เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 156 ตาเฒ่า: เมล็ดพันธุ์นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้วหรือเปล่า?

บทที่ 156 ตาเฒ่า: เมล็ดพันธุ์นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้วหรือเปล่า?

บทที่ 156 ตาเฒ่า: เมล็ดพันธุ์นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้วหรือเปล่า?


[-แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ-]

[-Thai-novel ลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ 5 ตอนแต่จะราคาแพงที่สุด-]

[-หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ100คน ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบไม่มีการแก้คำผิด และยิบย่อยมากมาย ไปนั่นแหละ-]

บทที่ 156 ตาเฒ่า: เมล็ดพันธุ์นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้วหรือเปล่า?

ลูกแก้วขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือหัวเย่เหริน เขาตัดสินใจก้าวออกไป

พุ่งเข้าหา 'ผู้ถูกลืม' ที่อยู่ไกลที่สุด

ผู้ถูกลืม "!?"

แววตาของมันว่างเปล่า แต่ในวินาทีที่เห็นเย่เหรินพุ่งเข้ามา มันก็เผยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง

บ้าเอ๊ย ฉันตั้งใจยืนอยู่หลังสุดแล้วนะ ยังจะพุ่งมาหาฉันอีกเหรอ?

ในชั่วพริบตาที่ร่างของผู้ถูกลืมสัมผัสกับเย่เหริน ลูกแก้วสีแดงสดเหนือหัวของเย่เหรินก็เบิกกว้างขึ้นทันที

ทักษะปลดอาวุธทำงาน!

ในวินาทีที่ร่างกายของผู้ถูกลืมสัมผัสกับพลังนี้ ร่างกายของมันก็เหมือนกับถูกพายุที่มองไม่เห็นพัดกระหน่ำ โครงสร้างภายในพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

เหมือนลูกโป่งที่ถูกสูบลมจนเกินขีดจำกัดของมัน แล้วระเบิดออกในทันที

เศษเนื้อสีเทาขาวกระจายไปทั่ว เหมือนเม็ดทรายละเอียดในนาฬิกาทราย

เย่เหรินพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

"ขอให้ไปสู่สุขคติ..."

โชคดีที่ผู้ถูกลืมตายไปแล้ว ไม่งั้นคงต้องสบถด่าออกมาบ้างแหละ

มันวิ่งไปไกลที่สุดแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเย่เหรินจะไม่ทำตามแผน เลือกที่จะโจมตีมันที่อยู่ไกลที่สุด?

เมื่อผู้ถูกลืมตัวแรกกลายเป็นเถ้าธุลีภายใต้สกิลปลดอาวุธของเย่เหริน ผู้ถูกลืมที่อยู่โดยรอบก็ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด

เกิดเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเล็กๆรอบตัวเขา

ผู้ถูกลืมที่อยู่ใกล้ๆสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วก็ยิ่งแสดงความหวาดกลัวมากขึ้น

นั่นคือความหวาดกลัวที่มาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ เป็นความกลัวโดยสัญชาตญาณต่อสิ่งที่ไม่รู้จักและความตาย!

"อย่า... อย่าเข้ามานะ..."

ดูสิ เย่เหรินเก่งขนาดไหน

ถึงกับทำให้ผู้ถูกลืมพวกนี้พูดภาษาคนได้เลย!

เย่เหรินค่อยๆเอื้อมมือไปด้านหลัง พูดด้วยความสงสาร

"ไม่ต้องห่วง ฉันจะปลดปล่อยพวกนายเอง..."

ผู้ถูกลืม "(ΩДΩ)?"

ใครอยากถูกปลดปล่อยกันเล่า ตอนนี้พวกเราอยากหนีต่างหาก ไอ้บ้า!

ในวินาทีที่เขาจับดาบโลหิต หมอกโลหิตก็แผ่กระจายออกมาในทันที นั่นคือมลทินแห่งความกลัวที่รุนแรงและบริสุทธิ์ยิ่งกว่า!

ในขณะที่เย่เหรินชักดาบโลหิตออกมาจนสุด หมอกสีแดงรอบๆก็เหมือนกับมีชีวิตขึ้นมา

มันพลิ้วไหว ก่อตัวเป็นคลื่นที่มองไม่เห็น แผ่กระจายไปทุกทิศทุกทาง

ลักษณะเฉพาะของจ้าวแห่งห้วงลึกทั้งสี่ ได้แก่ ผู้นำมาซึ่งสุริยคราส, เนตรเพลิง, จ้าวแห่งเลือดเนื้อ และราชันย์ปรากฏขึ้นรางๆในหมอกสีแดง

ผู้ถูกลืมหลงทางอย่างสิ้นเชิงในคลื่นนี้ ร่างกายของพวกมันขดตัวโดยไม่รู้ตัว ราวกับพยายามหลีกหนีความกลัวที่แทรกซึมไปทุกที่ด้วยวิธีนี้

แต่ความกลัวได้ซึมเข้าไปในทุกเซลล์ของพวกมันแล้ว

"ฉันอยากกลับบ้าน..."

"ไม่นะ..."

"ช่วยด้วย..."

ทุกตารางนิ้วในม่านหมอกแดงฉานถูกเติมเต็มด้วยความหวาดกลัว เสียงร่ำไห้ของผู้ถูกลืมเลือนดังระงม แต่ก็ไม่อาจกลบความสิ้นหวังในใจพวกเขาได้

เย่เหรินเอ่ยถามแผ่วเบา

"พวกนายเชื่อไหมว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า พวกนายจะต้องตาย?"

【คำทำนาย : กำลังทำงาน】

ผู้ถูกลืมที่เคยเป็นมนุษย์ ตอนนี้ได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย

คำทำนายระดับจินตภาพที่เย่เหรินปลดปล่อยออกมานั้น ไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา

มันคือกุญแจ กุญแจที่ไขปลดพันธนาการในส่วนลึกของจิตใจผู้ถูกลืม

เมื่อคำพูดนี้ก้องกังวาน อาการสั่นสะท้านของผู้ถูกลืมก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ร่างกายพวกเขาเริ่มกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับวิญญาณกำลังดิ้นรนครั้งสุดท้าย

"ดูเหมือนว่าพวกนายจะเชื่อแล้วนะ..."

เมื่อปราการในใจของผู้ถูกลืมเลือนถูกทำลายลงด้วยคำทำนาย

【การตัดสินคำทำนาย : มีผล】

ภาพตรงหน้าเย่เหรินเต็มไปด้วยกรอบข้อความแจ้งเตือนที่กะพริบอยู่ แต่ละอันมีข้อความ【สามารถเปิดใช้งานทักษะ : ประหาร】อย่างชัดเจน

เขาไม่ลังเล ยกดาบโลหิตขึ้น -

ฟาดฟัน!

【ประหาร】

เมื่อเย่เหรินเคลื่อนไหว อากาศรอบข้างก็ราวกับหยุดนิ่ง แม้แต่กาลเวลาก็เหมือนจะหยุดชะงัก

จากนั้น แสงดาบสีแดงเลือดหมูจำนวนนับไม่ถ้วน บางเฉียบดุจเส้นผม แต่คมกริบ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

แสงดาบพุ่งไปมาดุจสายฟ้าฟาด พุ่งผ่านระหว่างผู้ถูกลืม ปรากฏตัวต่อหน้าผู้ถูกลืมแต่ละคนอย่างแม่นยำ

ในวินาทีนั้น ผู้ถูกลืมก็ราวกับกลายเป็นรูปปั้นที่หยุดนิ่ง

ร่างกายของพวกเขาถูกแสงดาบแทงทะลุทีละคน

ไม่มีเลือดไหล ไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

สิ่งที่เกิดขึ้นแทนคือ ความเงียบสงบที่แปลกประหลาด ความสงบสุขที่กลับคืนสู่ผืนดิน

ในชั่วพริบตาที่แสงดาบสัมผัสร่างของผู้ถูกลืม ร่างของพวกเขาก็เริ่มสลายกลายเป็นอนุภาคเล็กๆนับไม่ถ้วน ปลิวหายไปกับสายลม

เหลือเพียงเถ้าถ่านจางๆปลิวไปทั่วผืนดินที่ถูกสาปแช่งนี้

เมื่อแสงดาบสุดท้ายหายไป ผู้ถูกลืมเลือนทั้งหมดก็ถูกประหารจนสิ้น เหลือเพียงความเงียบงัน

เย่เหรินกล่าวด้วยความสงสาร "จงพักผ่อนให้สบาย เหล่าผู้ถูกลืม"

ผู้ถูกลืมเลือน: "ไม่ได้อยากพักผ่อนเว้ย!"

【รีเซ็ตคูลดาวน์คำทำนายแล้ว】

【รีเซ็ตคูลดาวน์ประหารแล้ว】

ไม่ไกลนัก ในเงามืด ชายชราลึกลับซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่

เขาแอบสะกดรอยตามเย่เหรินมาตลอด

อย่าเข้าใจผิดไป

เขากังวลเรื่องความปลอดภัยของ "เมล็ดพันธุ์" เขาจึงตามมาโดยเฉพาะ คิดว่าถ้าถึงเวลาคับขัน เขาจะช่วย "เมล็ดพันธุ์" ได้

แต่ตอนนี้...

ชายชราลึกลับเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เขาอุทานออกมาว่า "พระเจ้าช่วย! นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!?"

เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็น ชายชราหันไปมองปีกที่หักอยู่ข้างหลังเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เจ้าแน่ใจนะ ว่านี่คือเมล็ดพันธุ์ที่เจ้าตามหา? เขาดู...แข็งแกร่งเกินไปหน่อยหรือเปล่า?"

ปีกศักดิ์สิทธิ์สั่นเล็กน้อยราวกับจะตอบคำถาม แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่รู้เหมือนกัน! ตอนแรกมันมั่นใจว่าเย่เหรินคือเมล็ดพันธุ์ที่มันตามหา...แต่เมล็ดพันธุ์นี้แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!

ชายชราหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง เขาพึมพำกับตัวเองว่า "บางทีการตัดสินใจของเจ้าในวันนั้นอาจจะถูกต้อง พลังของเมล็ดพันธุ์นี้เหนือจินตนาการของพวกเราไปแล้ว!"

ปีกศักดิ์สิทธิ์อยากจะอธิบาย แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าที่มันจะควบคุมหรือคาดเดาได้ เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังของชายชรา ในที่สุดมันก็เลือกที่จะเงียบ

เอาเถอะ ไปทีละก้าว บางทีเมล็ดพันธุ์นี้อาจจะกินฮอร์โมนเข้าไปเยอะเลยโตผิดปกติก็ได้

ทักษะ 'ประหาร' ของเย่เหรินเมื่อครู่นี้ไม่เพียงแต่ทำให้เหล่าผู้ถูกลืมสลายไปในพริบตา แต่ยังทำให้ฐานที่มั่นที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ราบเป็นหน้ากลอง

ลองมองไปรอบๆเย่เหรินสิ ฐานที่มั่นที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งแกร่ง ตอนนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังบิดเบี้ยว ถูกคมดาบของเขาบดขยี้จนกลายเป็นฝุ่นผงแห่งประวัติศาสตร์ ก้อนอิฐและเหล็กที่เคยรวมกันเป็นหนึ่ง ตอนนี้กระจัดกระจายไร้รูปแบบ พวกมันนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโครงกระดูกของยักษ์ที่ถูกทิ้งร้าง เป็นพยานเงียบของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

กำแพงถูกฉีกกระชาก พื้นถูกพลิกคว่ำ ก้อนหินและฝุ่นผงจากเพดานร่วงหล่นลงมาเหมือนสายฝน ฝังทุกสิ่งไว้ใต้ซากปรักหักพัง สายลมพัดผ่านซากปรักหักพัง พัดเอาฝุ่นผงขึ้นมาเป็นกลุ่มใหญ่

เย่เหรินตบมือ "ไปกันเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว"

เจียงซุ่ยเดินตามเขาไป ดวงตาเป็นประกาย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเย่เหรินสร้างความอลังการแบบนี้ แต่ทุกครั้งเจียงซุ่ยก็ยังอดทึ่งไม่ได้

พี่เย่ของพวกเราเก่งจริงๆ!

-ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร -ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 156 ตาเฒ่า: เมล็ดพันธุ์นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้วหรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว