เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ส่งเงินที่หามาได้ทั้งหมดมาซะ

บทที่ 50 ส่งเงินที่หามาได้ทั้งหมดมาซะ

บทที่ 50 ส่งเงินที่หามาได้ทั้งหมดมาซะ


บทที่ 50 ส่งเงินที่หามาได้ทั้งหมดมาซะ

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมไอ้สามคนนั้นถึงบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ?" เถ้าแก่หวังขมวดคิ้วมุ่น แววตาเต็มไปด้วยความสับสน

"นั่นสิ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

"หรือว่าไอ้สามคนนั้นมันโกหกพวกเรา?"

"ไม่น่าจะใช่นะ ผู้บ่มเพาะสายกระบี่ตั้งสามคนไปจัดการศิษย์สายโอสถคนเดียว จะมาหลอกพวกเราทำไม พวกเราเข้าไปดูใกล้ๆ ดีกว่า เผื่อว่าคนขายจะไม่ใช่ยัยนั่นแล้ว"

ทางฝั่งฉู่กวนจิ้ง ตอนนี้ถูกฝูงชนล้อมกรอบไว้จนแน่นขนัด ประกอบกับที่นางเป็นคนตัวเล็กเมื่อเทียบกับผู้บ่มเพาะทั่วไป มองจากข้างนอกจึงแทบไม่เห็นตัวนางเลย

เถ้าแก่ทั้งสามคนพยายามเบียดเสียดเข้าไป เพื่อจะดูว่าใครกันที่มาขายโอสถจนคนแห่มามุงขนาดนี้ แต่เถ้าแก่หวังเพิ่งจะเบียดเข้าไปได้นิดเดียว ก็โดนศอกใครก็ไม่รู้กระแทกกระเด็นออกมา

"เบียดๆๆ เบียดหาอะไรวะ! อยากซื้อโอสถก็ไปต่อแถวข้างหลังนู่น!"

เถ้าแก่หวังที่โดนกระแทกจนจุกอกกำลังจะสติแตก แต่ก็พบว่าไม่มีใครสนใจเขาสักคน ทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาเบียดไปข้างหน้า

เขาตั้งใจจะเดินหนีไปหอเสินตานก่อน แล้วค่อยกลับมาดูตอนที่คนซาลงแล้ว แต่หูเจ้ากรรมดันไปได้ยินคนพูดกันว่า คนขายกำลังขายโอสถระดับสามกับระดับสี่อยู่!

ขนาดพวกเขายังไม่มีสิทธิ์ขายโอสถระดับสูงขนาดนี้ในฉยงหลินเลย แล้วนังเด็กนี่มันเป็นใครกัน!

ดวงตาเล็กๆ เจ้าเล่ห์ของเขากลอกไปมา เขาร้องเรียกให้เถ้าแก่หลิวและเถ้าแก่หยางช่วยอุ้มเขาขึ้นมา เพื่อจะได้มองเห็นคนที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางได้ชัดๆ

เพราะโอสถที่ขายอยู่เป็นระดับสามกับระดับสี่ เขาจึงไม่ได้นึกถึงฉู่กวนจิ้งที่เคยขายโอสถระดับห้าเลย แต่พอได้เห็นหน้าชัดๆ เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเป็นนางจริงๆ!

เถ้าแก่หวังเล่าสิ่งที่เห็นให้เถ้าแก่คนอื่นๆ ฟัง ทั้งสองคนก็ตกใจไม่แพ้กัน

"หรือว่าไอ้ผู้บ่มเพาะสายกระบี่สามคนนั้นมันจะหลอกพวกเราจริงๆ?"

"เดี๋ยวค่อยเรียกพวกมันมาคาดคั้นทีหลังเถอะ ยังไงซะนังศิษย์สายโอสถอวดดีนี่ก็คงอยู่สุขสบายได้อีกไม่กี่วันหรอก" เถ้าแก่หวังพูดด้วยสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม

"ไป! ไปฟ้องที่หอเสินตานกัน!"

ภายในหอเสินตาน เถ้าแก่อวี๋กำลังเช็ดถูแจกันล้ำค่าใบใหม่ที่เพิ่งประมูลมาได้ พอได้ยินว่าเถ้าแก่ร้านขายโอสถสามร้านมาขอพบ เขาก็พอจะเดาออกว่าพวกนั้นมาทำไม

ก็เรื่องที่ร้านขายโอสถทั้งสามร้านโดนถล่มจนพินาศ มันลือกันให้แซ่ดไปทั่วฉยงหลินแล้วนี่นา พวกนั้นคงมาขอให้เขาช่วยออกหน้าสร้างร้านใหม่ให้ล่ะมั้ง

แต่ผิดคาด ทั้งสามคนไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นเลย กลับเอาแต่ฟ้องเรื่องศิษย์สำนักหลิงซีที่มาตั้งแผงขายโอสถอยู่ฝั่งตรงข้ามหอเสินตานแทน

พวกเขาพากันร้องห่มร้องไห้บอกว่า ตั้งแต่ศิษย์คนนี้มาขายโอสถระดับห้า ยอดขายร้านพวกเขาก็ตกฮวบ แล้วร้านที่โดนระเบิดพังไปก็อาจจะเป็นฝีมือนางนี่แหละ

เพื่อจะสุมไฟความเกลียดชังให้เถ้าแก่อวี๋ พวกเขาไม่สนเรื่องหลักฐานหรือความจริงอะไรทั้งนั้น โยนความผิดทุกอย่างให้นางหมด แถมยังใส่ร้ายว่านางตั้งใจจะผูกขาดการขายโอสถในฉยงหลินเพียงผู้เดียว

คำพูดของพวกเขาทำเอาเถ้าแก่อวี๋แทบจะหลุดขำ ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่

ก็แค่ศิษย์สายโอสถตัวเล็กๆ คนเดียว จะมาผูกขาดตลาดโอสถในฉยงหลินได้ยังไง ในเมื่อมีหอเสินตานของเขาตั้งตระหง่านอยู่ ใครจะกล้าข้ามหน้าข้ามตาเขาไปได้

เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่อวี๋ทำท่าไม่สะทกสะท้าน เถ้าแก่หวังก็รีบใส่ไฟต่อ "โธ่ เถ้าแก่อวี๋ ท่านอย่าได้ดูถูกยัยเด็กนั่นไปเชียว วันนี้นางเริ่มเอาโอสถระดับสามและสี่มาขายแล้วนะขอรับ"

"อะไรนะ?" คราวนี้เถ้าแก่อวี๋เริ่มจะสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว "นางมีโอสถระดับสามและสี่อยู่ในมือด้วยรึ?"

"ใช่แล้วขอรับ แถมยังขายถูกกว่าหอเสินตานตั้งเยอะ คนก็เลยแห่ไปซื้อกันเพียบ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ต่อไปคนคงเลิกมาซื้อโอสถที่หอเสินตานแน่ๆ..."

ปัง!

เถ้าแก่อวี๋หน้าตึง ตบโต๊ะดังปังจนสะดุ้งกันเป็นแถว เขากดคิ้วต่ำ มองทั้งสามคนด้วยสายตาเย็นชา "ที่พวกเจ้าพูดมาเป็นความจริงงั้นรึ?"

"จริงแท้แน่นอนขอรับ ตอนนี้นางก็กำลังตั้งแผงขายอยู่ เถ้าแก่อวี๋มองจากหน้าต่างไปก็เห็นแล้ว"

เถ้าแก่หวังรีบประจบประแจงเดินไปเปิดหน้าต่างบานที่ตรงกับแผงของฉู่กวนจิ้งพอดี

จากมุมสูง เถ้าแก่อวี๋สามารถมองเห็นใบหน้าของฉู่กวนจิ้งและป้ายบอกราคาสินค้าได้อย่างชัดเจน

"ไม่มีใครบอกนางรึว่า การจะขายโอสถระดับสูงต้องมาแจ้งขออนุญาตที่หอเสินตานก่อนน่ะ?"

ทั้งสามคนก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีใครไปบอกฉู่กวนจิ้งหรือเปล่า แต่พวกเขาไม่รังเกียจที่จะทำให้เถ้าแก่อวี๋เกลียดชังฉู่กวนจิ้งมากขึ้นไปอีก

เถ้าแก่หวัง: "มีคนเคยบอกนางแล้วขอรับ แต่นางกลับบอกว่าหอเสินตานจะยิ่งใหญ่อะไรนักหนา โอสถของนาง นางหลอมเอง ทำไมต้องมาขออนุญาตหอเสินตานด้วย..."

"ใช่ๆๆ ตอนนั้นมีคนเอ่ยชื่อเถ้าแก่อวี๋ขึ้นมาขู่นาง นางก็ทำแค่กลอกตาใส่ ไม่เห็นเถ้าแก่อวี๋อยู่ในสายตาเลยสักนิด"

ยิ่งพวกเขาใส่ไฟ สีหน้าของเถ้าแก่อวี๋ก็ยิ่งดำคล้ำ

แต่การที่เถ้าแก่อวี๋สามารถก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของหอเสินตานได้ ย่อมไม่ใช่คนที่จะถูกยุยงด้วยคำพูดพล่อยๆ ของคนพวกนี้ได้ง่ายๆ หรอก

ยิ่งไปกว่านั้น นักหลอมโอสถที่สามารถหลอมโอสถระดับสามได้นั้น ถือเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่ามาก เขาไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับฉู่กวนจิ้ง เขาตั้งใจจะใช้ทั้งพระเดชและพระคุณเพื่อบีบให้ฉู่กวนจิ้งยอมร่วมมือกับเขา

ต้องรู้ไว้ว่านักหลอมโอสถที่สามารถหลอมโอสถระดับสามและยอมร่วมมือกับเขานั้นมีอยู่เพียงหยิบมือเดียว หากสามารถดึงฉู่กวนจิ้งมาร่วมงานได้ เขาก็จะกอบโกยกำไรได้อีกเป็นกอบเป็นกำ

เถ้าแก่อวี๋รับปากส่งๆ ไปเพื่อปัดความรำคาญ พอไล่พวกเถ้าแก่ไร้ประโยชน์ทั้งสามคนไปได้ เขาก็ส่งคนไปที่แผงของฉู่กวนจิ้ง

โอสถระดับสี่ของฉู่กวนจิ้งมีเยอะมาก นอกจากจะขายหน้าร้านแล้ว นางยังเปิดรับผลิตสั่งจองโอสถระดับสี่ล่วงหน้าด้วย ตอนนี้โอสถที่มีอยู่ในมือนางถูกขายออกไปจนเกลี้ยงแล้ว

รวมกับเงินมัดจำล่วงหน้า วันนี้นางทำยอดไปได้เกือบห้าพันตำลึง น่าจะพอไปประมูลทรายดาราอัสนีม่วงที่อยากได้แล้วมั้ง...

ในขณะที่ฉู่กวนจิ้งกำลังคิดคำนวณเงินที่หามาได้อย่างเพลิดเพลิน ชายคนหนึ่งในชุดลูกจ้างของหอเสินตานก็มาหยุดยืนอยู่หน้าแผงของนาง

ชายคนนั้นทำท่าทางวางก้าม ปรายตามองแผงที่ว่างเปล่าของนาง ก่อนจะใช้เท้าเตะผ้าปูสีน้ำเงินเข้มของนางอย่างเหยียดหยาม

ฉู่กวนจิ้งมองเขาด้วยความไม่พอใจ พลางเอ่ยเสียงเย็น "เจ้าคงมีเหตุผลดีๆ ในการทำแบบนี้นะ"

"ใครอนุญาตให้เจ้ามาตั้งแผงขายโอสถระดับสามระดับสี่ที่นี่? ไม่รู้ตัวหรือไงว่าไปเหยียบตาปลาใครเข้า?" ชายคนนั้นเชิดหน้าพูดจาวางโต ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน

ฉู่กวนจิ้งไม่อยากจะเสวนาด้วย รู้สึกว่าถ้าคุยกับคนแบบนี้แล้วจมูกมันจะยื่นตาม

แต่เมื่อเห็นเท้าของเขายังเหยียบอยู่บนผ้าปูแผงของนาง คิ้วของนางก็ขมวดเข้าหากันอย่างรำคาญใจ ในจังหวะที่ชายคนนั้นไม่ทันตั้งตัว นางก็กระชากผ้าปูแผงออกอย่างแรง

ชายคนนั้นเสียการทรงตัว ล้มคะมำหน้าจูบพื้นเข้าอย่างจัง

ฉู่กวนจิ้งปรายตามองเขาแวบหนึ่ง

อืม คราวนี้จมูกไม่ชี้ฟ้าแล้ว ดูเจริญตาขึ้นเยอะเลย

ชายคนนั้นลุกขึ้นมาสบถด่าทอเตรียมจะชี้หน้าด่าฉู่กวนจิ้ง แต่ก็พบว่านางเดินหนีไปไกลแล้ว เขานึกถึงคำสั่งของเถ้าแก่อวี๋ขึ้นมาได้ ก็รีบวิ่งตามไปขวางทางนาง

"ข้าจะบอกอะไรให้นะ ในฉยงหลินเนี่ย ใครจะขายโอสถระดับสูงต้องมาขออนุญาตที่หอเสินตานก่อน เจ้าแอบขายโอสถระดับสูงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ต้องริบเงินรายได้ของเจ้าทั้งหมด"

"ก่อนที่ข้าจะลงไม้ลงมือ ส่งเงินที่เจ้าขายโอสถได้ทั้งหมดมาซะดีๆ"

จบบท

จบบทที่ บทที่ 50 ส่งเงินที่หามาได้ทั้งหมดมาซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว