว่าศิลปะการต่อสู้คือวิชาสำหรับการเข่นฆ่า ทว่าโชคร้ายที่ในโลกแห่งความเป็นจริงการฆ่าคนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่สามารถฆ่าใครได้ย่อมด้อยอานุภาพลงไปกว่าครึ่ง แต่ทว่าในโลกแห่งเกมแบล็กมิธแห่งนี้ ไม่มีพันธนาการทางกฎหมายใดๆ และเขาไม่จำเป็นต้องมีความลังเลใจในการโจมตีแม้แต่น้อย
"นี่สิคือสถานที่ที่เหล่านักสู้เช่นพวกเราควรจะอยู่!"
"สะใจ! ช่างสะใจจริงๆ!"
กล่าวจบ เขาก็กวัดแกว่งดาบยาวพุ่งเข้าหาทหารปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัขอีกตนที่อยู่ข้างๆ
ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ที่สั่งสมมาจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้นานหลายปี แม้ว่าร่างกายใหม่นี้จะดูอ่อนแอกว่าทหารปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัขอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังสามารถครองความได้เปรียบในการต่อสู้เอาไว้ได้
ไม่นานนัก ทหารปีศาจสามตนก็สิ้นชีพลงด้วยเงื้อมมือของเขา
"ปีศาจพวกนี้ก็ไม่ได้มีดีอะไรมากมายนี่นา"
ในขณะที่เขากำลังลำพองใจอยู่นั้น ลำแสงสีดำสายหนึ่งก็พุ่งตรงมายังเขา ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว แสงสีดำนั้นก็ปักทะลุหน้าอกของเขาอย่างแม่นยำ
แถบพลังชีวิตเหนือศีรษะของเขาถูกทำให้หายไปในพริบตา
ร่างของเขาล้มตึงลงกับพื้นก่อนจะกลายเป็นแสงสีขาวหายวับไป พร้อมกับอาวุธในมือ
แสงสีดำก่อนหน้านี้เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริง มันคือส้อมเหล็กกล้านั่นเอง
วินาทีต่อมา แม่ทัพฟันทองที่มีความสูงไม่ถึงเมตรก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าฉงนฉงาย
"หืม? ข้าฆ่าเจ้าปีศาจน้อยนี่ไปเห็นๆ ทำไมถึงไม่เห็นศพของมันเลยล่ะ?"
ขณะที่เขากล่าวอยู่นั้น ผู้เล่นหลายคนที่อยู่แถวนั้นก็สังเกตเห็นเขาพอดี
"นั่นมันมินิบอสนี่!"
"ถ้าเราฆ่ามันได้ จะต้องได้ปราณวิญญาณกับแต้มผลงานมหาศาลแน่ๆ พี่น้องทั้งหลาย รุมมันเลย!"
สิ้นเสียงปลุกใจ ผู้เล่นใจกล้าหกคนก็เข้าล้อมกรอบแม่ทัพฟันทองไว้ทันที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการรุมล้อมของผู้เล่น แม่ทัพฟันทองร่างเตี้ยก็แค่นเสียงเย็นชาออกมา
"พวกเจ้าหาที่ตายเองนะ!"
ก่อนที่เหล่าผู้เล่นจะทันได้ตอบโต้ เขาพุ่งส้อมเหล็กในมือออกไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
เมื่อประกายแสงเย็นเยียบหกสายพาดผ่าน ผู้เล่นทั้งหกคนที่เตรียมจะรุมโจมตีก็มีแถบพลังชีวิตหมดสิ้นลงทันที ร่างของพวกเขากลายเป็นแสงสีขาวและเลือนหายไป
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ถึงกับตะลึงงัน
"เชี่ยเอ๊ย มินิบอสในหมู่บ้านเริ่มต้นของเกมนี้มันจะเก่งเกินไปไหม?"
"มันฆ่าตายเรียบในครั้งเดียวได้ยังไงกัน?"
"ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยุ่งกับไอ้มินิบอสนี่เลย ไปเก็บพวกลูกกระจ๊อกก่อน แล้วค่อยหาทางรุมฆ่ามันทีหลัง"
"จริงด้วย เจ้านี่มันดุร้ายนัก ถ้าเราโค่นมันได้ ของรางวัลต้องเพียบแน่นอน"
แม่ทัพฟันทองไม่คาดคิดเลยว่า แม้เขาจะแสดงความดุร้ายออกมาถึงเพียงนี้ แต่เขาก็ยังคงถูกพวกผู้เล่นหมายหัวเอาไว้อยู่ดี
ขณะที่เขากำลังเตรียมจะสังหารทหารปีศาจธรรมดาของเขาหลางหลางต่อไป แม่ทัพหมาป่าขาวที่ถือดาบคู่ก็ได้พุ่งเข้ามาขวางหน้าเขาไว้
"คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!"
ศึกระหว่างหัวหน้าหน่วยย่อยของทั้งสองฝ่ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ในบริเวณที่ไม่ไกลนัก ขุนพลโคถึกเองก็กำลังปะทะกับแม่ทัพตะขาบอย่างดุเดือด
ค่ายปีศาจเขาหลางหลางในเพลานี้ได้กลายเป็นสมรภูมิรบอย่างเต็มตัว ทหารปีศาจสู้กับทหารปีศาจ ขุนพลปีศาจห้ำหั่นกับขุนพลปีศาจ
เหล่าผู้เล่นที่เคยขลาดกลัวในตอนแรก บัดนี้ต่างก็เริ่มเลือดร้อนและฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการต่อสู้
ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถพอจะสังหารทหารปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัขได้ด้วยตัวคนเดียว แต่พวกเขารู้จักการแบ่งหน้าที่และประสานงานกัน
ผู้เล่นสี่คนรวมกลุ่มกันเป็นทีมเพื่อเข้าโจมตีทหารปีศาจสันเขาพยัคฆ์สุนัขเพียงตนเดียวพร้อมกัน เมื่อจัดการได้หนึ่งตนแล้วจึงค่อยย้ายไปจัดการตนต่อไป
ทหารปีศาจส่วนใหญ่ของสันเขาพยัคฆ์สุนัขเป็นเพียงสมาชิกเผ่าปีศาจที่เพิ่งจำแลงกายได้ไม่นาน มีเพียงพละกำลังมหาศาลแต่กลับมีน้อยนักที่จะรู้จักใช้มนตราปีศาจ ในขณะที่เหล่าผู้เล่นต่างก็มีทักษะติดตัวอย่างน้อยหนึ่งอย่างไว้พึ่งพา ดังนั้นภายใต้การรุมล้อมของผู้เล่นหลายคน พวกมันจึงไม่มีทางรอดไปได้
ถึงแม้จะมีผู้เล่นบางคนพลั้งพลาดตายไประหว่างทาง แต่นเพียงไม่นาน พวกเขาก็จะวิ่งกลับมาจากด้านหลังของค่ายปีศาจในสภาพไร้รอยขีดข่วนเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้ง
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ทหารปีศาจแห่งสันเขาพยัคฆ์สุนัขค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ ในขณะที่ฝั่งเขาหลางหลางดูเหมือนจะมีทหารปีศาจตบเท้าเข้าร่วมสมรภูมิอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อภาพเหตุการณ์นี้ถูกนำเสนอผ่านมุมมองของหลี่หนิงหนิงไปยังห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมเรือนหมื่นต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจจนถึงขีดสุด