- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 24 ปราดเปรียวดุจแมวดำ
บทที่ 24 ปราดเปรียวดุจแมวดำ
บทที่ 24 ปราดเปรียวดุจแมวดำ
บทที่ 24 ปราดเปรียวดุจแมวดำ
พร้อมๆ กับที่ระเบิดร่วงหล่นลงมา ร่างที่เคลื่อนไหวไร้ร่องรอยราวกับเงาพรายของฉู่กวนจิ้งก็กระโจนลงมาจากขื่อหลังคา
เป้าหมายของนางชัดเจน นั่นคืออวี้เหลียนที่ยืนขวางอยู่หน้าค่ายกล
นางคำนวณทิศทางอย่างแม่นยำ ในตอนที่ยังไม่มีใครตั้งตัวทันว่านางโผล่มาจากไหน นางก็กระโดดถีบเข้าที่ยอดอกของอวี้เหลียนอย่างจังกลางอากาศ
อวี้เหลียนที่ไม่ทันระวังตัวถูกถีบจนถอยร่นไปหลายก้าว เข้าไปยืนอยู่กลางค่ายกลพอดี
ฉู่กวนจิ้งกะเวลาที่ระเบิดจะทำงาน พลางดีดตัวถอยห่างรักษาระยะ
ไป๋อู๋จิ่งตกตะลึงเมื่อเห็นฉู่กวนจิ้งปรากฏตัวอย่างกะทันหัน เขาไม่คิดว่านางจะยังมีชีวิตอยู่ หนำซ้ำยังกลับมาช่วยพวกเขาอีก
แม้เรื่องบ่มเพาะวิชานางจะไม่ได้เรื่อง แต่อุปนิสัยใจคอนางถือว่าประเสริฐนัก
ความประทับใจที่ไป๋อู๋จิ่งมีต่อฉู่กวนจิ้งพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ส่วนสวี่จื้อหยวน แม้จะเดาไว้แล้วว่าคนที่ระเบิดหลังคาคือนาง แต่เมื่อไม่ได้เห็นตัวก็ยังแอบหวั่นใจ บัดนี้เมื่อเห็นนางปรากฏตัว เขาดีใจและซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเป็นห่วง
อวี้เหลียนที่กลายร่างเป็นปีศาจนั้นแข็งแกร่งมาก การที่นางกลับมาช่วยพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
อู๋อิ้งเสวี่ยและศิษย์สายยันต์อีกสองคนก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าคนที่หนีไปแล้วจะย้อนกลับมา
เพียงแต่พวกเขากลับไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจกับการปรากฏตัวของฉู่กวนจิ้งเลยสักนิด กลับคิดว่านางช่างโง่เขลาสิ้นดี
ผู้บ่มเพาะโอสถอย่างนาง ต่อให้กลับมาจะทำอะไรได้ อย่างมากก็แค่ถ่วงเวลาไปได้นิดหน่อย ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์อะไรเลย
"ข้าอุตส่าห์ใจดีปล่อยเจ้าไปแล้ว เจ้ายังกล้ากลับมาอีกรึ?" อวี้เหลียนจ้องมองฉู่กวนจิ้งที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยความไม่อยากเชื่อ
นางไม่น่าเห็นแก่หน้าอี้เสวียนแล้วปล่อยนางไปแต่แรกเลย
"ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้..."
ยังไม่ทันที่อวี้เหลียนจะพูดจบ จุดที่นางยืนอยู่กลางค่ายกลก็เกิดระเบิดขึ้น
แรงอัดจากการระเบิดนั้นมหาศาลมาก อู๋อิ้งเสวี่ยและศิษย์สายยันต์อีกคนที่อยู่ใกล้ค่ายกลที่สุด ถูกแรงอัดกระแทกจนปลิวไปกระแทกกำแพง
ฉู่กวนจิ้งรู้รัศมีทำลายล้างของระเบิดลูกนี้ดี จุดที่นางยืนอยู่จึงปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน มีเพียงชายเสื้อคลุมที่ถูกแรงลมจากการระเบิดพัดปลิวไสวเล็กน้อยเท่านั้น
ตำแหน่งของไป๋อู๋จิ่งและสวี่จื้อหยวนก็ค่อนข้างปลอดภัย มีเพียงเศษหินกระเด็นมาโดนบ้างเล็กน้อย
ไป๋อู๋จิ่งไม่รู้ว่าแรงระเบิดนี้มาจากไหน แต่สวี่จื้อหยวนที่เคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งเข้าใจทันทีว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับฉู่กวนจิ้งแน่
เขาจำได้ว่าฉู่กวนจิ้งเคยใช้ของที่ดูเหมือนโอสถเพียงเม็ดเดียว ก็ระเบิดปีศาจหมูป่าที่คลุ้มคลั่งจนแหลกละเอียดได้ อานุภาพระดับนั้นอาจจะระเบิดอวี้เหลียนที่กลายร่างเป็นปีศาจจนตายได้เหมือนกัน!
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จุดเดียวกัน รอให้ฝุ่นควันจากการระเบิดจางลง เพื่อดูว่าอวี้เหลียนถูกระเบิดตายแล้วหรือยัง
ดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ
คิ้วของฉู่กวนจิ้งภายใต้เสื้อคลุมขมวดเข้าหากัน นางสัมผัสได้ถึงกระแสลมที่เกรี้ยวกราดพุ่งฝ่าฝุ่นควันตรงเข้ามาหานาง
นางกระโดดหลบอย่างปราดเปรียว และในวินาทีต่อมา พื้นตรงจุดที่นางเพิ่งยืนอยู่ก็ถูกหางแมงป่องฟาดจนเป็นหลุมลึก
เมื่อฝุ่นควันจางหาย อวี้เหลียนก็ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นแทบจะไร้รอยขีดข่วน ระเบิดทำได้แค่ฉีกเสื้อผ้าของนางให้ขาดวิ่นและดูสะบักสะบอมลงเล็กน้อยเท่านั้น
ฉู่กวนจิ้งเดาะลิ้นด้วยความขัดใจ
ไม่นึกเลยว่าระเบิดลูกนี้จะสร้างความเสียหายแก่นางได้น้อยนิดเพียงนี้ กลับไปนางคงต้องหลอมระเบิดที่อานุภาพร้ายแรงกว่านี้เสียแล้ว
แต่โชคดีที่ถึงแม้อวี้เหลียนจะไม่ตาย แต่ค่ายกลที่นางวาดไว้บนพื้นก็ถูกทำลายจนพังพินาศ
นี่ช่วยซื้อเวลาต่อชีวิตให้ฉู่กวนจิ้งและคนอื่นๆ ได้อีกหน่อย
อวี้เหลียนที่โดนฉู่กวนจิ้งระเบิดใส่จนความโกรธแค้นพุ่งทะลุปรอท หันมาโจมตีนางอย่างสุดกำลัง
ทว่าอวี้เหลียนเพิ่งจะกลายร่างเป็นปีศาจได้ไม่นานนัก จึงยังไม่คุ้นชินกับการควบคุมร่างกายใหม่นี้ดี การจะไล่จับฉู่กวนจิ้งที่ปราดเปรียวดุจแมวดำจึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ
การพลาดเป้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้อวี้เหลียนยิ่งคลุ้มคลั่ง
หางแมงป่องของนางฟาดสะเปะสะปะไปทั่วจนบ้านที่ใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่ยิ่งสั่นคลอน
ไป๋อู๋จิ่งและสวี่จื้อหยวนเห็นท่วงท่าอันคล่องแคล่วว่องไวของฉู่กวนจิ้งแล้วก็อดทึ่งไม่ได้
แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องของนาง พวกเขาอาศัยจังหวะที่นางดึงความสนใจของอวี้เหลียนไว้ ลอบพาพวกอู๋อิ้งเสวี่ยที่สลบไสลหลบหนีออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ