- หน้าแรก
- จัดสรรแต้มคุณสมบัติพาตระกูลผงาดครองใต้หล้า
- บทที่ 175 การเข้าร่วมสมาพันธ์เหยียนคือทางเลือกที่ดี
บทที่ 175 การเข้าร่วมสมาพันธ์เหยียนคือทางเลือกที่ดี
บทที่ 175 การเข้าร่วมสมาพันธ์เหยียนคือทางเลือกที่ดี
ในวินาทีนี้บุรุษวัยกลางคนเอ่ยขึ้นว่า
"ช่างน่าเสียดายนักหากข้าได้กลืนกินมนุษย์เดินดินอีกแสนล้านคนและผู้ฝึกตนสำนักร้อยรบทั้งหมดพละกำลังของข้าคงฟื้นฟูได้รวดเร็วกว่านี้"
"อย่างไรก็ตามคราวนี้ต้องขอบใจเจ้ามากหากเจ้ามิได้มอบสมบัติมากมายและชีพจรวิญญาณระดับต่ำนับร้อยสายข้าคงมิอาจติดตั้งค่ายกลต้องห้ามโลหิตวิญญาณคืนสู่ต้นกำเนิดได้"
"เพื่อเป็นรางวัลข้าจะจัดหาสัตว์อสูรพาหนะจุดสูงสุดขอบเขตกึ่งมหาจักรพรรดิให้แก่เจ้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นบุรุษชุดดำก็เผยสีหน้าปิติยินดี
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์หากมีพาหนะจุดสูงสุดขอบเขตกึ่งมหาจักรพรรดิพละกำลังของข้าจะเพิ่มพูนขึ้นมิมิใช่น้อย"
บุรุษวัยกลางคนบนท้องฟ้าเริ่มร่ายมนตร์อย่างเงียบเชียบพริบตานั้นอักขระหกเหลี่ยมปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา
"มังกรปีศาจโลกันตร์จงออกมา!ผ่านไปนับแสนปีแล้วเจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่?ฮี่ๆๆๆ"
ทว่ากลับมิมีปฏิกิริยาใดๆตอบสนองเลย
สีหน้าของชายวัยกลางคนแปรเปลี่ยนไปเขาเอ่ยอีกครั้งว่า
"มังกรโลกันตร์จงออกมา!"
ยังคงเงียบกริบ
"มังกรโลกันตร์ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
...
"เป็นไปได้อย่างไร?ข้าอุตส่าห์สร้างแดนโลกันตร์ขึ้นมาด้วยความยากลำบาลไฉนมันถึงมิมีการตอบสนอง?เป็นไปมิได้!"
"แดนโลกันตร์มีม่านพลังที่แข็งแกร่งและซ่อนเร้นอย่างยิ่งมันจะหายไปได้อย่างไร?"
ต่อให้เขาจะโง่เพียงใดในตอนนี้เขาก็ดูออกว่ามิแดนโลกันตร์ถูกกวาดล้างไปแล้วก็คงถูกใครบางคนค้นพบและพังทลายม่านพลังเข้าไป
ทว่าเขายังปักใจเชื่อในข้อแรกมากกว่าอย่างไรเสียเขามั่นใจอย่างยิ่งว่ามิมีใครในทวีปเหนือจะพังม่านพลังของเขาได้ต่อให้มหาจักรพรรดิทั้งหมดในทวีปเหนือรวมตัวกันก็ตาม
'ดูท่าเมื่อพละกำลังข้าฟื้นฟูข้าต้องไปที่แดนโลกันตร์อีกครา'
'หลงเอาเทียนเจ้าถึงกับยอมระเบิดตัวเองทำลายกายหยาบของข้าเพื่อให้ข้าบาดเจ็บสาหัสข้าจะให้หลงหยินต้องชดใช้หนี้แค้นนี้และยอมสยบแทบเท้าข้า'
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนแผดร้องโวยวายชายหนุ่มชุดดำถามด้วยความฉงนว่า
"ท่านอาจารย์เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?"
"เย่เฉินวาสนาที่ข้าบอกเจ้าเกิดปัญหาติดขัดเล็กน้อยอาจจะต้องเลื่อนออกไปก่อน"
"ทว่ามิต้องห่วงข้างนอกนั่นมิใช่มีสัตว์เซียนจุดสูงสุดขอบเขตกึ่งมหาจักรพรรดิอยู่รึ?ข้าจะไปจับมันมาให้เจ้าเป็นพาหนะเดี๋ยวนี้"
ทว่าในวินาทีนี้ชายหนุ่มชุดดำกลับลอบแสยะยิ้มที่มิอาจสังเกตเห็น
'เย่เฉินเจ้าครอบครองกายเซียนเก้าหยางอันไร้เทียมทานวินาทีที่เจ้าบรรลุมหาจักรพรรดิร่างกายของเจ้าจะเป็นของข้าฮ่าๆ'
'หากข้ามิมิได้ลอบกดทับกายเซียนเก้าหยางของเจ้าไว้มิให้แก่นแท้รั่วไหลเจ้าคงถูกขุมกำลังใหญ่เหล่านั้นแย่งชิงไปนานแล้ว'
'ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวมู่หลิงยังครอบครองกายเซียนเก้าหยินที่หาได้ยากหากเย่เฉินดูดซับแก่นแท้กายเก้าหยินของจ้าวมู่หลิงมีความเป็นไปได้สูงที่กายเทพหยินหยางในตำนานจะถือกำเนิดขึ้น'
'กายเทพหยินหยาง!ตราบเท่าที่ข้าถัวป๋าอวี่ครอบครองกายเทพหยินหยางข้าย่อมมีหวังแม้กระทั่งการทะยานสู่แดนเทพ'
ในตอนนี้ชายวัยกลางคนบนท้องฟ้าถามว่า
"เย่เฉินข้าสั่งให้เจ้าฝังหนอนกู่พรากวิญญาณแม่ลูกไว้ในร่างจ้าวมู่หลิงความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
เย่เฉินสีหน้าละอายใจ
"ท่านอาจารย์หนอนกู่พรากวิญญาณแม่ลูกขาดการติดต่อดูเหมือนจะมีใครบางคนถอนพิษมันได้แล้วรึ?"
ในวินาทีนี้ถัวป๋าอวี่รู้สึกฉงนนัก
"มิถูกท่าสิ่งนี้คือหนอนกู่พรากวิญญาณแม่ลูกที่ข้าขโมยมาจากท่านพ่อมันจะไร้ผลได้อย่างไร?หลงเจวี๋ยเฉินคือยอดฝีมือขอบเขตมหาจักรพรรดิ ยังมิมิอาจต้านทานมันได้แม้แต่เผ่ามังกรดำทั้งเผ่าก็มิมีปัญญาถอนพิษได้ไฉนทวีปเหนือเล็กๆแห่งนี้จะทำได้?"
"หรือจะมีอารยะระดับสูงที่ทรงพลังกว่าเผ่ามังกรดำอยู่ในทวีปเหนือ?"
ในตอนนี้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของถัวป๋าอวี่กวาดผ่านไปทั่วทั้งรัฐซั่วโจวทว่านอกจากยอดฝีมือกึ่งมหาจักรพรรดิมิเซกี่คนในสำนักร้อยรบแล้วคนอื่นล้วนประดุจมดปลวก
"ช่างเถิดคงเป็นเพราะหนอนกู่ถูกเก็บไว้นานเกินไปจนเสื่อมสภาพเดี๋ยวข้าจะไปทดสอบต่อหน้าพวกกึ่งมหาจักรพรรดิเหล่านั้นเอง"
เมื่อคิดได้ดังนั้นถัวป๋าอวี่กล่าวว่า
"เย่เฉินไปกันเถอะอาจารย์จะพาเจ้าไปสยบพาหนะ"
ในวินาทีนี้เย่เฉินลอบเย้ยหยันในใจ:
'หลี่เติงเฟิงเมื่อเจ้าเห็นข้าบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเทียนกังที่ทะลวงสู่ขอบเขตกึ่งมหาจักรพรรดิข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะมีสีหน้าเช่นไรฮี่ๆ'
'หากมิใช่เพราะนังเด็กโง่จ้าวมู่หลิงเชื่อใจข้าปานนั้นข้าคงมิอาจได้ป้ายบัญชาจักรพรรดิมามากมายปานนี้เมื่อข้าชนะการประมูลโอสถหัวใจจักรพรรดิและบรรลุมหาจักรพรรดิข้าจะถล่มสำนักเทียนกังให้ราบคาบเพื่อตอบแทนความเมตตาของเจ้าฮ่าๆๆ'
'โดยเฉพาะไอ้แก่จ้าวป้าเทียนทั้งที่รู้ดีว่าข้ากับจ้าวมู่หลิงรักกันทว่ากลับดึงดันมิยอมยกลูกสาวให้ข้าเมื่อข้าออกไปได้ข้าจะนอนกับจ้าวมู่หลิงต่อหน้าเจ้าเจ้าจะต้องเป็นพ่อตาข้ามิว่าเจ้าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม'
ในตอนนี้ภายในสำนักร้อยรบเมื่อเห็นแสงสีแดงพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าฟ่งจิ่วพลันขนลุกซู่ลางสังหรณ์มิดีผุดขึ้นในใจ
"เจ้านายข้าสัมผัสได้ถึงความสยดสยองอันยิ่งใหญ่ในเทือกเขาร้อยรบพวกเรารีบไปกันเถิด"
เมื่อได้ยินคำของฟ่งจิ่วสีหน้าของฉินอู๋ก็เคร่งเครียดขึ้น
"เสี่ยวจิ่วย่อมมิเอ่ยวาจาไร้สาระดูท่าเหตุสัตว์อสูรอาละวาดครานี้จะมีผู้อยู่เบื้องหลังจริงๆ"
"ทว่าที่นี่มีมนุษย์เดินดินมากมายปานนี้หากข้าหนีไปเฉยๆแล้วพวกเขาเล่า?"
ฉินอู๋เองเคยถูกนายน้อยฉินเฟิงช่วยออกมาจากโลกมนุษย์จึงรู้ซึ้งถึงความยากลำบากของสามัญชนความเมตตาพลันผุดขึ้นในใจ
"เสี่ยวจิ่วที่นี่มีผู้ฝึกตนและมนุษย์มมากมายหากแม้แต่เจ้ายังรู้สึกว่าอันตรายถ้าพวกเราหนีไปพวกเขามิต้องตายกันหมดหรอกรึ?"
"ทว่าเสี่ยวจิ่วมิต้องห่วงก่อนพวกเราจะออกมาท่านเจ้าสำนักมู่ท่านเจ้าสำนักอู๋จี้และอาวุโสจ้างต่างมอบของวิเศษให้ข้าไว้หากพวกเรายังสู้มิไหวข้าจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากตระกูลทันทีด้วยความสามารถของท่านเจ้าสำนักเขาสามารถมาถึงที่นี่ได้ในพริบตา"
ฉินอู๋ส่งกระแสจิตบอกฟ่งจิ่ว
ในวินาทีนี้ฉินอู๋กล่าวกับจินม่ออวี่อย่างเคร่งขรึมว่า
"เจ้าสำนักจินการศึกใหญ่กำลังจะอุบัติขึ้นในมิมิช้าจงรีบจัดระเบียบศิษย์และมนุษย์รอบด้านให้อพยพออกไปเพื่อมิให้ถูกลูกหลง"
เซี่ยวหั่วหั่วและหลี่เติงเฟิงเองก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่สะท้านฟ้าดินจากเทือกเขาร้อยรบนั่นมิใช่สิ่งที่ขอบเขตกึ่งมหาจักรพรรดิ จะครอบครองได้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือมีมหาจักรพรรดิ ปรากฏกายขึ้นในเทือกเขาร้อยรบและต้องเกี่ยวข้องกับแสงสีแดงนั่นแน่นอน
"ท่านผู้นำข้าสัมผัสได้ว่ามีมหาจักรพรรดิอสูรถือกำเนิดขึ้นในเทือกเขาร้อยรบด้วยพละกำลังของพวกเราคงมิอาจต่อกรกับมหาจักรพรรดิได้พวกเราควรถอยทัพหรือไม่?"
ฉินอู๋ตอบกลับว่า
"พวกเราถอยมิได้หากถอยหนีผู้ฝึกตนสำนักร้อยรบและมนุษย์นับแสนล้านคนย่อมถูกล้างบางสมาพันธ์เหยียนจะมิมิยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด"
จินม่ออวี่ตื้นตันใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคำของฉินอู๋เขาจึงกล่าวว่า
"ผู้นำสมาพันธ์ฉินข้ามิรู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดีข้าเสียใจเพียงว่าตนเองไร้กำลังจะร่วมสู้ไปกับพวกท่านหากสำนักร้อยรบของข้ายังคงอยู่รอดหลังเหตุโกลาหลนี้ข้าจินม่ออวี่จะนำผู้ฝึกตนล้านคนเข้าร่วมสมาพันธ์เหยียนและเป็นสมาชิกในสังกัดแน่นอน"
ฉินอู๋ยิ้มแล้วกล่าวว่า
"ดีเมื่อเจ้าสำนักจินกล่าวเช่นนี้สมาพันธ์เหยียนของพวกเราจะสู้ตายกับตัวตนที่น่าหวาดหวั่นในเทือกเขาร้อยรบเจ้าสำนักจินจงเตรียมตัวเข้าร่วมสมาพันธ์เหยียนเถิด"
ในวินาทีนี้จินม่ออวี่ตกตะลึงกับคำพูดของฉินอู๋ยิ่งนักผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณทารกกล้าท้าทายตัวตนที่น่าสยดสยองในเทือกเขาร้อยรบในขณะที่เขาที่เป็นถึงราชานักบุญกลับสิ้นสูญจิตวิญญาณการต่อสู้ไปเพียงเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนั่น
การมีผู้นำสมาพันธ์เช่นนี้การเข้าร่วมสมาพันธ์เหยียนดูจะเป็นทางเลือกที่ดีจริงๆ
จินม่ออวี่ทอดถอนใจ