เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 540 - สินสอดหรือของหมั้นวะเนี่ย?!

บทที่ 540 - สินสอดหรือของหมั้นวะเนี่ย?!

บทที่ 540 - สินสอดหรือของหมั้นวะเนี่ย?!


บทที่ 540 - สินสอดหรือของหมั้นวะเนี่ย?!

หลินผิงยืนตระหง่านอยู่บนหัวเรือมังกรของเรือเซียน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มกลบเสียงพูดของเขาจนมิด

เรือเซียนรูปมังกรขนาดยักษ์พุ่งทะยานแหวกอากาศ ก่อให้เกิดพายุเฮอริเคนคลุ้มคลั่ง ฉีกกระชากหมู่เมฆกระจุยกระจาย พุ่งตรงไปยังพิกัดที่ใกล้ที่สุดบนเรดาร์ด้วยความเร็วสูงสุด

เสียงลมพัดหวิวบนดาดฟ้าเรือ

ระหว่างที่เรือเซียนกำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง หลินผิงก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ

มือข้างหนึ่งถือคันธนู [ลมหายใจมังกร] ตีบวกสิบสอง ยืนอยู่ตรงขอบกราบเรือ ทอดสายตามองลงไปยังแดนเถื่อนเบื้องล่าง

ไม่ต้องเล็งเป้า ไม่ต้องง้างจนสุด

ภาพติดตาของนิ้วมือที่เกี่ยวสายธนูรัวๆเชื่อมต่อกันเป็นพรืด

"ปัง! ปัง! ปัง!"

เสียงโซนิคบูมดังสนั่นหวั่นไหวกลางอากาศเป็นระลอกๆ

ลูกศรฉีกกระชากอากาศ พุ่งทะยานกลายเป็นเส้นสีดำปลิดชีพอันแสนแม่นยำด้วยอำนาจการล็อกเป้าของ [ศรบูรพา]

บนทุ่งหญ้าแห้งแล้งเบื้องล่าง สัตว์อสูรตัวไหนที่หลงเข้ามาในระยะยิง ไม่ว่าเลเวลจะสูงหรือต่ำ หัวกระจุยคาที่หมด

ละอองเลือดสาดกระเซ็นบานสะพรั่งอยู่บนพื้นดินเป็นหย่อมๆ

หลินผิงปรายตามองหน้าต่างสเตตัสตัวเองแวบหนึ่ง

ด้วยอานิสงส์จากบัฟพื้นฐานเต็มแม็กซ์ของ [โรงงานเทคโนโลยี] ที่ให้โบนัสสเตตัส 10% บวกกับการแปลงค่าพลังสุดเถื่อนของสกิลติดตัว [สมาธิพลธนู] สเตตัสของเขาในตอนนี้มันพุ่งไปอยู่ในจุดที่น่าสยดสยองสุดๆ

พละกำลังทะลุหกแสน

ความเร็วกับความทนทานก็เฉียดหกแสนเข้าไปทุกที

นี่มันระดับไหนกัน

ในกฎเกณฑ์ระดับล่างของศึกร้อยเมืองสัประยุทธ์ ต่อให้เป็นเจ้าเมืองระดับทองคำที่อยู่จุดสูงสุด ตอนที่บัฟเต็มสูบ สเตตัสหลักๆอย่างมากก็แสนต้นๆเท่านั้น

ถ้าดูแค่สเตตัสเพียวๆ หลินผิงในตอนนี้ก็คือตัวบั๊กที่ตบเกรียนชาวบ้านข้ามรุ่นชัดๆ

ถ้าไม่มีการโจมตีหมู่จากเครื่องป้องกันเมืองและ [หอคอยรวบรวมวิญญาณ] มาคอยคานอำนาจ ไอ้ที่เรียกว่า [แดนเถื่อนระดับทองแดง] แห่งนี้ คงเปลี่ยนชื่อเป็น [แดนเถื่อนหลินอัน] ไปแล้ว

สามชั่วโมงกว่าต่อมา

ที่สุดขอบฟ้า ป้อมปราการขนาดยักษ์สีเหลืองดินก็ปรากฏขึ้น

เมืองควงซา

นี่คือเมืองหลักระดับทองแดงที่อยู่ใกล้กับเมืองหลินอันมากที่สุด

ต้องขอบคุณไอ้สัตว์อสูรบรรพกาลฉงฉีกับ [หอคอยรวบรวมวิญญาณ] ของเมืองหลินอันด้วย ที่ช่วยดึงดูดคลื่นสัตว์อสูรส่วนใหญ่ในแดนเถื่อนเมื่อคืนไปกองรวมกันหมด

เมืองควงซาถึงจะเจอศึกกับสัตว์อสูรที่เกิดพร้อมกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้โดนถล่มจนเละเทะอะไร

หลินผิงมองลงมาจากที่สูง

ผังเมืองจัดว่าพอดูได้ ค่ายทหารห้าหลังยังอยู่ครบ กำแพงเมืองสูงตระหง่าน มี [หอคอยรวบรวมวิญญาณ] เลเวลหนึ่งสองแห่งตั้งตระหง่านอยู่สองฝั่ง จวนเจ้าเมืองตรงกลางก็อัปเกรดเป็น Lv2 แล้ว

เรือเซียนรูปมังกรขนาดยักษ์ทาบทับเงาดำทะมึนลงบนตัวเมือง

ทหารยามบนกำแพงเมืองสะดุ้งเฮือก รีบกดสวิทช์สัญญาณเตือนภัยทันที ผู้ใช้พลังจำนวนมากกรูกันออกมาบนถนน ชักอาวุธเตรียมพร้อมรบ

แต่พอเพ่งมองเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหัวเรือคือเจ้าเมืองของตัวเอง บรรยากาศตึงเครียดในเมืองก็มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยเสียงโห่ร้องต้อนรับดังกึกก้องประดุจคลื่นยักษ์

"นั่นท่านเจ้าเมือง! ท่านเจ้าเมืองกลับมาแล้ว!"

"เชี่ยเอ๊ย ท่านเจ้าเมืองออกไปรอบนี้รวยเละแน่! ปล้นเรือรบสุดเท่กลับมาได้ด้วย!"

"เมืองหลินอันนั่นต้องเป็นหมูในอวยเนื้อหวานเจี๊ยบชัวร์ๆ เมืองควงซาของพวกเราเตรียมตัวผงาดได้เลยโว้ย!"

เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นไม่ขาดสาย

เรือเซียนค่อยๆร่อนลงจอดบนลานกว้างหน้าจวนเจ้าเมือง

ประตูห้องโดยสารเปิดออก

เจ้าเมืองควงซาทำตัวเหมือนเด็กรับใช้คอยนำทาง เดินค้อมตัวนำหน้าออกมา

หลินผิงเอามือไพล่หลังเดินตามออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ชาวเมืองที่มามุงดูเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินลงบันได ท่ามกลางฝูงชนก็เริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาแปลกๆดังขึ้น

"นี่มันสถานการณ์อะไรกันวะ ทำไมท่านเจ้าเมืองถึงทำตัวเหมือนคนรับใช้แบบนั้นล่ะ"

"มึงไม่รู้อะไร นี่แหละเขาเรียกว่ารสนิยม! ท่านเจ้าเมืองไม่ใช่แค่ไปปล้นทรัพยากรมานะเว้ย แต่ยังพก 'เมียน้อย' กลับมาด้วย!"

"ตดหมาเถอะมึง ตาบอดเหรอไง นั่นมันผู้ชายแท้ๆโว้ย!"

"มึงตกข่าวแล้วล่ะ"

ชายไว้หนวดเคราครึ้มคนหนึ่งแสยะยิ้ม

"ท่านเจ้าเมืองชอบของแบบนี้มาตั้งนานแล้ว"

คนข้างๆหลายคนหน้าถอดสี

"???"

"ท่านเจ้าเมืองเป็นเกย์เหรอวะ?! แล้วมึงเสือกไปรู้ได้ไงเนี่ย?!"

ชายหนวดครึ้มกระแอมเบาๆ ใบหน้าดันมีสีแดงระเรื่อโผล่มาซะงั้น

"บอกตามตรงเลยนะ ความจริงแล้วกูก็คือหนึ่งใน... แฟนเก่าของท่านเจ้าเมืองเหมือนกัน"

"ซี๊ดดดด——"

รอบข้างเงียบกริบเป็นป่าช้า ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสูดปากดังก้องพร้อมเพรียงกัน สายตาทุกคู่ที่มองเจ้าเมืองกับหลินผิงเริ่มแปลกๆไปแล้ว

หลินผิงยังคงเดินลงบันไดต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก

ส่วนลึกของดวงตามีแสงสีแดงเร้นลับวาบผ่าน

[เนตรนักษัตร] ทำงาน

[เทพเสานักษัตรเถาะ] —— ปลอมแปลงและลุ่มหลง

คำพูดโสมมและเรื่องซุบซิบนินทาบนลานกว้าง เล็ดลอดเข้าหูเขาครบทุกตัวอักษรแบบไม่มีตกหล่น

หลินผิงกระตุกยิ้มมุมปาก

ไอ้พวกโง่มโนแจ่มเอ๊ย

เขาไม่สนใจเรื่องไร้สาระข้างนอก เดินตามเจ้าเมืองควงซาเข้าไปในจวนหน้าตาเฉย

"เชิญครับคุณพ่อ"

น้ำเสียงของเจ้าเมืองควงซาโคตรจะนอบน้อม มันหันไปปิดประตูจวนบานใหญ่ดังปัง ก่อนจะเดินนำหลินผิงทะลุห้องโถงเข้าไปในห้องลับด้านในสุด

บนแท่นหินกลางห้องลับ มีก้อนหินรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่เปล่งแสงสีเหลืองดินริบหรี่ลอยอยู่

นี่คือเส้นเลือดใหญ่ของเมืองควงซา——[ศิลารากฐานเมืองหลัก]

หลินผิงก้าวเข้าไป เอามือทาบลงบนศิลารากฐาน

เสียงแจ้งเตือนเด้งขึ้นในหัวทันที

[ตรวจพบ "แต้มวาสนา" ที่สามารถกลืนกินได้: 475,521 แต้ม]

[ต้องการกลืนกินหรือไม่?]

"ใช่"

หลินผิงตอบในใจ

ศิลารากฐานสีเหลืองดินสั่นกึก

พลังงานบริสุทธิ์มหาศาลทะลักไหลผ่านท่อนแขนของหลินผิงเข้าสู่ร่างกาย ก่อนจะวาร์ปข้ามมิติพุ่งตรงเข้าไปเติมเต็มในระบบของ [เมืองหลินอัน] ทันที

[กลืนกินสำเร็จ!]

[แต้มวาสนาปัจจุบันของเมืองหลินอันเพิ่มขึ้นเป็น: 742,541 แต้ม]

หลินผิงชักมือกลับ

ทรัพยากรที่เจ้าเมืองควงซาอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาอย่างยากลำบาก โดนเขาสูบแห้งเหือดในเสี้ยววินาที

ในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ

ข่ายการรับรู้ของเทพเสานักษัตรเถาะก็จับสัญญาณได้ว่า เสียงซุบซิบนินทาบนลานกว้างข้างนอกไม่เพียงแต่จะไม่เบาลง แต่กลับยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ แถมยังลามปามไปในทางลามกจกเปรตซะด้วย

"ปิดประตูซะแน่นขนาดนี้ มึงว่าพวกมันไปถึงขั้นไหนกันแล้ววะ"

"กูจะไปรู้ได้ไงล่ะ ม่านเก็บเสียงของจวนเจ้าเมืองโคตรดีเลยนะเว้ย"

"เอ้อ แฟนเก่า ตอนที่มึงคบกับท่านเจ้าเมือง มึงเป็นรุกหรือเป็นรับวะ"

"ถามโง่ๆ! มึงก็ลองไปแนบหูฟังตรงกำแพงดูสิวะ ใครแหกปากดังกว่า คนนั้นก็เป็นรับแหละเว้ย!"

.....

พวกมันรู้ดีว่าจวนเจ้าเมืองมีม่านเก็บเสียง ก็เลยคุยกันสนุกปากแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

หลินผิงที่ยืนอยู่หน้าศิลารากฐานถึงกับหยุดกึก

ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

"อยากรู้อยากเห็นกันนักใช่ไหม"

ในเมื่อชอบดูเรื่องชาวบ้านกันนัก เดี๋ยวพ่อจะจัดฉากใหญ่ให้ดู

กฎเกณฑ์ของศึกร้อยเมืองสัประยุทธ์มันแข็งทื่อ [ศิลารากฐานเมืองหลัก] ถือเป็นแกนกลางเพียงหนึ่งเดียว มีแค่เจ้าเมืองที่ผูกมัดกับมันเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เคลื่อนย้ายมัน หรือแม้กระทั่งเก็บสิ่งก่อสร้างทั้งเมืองกลับคืนมา

หลินผิงหันหน้าไปมองเจ้าเมืองควงซาที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วออกคำสั่งทันที

……

บนลานกว้าง

บรรดาไทยมุงของเมืองควงซาทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว แอบย่องเข้าไปป้วนเปี้ยนห่างจากจวนเจ้าเมืองแค่สิบเมตร

ชั่ววินาทีนั้น

จู่ๆแผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

"แผ่นดินไหวเหรอ?!"

ทุกคนแหกปากร้อง

หลังจากนั้น ภาพที่ทำเอาทุกคนใจหายวาบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

จวนเจ้าเมืองเลเวลสองที่ตั้งตระหง่านอยู่ อักขระเวทบนกำแพงสว่างกะพริบถี่รัว ก่อนที่ตัวอาคารอันใหญ่โตจะหดตัวเล็กลงอย่างรวดเร็ว!

ไม่ได้มีแค่จวนเจ้าเมือง

ค่ายทหารที่ยังสภาพดี หอคอยรวบรวมวิญญาณสองแห่ง หรือแม้แต่กำแพงเมืองหนาเตอะที่ล้อมรอบเมืองควงซา ทั้งหมดล้วนแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเหลืองดินในพริบตา

ละอองแสงพวกนี้หอบเอาพลังป้องกันทั้งหมดของเมืองหลัก บินว่อนข้ามหัวผู้ใช้พลังทุกคน พุ่งตรงเข้าไปรวมตัวกันตรงใจกลางของจวนเจ้าเมืองที่เคยตั้งอยู่อย่างบ้าคลั่ง

ใช้เวลาแค่สิบวินาที

เมืองควงซาอันกว้างใหญ่ ก็หายวับไปกับตา

เหลือทิ้งไว้เพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่า กับผู้ใช้พลังนับแสนคนที่ยืนแข็งทื่อหน้าเหวอท้าลมหนาว

ละอองแสงจางหายไป

ตรงจุดนั้นปรากฏก้อนหินที่เปล่งแสงสีเหลืองดินสว่างวาบขึ้นมา

เงาร่างของหลินผิงกับเจ้าเมืองควงซาปรากฏตัวขึ้น

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงจนวิญญาณหลุดของคนทั้งเมือง

ท่านเจ้าเมืองของพวกเขากำลังประคอง [ศิลารากฐานเมืองหลัก] ที่ดูดกลืนสิ่งก่อสร้างทั้งเมืองเข้าไปด้วยสองมือ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วประเคนมันให้กับชายหนุ่มชุดดำตรงหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย

รอบข้างเงียบกริบเป็นป่าช้า

สองวินาทีต่อมา

เสียงโหยหวนปานจะขาดใจก็แผดดังแหวกอากาศ

"ท่านเจ้าเมือง!!!"

"นี่มึงให้สินสอดหรือให้ของหมั้นเขาวะเนี่ย!!?"

"ม่ายยย!!! ยกให้เขาจนหมดกางเกงในแล้วโว้ยยย!!!"

.....

ไอ้หนวดเคราครึ้มที่อ้างว่าเป็นแฟนเก่าตาเหลือก "ค่อก" สลบเหมือดคาที่ไปเลย

ในขณะที่ทุกคนกำลังตาแดงก่ำ ชักอาวุธเตรียมจะพุ่งเข้าไปสับหลินผิงให้แหลก

หลินผิงก็โยนศิลารากฐานใส่กระเป๋าอย่างไม่แยแส ก่อนจะกระทืบเท้าพุ่งทะยานขึ้นไปเหยียบดาดฟ้าเรือเซียนในวินาทีต่อมา

เขาก้มมองลงไปข้างล่างแวบหนึ่ง

"เป๊าะ"

เสียงดีดนิ้วดังฟังชัด

กฎเกณฑ์ของเทพเสานักษัตรแพะและเทพเสานักษัตรอสรพิษที่ครอบงำสมองเจ้าเมืองควงซาอยู่ ถูกถอนออกไปในพริบตา

"หวังว่าความรักของพวกแก จะช่วยให้มีชีวิตรอดต่อไปได้นะ"

น้ำเสียงของหลินผิงราบเรียบดุจผิวน้ำ

เบื้องล่าง

เจ้าเมืองควงซาสะดุ้งเฮือก

ความทรงจำที่ถูกยัดเยียดเข้ามาสลายหายไปราวกับน้ำลด ความทรงจำที่แท้จริงไหลทะลักกลับเข้ามาครอบครองสมองในเสี้ยววินาที

มันก้มมองมือสองข้างที่ว่างเปล่าของตัวเอง

แล้วมองไปรอบๆตัวที่มีแต่ที่ดินเปล่าๆ ไม่เหลือแม้แต่อิฐสักก้อน

ความหนาวเหน็บพุ่งจี๊ดขึ้นสมอง

"หลินผิง!!!"

เจ้าเมืองควงซาตาเหลือกถลน ชักดาบเล่มใหญ่ออกมา พุ่งทะยานขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความสิ้นหวังและเคียดแค้นถึงขีดสุด

"ตู้ม!"

สิ่งที่ตอบรับมัน คือไอพ่นพลังเวทสีฟ้าครามที่พ่นออกมาจากท้ายเรือเซียน

กระแสลมอันเกรี้ยวกราดอัดกระแทกร่างของเจ้าเมืองควงซาที่ลอยอยู่กลางอากาศจนร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง เรือเซียนกลายเป็นเส้นแสงพุ่งหายวับไปสุดขอบฟ้าในเสี้ยววินาที

เมืองหายไปแล้ว

ศิลารากฐานก็หายไปแล้ว

ม่านพลังป้องกันชีวิตคนนับแสนก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

ลึกเข้าไปในแดนเถื่อน

พอขาดหอคอยรวบรวมวิญญาณและกำแพงเมืองคอยข่มขู่ พวกสัตว์อสูรที่ร่อนเร่อยู่รอบนอกก็ได้กลิ่นมนุษย์สดๆโชยมาเตะจมูกแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น

ดวงตาสีแดงฉานเบิกโพลงขึ้นมาเป็นแถบๆ

เสียงคำรามฉีกกระชากสายลม ฝูงสัตว์อสูรพุ่งทะยานดั่งคลื่นสีดำมืด ถาโถมเข้าใส่ "โรงฆ่าสัตว์" ที่ไร้เปลือกคุ้มกันแห่งนี้อย่างบ้าคลั่ง

การนองเลือด ระเบิดขึ้นในพริบตา

……

บนดาดฟ้าเรือเซียน

หลินผิงดึงสายตากลับมา ไม่แม้แต่จะหันไปมองข้างหลังอีกเลย

กฎการเอาชีวิตรอดของแดนเถื่อนมันก็แบบนี้แหละ ไม่แกตาย ฉันก็ตาย

เวลาล่วงเลยไป

ระยะเวลาเดินทางสี่ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลินผิงเปิดหน้าต่างเมืองหลักของ [เมืองหลินอัน] ขึ้นมา

ถึงตัวจะอยู่ข้างนอก สั่งอัปเกรดสิ่งก่อสร้างโดยตรงไม่ได้ แต่ข้อมูลบนหน้าต่างเมืองหลักมันซิงค์กันแบบเรียลไทม์

หลอดพลังการสร้างวิ่งจนสุดพอดี

[อัปเกรดโรงงานเทคโนโลยีสำเร็จ! ระดับปัจจุบัน: Lv2]

และทันใดนั้น สายวิจัยย่อยสายใหม่ก็เด้งขึ้นมาด้านล่างของหน้าจอ เปล่งแสงสีฟ้าแสบตา

[ปลดล็อกเทคโนโลยีใหม่——]

[บัฟหอคอยรวบรวมวิญญาณ: บีบอัดพลังงาน (เพิ่มระยะยิงและพลังทะลวง 20%)]

[แต้มวาสนาที่ต้องใช้ในการปลดล็อก: ห้าแสนแต้ม]

[บัฟกำแพงเมือง: เกราะหนามสะท้อน (สะท้อนความเสียหาย 15% จากการถูกโจมตีกลับไปเป็นความเสียหายจริง)]

[แต้มวาสนาที่ต้องใช้ในการปลดล็อก: ห้าแสนแต้ม]

[บัฟค่ายทหาร: ฟื้นฟูบาดแผลขั้นลึก (ความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผลของผู้ใช้พลังที่ประจำการอยู่เพิ่มขึ้น 50%)]

[แต้มวาสนาที่ต้องใช้ในการปลดล็อก: ห้าแสนแต้ม]

[บัฟเมืองหลัก: ช่วงชิงวาสนา (ประสิทธิภาพการได้รับแต้มวาสนาจากการฆ่าสัตว์อสูรของผู้ใช้พลังทั้งเมืองเพิ่มขึ้น 10%)]

[แต้มวาสนาที่ต้องใช้ในการปลดล็อก: ห้าแสนแต้ม]

หลินผิงมองดูบัฟหมู่สุดโกงทั้งสี่อย่างนี้ แล้วก็มองแต้มวาสนาที่ต้องใช้...

ห้าแสนแต้ม สี่อย่างก็สองล้าน แต่ผลลัพธ์ที่ได้มามันก็คุ้มค่าสุดๆ

เขาปิดหน้าต่างระบบลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาจดจ่อไปยังจุดสีแดงจุดต่อไปที่ปรากฏบนเรดาร์ของเรือเซียน พร้อมกับเร่งความเร็วเรือจนสุดเกจ

"เมืองต่อไป เป็นของลูกชายตัวดีคนไหนกันล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 540 - สินสอดหรือของหมั้นวะเนี่ย?!

คัดลอกลิงก์แล้ว