เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 96: เมียข้าช่างเย้ายวนขึ้นทุกวัน~

ตอนที่ 96: เมียข้าช่างเย้ายวนขึ้นทุกวัน~

ตอนที่ 96: เมียข้าช่างเย้ายวนขึ้นทุกวัน~


ตอนที่ 96: เมียข้าช่างเย้ายวนขึ้นทุกวัน~

ดวงตาของ ซูหลี่เยียน แดงก่ำในตอนนี้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือขณะเอ่ยว่า: "แม่จ๋า... ฉันไม่ได้..."

แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ แม่ซูก็ฟาดไม้เรียวลงมาอีกรอบพลางถลึงตาใส่: "ยังจะเถียงอีก! เจ้ารู้ไหมว่าผู้ชายของเจ้าเป็นโรคกระเพาะ?! เจ้ากล้าดียังไงถึงไม่ยอมทำมื้อเช้าให้เขากิน?!"

หลี่เยียนหวาดกลัวจนไม่กล้าปริปากอีก เธอได้แต่ยื่นมือออกมา ก้มหน้างุดและสะอื้นเบาๆ

ในขณะเดียวกัน ลู่หยวน เดินทอดน่องออกจากหมู่บ้าน กะจะมุ่งหน้าไปยังเขื่อนเก็บน้ำ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังมาของ ซูฉางเลี่ยง: "พี่เขย!! พี่เขยครับ!!"

"หือ?" ลู่หยวนยักคิ้ว มองดูฉางเลี่ยงที่วิ่งหน้าตั้งมาหาแล้วเปรยว่า: "มีอะไรจ๊ะ? จะไปตกปลากับพี่ด้วยเหรอ? ไม่ได้หรอกนะ พี่ชอบตกปลาคนเดียว"

ก็นะ การตกปลาต้องทำคนเดียวสิจ๊ะ ถ้าตกไม่ได้... ลู่หยวนก็แค่แอบไปหาซื้อแถวนั้นเอา! ถ้ามีคนตามไป... ความลับก็แตกพอดีสิ!

ความจริงลู่หยวนก็อยากมีคนไปนั่งคุยด้วยเวลาตกปลาเหมือนกันนะ แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ "เทพเจ้าแห่งการตกปลา" เขาเลยต้องทำทรงติสต์แบบนี้

ฉางเลี่ยงวิ่งมาหยุดตรงหน้า หอบแฮกๆ ก่อนจะละล่ำละลักบอกว่า: "ไม่ใช่ครับพี่เขย รีบกลับบ้านด่วนเลย! แม่กำลังตีพี่สาวผมอยู่ พี่เขยรีบไปดูเถอะ แม่ผมฟาดหนักจริงๆ นะครับ!!"

"ฮะ??" ลู่หยวนงงกึก จู่ๆ แม่ยายจะลุกขึ้นมาตีเมียเขาทำไม? เขารีบทิ้งอุปกรณ์ตกปลาลงข้างทางแล้ววิ่งกลับบ้านพร้อมฉางเลี่ยงทันที

พอลู่หยวนพุ่งพรวดเข้าบ้านมา... เขาก็เห็นมือนุ่มๆ ของเมียรักเต็มไปด้วยรอยแดงจากการโดนหวดเป็นปื้นๆ

ลู่หยวนโผเข้ากอดเมียจากทางข้างหลัง รีบพยุงเธอขึ้นมาแล้วกุมมือน้อยๆ นั้นไว้พลางถูเบาๆ เขาหันไปมองแม่ยายด้วยสีหน้ามึนตึบ: "แม่ครับ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงโกรธขนาดนี้ล่ะครับ?"

แม่ซูมองลูกชายที่ยืนหอบอยู่ข้างๆ ก็รู้ทันทีว่าไอ้ลูกตัวดีไปตามพี่เขยมา เธอก็เลยถอนหายใจยาวแล้วบอกว่า: "ลูกเขย แม่ขอโทษจริงๆ แม่สอนหลี่เยียนมาไม่ดีเอง ไปอยู่เมืองหลวงไม่กี่วัน กลายเป็นคนตะกละขี้เกียจไปเสียแล้ว"

ตะกละขี้เกียจ?? บ้านป้าสิครับ!! ถ้าเมียเขาขี้เกียจ โลกนี้ก็คงไม่มีคนขยันเหลือแล้วล่ะ!

ลู่หยวนก้มมองหลี่เยียนที่ตอนนี้ร้องไห้จนตัวโยนสะอื้นไห้กระซิกๆ น่าสงสารจับใจ เธอช้อนตามองสามีด้วยความอัดอั้นตันใจสุดขีด

ลู่หยวนกอดปลอบและลูบมือเธอไม่หยุด ก่อนจะเงยหน้าบอกแม่ซูว่า: "ไม่ใช่นะแม่ หลี่เยียนไม่ใช่คนขี้เกียจแน่นอน!! เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ครับ??"

หลังจากแม่ซูอธิบายเหตุผลทั้งหมด ลู่หยวนก็เบ้ปากแล้วแย้งทันควัน: "โถ่แม่! เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว! ที่ฉางเลี่ยงเห็นเราซื้อปาท่องโก๋กินน่ะ เพราะคืนนั้นเราไปนอนค้างที่บ้านหลังใหญ่หลังโน้นครับ พอดีบ้านที่หอพักมันซ่อมอยู่ ที่โน่นมันไม่มีอุปกรณ์ทำครัวเลย หลี่เยียนเลยต้องออกไปซื้อกินเอง ไม่อย่างนั้นจะให้เมียผมหิ้วท้องว่างไปทำงานได้ยังไงล่ะครับ?"

หลี่เยียนที่อยู่ในอ้อมกอดลู่หยวน รีบพยักหน้ารัวๆ ยืนยันกับแม่: "ใช่จ้ะแม่ ฉันไม่ได้ขี้เกียจจริงๆ นะจ๊ะ"

แม่ซูอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเถียงข้างๆ คูๆ: "ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จะกินหรูเกินไปแล้ว ปาท่องโก๋เอย หมั่นโถวแป้งขาวเอย มันผลาญเงินเกินไป"

ลู่หยวนยักคิ้วตอบนิ่มๆ: "แม่ครับ ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ? นี่หลี่เยียน เมียผมนะครับ! จะกินดีอยู่ดีมันผิดตรงไหน? บ้านผมไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง ผมเป็นคนสั่งให้เมียกินแบบนั้นเองแหละ ถ้าเมียไม่ยอมกินผมเนี่ยแหละจะโกรธเอง ถ้าแม่คิดว่ามันผิด แม่ก็มาตีผมแทนเถอะครับ"

เจอไม้นี้เข้าไป แม่ซูถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ในใจ จะให้ข้าตีลูกเขยเทวดาเนี่ยนะ? แม่ซูเห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้ "หลงเมีย" หนักมาก เธอรู้ตัวว่าเธอผิดเองที่ใจร้อนไปหน่อย... แต่ความผิดทั้งหมดต้องยกให้ไอ้ฉางเลี่ยง!!

แม่ซูหันไปมองฉางเลี่ยงที่ตอนนี้เริ่มทำตัวชิลเพราะนึกว่ารอดแล้ว: "ไอ้ลูกตัวดี! ทำไมเมื่อกี้ไม่พูดให้เคลียร์ฮะ!!"

พูดจบแม่ซูก็เดินถือไม้เรียวรี่ไปหาฉางเลี่ยง ลู่หยวนที่กอดหลี่เยียนอยู่ข้างหลังแอบแถมพกให้อีกหนึ่งดอก: "แม่ครับ ฉางเลี่ยงเนี่ยต้องโดนสั่งสอนจริงๆ นะ เมื่อวานผมเห็นเค้าไม่เรียกหลี่เยียนว่าพี่ด้วยซ้ำ เอาแต่เรียก 'เจ้าๆๆ' ผมกะจะสอนมวยให้สักหน่อยแต่เจ้าตัวดันวิ่งหนีไปก่อน"

แม่ซูได้ยินดังนั้นก็ถลึงตาใส่ลูกชายทันที: "ไปอยู่เมืองหลวงไม่กี่วัน ลืมหัวนอนปลายเท้าตัวเองแล้วเรอะ?!"

ฉางเลี่ยง: "???" (ในใจ: พี่เขย! พี่แม่งแสบมาก!!)

มองดูแม่ที่ถือไม้เรียวใกล้เข้ามา ฉางเลี่ยงโบกมือพัลวัน: "แม่... ไม่นะแม่... อ๊ากกกก!!!"

เกือบเที่ยงวัน ณ โถงบ้านตระกูลซู

ลู่หยวนกำลังนั่งกอดหลี่เยียนพลางถูมือที่เจ็บให้เธออย่างทะนุถนอม หลี่เยียนซุกหน้ากับอกสามีด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาใจ ลู่หยวนกำลังจะเอ่ยปากปลอบ จู่ๆ หลี่เยียนก็นึกอะไรขึ้นได้ เธอหันไปถามแม่ซูว่า:

"แม่จ๋า ที่บ้านเราไก่หมดหรือยังจ๊ะ? พี่ลู่หยวนเค้าชอบกินไก่บ้านเรามากเลยนะ เดี๋ยวไปจับไก่บ้านอาสองมาแกงให้พี่เค้ากินมื้อเที่ยงดีไหมจ๊ะ?"

ลู่หยวน: "???"

ก็นะ ลู่หยวนชอบกินไก่จริงๆ แหละ โดยเฉพาะไก่บ้านของที่นี่ มันต่างจากไก่เนื้อบนโลกเก่าที่ขุนกันไม่ถึงร้อยวันก็โตเต็มวัย แถมที่โน่นส่วนใหญ่เป็นไก่แช่แข็ง รสชาติจืดชืดไม่มีความหอมของเนื้อไก่เลยสักนิด แต่ไก่ที่หมู่บ้านชิงชิวนี่คือของจริง! เนื้อแน่น รสสัมผัสยอดเยี่ยม ยิ่งถ้าเอามาตุ๋นนะ น้ำซุปจะเหลืองทองน่ากินสุดๆ

แต่เมียพี่จ๊ะ... ตัวเองเพิ่งโดนตีจนมือแดง ยังจะมาห่วงเรื่องมื้อเที่ยงพี่อีกเหรอจ๊ะเนี่ย? เห็นท่าทางสะอึกสะอื้นปนน่าเอ็นดูของเมีย ลู่หยวนก็ยิ่งรู้สึกรักเธอมากขึ้นไปอีก

แม่ซูพยักหน้าเห็นด้วย รีบตะโกนสั่งฉางเลี่ยงที่กำลังจามรัวๆ เพราะโดนด่าอยู่กลางลานบ้าน: "ฉางเลี่ยง! ไปบ้านอาสอง ไปจับไก่มาตัวนึง แล้วชวนอาสองมาจิบเหล้ากินมื้อเที่ยงด้วยกันนะ!"

ฉางเลี่ยงรับคำพลางเดินกะเผลกๆ ออกไป

แม่ซูมองดูลูกสาวที่ยังนั่งตักลูกเขยแล้วส่ายหัวยิ้มๆ ลูกสาวข้านี่โดนตามใจจนกลายเป็นเด็กไปซะแล้ว นั่งตักอ้อนผัวต่อหน้าแม่หน้าตาเฉยเลยนะ~

"เอาละๆ เลิกนั่งตักผู้ชายได้แล้วจ้ะ ในห้องมันหนาว ให้ลู่หยวนไปผิงไฟบนเตียงเตาเถอะ แล้วเจ้าตามแม่มา แม่จะทายาที่มือให้"

หลี่เยียนพยักหน้า ยอมผละจากตักสามีแล้วบอก: "พี่จ๋า รีบไปนั่งบนเตียงเตานะจ๊ะ อย่าให้ร่างกายเย็นล่ะ"

ลู่หยวนพยักหน้าเข้าใจ เดิมทีเขากะจะไปตกปลา แต่ในเมื่ออาสองจะฆ่าไก่เลี้ยงมื้อเที่ยง ขืนเขาไม่อยู่ร่วมโต๊ะมันคงดูไม่ดี

เขาเดินเข้าห้องชั้นใน เห็นพ่อซูนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเตากำลังจดจ่ออยู่กับกระดานหมากรุก พ่อซูรีบชวนลู่หยวนขึ้นมานั่งด้วยกัน

อย่าเห็นว่าพวกผู้ชายในหมู่บ้านตอนนี้ทำตัวเป็น "ท่านปู่" นั่งกินนอนกินสบายใจเชิบนะจ๊ะ นั่นก็เพราะช่วงหน้าหนาวมันไม่มีงานไร่นาต่างหาก ลองเป็นช่วงหว่านไถหรือเก็บเกี่ยวสิ พวกเขาน่ะเหนื่อยสายตัวแทบขาด ตากแดดตัวดำแบกกระสอบหนักร้อยชั่งเข้าบ้านทุกวัน กว่าจะได้นั่งพักจริงๆ ก็คือฤดูหนาวนี่แหละ ทุกคนต่างดิ้นรนเพื่อชีวิตกันทั้งนั้น

"หลี่เยียน อย่าโกรธแม่เลยนะลูก" ในอีกห้องหนึ่ง แม่ซูกำลังทายาให้ลูกสาวพลางถอนหายใจ

คนเป็นแม่มีหรือจะไม่เจ็บแทนลูกตอนที่ฟาดลงไป? แต่ตอนนั้นสถานการณ์มันบังคับ เธอต้องแสดงงิ้วให้ลูกเขยเห็น ก็นะ ลูกเขยนิสัยดี ตามใจเมียก็จริง แต่ลึกๆ เขาอาจจะมีความไม่พอใจที่หลี่เยียนทำตัวไม่เหมาะสมสะสมอยู่ก็ได้ การที่เธอเป็นคนลงมือตีลูกเอง จะช่วยให้ลูกเขยได้ระบายความหงุดหงิด (ถ้ามี) ออกมา จะได้ไม่ระเบิดใส่กันวันหลัง

หลี่เยียนพยักหน้าอย่างจริงใจ: "ฉันรู้จ้ะว่าแม่หวังดี... แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ใช่คนอกตัญญูหรอกจ้ะ พี่ลู่หยวนดีกับฉันมากขนาดไหนแม่จินตนาการไม่ออกหรอก ฉันจะไปทำตัวไม่ดีใส่เขาได้ยังไงล่ะจ๊ะ?"

แม่ซูพยักหน้าพลางปลอบ: "แม่รู้จ้ะว่าเจ้าเป็นเด็กดี แต่แม่ก็กลัว... เจ้าก็เห็นว่าสามีเจ้าเก่งขนาดไหน มีแต่คนจ้องจะตะครุบทั้งนั้น ถ้าเจ้าไม่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ระวังจะโดนสาวเมืองหลวงคาบไปกินนะลูก"

คำพูดแม่ซูทำเอาหลี่เยียนนึกถึงยัยพวกสาวโรงงานปิงเจี่ยขึ้นมาทันที เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าหนักแน่น: "จ้ะแม่! ฉันจะจำไว้!"

ไม่นานนัก อาสอง ก็เดินถือไก่ที่จับมาได้เข้ามาในบ้าน ลู่หยวนรีบลงจากเตียงไปทักทายอาสองทันที เพราะอีกฝ่ายอุตส่าห์เอาไก่มาเลี้ยง จะให้นั่งทำตัวเป็นพระพุทธรูปอยู่บนเตียงมันก็น่าเกลียด

อาสองเป็นคนซื่อๆ เหมือนพ่อซู เขาเห็นลูกเขยตระกูลซูได้ดิบได้ดีก็แอบเกร็งๆ ทำตัวไม่ถูก ลู่หยวนเลยยื่นบุหรี่ "หอกลอง" ให้หนึ่งซองพลางชวนคุยเรื่องปีใหม่เล็ก บรรยากาศเลยเริ่มเป็นกันเองมากขึ้น

อาสองซาบซึ้งในน้ำใจลูกเขยคนนี้มาก เพราะเมื่อวานลู่หยวนจ้างคนหอบของฝากมาให้เพียบ ทั้งเสื้อนวม กางเกง และรองเท้าคู่ใหม่ให้ครอบครัวเขา แถมหลังงานเลี้ยงคราวก่อน บ้านเขาก็พลอยได้ลาภปากกินดีอยู่ดีมาตลอด

หลี่เยียนเปลี่ยนชุดเป็นชุดเก่าที่ไม่กลัวเปื้อนแล้วออกมาช่วยอาสองฆ่าไก่ ลู่หยวนเห็นเมียรักเดินมาใกล้เขาก็เลยแอบเอามือไปเกาฝ่ามือเธอเล่นๆ แก้เขิน

หลี่เยียนหน้าแดงซ่าน รีบคว้าไก่จากมืออาสองวิ่งไปที่มุมลานบ้านทันที ลู่หยวนหัวเราะหึๆ... เมียข้านี่นับวันยิ่งเย้ายวนขึ้นจริงๆ~

หลี่เยียนฆ่าไก่คล่องแคล่วมาก มือหนึ่งจับคอ อีกมือถือมีด ปาดทีเดียวเลือดสาดกระเซ็น ลู่หยวนเหลือบเห็นฉางเลี่ยงยืนกินถั่วแอบมองพี่สาวฆ่าไก่หน้าตาเฉย เขาเลยตบกะโหลกน้องเมียไปทีนึง: "ยืนบื้อทำไมฮะ! พี่สาวเจ้ามือเจ็บอยู่ ไม่รีบเข้าไปช่วยล่ะ!"

ฉางเลี่ยงรีบยัดถั่วเข้ากระเป๋าแล้ววิ่งไปช่วยพี่สาวทันที แม่ซูยืนยิ้มมองดูภาพนี้ด้วยความสบายใจ โชคดีของไอ้ฉางเลี่ยงจริงๆ ที่มีพี่เขยคอยดูแลในเมืองแบบนี้

มื้อเที่ยงวันนั้น "สี่จตุรเทพ" แห่งตระกูลซู (ลู่หยวน, พ่อซู, อาสอง, อาสาม) ล้อมวงกินข้าวกันบนเตียงเตา โดยมีแม่ซูและสาวๆ วนเวียนส่งกับข้าวให้จากในครัว

"อาสองครับ ฝีมือทำกับข้าวอาเนี่ยสุดยอดจริงๆ เสียดายนะที่ไม่ได้ไปเปิดร้านอาหารในเมือง รับรองรวยเละ!" ลู่หยวนซดซุปไก่แล้วชมเปาะ

อาสองยิ้มเขินๆ: "กินเถอะๆ อย่าชมเกินไปเลย"

ลู่หยวนพูดจริงจัง: "ผมไม่ได้แกล้งชมนะอา ผมกินร้านอาหารในเมืองมาเยอะ ผมว่าฝีมืออาเนี่ยยอดเยี่ยมกว่าเชฟบางคนเสียอีก!"

ความจริงลู่หยวนไม่ได้โม้ ฝีมืออาสองน่ะเก่งกว่าเจ้าเฒ่าโควที่หอพักเยอะ ลู่หยวนจิบเหล้าแล้วโยนหินถามทางต่อ: "อาสองครับ... เคยคิดอยากไปเปิดร้านอาหารในเมืองหลวงบ้างไหม?"

เปิดร้านในเมือง? ใครล่ะจะไม่ยากไป! แต่อาสองรู้ตัวดีว่าเขามันแค่พ่อครัวงานแต่งงานหมู่บ้าน ทำเป็นแต่ "กับข้าวหม้อใหญ่" ไม่รู้วิธีทำเมนูหรูหราอลังการเหมือนในภัตตาคาร

อีกอย่าง การเปิดร้านในเมืองต้องใช้ทุนมหาศาล ค่าเช่าที่ในจุดที่คนพลุกพล่านมันแพงหูฉี่ ถ้าไปเปิดที่กันดารก็ไม่มีคนกิน อาสองเลยส่ายหน้าถอนหายใจ

ลู่หยวนยิ้มกริ่ม: "อาสองครับ ผมรู้ว่าอากังวลอะไร ผมแค่ถามว่าถ้ามีโอกาส... อาอยากไปไหม?"

อาสองชะงัก ตาเป็นประกาย: "ถ้าไปได้จริงๆ... ข้าก็อยากไปสิลูกเขย" ก็นะ การเป็นเจ้าของร้านอาหารมันมั่นคงและมีเกียรติกว่าการทำนาเป็นไหนๆ

"ผมไม่ได้กะจะเปิดเองหรอกครับอา แต่ผมจะหาที่ทางให้อาเปิดร้านเอง พวกเราคนกันเองทั้งนั้น อาอุตส่าห์ฆ่าไก่ให้ผมกิน เรื่องช่วยอาเนี่ยจิ๊บๆ ครับ"

อาสองทั้งตื่นเต้นทั้งระแวง: "ลูกเขยจ๊ะ... แต่อาทำเป็นแค่กับข้าวหม้อใหญ่นะจ๊ะ กลัวจะไปทำเจ้าขาดทุนน่ะสิ..."

ลู่หยวนหัวเราะร่า: "แค่อาทำกับข้าวหม้อใหญ่เป็นเนี่ยแหละ คือคีย์เวิร์ดสำคัญเลยครับ! ถ้าอาทำอย่างอื่นล่ะก็... ผมคงไม่แนะนำให้อาไปเปิดหรอก"

สามพี่น้องตระกูลซูถึงกับเอ๋อแดก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก... นี่มันทฤษฎีบ้าอะไรวะเนี่ย? แม้แต่พวกสาวๆ ในครัวก็หูผึ่งรอฟังความลับ

มีเพียงหลี่เยียนที่ยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ... ในเมื่อสามีเธอพูดออกมาแบบนี้ มันต้องเป็นเรื่องจริงและสำเร็จแน่นอน!

ฉางเลี่ยงเองก็จ้องหน้าพี่เขยตาไม่กะพริบ เขาเชื่อหมดใจว่าถ้าพี่เขยบอกว่าหมูบินได้ เขาก็จะเชื่อ!

ลู่หยวนจิบเหล้าคำสุดท้ายก่อนจะเฉลยแผนการใหญ่: "หลังปีใหม่ กรมสรรพาวุธจะเปิดโรงงานใหม่สองแห่งครับ งบประมาณอนุมัติแล้ว ตอนนี้กำลังเลือกสถานที่ก่อสร้างอยู่" "และผม... มีอำนาจพอที่จะจัดหา 'พื้นที่ทำเลทอง' หน้าโรงงานใหม่นั่นให้อาสองเปิดร้านได้หนึ่งคูหาครับ!!"

จบบทที่ ตอนที่ 96: เมียข้าช่างเย้ายวนขึ้นทุกวัน~

คัดลอกลิงก์แล้ว