- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 490 - วิชาโกงพนันเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพแห่งโชค มันก็ไร้ค่า
บทที่ 490 - วิชาโกงพนันเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพแห่งโชค มันก็ไร้ค่า
บทที่ 490 - วิชาโกงพนันเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพแห่งโชค มันก็ไร้ค่า
บทที่ 490 - วิชาโกงพนันเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพแห่งโชค มันก็ไร้ค่า
ภายในประตูใหญ่ของจวี้เป่าเก๋อ เสียงอึกทึกครึกโครมดังกึกก้องประดุจเกลียวคลื่น
มันคือเสียงเหรียญทองกระทบกันดังกังวาน เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งของผู้ชนะ และเสียงโอดครวญอย่างสิ้นหวังของผู้แพ้
มวลอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาถูก กลิ่นเหงื่อไคล และความรู้สึกกระวนกระวายใจอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกผีพนัน
หลินผิงสวมชุดคลุมยาวสีดำธรรมดาๆ เดินเข้าไปในห้องโถงกว้างเพียงลำพัง ท่ามกลางเหล่านักพนันที่แต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่าบ้าง ซอมซ่อบ้าง เขาดูไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย
เขาเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะพนันตัวใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง
ตรงนั้นกำลังเล่นเกมที่เรียบง่ายที่สุดอย่าง "ไฮโล"
ลูกเต๋าสามลูก แทงแล้วห้ามเปลี่ยนใจ
"ขอทางหน่อย"
หลินผิงใช้มือแหวกฝูงชนที่เบียดเสียดกันแน่นขนัด
พวกนักพนันที่ตอนแรกกำลังจะอ้าปากด่าทอ พอสบเข้ากับสายตาอันสงบนิ่งของหลินผิง คำด่าที่จ่ออยู่ตรงริมฝีปากก็ต้องกลืนลงคอไปอย่างฝืนๆ พวกเขาแหวกทางให้โดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณ
ดีลเลอร์เป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อกั๊กสีแดง ฝีมือคล่องแคล่วว่องไว สายตาเฉียบคม
เขาปรายตามองชายหนุ่มที่มาเพียงลำพังคนนี้แวบหนึ่ง มองไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายมีฝีมือระดับไหน
"เล่นอะไรดีล่ะนายท่าน เดิมพันขั้นต่ำหนึ่งหมื่นหยวน"
"ขอเล่นอะไรที่มันง่ายๆ ละกัน" หลินผิงยิ้มบางๆ พลิกข้อมือเบาๆ
กระดาษแผ่นบางที่ส่องประกายแสงสีทองจางๆ แผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงบนโต๊ะพนันอย่างแผ่วเบา ส่งเสียง "แปะ" เบาๆ
เสียงนั้นเบามาก แต่มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมหาศาล
เพราะว่า
สิ่งนั้นคือ [ตั๋วการค้าเทพอวตาร] หนึ่งใบ
[ตั๋วการค้าเทพอวตาร] หนึ่งใบมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินหนึ่งร้อยล้านหยวน
โต๊ะพนันที่เคยส่งเสียงหนวกหูเมื่อครู่พลันเงียบกริบเป็นป่าช้า
แม้แต่ดีลเลอร์ที่เคยเห็นฉากใหญ่โตมานักต่อนัก กระบอกทอยเต๋าในมือก็ยังเกือบจะร่วงหลุดมือ
"นี่... นี่มัน..."
"แทงสูง"
นิ้วของหลินผิงเคาะลงบนตั๋วการค้าแผ่นนั้นเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบสบายๆ
"เทหมดหน้าตัก"
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้ากินเวลาไปสามวินาที
จากนั้นก็ระเบิดความฮือฮาขึ้นมาทันที!
"เชี่ยเอ๊ย?! หนึ่งร้อยล้านเนี่ยนะ?! เทหมดหน้าตักรวดเดียวเลยเหรอ?!"
"ไอ้หมอนี่มันเป็นใครวะ บ้าไปแล้วแน่ๆ?!"
"นี่มันตั้งใจมาแจกเงิน หรือตั้งใจมาป่วนบ่อนกันแน่วะ?!"
บริเวณระเบียงชั้นสอง นักเลงคุมบ่อนหลายคนเพ่งเล็งสายตาลงมาที่นี่ มือของพวกเขากุมอาวุธเอาไว้แน่น
เหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมเต็มหน้าผากของดีลเลอร์
เขาเงยหน้าขึ้นไปมองผู้จัดการที่อยู่ชั้นสอง พอได้รับสัญญาณมือแบบลับๆ ว่า "กินเรียบ" เขาก็กัดฟันกรอด
"ได้! นายท่านใจป้ำมาก!"
"แทงแล้วห้ามเปลี่ยนใจ!"
แกรกๆๆ!
กระบอกทอยเต๋าถูกเขย่าอย่างบ้าคลั่งในมือของดีลเลอร์
ฝีมือของเขาเร็วมาก ในจังหวะที่กระแทกกระบอกลงบนโต๊ะ นิ้วก้อยของเขาก็ขยับดีดฐานรองเบาๆ อย่างแนบเนียนที่สุด
ควบคุมด้วยแม่เหล็ก
นี่คือวิชาโกงพนันขั้นพื้นฐานที่สุดของจวี้เป่าเก๋อ
เขามั่นใจมากว่าแต้มข้างในคือ "เอี่ยว สอง สาม" หกแต้มต่ำ
"เปิด!"
ดีลเลอร์ตะโกนลั่น เปิดกระบอกทอยเต๋าขึ้นมาอย่างแรง
ต่อให้เขาจะเคยชนะมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเงินเดิมพันมูลค่าหนึ่งร้อยล้านหยวน เขาก็ยังอดที่จะตื่นเต้นนิดๆ ไม่ได้
ทว่า
ในวินาทีที่กระบอกทอยเต๋าถูกเปิดออก
รอยยิ้มของดีลเลอร์ก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า
"สี่ ห้า หก! สิบห้าแต้ม! สูง!"
ฝูงชนระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นหวั่นไหว แม้เงินนั่นพวกเขานั้นจะไม่ได้เป็นคนได้ แต่วินาทีที่ได้เป็นประจักษ์พยานแห่งปาฏิหาริย์แบบนี้ มันก็ทำให้สารอะดรีนาลีนพุ่งปรี๊ดแล้ว
"เป็นไปไม่ได้..." ดีลเลอร์หน้าซีดเผือด จ้องมองลูกเต๋าทั้งสามลูกนั้นตาไม่กะพริบ
เขาแอบตุกติกไปแล้วชัดๆ!
ทำไมกัน
มุมปากของหลินผิงยกขึ้นเล็กน้อย
แน่นอนว่าเขารู้ว่าอีกฝ่ายโกง
แล้วยังไงล่ะ
ภายในดวงตาของเขา มีลวดลายรูปไก่โบราณสีสันสดใสส่องประกายวูบวาบอยู่ลางๆ
[เทพเสาหลักระกา·โชคดี]
[เอฟเฟกต์ติดตัว: โชคของคุณ จะดีมากๆ]
ความโชคดีชนิดนี้ มันเป็นความโชคดีแบบไม่มีเหตุผลมาหักล้างได้
เป็นความโชคดีที่ต่อให้อีกฝ่ายจะใช้แม่เหล็กดูด แต่ในวินาทีสุดท้าย ลูกเต๋าก็ยังสามารถพลิกหน้าเปลี่ยนเป็นแต้มที่เป็นประโยชน์กับตัวเองได้อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ บนโต๊ะ ทิศทางลมที่เปลี่ยนไป หรือแม้กระทั่งกฎทางฟิสิกส์ที่จู่ๆ ก็ใช้การไม่ได้ไปดื้อๆ
วิชาโกงพนันงั้นเหรอ
เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพแห่งโชคตัวจริง มันก็เป็นได้แค่เรื่องตลกเท่านั้นแหละ
"ต่อเลย"
หลินผิงไม่ได้เก็บตั๋วการค้ากลับมา ซ้ำยังชี้ไปที่กองชิปเงินรางวัลที่เพิ่งได้มาอีกด้วย
"เทหมดหน้าตัก สูงเหมือนเดิม"
ตาที่สอง
สูง
ตาที่สาม
สูง
...
ตาที่สิบสาม
"หกสามตัว! ตอง! กินเรียบ! สูง!!"
เมื่อดีลเลอร์ใช้มืออันสั่นเทาเปิดกระบอกทอยเต๋าออก ร่างทั้งร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
ชนะติดต่อกันสิบสามตา
ออกสูงทุกตา!
ต่อให้เป็นคนที่ไม่รู้เรื่องการพนันเลยสักนิดก็ยังรู้ว่า นี่มันไม่มีทางเป็นเรื่องของความน่าจะเป็นไปได้เลย
นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!
ในเวลานี้ ชิปที่กองอยู่ตรงหน้าหลินผิงสูงตระหง่านราวกับภูเขาขนาดย่อม
กระทั่งเงินหมุนเวียนของสาขานี้ยังถูกสูบไปจนเกลี้ยง สองสามตาหลังสุดนี่ต้องใช้ตั๋วการค้าจ่ายแทนทั้งนั้น
"เงินหมดแล้วเหรอ"
หลินผิงมองดูดีลเลอร์ที่เหงื่อแตกพลั่กจนชุ่มเสื้อและถูกเปลี่ยนตัวมาแล้วถึงสามคน แววตาปรากฏร่องรอยของการหยอกล้อ
"ระดับจวี้เป่าเก๋ออันยิ่งใหญ่ มีปัญญาแค่นี้เองเหรอ แล้วจะเปิดบ่อนไปทำไมวะ"
"นายท่านครับ..."
ผู้จัดการวัยกลางคนสวมชุดสูทสีดำ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจงแต่กลับซ่อนความอำมหิตเอาไว้ในแววตาก้าวเดินเข้ามา
เขาคือผู้ดูแลสาขาแห่งนี้
ในตอนนี้ แผ่นหลังของเขาก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นเดียวกัน
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ร้านสาขานี้ไม่เพียงแต่จะสูญเสียเงินหมุนเวียนไปจนหมดเกลี้ยง แต่ยังติดหนี้หลินผิงอยู่อีกตั้งพันกว่าล้านหยวน
นี่ไม่ใช่แค่ดวงดีแล้ว
นี่มันตั้งใจมาเอาชีวิตกันชัดๆ!
"เงินหมุนเวียนของสาขานี้ช็อตไปนิดหน่อยครับ"
ผู้จัดการปาดเหงื่อบนหน้าผาก ฝืนฉีกยิ้มกว้าง ผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญ
"จวี้เป่าเก๋อของเรามีสาขาในเมืองเชียนฮั่วถึงยี่สิบเจ็ดสาขา เงินทุนรับรองว่ามีเหลือเฟือครับ"
"ถ้านายท่านยังสนุกไม่สุด พวกเราย้ายไปเล่นสาขาอื่นต่อดีไหมครับ ที่นั่นเพิ่งจะมีเงินทุนก้อนใหม่เข้าคลังมาพอดี รับรองว่าให้นายท่านได้เล่นสนุกอย่างเต็มที่แน่นอนครับ!"
เขากำลังถ่วงเวลา
และกำลังแอบส่งข่าวไปหาเบื้องบนด้วย
หลินผิงลุกขึ้นยืน สะบัดมือเบาๆ ตั๋วการค้าและชิปที่กองเป็นภูเขาก็อันตรธานหายวับไป ถูกเก็บเข้ากระเป๋ามิติไปจนหมด
"นำทางไป"
จวี้เป่าเก๋อสาขาที่สอง ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนถัดไป
ทว่า
จุดจบก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากเดิมเลย
แถมยังเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เพราะหลินผิงไม่มีความอดทนมานั่งเล่นทอยลูกเต๋าอะไรนี่อีกแล้ว
"ไพ่สามใบ แทงมืด"
"เทหมดหน้าตัก"
เวลาผ่านไปไม่ถึงสี่สิบนาที
ผู้จัดการมองดูกระเป๋าตังค์ที่ว่างเปล่า ประกอบกับใบแจ้งหนี้ที่เขียนตัวเลขเอาไว้ว่า "ติดหนี้ 1500 ล้านหยวน" หน้ามืดตาลาย เกือบจะล้มพับไปกองกับพื้น
ตอนแรกเขาคิดว่าไอ้หมอนี่ก็แค่ดวงดี
แต่ตอนนี้เขาตาสว่างแล้ว
ไอ้เวรนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
"ไป สาขาต่อไป"
น้ำเสียงของหลินผิงราวกับมนต์เรียกวิญญาณจากมัจจุราช
สาขาที่สาม...
สาขาที่สี่...
สาขาที่สิบ...
ทั่วทั้งเขตเมืองใต้ของเมืองเชียนฮั่ว เดือดพล่านขึ้นมาอย่างแท้จริง
ในตอนแรก มีพวกผีพนันตามมาดูความสนุกแค่ไม่กี่สิบคน
ต่อมา มันก็กลายเป็นหลักร้อย หลักพัน!
จนถึงตอนนี้ ด้านหลังของหลินผิง คือคลื่นมหาชนที่เดินตามกันมามืดฟ้ามัวดิน!
พวกเขาไม่สนใจจะไปเล่นพนันโต๊ะอื่นอีกแล้ว แต่กลับเดินตามหลังหลินผิงไปราวกับกำลังเดินตามศาสดาไปจาริกแสวงบุญ
ทุกครั้งที่หลินผิงก้าวเท้าเข้าไปในจวี้เป่าเก๋อ ผู้ดูแลของสาขานั้นก็เหมือนกับได้เห็นเทพแห่งความซวย หน้าเขียวปัดขึ้นมาทันที
บนช่องแชตสาธารณะและเว็บบอร์ด วุ่นวายจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว
กระทู้ปักหมุดทุกกระทู้ ถูกเปลี่ยนเป็นรูปของหลินผิงที่นั่งอยู่บนโต๊ะพนันทั้งหมด
ในรูปภาพ ชายหนุ่มคนนั้นมีสีหน้าเรียบเฉย ซ้ำยังดูเกียจคร้านนิดๆ ด้วยซ้ำ
ส่วนฝั่งตรงข้ามของเขา บรรดาดีลเลอร์และผู้จัดการที่ปกติมักจะวางมาดสูงส่ง ชี้เป็นชี้ตายผู้คนได้นับไม่ถ้วน ตอนนี้แต่ละคนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เหงื่อแตกพลั่กเป็นสายน้ำ
[ช็อกวงการ! โคตรเซียนพนันลึกลับจุติ ณ เมืองเชียนฮั่ว! จวี้เป่าเก๋อโดนล้างบาง!]
[ชนะรวดสิบแปดสาขา! นี่คือความวิบัติของโชคชะตา หรือความเสื่อมทรามของศีลธรรม?!]
[อยากเรียนด้วยจังเลย! เทพเจ้าโปรดรับผมเป็นศิษย์ที! ให้ผมเป็นแค่เครื่องรางห้อยท้ายก็ยังยอม!]
แน่นอนว่า ก็ไม่ใช่จะไม่มีสียอดฝีมือมาคอยคุมบ่อนเลย
เมื่อไปถึงสาขาที่สิบสอง ในที่สุดกิลด์จวี้เป่าก็ส่งปรมาจารย์ด้านการโกงพนันระดับท็อปที่พวกเขาเลี้ยงดูเอาไว้ออกมาโรง
ชายชราคนนั้นเป็นผู้ตื่นรู้ในอาชีพ [นักมายากล]
มือของเขาว่องไวเสียจนมองเห็นเป็นภาพติดตา กระทั่งสามารถสับเปลี่ยนหน้าไพ่ได้ในเวลาชั่วพริบตา
แต่หลินผิงใช้แค่วิธีเดียวเท่านั้น
"แทงทบ"
เสียไปเหรอ
ไม่เป็นไร
ตาหน้าก็เพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าสิ
หนึ่งร้อยล้านเสียไป ก็แทงสองร้อยล้าน สองร้อยล้านเสียไป ก็แทงสี่ร้อยล้าน
ขอแค่ชนะตากลับมาตาเดียว เงินที่เสียไปก่อนหน้านี้ก็จะคืนทุนทั้งหมด แถมยังได้กำไรบานเบอะอีกต่างหาก
นี่คือกลยุทธ์ที่ผีพนันใช้แล้วมีแต่ตายกับตาย เพราะไม่มีใครมีเงินทุนให้ผลาญเล่นอย่างไม่จำกัดหรอก
แต่หลินผิงมี
เงินที่ชนะมาจากสิบกว่าสาขาก่อนหน้านี้ มีมากพอให้เขาผลาญเล่นได้สบายๆ
และยิ่งไปกว่านั้น
ในจังหวะที่ชายชรากำลังเตรียมจะใช้สกิล สับเปลี่ยนไพ่ใบสุดท้ายของหลินผิงอย่างแนบเนียนนั่นเอง
หลินผิงก็เงยหน้าขึ้น ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง
[ไพ่หมื่นอสรพิษ] ทำงาน
การเคลื่อนไหวของชายชราแข็งทื่อไปทันที
ในสายตาของเขา ไพ่ที่สมควรจะถูกสับเปลี่ยนให้กลายเป็น "สามโพดำ" จู่ๆ ก็กลายสภาพเป็นงูพิษที่กำลังแลบลิ้นขู่ฟ่อ พุ่งฉกเข้าที่ลำคอของเขาอย่างจัง!
"อ๊าก!!"
ชายชราร้องลั่นด้วยความตกใจ ไพ่ในมือหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
เป็นไพ่เอสทั้งหมด
เอสสี่ใบ
"ขอบคุณที่ออมมือนะ"
หลินผิงยิ้มบางๆ กวาดชิปกองสุดท้ายบนโต๊ะกลับมา
"ไปสาขาต่อไป"
...
ทางตอนใต้ของเมืองเชียนฮั่ว ตึกศูนย์บัญชาการของกิลด์ [จวี้เป่า]
ที่นี่คือจุดสูงสุดของทั้งเมือง และยังเป็นศูนย์รวมความมั่งคั่งทั้งหมดอีกด้วย
ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นดาดฟ้า ค่ายกลปรับอุณหภูมิรักษาความเย็นสบายไว้ที่ยี่สิบสององศาพอดีเป๊ะ กระทั่งมวลอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอำพันทะเลราคาแพงลิบลิ่ว
"ท่านหัวหน้าคะ..."
หญิงสาวหุ่นแซ่บสวมชุดกี่เพ้าผ่าข้างลึกจนถึงโคนขา เดินนวยนาดเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่
เธอโน้มตัวลง ส่วนโค้งเว้าอันอวบอิ่มแทบจะเบียดชิดติดกับหน้าโต๊ะ
"ข้างนอก... วุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ"
น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อย เธอฉายภาพวิดีโอโฮโลแกรมขึ้นกลางอากาศ
"ตอนนี้มีจวี้เป่าเก๋อถึงสิบแปดสาขาที่ถูกผู้ชายคนนั้นสูบเงินไปจนเกลี้ยง..."
"ได้ยินมาว่า... คนที่เดินตามเขาตอนนี้มีทะลุแสนคนไปแล้วค่ะ ทุกคนพากันเรียกเขาว่า 'เทพแห่งการพนัน' กันหมดเลย"
ด้านหลังโต๊ะทำงาน
เจียงอ้ายไฉถือแก้วไวน์สีแดงสดดุจโลหิตอยู่ในมือ แกว่งไปมาเบาๆ
เขามองดูภาพชายหนุ่มที่ถูกรายล้อมไปด้วยฝูงชนราวกับเป็นเทพเจ้าในวิดีโอ แววตาไม่มีความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงความ... ขบขันราวกับกำลังดูตัวตลกแสดงละครปาหี่เท่านั้น
"เทพแห่งการพนันงั้นเหรอ"
เจียงอ้ายไฉหัวเราะเบาๆ เอื้อมมือไปคว้าเอวบางของหญิงสาว กระชากร่างเธอลงมานั่งตักอย่างป่าเถื่อน
ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้สอดล้วงเข้าไปใต้ชายกระโปรงกี่เพ้าอย่างไม่อายฟ้าดิน ทำให้หญิงสาวหลุดเสียงครางหวานหูออกมาด้วยความตกใจ
"โลกใบนี้มันมีพระเจ้าที่ไหนกันล่ะ"
เจียงอ้ายไฉจิบไวน์ไปอึกหนึ่ง มืออีกข้างก็ลูบไล้ไปตามเรือนร่างของหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสถึงความเนียนนุ่มลื่นมือ
"มันมีแต่เงินทุนเท่านั้นแหละ"
เขามองดูหญิงสาวในอ้อมกอดที่ใบหน้าแดงซ่าน มุมปากเหยียดยิ้มเย้ยหยัน
"เรื่องเล่นผู้หญิง ฝีมือฉันคงต้องไปฝึกมาใหม่จริงๆ"
"แต่ว่า..."
เจียงอ้ายไฉเงยหน้าขึ้น สายตามองข้ามร่างของหญิงสาว ออกไปนอกหน้าต่าง มองดูยอดตึกของจวี้เป่าเก๋อแต่ละสาขา
รังสีความน่าเกรงขามของการเป็นผู้ควบคุมทุกสรรพสิ่ง ระเบิดออกมาจากร่างของเขาในพริบตา
"ถ้าเป็นเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุกับเงินทองล่ะก็"
"ต่อให้เป็นพวกตาเฒ่าจากเมืองหลักระดับแพลตตินัมมาเอง ฉันก็ไม่เคยไว้หน้าใครทั้งนั้น"
เฉินอวิ้นที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้าลง ไม่กล้ามองดูฉากหนังสดตรงหน้า แต่ในดวงตากลับส่องประกายความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
เขารู้ดีว่า หัวหน้ากำลังจะลงมือแล้ว
"เฉินอวิ้น"
น้ำเสียงของเจียงอ้ายไฉเปลี่ยนเป็นต่ำลึกและอันตราย ราวกับหมาป่าร้ายที่กำลังนับจังหวะฝีเท้าของเหยื่อ
"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป สาขาที่เหลือ ปล่อยให้มันชนะไป"
เฉินอวิ้นชะงัก "หัวหน้าครับ ทำแบบนี้มัน..."
"หมูถ้ายังขุนไม่ให้อ้วน จะเอาไปเชือดได้ยังไงกัน"
เจียงอ้ายไฉออกแรงบีบเค้น หญิงสาวในอ้อมกอดร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด แต่กลับไม่กล้าดิ้นรน ซ้ำยังเบียดกายเข้าหาเขาอย่างว่าง่ายกว่าเดิม
"รอจนกว่ามันจะไปถึงสาขาสุดท้าย [จวี้เป่าเก๋อระดับวีไอพี] เมื่อไหร่"
"เมื่อถึงตอนนั้น กินของฉันไปเท่าไหร่ ฉันจะให้มันคายออกมาทั้งต้นทั้งดอกเป็นสิบเท่า"
"รวมถึงชีวิตของมัน ก็ต้องคายออกมาด้วย"
เจียงอ้ายไฉฉีกชุดกี่เพ้าของหญิงสาวขาดวิ่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
"นายออกไปก่อนได้แล้ว"
สายตาเลื่อนกลับมาที่หญิงสาวในอ้อมกอด
"ฉันจะเริ่มลิ้มรส 'มื้อเที่ยง' ของฉันแล้วล่ะ"
[จบแล้ว]