เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 ลูกจ้าง!

บทที่ 95 ลูกจ้าง!

บทที่ 95 ลูกจ้าง!


หลิงอวิ๋นเริ่มตระหนักได้ในเวลาอันรวดเร็วว่ากุญแจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่สิ่งที่เย่ฟานป้อนให้กับกิ้งก่ายักษ์ปฐพีและหลินตั้นต้า

เขาจึงเดินเข้าไปหาเย่ฟานพลางถูมือไปมา

"เย่ฟานจ๊ะ เมื่อกี้ที่นายป้อนพวกเขามันคืออะไรเหรอ?

ดูเหมือนอานุภาพมันจะรุนแรงมากเลยนะ มีเหลืออีกไหม? ฉันเองก็อยากลองบ้างเหมือนกันนะ!"

เย่ฟานใช้ความคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขาหมูยักษ์ออกมาหนึ่งอันแล้วส่งให้อธิการหลิง

"อธิการครับ ที่ผ่านมาผมได้รับการดูแลจากท่านมาตลอด ถ้าเป็นคนอื่นมาขอผมคงบอกว่าไม่มีไปแล้ว

แต่ในเมื่ออธิการเป็นคนเอ่ยปากเอง เย่ฟานคนนี้ก็คงจะกั๊กไว้ไม่ได้แล้วล่ะครับ

เอ้า ขาหมูยักษ์อันนี้ผมให้ท่านครับ นี่น่ะคืออาวุธเทพเลยนะ!"

หลิงอวิ๋นรับขาหมูยักษ์มาด้วยความดีใจ และทำท่าเหมือนอยากจะลองชิมดูเดี๋ยวนั้นเลย

ทว่าเขากลับถูกเย่ฟานห้ามไว้ทันที

"เดี๋ยวครับอธิการ ก็บอกแล้วไงครับว่านี่คืออาวุธเทพ มันมีจำนวนจำกัดนะ เอาไว้เก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นจริงๆ เถอะครับ"

พอถูกเย่ฟานทักแบบนั้น หลิงอวิ๋นจึงต้องพยายามสะกดกลั้นความอยากรู้เอาไว้

แต่เขาก็ยังสงสัยในสรรพคุณของขาหมูยักษ์จนทนไม่ไหว

เขาแอบสะกิดเย่ฟาน เพื่อให้ช่วยบอกใบ้หน่อยว่าขาหมูนี้มันมีประโยชน์ยังไงกันแน่

เย่ฟานกระแอมไอหนึ่งครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูยากจะหยั่งถึงว่า

"ผมจะบอกท่านให้นะครับอธิการ ของสิ่งนี้ถ้าใช้ถูกจังหวะล่ะก็ ต่อให้เป็นประเทศอินทรีทั้งประเทศก็กลายเป็นของท่านได้ในพริบตาเลยล่ะครับ มันคือสุดยอดไอเทมสำหรับการยึดอำนาจเลยล่ะ!"

"มันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?"

หลิงอวิ๋นรีบเก็บรักษาขาหมูยักษ์นั้นไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าทันที

เจ้าเด็กเย่ฟานคนนี้ เขาช่างปั้นมาไม่เสียแรงจริงๆ

ยอมให้มันกวาดลูกแก้ววิญญาณไปตั้งเยอะ ในที่สุดเขาก็เริ่มเห็นผลกำไรกลับมาบ้างแล้ว!

............

หลังจากสบยกิ้งก่ายักษ์ปฐพีได้แล้ว พวกเย่ฟานก็มีพาหนะเดินทางใหม่เพิ่มขึ้นมา

การได้นั่งอยู่บนหัวของกิ้งก่ายักษ์ระดับดาราเจิดจรัส ทำให้พวกเขาเข้าใจถ่องแท้เลยว่าความรู้สึกตอน 'หมาพึ่งบารมีเสือ' มันฟินแค่ไหน

ภายใต้รัศมีข่มขวัญระดับดาราเจิดจรัสของกิ้งก่ายักษ์ พวกเขาสามารถเดินทางผ่านหุบเขาได้อย่างไร้อุปสรรค บุกทะลวงไปข้างหน้าได้เรื่อยๆ

หลิงอวิ๋นลงมาสำรวจก้นหุบเขาตั้งหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับประสบการณ์ที่แสนสบายแบบนี้มาก่อนเลย

ในตอนนี้เขาก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังกิ้งก่าอย่างสบายใจเฉิบเหมือนกัน

เย่ฟานเดินเข้าไปหาหลิงอวิ๋นแล้วถามว่า "อธิการหลิงครับ ท่านอยากลองชิมรสชาติเนื้อสัตว์อสูรระดับเพชรดูบ้างไหมครับ?"

หลิงอวิ๋นถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอ

ถึงเขาจะเคยฆ่าสัตว์อสูรระดับเพชรมานับไม่ถ้วน แต่เขาก็ยังไม่เคยชิมรสชาติของมันเลยสักครั้ง

เพราะการจะปรุงเนื้อระดับเพชรให้สุกได้ คนที่เป็นพ่อครัวย่อมต้องมีระดับพลังถึงเพชรขึ้นไปเท่านั้น

แล้วจะมีอัจฉริยะระดับเพชรคนไหนที่ว่างงานจนมานั่งศึกษาวิธีการปรุงเนื้อสัตว์อสูรกันล่ะ?

สัตว์อสูรเมื่อถึงระดับเพชร ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เหมือนกับผู้ใช้พลังวิญญาณ

ทั้งผิวหนังและกล้ามเนื้อจะแข็งแกร่งราวกับรถหุ้มเกราะ ถ้ากัดเข้าไปคำเดียวมีหวังฟันได้หักหมดปากแน่นอน

ทว่าเมื่อมองแววตาที่ดูใสซื่อของเย่ฟาน หลิงอวิ๋นก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

"เจ้าเด็กนี่ นายมีวิธีงั้นเหรอ?"

เย่ฟานพยักหน้า

"อธิการครับ ผมคือผู้ชายที่จะสร้างระบบนิเวศปิ้งย่างขึ้นมาบนดาวบลูสตาร์เชียวนะครับ!

แค่สัตว์อสูรระดับเพชร ผมใช้เวลาแป๊บเดียวก็ย่างให้ท่านกินได้แล้ว อธิการอยากจะลองสักหน่อยไหมล่ะครับ?"

เมื่อเห็นว่าเย่ฟานมักจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนได้เสมอ หลิงอวิ๋นจึงตัดสินใจเชื่อเขาดูสักครั้ง

เขาแผ่พลังจิตออกไปจนถึงขีดสุด เพื่อค้นหาสัตว์อสูรที่อยู่ในละแวกนี้

ทันทีที่ล็อกเป้าหมายได้ พลังจิตรอบตัวก็ควบแน่นมาอยู่ที่มือของเขาจนกลายเป็นหอกที่จับต้องได้จริง

"สกิลระดับแพลตตินัม·หอกทะลวงเมฆา!"

หอกพลังจิตถูกยิงออกไปดังกึกก้อง พร้อมกับเกิดคลื่นเสียงโซนิคบูมจากการเร่งความเร็ว

ภายใต้การล็อกเป้าด้วยพลังจิตของหลิงอวิ๋น หอกเล่มนั้นไม่มีทางพลาดเป้าแน่นอน

ฉึก! หอกพุ่งทะลุร่างของสัตว์อสูรระดับเพชรตัวหนึ่งที่กำลังเล็มหญ้าวิญญาณอยู่พอดี

จากนั้น หอกพลังจิตก็สลายตัวออก แล้วแบกร่างไร้วิญญาณของสัตว์อสูรตัวนั้นบินกลับมาหาพวกเขา

เย่ฟานกางอาณาเขตปิ้งย่างออกมา แล้วลงมือควักมุกวิญญาณออกมาภายในเวลาไม่กี่นาที

จากนั้นเขาก็เริ่มแล่เนื้อสัตว์อสูรออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วเสียบเข้ากับไม้เสียบเหล็ก

หลิงอวิ๋นยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจการกระทำของเย่ฟาน

เนื้อระดับเพชรมันเป็นของที่ไม้เสียบเหล็กธรรมดาจะแทงทะลุได้ยังไงกัน?

พอเสียบไม้เสร็จ พื้นที่ใต้เท้าของเย่ฟานก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นเตาปิ้งย่าง และเริ่มลงมือปรุงเนื้อย่างเหล่านั้นทันที

กิ้งก่ายักษ์ปฐพีสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เกิดขึ้นบนหัวเป็นอย่างแรก และตามมาด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่าง

มันแลบลิ้นออกมาบ่นเบาๆ "สรุปคือย่างเนื้อ หรือจะย่างหัวข้ากันแน่เนี่ย?"

ทว่าทุกคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการรอชิมเนื้อย่าง กลับไม่มีใครสนใจเสียงบ่นของกิ้งก่ายักษ์เลยสักคน

ในไม่ช้า หลิงอวิ๋นก็จมดิ่งเข้าสู่รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมของเนื้อย่างระดับเพชร

หลังจากได้ลองลิ้มรสชาติที่แสนอร่อย เขาก็เริ่มไม่พอใจที่จะหยุดอยู่แค่สัตว์อสูรชนิดเดียวแล้ว

เพราะการกินปิ้งย่างน่ะ จะให้กินแค่เมนูเดียวจนอิ่มได้ยังไงกันล่ะ

ในตอนนี้ เขาเริ่มมองว่าก้นหุบเขาเหวลึกแห่งนี้เป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตบุฟเฟต์ไปเรียบร้อยแล้ว

สัตว์อสูรที่แอบซ่อนอยู่รอบๆ ล้วนแต่เป็นเนื้อเสียบไม้ที่รอให้เขาไปเก็บมาทั้งนั้น

"พวกเธอคุ้มครองตัวเองอยู่บนหัวกิ้งก่ายักษ์ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา!"

พูดจบ เขาก็บินจากไปไกลทันที เห็นชัดว่าเขาค้นพบเป้าหมายใหม่ในทิศทางนั้นแล้ว

เซี่ยเหยามองตามอธิการหลิงที่บินลับตาไป แล้วกระซิบข้างหูเย่ฟานว่า

"ฉันรู้สึกเหมือนอธิการหลิงจะกลายเป็นลูกจ้างของนายไปแล้วนะ แถมเขายังไม่รู้ตัวด้วยว่ากำลังทำงานให้ แถมดูจะมีความสุขกับการทำงานซะด้วยสิ"

"ฮิๆๆ แบบนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ

ลูกจ้างคือหัวใจ ลูกจ้างคือวิญญาณ การเป็นลูกจ้างเนี่ยแหละคือคนเหนือคน

ปกติท่านเป็นอธิการบดีจนชินแล้ว นานๆ ทีให้ท่านได้ลองเป็นลูกจ้างบ้างก็ดี

พวกเราอย่าไปแฉท่านล่ะ อธิการหลิงน่ะเขาต้องรักษาหน้านะครับ!"

หยางสงอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้เย่ฟาน

"สมแล้วที่เป็นพี่เย่!

หุบเขาเหวลึกคือบ้าน มาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่

ย่างเนื้อจนหอมฉุย ส่วนอธิการยุ่งจนหัวหมุน!"

ในระหว่างที่รอหลิงอวิ๋น เย่ฟานก็จมดิ่งเข้าสู่ห้วงความคิดในสมอง

หลังจากขึ้นระดับทองคำเขาก็สุ่มได้หนังสือสกิลมาหนึ่งเล่มทันที ส่วนรางวัลอื่นๆ เขายังไม่เคยลองสุ่มดูเลย ถือโอกาสช่วงที่ว่างๆ นี้มาลองสุ่มดูสักหน่อยดีกว่า

นับตั้งแต่คุยโทรศัพท์กับหลี่เหยียนไจ้ครั้งล่าสุด แต้มความแค้นที่ได้จากกองทัพมนุษย์โคลนนิงก็ไม่ได้เยอะเท่าเมื่อก่อนแล้ว

คาดว่าสถานการณ์ที่ถ้ำพันพระพุทธในเมืองเหมยซานคงไม่สู้ดีนัก กองทัพโคลนนิงต้องออกไปรบอยู่บ่อยๆ เลยไม่มีเวลามานั่งกินพริกป่นปั๊มแต้มให้เขาเท่าไหร่

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต้มความแค้นสะสมของเย่ฟานในตอนนี้ก็ยังมีมากกว่าห้าสิบล้านแต้มอยู่ดี

เย่ฟานจึงตัดสินใจเอาแต้มเศษๆ ไม่กี่ล้านมาลองสุ่มรางวัลดู

【ยืนยันการเริ่มหมุนรางวัล!】

【รางวัลปลอบใจ: มันฝรั่งบูลลี่ไร้ขีดจำกัด จำนวน 123 ชุด】

【รางวัลที่สาม: สเต๊กไก่เกรียงไกรทรงพลัง จำนวน 84 ชุด】

【รางวัลที่สอง: ฟองเต้าหู้รวยข้ามคืน จำนวน 56 ชุด】

【รางวัลที่หนึ่ง: ดักแด้ย่างฝันที่เป็นจริง จำนวน 6 ชุด】

เมื่อมองดูของรางวัลที่สุ่มได้มา เย่ฟานก็รู้สึกดีใจมาก

"ฮิๆๆ ระบบจ๋าเข้าใจฉันจริงๆ!

นอกจากรางวัลปลอบใจแล้ว รางวัลอื่นๆ ชื่อมันช่างดูเป็นสิริมงคลกันทั้งนั้นเลยนะเนี่ย

หรือว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดของฉันนะ? ระบบเลยส่งคำอวยพรมาให้แบบจัดเต็มขนาดนี้!"

............

ณ สถานีตรวจการแห่งหนึ่งริมหุบเขาเหวลึก

พลทหารเวรสองนายล้มฟุบจมกองเลือดอยู่ข้างใน

สภาพศพของทั้งสองคนนั้นน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก

กระดูกที่ควรจะอยู่ภายใต้เนื้อหนัง กลับทิ่มแทงออกมาจากร่างกายอย่างประหลาดจนโผล่พ้นผิวหนังออกมา

สุดท้ายทั้งคู่ต่างถูกซี่โครงของตัวเองทิ่มทะลุหัวใจและปอด จนขาดใจตายในระหว่างการดิ้นรนเอาชีวิตรอด

จินตนาการได้เลยว่า ก่อนตายทั้งคู่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเพียงใด

เว่ยเหิงในชุดเครื่องแบบทหารสีเข้มยืนมองภาพที่น่าสลดใจนี้พร้อมกับเหล่าพลทหารในสังกัด

ต่อให้จะเป็นคนที่เห็นความเป็นความตายมาจนชินตาอย่างพวกเขา ก็ยังต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ

เว่ยเหิงเอ่ยถามทหารด้านหลัง "กล้องวงจรปิดของสถานีบันทึกอะไรไว้ได้บ้างไหม?"

ทหารนายนั้นถือคอมพิวเตอร์เดินเข้ามา แล้วโชว์รูปถ่ายรูปหนึ่งให้เว่ยเหิงดู

ในรูปมีบุคคลลึกลับสามคนที่สวมชุดคลุมปิดบังตัวตน มองออกเพียงว่าในสามคนนั้นมีผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงสองคน

เว่ยเหิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะออกคำสั่งใหม่

"ส่งคนไปแจ้งสำนักศึกษาหลิงยวน ว่ามีบุคคลนิรนามบุกรุกเข้าไปในหุบเขาเหวลึก สั่งให้สำนักศึกษาเรียกตัวนักศึกษากลับทันที

ส่วนพวกที่เหลือกลับฐานทัพ ระดมพลทหารสองกองพันตามฉันลงไปในเหวเดี๋ยวนี้!"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 95 ลูกจ้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว