- หน้าแรก
- คู่รักทะลุมิติยุค เจ็ดศูนย์ พกมิติวิเศษเกาะขอบสนามรอดูความบรรลัย
- บทที่ 26 ความโกลาหล
บทที่ 26 ความโกลาหล
บทที่ 26 ความโกลาหล
บทที่ 26 ความโกลาหล
ลู่หมิงจิ๋วพยักหน้าพลางเอ่ย "เมื่อคืนนี้เจ้าชิ่งไหลมาที่บ้านค่ะ คุณพ่อบอกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนดีมากมาโดยตลอด และเขาไม่เคยคิดจะให้ฉันแต่งงานกับเจ้าชิ่งไหลเลย ที่ผ่านมาฉันคงเข้าใจผิดไปเอง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มดื่มเหล้ากัน"
"ฉันเห็นว่ามันดึกมากแล้วก็เลยเข้าไปนอน ไม่คิดเลยว่าตื่นเช้ามาจะเห็น... พวกเขาเป็นแบบนี้"
"ฉันนึกไม่ถึงจริงๆ ค่ะว่าพวกคุณสองคนจะมีกุ๊กกิ๊กกันแบบนี้"
หล่อนหันไปมองหลี่ซิ่วเหมย "แม่คะ พูดอะไรบ้างสิคะแม่"
กู้เจิ้นสือยืนอยู่ข้างๆ เฝ้าดูการแสดงอันสมบทบาทของภรรยาด้วยแววตาขบขัน ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าหมิงจิ๋วนั้นช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน
แต่ลู่ซิ่งกั๋วที่กำลังรีบคว้าเสื้อผ้ามาปกปิดร่างกายกลับไม่คิดเช่นนั้น เมื่อได้ยินลู่หมิงจิ๋วพ่นวาจาออกมา เขาก็โกรธจัดจนตาแทบถลน "แกพล่ามบ้าอะไรของแก! ฉันกับเขามันไม่มีอะไรกันทั้งนั้น!"
ลู่หมิงจิ๋วมองเขด้วยสีหน้าขมขื่น "คุณพ่อคะ อย่าปฏิเสธอีกเลยค่ะ ทุกคนเห็นกันหมดแล้ว คุณยังจะปิดบังไปถึงไหน?"
"ต่อให้พวกคุณจะรักกันปานจะแหกตูดดมแค่ไหน ก็ไม่ควรจะมาทำเรื่องบัดสีในบ้านแบบนี้ ดูสิคะว่าคุณทำให้แม่โกรธขนาดไหน"
หล่อนกุมมือที่สั่นเทาของหลี่ซิ่วเหมยไว้พลางตบไหล่เบาๆ เพื่อปลอบประโลม ดูเป็นลูกสาวที่ดีทุกกระเบียดนิ้ว
หลี่ซิ่วเหมยไม่ได้เตรียมใจว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะลนลาน ยิ่งได้ยินลู่หมิงจิ๋วพร่ำกระซิบข้างหูเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งของชายทั้งสอง หล่อนก็เริ่มจะคล้อยตามและเกิดความสงสัยขึ้นมา
หรือว่าตาแก่ลู่จะมีรสนิยมแบบนี้จริงๆ? เขาจะชอบผู้ชาย และต้องเป็นผู้ชายเตี้ยล่ำอย่างเจ้าชิ่งไหลด้วยอย่างนั้นหรือ?
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ หล่อนก็รู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหวและขย้อนออกมา
ลู่หมิงจิ๋วรีบแสดงความห่วงใย "แม่คะ เป็นอะไรไปคะแม่? แม่เองก็คิดว่าสิ่งที่คุณพ่อทำมันน่ารังเกียจเกินไปใช่ไหมคะ?"
หล่อนเงยหน้าขึ้นมองลู่ซิ่งกั๋ว "คุณพ่อคะ คุณทำเกินไปจริงๆ ต่อให้เมื่อวานพวกคุณจะดื่มหนักจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ แต่ก็ไม่ควรทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้"
บรรดาเพื่อนบ้านต่างพากันร้องอ๋อ ที่แท้ก็เพราะเมาแล้วยับยั้งชั่งใจไม่อยู่จนเกิดเหตุการณ์เตลิดเปิดเปิง มิน่าล่ะ
พวกเขายังนึกสงสัยอยู่ว่า ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้น ใครเขาจะมาทำเรื่องพรรค์นี้ในบ้านกัน
ถึงตอนนี้ เพื่อนบ้านต่างพากันมองหลี่ซิ่วเหมยด้วยสายตาเวทนาสงสาร
แม้แต่หวงเสี่ยวลี่ที่ไม่ชอบขี้หน้าหลี่ซิ่วเหมยมาตลอด ยังรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างอาภัพนัก อุตส่าห์เบ่งท้องคลอดลูกมาให้ตั้งสี่คน สุดท้ายกลับมารู้ว่าสามีชอบผู้ชาย เรื่องราวมันช่างวุ่นวายขายปลาช่อนเสียจริง
ลู่ซิ่งกั๋วถลึงตาใส่ลู่หมิงจิ๋วอย่างอาฆาต "หุบปากเน่าๆ ของแกซะ"
พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ลู่ซิ่งกั๋วก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาเช่นกัน แต่เขาก็มั่นใจว่าตนเองต้องถูกวางแผนเล่นงานแน่ๆ มิเช่นนั้นเขาจะไปพิศวาสของอย่างเจ้าชิ่งไหลได้อย่างไร?
ต้องเป็นนังเด็กตัวแสบลู่หมิงจิ๋วที่เป็นคนทำแน่ แต่มันไปลงมือตอนไหนกัน? อาหารเมื่อวานหลี่ซิ่วเหมยเป็นคนทำ ลู่หมิงจิ๋วไม่มีโอกาสย่างกรายเข้าไปในห้องครัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ลู่ซิ่งกั๋วไม่มีวันจินตนาการออกเลยว่า ในโลกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่ามิติส่วนตัว และยิ่งไม่มีทางรู้ว่ามีคนสามารถซ่อนตัวอยู่ในนั้นได้
ก่อนที่ลู่ซิ่งกั๋วจะทันคิดหาคำตอบ ลู่หมิงเฉิงและลู่เม่ยเม่ยที่ไปค้างบ้านญาติเมื่อคืนก็กลับมาถึงพอดี
ในยุคสมัยนี้ไม่มีบ้านไหนมีเสบียงเหลือเฟือ การไปขอนอนค้างคืนนั้นพอทำได้ แต่ถ้าคิดจะฝากท้องกินข้าวนำเข้านั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
เช้าตรู่ญาติพี่น้องตระกูลลู่จึงรีบขับไล่ไสส่งทั้งสองคนออกมา
เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้านและเห็นคนออกันเต็มไปหมด ก็นึกว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้นจึงรีบเบียดเสียดเข้าไปข้างใน
ลู่หมิงเฉิงตะโกน "ถอยไป ถอยไป! พวกคุณมาออกันที่บ้านผมทำไมเนี่ย?"
เมื่อเห็นว่าเป็นลูกทั้งสองคนกลับมา เพื่อนบ้านก็รีบหลีกทางให้ แต่สายตาที่มองมานั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การมีพ่อที่ก่อเรื่องอื้อฉาวขนาดนี้ เด็กสองคนนี้คงต้องก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตไปจนตายแน่ๆ
ด้านในนั้น ลู่หมิงเฉิงและลู่เม่ยเม่ยเบียดเข้าไปจนถึงห้องนอน เมื่อเห็นภาพอุจาดตาเบื้องหน้า พวกเขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังครืนลงมาทันที
ลู่หมิงเฉิงแผดเสียงร้องแล้วพุ่งเข้าไปหมายจะกระชากตัวเจ้าชิ่งไหลออกมา
เขาคำราม "แกทำอะไรพ่อฉัน!"
ลู่ซิ่งกั๋วรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิด
สำหรับการประสานงานระดับเทพของน้องชายคนนี้ ลู่หมิงจิ๋วรู้สึกว่าหล่อนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ เด็กคนนี้ช่างเป็นลูกชายที่แสนดีของพ่อจริงๆ
กู้เจิ้นสือที่อยู่ข้างๆ แตะมือหล่อนเบาๆ เป็นสัญญาณให้หล่อนสำรวมกิริยาไว้บ้าง
ลู่หมิงจิ๋วก้มหน้าเพื่อซ่อนสีหน้า จากนั้นจึงเดินเข้าไปตะโกน "หมิงเฉิง อย่าทำแบบนี้สิ เขาเป้นคนรักของพ่อเขานะ"
ในที่สุด ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอไม่ขาดสาย เจ้าชิ่งไหลก็ค่อยๆ ตื่นขึ้น เป็นเพราะเมื่อคืนเขารู้สึกเคลิบเคลิ้มเกินไป จึงทำให้จมดิ่งอยู่ในห้วงฝันหวานและตื่นช้ากว่าปกติ
เจ้าชิ่งไหลค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเพดานที่ไม่คุ้นเคย ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ หมัดของลู่หมิงเฉิงก็ซัดเข้าใส่หน้าเขาเต็มแรง
เจ้าชิ่งไหรู้สึกเจ็บปวดร้าวไปทั้งตัว ทันใดนั้น ภาพการเสพสุขเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
เขาหลุบตามองสภาพเปลือยเปล่าของตนเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่ยืนชี้นิ้วด่าว่าอยู่ที่หน้าประตู
เสียงซุบซิบนินทาของคนรอบข้างค่อยๆ แว่วเข้าหู
"เป็นถึงหัวหน้างานในโรงงานเหล็กกล้าแท้ๆ ไม่นึกเลยว่าจะทำเรื่องบัดสีแบบนี้"
"ทำอะไรไม่รู้จักหลบรู้จักซ่อน น่ารังเกียจที่สุด"
พอเริ่มเข้าใจสถานการณ์ว่าคนอื่นกำลังพูดถึงเรื่องอะไร เจ้าชิ่งไหลก็รู้สึกหน้ามืดทันที ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงจะย่อยยับ แต่เขายังถูกคนเห็นเข้ามากมายขนาดนี้ หากเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงในโรงงาน ชีวิตการงานของเขาคงถึงกาลอวสานแน่
เจ้าชิ่งไหลแผดเสียงลั่นแล้วเงื้อมือตบหน้าลู่ซิ่งกั๋วฉาดใหญ่ "มึงทำอะไรกับกู!"
เมื่อเห็นภาพนั้น รอยยิ้มในดวงตาของลู่หมิงจิ๋วก็ยิ่งเข้มขึ้น หล่อนรีบเอ่ยขัด "คุณอาเจ้า อย่าไปโทษคุณพ่อเลยค่ะ แกเองก็คงจะห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่เหมือนกัน"
ห้ามใจไม่อยู่รึ? เจ้าชิ่งไหลอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขานึกถึงเรื่องที่ลู่ซิ่งกั๋วคะยั้นคะยอให้เขาดื่มเหล้าเมื่อวาน และนึกถึงท่าทีที่สนิทสนมเอาอกเอาใจผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา
เขาเคยหลงสงสัยว่าทำไมชายคนนี้ถึงยอมยกลูกสาวให้ง่ายๆ ที่แท้เป้าหมายของมันก็คือตัวเขานี่เอง เจ้าชิ่งไหลคำรามก้องแล้วฟาดฝ่ามือใส่หน้าลู่ซิ่งกั๋วอีกครั้ง
แม้ตบนี้จะทำให้ลู่ซิ่งกั๋วมึนงงไปชั่วขณะ แต่มันก็ช่วยเรียกสติของเขาให้กลับคืนมาได้บ้าง
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เขารีบตะเกียกตะกายลงจากเตียงเพื่อขับไล่ทุกคนออกไป "ออกไปให้หมด! ออกไปเดี๋ยวนี้! นี่มันบ้านของฉัน ไสหัวไปให้พ้น!"
เมื่อเห็นสภาพของเขา หวงเสี่ยวลี่ก็หวีดร้องออกมา "ไอ้คนไร้ยางอาย"
ด้วยความเดือดดาล ลู่ซิ่งกั๋วคว้ากระติกน้ำร้อนใกล้ตัวขว้างใส่ จนในที่สุดบรรดาเพื่อนบ้านที่มุงดูเรื่องสนุกอยู่ก็พากันเผ่นแน่บออกมา
แต่ถึงแม้ผู้คนจะออกไปแล้ว ละครฉากใหญ่ในบ้านหลังนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
กู้เจิ้นสือไม่ได้เดินตามคนอื่นออกไป หากเขาไปตอนนี้ แล้วลู่ซิ่งกั๋วเกิดไหวตัวทันขึ้นมา ภรรยาของเขาอาจจะถูกรังแกได้ ตระกูลลู่นั้นมีคนอยู่กันตั้งหลายคน
อย่างไรเสีย เขากับหมิงจิ๋วก็จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกเขาเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย กู้เจิ้นสือมองไปทางหมิงจิ๋วแล้วยืดตัวขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย
ลู่หมิงจิ๋วไม่เข้าใจท่าทางนั้น นึกว่าเขาอยากจะอวดกล้ามท้อง และเพื่อไม่ให้กู้เจิ้นสือต้องเสียน้ำใจ หล่อนจึงแอบยื่นมือไปลูบไล้ดูเบาๆ
อืม... ไม่เลวเลยจริงๆ
กู้เจิ้นสือถึงกับชะงักไป "?"
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว ลู่ซิ่งกั๋วจึงพอมีเวลาสวมเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แล้วจึงหันไปตบหน้าเจ้าชิ่งไหลคืนสองฉาด
เจ้าชิ่งไหลตะโกนลั่น "มึงกล้าตบกูเหรอ!"
"ตบแล้วจะทำไม!"
ลู่ซิ่งกั๋วถลึงตาใส่เขาอย่างดุดัน ก่อนจะหันไปทางหลี่ซิ่วเหมยเพื่ออธิบาย "ซิ่วเหมย มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ เมื่อวานผมถูกวางยา!"