- หน้าแรก
- แค่ตบยุงก็ไร้เทียมทาน มหกรรมไล่ทุบยอดนักรบ
- ตอนที่ 24 สังหารในดาบเดียว!
ตอนที่ 24 สังหารในดาบเดียว!
ตอนที่ 24 สังหารในดาบเดียว!
ตอนที่ 24 สังหารในดาบเดียว!
"หัวหน้า มีคนอยู่ข้างหน้าค่ะ!"
ห่างจากหวังต้าลี่ออกไปราวห้าถึงหกร้อยเมตร บนเนินเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง
หญิงสาวผมแดงมองร่างของหวังต้าลี่ผ่านกล้องส่องเล็งของปืนซุ่มยิง เธอหันกลับมาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกับชายวัยกลางคนในชุดต่อสู้สีดำที่อยู่ด้านหลัง
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้นจึงแนบตาเข้ากับกล้องส่องเล็ง
ภายใต้กำลังขยายที่สูงส่งของกล้อง ตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของหวังต้าลี่ซึ่งบ่งบอกถึงสถานะนักรบปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
สีหน้าของชายวัยกลางคนดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
"เป็นนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุด ดูท่าทางแล้วหมอนี่มาไม่ดีแน่ เผลอๆ อาจจะมาดักปล้น!"
"บ้าเอ๊ย ดูลีลาแล้วน่าจะเป็นพวกมือเก๋าด้วยสิ ตรงนี้อยู่พ้นระยะลาดตระเวนของกองกำลังพิทักษ์เมืองพอดี แถมยังเป็นทางผ่านเดียวที่จะกลับเข้าเมืองได้! ถ้ามันฆ่าใครหมกป่าก็ไม่มีใครรู้หรอก!"
"แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะหัวหน้า?"
ใบหน้าของหญิงสาวในชุดแดงเองก็เคร่งเครียดไม่แพ้กันขณะเอ่ยถาม
ชายวัยกลางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาคำหนึ่งอย่างจนใจ
"รอ!"
"ในเมืองสวี่เจียงมีนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุดอยู่ไม่กี่คนหรอก พวกเราไม่ใช่คู่มือของมันแน่ ทำได้แค่รอให้มันล่าถอยไปเอง"
"ได้แต่หวังว่าจะไม่มีคนดวงซวยเดินผ่านมาแถวนี้ก็แล้วกัน"
หลังจากชายวัยกลางคนพูดจบ เขาก็เห็นหญิงสาวผมแดงเงียบไปพร้อมกับทำหน้าบอกบุญไม่รับ
ชายวัยกลางคนมองเธอด้วยความสงสัยแล้วเอ่ยถาม
"มีอะไรเหรอ?"
หญิงสาวผมแดงชี้ไปที่กล้องส่องเล็งพร้อมกับผายมือออกอย่างจนใจ
"หัวหน้าคะ คนดวงซวยที่คุณพูดถึง ปรากฏตัวแล้วล่ะค่ะ..."
"แถมยังเป็นเด็กหนุ่มที่เราเพิ่งเจอกันเมื่อกี้ด้วย..."
...
ยามพลบค่ำ ณ ปลายทางของถนนสายคดเคี้ยว
ร่างสูงโปร่งที่สะพายดาบยาวไว้เบื้องหลังปรากฏตัวขึ้น
เด็กหนุ่มผู้มีนัยน์ตาประกายดาวและคิ้วดุจกระบี่ ร่างกายที่เพรียวบางของเขาถูกอาบไล้ด้วยแสงอัสดง ทอดเงาให้ยืดยาวออกไป
เขาคือหลี่จื่ออวี่ที่กำลังเร่งฝีเท้ากลับมาจากเขตป่าเถื่อนนั่นเอง
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ไม่ได้เลือกที่จะลากซากสัตว์อสูรกลับมาด้วยตัวเอง โดยตั้งใจว่าจะกลับไปหาถังเซวียนเพื่อให้ช่วยติดต่อคนมาจัดการเก็บกู้ให้
"เอ๊ะ ทำไมคนคนนี้ถึงไปนั่งอยู่บนหลังคารถล่ะ? แถมยังขวางทางอีก?"
หลี่จื่ออวี่มองดูหวังต้าลี่ที่นั่งอยู่บนรถออฟโรด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
ถึงอย่างนั้น สิทธิ์ในการนั่งตรงไหนก็เป็นเสรีภาพของผู้อื่น หลี่จื่ออวี่จึงไม่ได้ใส่ใจนัก
เขาเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง เตรียมจะเดินอ้อมไป
แต่พอก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียว เขาก็เห็นหวังต้าลี่ที่นั่งหลับตาอยู่บนหลังคารถออฟโรดลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน สายตาที่แผดเผาจ้องเขม็งมาที่เขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ
"หลี่จื่ออวี่ ในที่สุดแกก็มาถึงสักที ฉันรอแกมาตั้งนานแล้ว!"
พูดจบ หวังต้าลี่ก็หยิบดาบเล่มเขื่องที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมา แล้วชี้ปลายดาบไปทางหลี่จื่ออวี่
"ส่งมอบความลับในตัวแกมาซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิต!"
"อย่าคิดนะว่าแค่ทดสอบปราณโลหิตได้ 5.99 แล้วแกจะหน้าโง่ขัดขืนได้!"
"ฉันคือนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุด มีค่าปราณโลหิต 11 และมีพลังรบถึง 1,300 การฆ่าแกมันก็ง่ายเหมือนเชือดไก่นั่นแหละ!"
ราวกับต้องการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเอง หวังต้าลี่ชี้ไปที่ตราสัญลักษณ์นักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุดบนหน้าอก จากนั้นก็กระทืบเท้าลงอย่างแรง
ตูม!
ซากรถออฟโรดที่เขายืนอยู่ราวกับถูกกดทับด้วยแรงมหาศาล มันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงก่อนจะบิดเบี้ยวและยุบตัวลง
"เห็นไหม? นี่แหละคือพลังของนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุด!"
สีหน้าของหวังต้าลี่ดุดันอำมหิต ใบหน้าเต็มไปด้วยการข่มขู่ขณะที่จ่อปลายดาบเข้าหาหลี่จื่ออวี่ และคืบคลานเข้าไปใกล้เรื่อยๆ
หลี่จื่ออวี่มองดูหวังต้าลี่ที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อหวังต้าลี่เดินเข้ามาใกล้ในระยะสิบเมตร จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาเรียบๆ
"เห็นแล้ว อ่อนแอชะมัด..."
"หึ! ดีที่แกเห็น งั้นก็จงเชื่อฟัง... ห๊ะ?!"
มุมปากของหวังต้าลี่ยกยิ้มขึ้นมาแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความลำพองใจ
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่จื่ออวี่ เขาก็ทำหน้าราวกับคิดว่าตัวเองหูฝาดไป สีหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ
"เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ? ฉันได้ยินไม่ถนัด"
"ฉันบอกว่า..."
สีหน้าของหลี่จื่ออวี่ยังคงเรียบเฉย มือขวาที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวเอื้อมไปด้านหลัง กุมด้ามดาบเอาไว้แน่น
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาทอประกายเจิดจ้าขณะจ้องมองหวังต้าลี่ แล้วชักดาบออกมาในฉับพลัน!
"ฉันบอกว่า นักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุดน่ะมันอ่อนแอชะมัด!!!"
"ดาบวายุ!"
เคร้ง!
ท่อนแขนของหลี่จื่ออวี่ระเบิดพลังออกมากะทันหัน
เคล็ดวิชากระทิงคลั่งขั้นสูง!
ทักษะเพลงดาบขั้นกลาง!
ทักษะท่าร่างขั้นกลาง!
ทักษะการต่อสู้ ดาบวายุ!
ปราณโลหิตในร่างของหลี่จื่ออวี่พลุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ส่งเสียงคำรามกึกก้อง พลังปราณโลหิตทั้งหมดหลอมรวมเข้าสู่วงแขนของเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงมืออย่างสุดกำลัง!
ภายใต้การเสริมพลังจากวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นสูง พลังปราณโลหิตของเขาควบแน่นจนถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว!
ปกติแล้ว เขาสามารถชกหินให้แหลกละเอียดได้ด้วยหมัดเดียว และสามารถสังหารพยัคฆ์ดาบแขนที่มีพลังป้องกันเทียบเท่าเหล็กกล้าได้ในดาบเดียว
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าตอนนี้เขากำลังใช้ดาบ แถมยังเป็นการฟันที่ปลดปล่อยออกมาภายใต้การเสริมพลังของทักษะเพลงดาบขั้นกลาง ทักษะท่าร่างขั้นกลาง และเคล็ดวิชากระทิงคลั่งขั้นสูง!
แม้แต่ตัวหลี่จื่ออวี่เองก็ยังไม่รู้เลยว่า อานุภาพของดาบนี้มันบรรลุไปถึงระดับไหนแล้ว
ฟุ่บ!
ขณะที่ประกายดาบสว่างวาบดุจสายฟ้าแลบในยามราตรีฟันเข้าใส่หวังต้าลี่ ใบหน้าของหวังต้าลี่ก็เต็มไปด้วยความหวาดผวา ขนกายนกลุกซู่ชันขึ้นมาทันที!
การฟันของหลี่จื่ออวี่ทำให้เขารู้สึกได้เลยว่าไม่อาจหลบพ้น!
หวังต้าลี่รีบยกดาบขึ้นมาเตรียมปัดป้อง
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ยกดาบขึ้นมา เขากลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ลำคอเสียก่อน
จากนั้น เขาก็เห็นรองเท้าบูทคู่หนึ่ง และเหนือรองเท้าคู่นั้นขึ้นไป คือร่างไร้หัวที่กำลังมีเลือดพุ่งกระฉูดออกมา
"นี่... ทำไมมันดูเหมือนรองเท้าของฉันจังเลย?"
"แล้วทำไมฉันถึงมองเห็นรองเท้าตัวเองจากมุมนี้ได้ล่ะ?"
นี่คือความคิดสุดท้ายของหวังต้าลี่ ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบไป
หวังต้าลี่
สิ้นใจ!
"ยาจกชัดๆ! นี่น่ะเหรอนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุด"
บ้าเอ๊ย!
หลี่จื่ออวี่ค้นตัวหวังต้าลี่อยู่พักหนึ่ง
นอกจากอาวุธที่ทำจากอัลลอยด์แอสมาในระดับหนึ่งแล้ว ในกระเป๋าสตางค์ของหมอนี่ก็มีแค่แบงก์ร้อยอยู่ไม่กี่ใบ นอกนั้นว่างเปล่าไปหมด
เขาไม่รู้เลยว่าหวังต้าลี่ใช้ชีวิตรอดมาได้ยังไง เป็นถึงนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแท้ๆ แต่กลับจนกรอบขนาดนี้
หลี่จื่ออวี่ยกเท้าขึ้น เตรียมจะเตะศพของหวังต้าลี่ระบายอารมณ์
แต่พอเงื้อเท้าขึ้นมา เขาก็ชะงักไป
"หืม!? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ปกติฉันไม่ได้เป็นคนขี้หงุดหงิดขนาดนี้นี่นา!"
"ถึงขนาดจะเตะศพคนตายเนี่ยนะ????"
"อย่างน้อยๆ ฉันก็ได้ของที่น่าจะขายได้หลักแสนมาแล้ว ฉันควรจะดีใจสิ แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันฆ่าคนด้วย ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ????"
"แถมกลับรู้สึกอยากจะฆ่าให้มากกว่านี้อีก!!?"
หลี่จื่ออวี่ชะงักงัน ใบหน้าฉายแววประหลาดใจและสับสน
เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ขณะที่หลี่จื่ออวี่กำลังจะหันหลังกลับ จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางหนึ่ง แล้วตวาดเสียงเย็นเยียบ
"ใครน่ะ! ออกมาเดี๋ยวนี้!"