เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 มนุษย์สร้างเทพีแห่งรัตติกาลทั้งสาม

บทที่ 320 มนุษย์สร้างเทพีแห่งรัตติกาลทั้งสาม

บทที่ 320 มนุษย์สร้างเทพีแห่งรัตติกาลทั้งสาม


[แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 320 มนุษย์สร้างเทพีแห่งรัตติกาลทั้งสาม

เอสโซรีลถึงกับตาค้าง ดวงตากลมโตทั้งหมดยืนขึ้นแข็ง ลูกตาสั่นระริก

"โอ้พระเจ้า! นี่ท่านทำได้ยังไงกันวะเนี่ย? !"

ดูสิ นี่คือฝีมือของเย่เหริน

ทำเอาเอสโซเรียลผู้สูงส่งถึงกับหลุดสำเนียงบ้านนอกออกมา

ตลอดชีวิตอันยาวนาน ในฐานะเทพผู้สูงส่ง เอสโซรีลรักษาภาพลักษณ์มาโดยตลอด

เทพอย่างเขาไม่ควรพูดคำหยาบ ...เว้นแต่จะอดใจไม่ไหวจริงๆ  !

เย่เหรินยักไหล่ "มันยากตรงไหน?"

เอสโซเรีลพูดไม่ออก อยากพูดก็พูดไม่ได้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยปากชม "สุดยอด"

ต้องรู้ว่าในความคิดของเขา สิ่งมีชีวิตที่ถูกมลทินกลืนกินไปแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลับคืนสู่สภาพเดิม

เปรียบเหมือนกระดาษขาวที่ถูกย้อมด้วยหมึก จะลบหมึกออกให้หมดสิ้น ยากเย็นแสนเข็ญ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงยอมแพ้รื่องนครแห่งรัตติกาลและดินแดนต้นกำเนิดอื่นๆ  ไปโดยสิ้นเชิง

ทว่าเย่เหรินกลับทำในสิ่งที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด ...

ไม่ใช่แค่ล้างมลทิน แต่ยังทำให้พวกเขากลับคืนสู่สภาพเดิมได้อีก!

แม้แต่เทพก็ไม่อาจทำได้!

เย่เหรินเบะปาก "รู้ว่าใจร้อน แต่อย่าเพิ่งรีบ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น"

เอสโซรีล "?"

เริ่มต้น?

เดี๋ยวก่อน เจ้าอย่าบอกนะว่า ...

เย่เหรินสะบัดดาบโลหิตสูญญากาศ แสงสีแดงเลือดพุ่งออกมาในพริบตา!

"วู้ม——!"

หมอกสีเลือดแผ่ไปทั่ว ถนนหนทางที่เคยบิดเบี้ยวจากมลทินก็ค่อยๆ  กลับมาเรียบเนียน

ราวกับเวลาหมุนย้อนกลับ ทุกสิ่งกำลังคืนสู่สภาพเดิม!

สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตในห้วงลึก ...

ร่างกายที่บิดเบี้ยวของพวกมันเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงภายใต้การชำระล้างของหมอกสีเลือด

แขนขาและอวัยวะที่ผิดรูปร่างหายไปในพริบตา

แขนที่เคยฟาดฟาดเหมือนหนวดปลาหมึกกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม

ใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวก็ค่อยๆ  อ่อนโยนลง ฟันแหลมคมหดหายไป

ในที่สุด เมื่อหมอกสีเลือดจางหายไป สิ่งมีชีวิตในห้วงลึกก็กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อย่างสมบูรณ์

ชาวนครแห่งรัตติกาล ทุกคนกลับมาเป็นเหมือนเดิม!

"แม่เจ้า ..."

เอสโซรีลพูดไม่ออก

เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ท่ามกลางยามราตรี เมืองทั้งเมืองกลับตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด

ผู้คนมากมายในเมืองต่างมองไปรอบๆ  อย่างเหม่อลอย ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและไร้จุดหมาย

การปรากฏตัวของเย่เหริน ได้ดึงพวกเขาออกจากห้วงลึกแห่งมลทิน ทำให้พวกเขากลับคืนสู่สภาพเดิม

ทว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกไม่ทันตั้งตัว

แต่ไม่ว่าอย่างไร อารยธรรมขั้นสูงก็ยังคงเป็นอารยธรรมขั้นสูงอยู่วันยังค่ำ

ไม่นานนัก จากฝูงชนที่เงียบงัน ก็มีบุคคลพิเศษผู้หนึ่งเดินออกมา

บุคคลผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่ ศีรษะล้านเกลี้ยงเกลา ดวงตาสี่คู่เปล่งประกายแห่งปัญญา

เขาคือผู้ปกครองสูงสุดแห่งอารยธรรมยามราตรี นักปราชญ์แห่งรัตติกาล อับราฮัม!

อับราฮัมกวาดสายตามองไปรอบๆ  มองดูผู้คนในเมืองที่ยังคงสับสน ดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความจนใจ

เขารู้ดีว่า ผู้คนเหล่านี้ต้องการเวลาเพื่อปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

จากนั้น อับราฮัมก็รีบตรงไปยังเย่เหริน ก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพและซาบซึ้งใจ

"ท่านผู้ทรงเกียรติ ข้าขอเป็นตัวแทนแห่งอารยธรรมยามราตรี ขอบพระคุณท่านจากใจจริง!"

อับราฮัมแสดงท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตน

เพราะแม้เขาจะไม่รู้จักเย่เหริน แต่เขารู้จักเอสโซรีล!

และท่าทีระมัดระวังของเอโซรีลเมื่ออยู่ต่อหน้าเย่เหริน ทำให้อับราฮัมตระหนักได้อย่างเฉียบแหลมว่าควรปฏิบัติต่อเย่เหรินเช่นไร

เย่เหรินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

"ไม่เป็นไร แค่เรื่องเล็กน้อย"

สำหรับเขา นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจริงๆ  เป้าหมายที่แท้จริงคือการลบล้างมลทินในเขตต้นกำเนิด

แต่อับราฮัมกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น!

เขามองดูท่าทางที่สงบนิ่งของเย่เหริน ยิ่งรู้สึกเคารพยำเกรง

ผู้ยิ่งใหญ่ก็คือผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ  !

ท่าทาง สายตา และน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอำนาจเช่นนี้ เขาคงไม่มีวันเลียนแบบได้

จากนั้น อับราฮัมก็มองไปยังเย่เหริน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังและความคาดหวัง

"ท่านผู้ทรงเกียรติ..." อับราฮัมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ "ท่านพอจะช่วยพวกเราได้หรือไม่?"

เย่เหรินเลิกคิ้วเล็กน้อย

"ยังมีอะไรที่ฉันต้องช่วยอีกเหรอ?"

เขาลบล้างมลทินของเมืองทั้งเมืองไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

ยังมีอะไรที่ต้องช่วยอีก?

แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่าเย่เหรินคิดง่ายเกินไป

พลังมลทินแห่งความกลัวของเขามีคุณสมบัติในการลบล้างมลทินก็จริง แต่ในทางทฤษฎี คุณสมบัตินี้ใช้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตในห้วงลึกที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์เท่านั้น

หากสิ่งมีชีวิตถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตในห้วงลึกอย่างสมบูรณ์แล้ว พลังมลทินแห่งความกลัวก็ไม่อาจทำให้มันกลับคืนสู่สภาพเดิมได้

ส่วนที่ชาวเมืองสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ด้วยพลังมลทินแห่งความกลัว

เป็นเพราะพวกเขายังไม่ถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตในห้วงลึกอย่างสมบูรณ์

แน่นอนว่ายังมีเหตุผลอื่นๆ  อีก

"ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านทราบหรือไม่ว่า พวกเราได้สร้างเทพีขึ้นมาสามองค์"

น้ำเสียงของอับราฮัมเต็มไปด้วยความเคารพ "ด้วยการมีอยู่ของพวกนาง ชาวเมืองจึงไม่ถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตในห้วงลึกอย่างสมบูรณ์"

เย่เหรินรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

เอสโซรีลเพิ่งกล่าวถึงผลงานชิ้นเอกของอารยธรรมแห่งรัตติกาล นั่นคือเหล่าเทพีที่ถูกสร้างขึ้น

ว่ากันว่าเทพีทั้งสามองค์นี้มีพลังอันแข็งแกร่งเทียบเคียงได้กับชิ้นส่วนเทพเจ้า

เทพีทั้งสามมีนามว่า...

เทพีแห่งรัตติกาลนิรันดร์ ซอมนุส

เทพีแห่งดวงดาว แอสตร้า

เทพีแห่งความฝัน นอสทัส

"แต่..." น้ำเสียงของอับราฮัมแฝงไปด้วยความโศกเศร้าและสิ้นหวัง "เทพีทั้งสามของพวกเราต่างก็ถูกมลทินกัดกิน บัดนี้คงเหลือพลังเพียงน้อยนิด"

ก่อนเย่เหรินจะปรากฏตัว อับราฮัมแทบจะสิ้นหวัง

หรืออาจกล่าวได้ว่า...

ชาวนครแห่งรัตติกาลทุกคนต่างก็สิ้นหวัง

เพราะทุกคนต่างเห็นเทพีถูกมลทินครอบงำทีละองค์ ก่อนจะลุกลามมาถึงตนเอง

ทุกคนต่างเห็นญาติมิตรและผู้คนรอบข้างกลายเป็นสิ่งมีชีวิตในห้วงลึกทีละคนๆ  ต่อหน้าต่อตา

ลองคิดดูสิว่ามันเจ็บปวดทรมานเพียงใด?

แต่บัดนี้อับราฮัมมองเห็นความหวังที่จะทำให้เทพีกลับคืนสู่สภาพเดิม!

"ท่านสามารถช่วยพวกเราได้ บางทีท่านอาจจะช่วยเทพี..."

เมื่อคิดถึงตรงนี้อับราฮัมก็รู้สึกหัวใจเต้นรัว

เย่เหรินยักไหล่ "ตราบใดที่พวกเธอยังไม่ถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์ ฉันก็สามารถดึงพวกเธอกลับมาได้"

นี่คือความมั่นใจของผู้ผิดปกติระดับจินตภาพ!

อับราฮัมนำเย่เหริน เอสโซรีล และผู้กลืนกินลงสู่เบื้องลึกใต้ดินของเมืองแห่งรัตติกาล

ที่แห่งนี้คือสถานที่สำคัญที่สุดของอารยธรรมแห่งรัตติกาล และเป็นที่สถิตของเทพีทั้งสามแห่งรัตติกาล

"ที่นี่ล่ะ" อับราฮัมชี้นิ้วไปข้างหน้า

เบื้องหน้าปรากฏรังไหมขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่

มันดูราวกับภูเขาที่ผุดขึ้นมาจากใต้พิภพ หรือร่องรอยสุดท้ายที่เทพเจ้าโบราณทิ้งไว้ในโลกนี้

เย่เหรินและพรรคพวกยืนอยู่เบื้องหน้ารังไหมขนาดยักษ์ ราวกับมดปลวกตัวเล็กๆ  ที่ไม่อาจเทียบเคียง

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 320 มนุษย์สร้างเทพีแห่งรัตติกาลทั้งสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว