เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 669 ตาข่ายฟ้าฟางดิน

บทที่ 669 ตาข่ายฟ้าฟางดิน

บทที่ 669 ตาข่ายฟ้าฟางดิน


กลางอากาศ หมอกโลหิตตลบอบอวล คมดาบกล้าแกร่งดุดัน!

ห้าท่าสยบสมุทร และเพลงดาบซิวหลัว เพลงดาบสองสายที่มีคุณลักษณะเซียนและมารแตกต่างกัน กลับหมุนเวียนได้อย่างอิสระในมือของซูจื่อโม่ เชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งความรู้สึกติดขัดแม้แต่น้อย

ทวนกระแส คลื่นคลั่ง วังวน ระลอกคลื่น

ภูตคร่ำครวญ ธารโลหิต ขุมนรก กระดูกขาว เงามาร ซากศพ...

บนสนามรบ แม้จะมีเพียงซูจื่อโม่คนเดียวกับดาบหนึ่งเล่ม ทว่าในสายตาของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีมากมาย

ราวกับมีคลื่นสมุทรถาโถม คลื่นคลั่งซัดสาดฝั่ง!

ข้างหูดังแว่วเสียงภูตคร่ำครวญ ใต้ฝ่าเท้าทับถมด้วยกระดูกขาว เบื้องหน้ามีเงามารซ้อนทับ ซากศพนับไม่ถ้วนตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากกองเลือด ราวกับนรกเซินหลัว!

นี่ก็คือ 'สภาวะ'!

เมื่อฝึกฝนจนถึงระดับ 'สภาวะ' ก็จะส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจและจิตวิญญาณของผู้ฝึกเทพยุทธ์ ทำให้เบื้องหน้าของผู้คนบังเกิดภาพมายาอันเหลือเชื่อต่างๆ นานา จนหลงเชื่อว่าเป็นความจริง

ในโลกมนุษย์โลกีย์ ยามที่สามัญชนคนธรรมดาได้พบเห็นองค์จักรพรรดิ จะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลจนต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว แท้จริงแล้ว นี่ก็คือการถูกข่มขวัญด้วย 'สภาวะ' ขององค์จักรพรรดินั่นเอง!

ในเวลานี้ บนพื้นดินได้มีซากศพของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีหลายสิบตัวแล้ว!

ภายใต้การปกคลุมของสภาวะดาบอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แมงมุมหมาป่าเจ็ดสีมากมายเพียงแค่เหม่อลอยไปชั่วขณะ ก็จะถูกฟันขาดเป็นสองท่อน โลหิตสีเขียวเข้มเหนียวหนืดไหลทะลักออกมา

โลหิตของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสี ล้วนแฝงไปด้วยพิษร้าย

เมื่อสาดกระเซ็นลงบนผืนปฐพี ต้นหญ้าและใบไม้รอบด้านก็เหี่ยวเฉาลงในพริบตา

ดินโคลนที่เคยชุ่มชื้น ก็เริ่มแห้งผาก มีเกือบจะกลายสภาพเป็นเม็ดทรายและก้อนหินลางๆ!

อสูรสัตว์บางตัวที่หลบหลีกไม่ทัน บนร่างเปรอะเปื้อนโลหิตของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีไปเล็กน้อย ภายในสิบลมหายใจ ก็จะล้มลงขาดใจตาย พิษร้ายแรงปานนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งในใต้หล้า!

ลมปราณเลือดของซูจื่อโม่พลุ่งพล่าน ราวกับเตาหลอมขนาดใหญ่ที่แผดเผาโชติช่วง ไออสูรและหยาดพิษเหล่านี้ ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็ถูกระเหยกลายเป็นความว่างเปล่าไปเสียแล้ว

ชายหนุ่มชุดสีรุ้งได้กลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงไปนานแล้ว

ตรงกันข้ามกับแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีตัวอื่นๆ รูปร่างของเขากลับมีขนาดเล็กที่สุด

ขาทั้งแปดเหยียบย่ำลง ท่วงท่าร่างพลิ้วไหวผิดมนุษย์มนา ความเร็วว่องไวถึงขีดสุด เขาไม่ยอมปะทะอย่างดุดันกับซูจื่อโม่เลยแม้แต่น้อย

"จี๊ จี๊ จี๊!"

ภายในปากของชายหนุ่มชุดสีรุ้ง ส่งเสียงร้องแหลมบาดแก้วหูออกมาเป็นชุด ราวกับกำลังออกคำสั่งกับพรรคพวกที่อยู่รอบด้าน

ภายใต้การนำทัพของเขา แมงมุมหมาป่าเจ็ดสีรอบด้านก็เปลี่ยนค่ายกลอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวว่องไวอย่างน่าทึ่ง พวกมันไม่ต่อสู้แตกหักกับซูจื่อโม่อีกต่อไป แต่พยายามวิ่งวนรอบตัวซูจื่อโม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ในขณะที่แมงมุมหมาป่าเจ็ดสีมากมายกำลังวิ่งวนตัดสลับกันไปมา ส่วนท้องของพวกมันก็พ่นเส้นใยเจ็ดสีออกมาเป็นสาย เข้ารัดพันบนตัวดาบเซวี่ยชุ่ยอย่างต่อเนื่อง

ดาบเซวี่ยชุ่ยมีคมกล้าแกร่งดุดัน เป่าขนร่วงตัดผมขาด เมื่อผสานเข้ากับพลังระเบิดของซูจื่อโม่ ถึงขั้นสามารถฟันอาวุธวิญญาณระดับสุดยอดให้ขาดสะบั้นได้อย่างง่ายดาย!

ทว่าเส้นใยของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีนี้ กลับมีความเหนียวแน่นอย่างเต็มเปี่ยม

เส้นใยแมงมุมอันไร้ที่สิ้นสุดรัดพันอยู่บนดาบเซวี่ยชุ่ย ด้วยคมดาบของตัวดาบ ก็ยังยากที่จะตัดให้ขาดได้

ประกอบกับตัวเส้นใยแมงมุมเองก็แฝงไปด้วยพิษร้ายอยู่แล้ว จึงทำให้แสงวิญญาณบนดาบเซวี่ยชุ่ย ค่อยๆ หม่นหมองลง ประกายเลือดอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง

ซูจื่อโม่พุ่งทะยานโลดแล่นไปทั่วสนามรบ ยังคงไร้ผู้ต่อกร ไม่มีแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีตัวใดสามารถต้านทานความกล้าแกร่งของเขาได้เลย

แต่ผ่านไปไม่นานนัก ดาบเซวี่ยชุ่ยก็จมลึกลงไปในเส้นใยแมงมุมอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้จุดสิ้นสุดเสียแล้ว

ทุกครั้งที่ตวัดดาบ ซูจื่อโม่ล้วนรู้สึกราวกับตกอยู่ในปลักโคลน แรงต้านเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!

ต้องรู้ก่อนว่า ผู้ฝึกเซียนส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นฝ่ายไปยุ่งเกี่ยวกับแมงมุมหมาป่าเจ็ดสี เหตุผลสำคัญก็คือ เส้นใยของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีนั้น สามารถข่มอาวุธวิญญาณของผู้ฝึกเซียนได้อย่างชะงัดนัก

เส้นใยแมงมุมชนิดนี้ ร้ายกาจอย่างถึงที่สุด!

ก็นับว่าโชคดีที่ดาบเซวี่ยชุ่ยเป็นอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภา

หากเปลี่ยนเป็นอาวุธวิญญาณระดับสุดยอดทั่วไป เมื่อถูกเส้นใยแมงมุมอันไร้ที่สิ้นสุดรัดพันและปกคลุมเอาไว้ อาวุธวิญญาณชิ้นนี้ก็คงจะพังทลายไปตั้งนานแล้ว!

ก็เพราะตระหนักถึงจุดนี้ ซูจื่อโม่จึงไม่ยอมงัดค่ายกลกระบี่จูเจ้าออกมาใช้ตั้งแต่ต้นจนจบ

แม้ว่าอานุภาพของค่ายกลกระบี่จะร้ายกาจ แต่ทั้งหมดล้วนเกิดจากการควบแน่นของกระบี่บินระดับสุดยอด

ขอเพียงกระบี่บินเล่มใดเล่มหนึ่งในนั้นเกิดข้อผิดพลาด ค่ายกลกระบี่ทั้งค่ายก็จะไม่อาจหมุนเวียนได้ตามปกติ ได้ไม่คุ้มเสีย

ในความเป็นจริงแล้ว ตลอดระยะเวลายี่สิบปีมานี้ ซูจื่อโม่มักจะคอยขบคิดอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรจึงจะสามารถยกระดับขั้นของกระบี่บินชุดนี้ ให้สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่งได้

ขอเพียงกระบี่บินแต่ละเล่ม มีอานุภาพเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

กระบี่บินทั้งยี่สิบเจ็ดเล่ม เมื่อหลอมรวมเข้าด้วยกัน อานุภาพก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หากควบแน่นกลายเป็นค่ายกลกระบี่จูเจ้า อานุภาพจะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก!

ทว่าบนสนามรบนั้นพลิกผันไปมาในชั่วพริบตา ไม่อนุญาตให้ซูจื่อโม่คิดอะไรมากนัก

แม้ว่าแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีจะตกตายไปกว่าร้อยตัวแล้ว และจำนวนก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น แต่ทว่าดาบเซวี่ยชุ่ย ก็ถูกเส้นใยแมงมุมอันหนาแน่นยุ่บยั่บกักขังเอาไว้จนหมดสิ้นแล้วเช่นกัน

มันแทบจะถูกห่อหุ้มจนกลายเป็นรังไหม ไม่สามารถมองเห็นตัวดาบได้อีกต่อไป

ซูจื่อโม่อับจนหนทาง ทำได้เพียงแค่ปล่อยมือ

ใช่ว่าดาบเซวี่ยชุ่ยจะไม่คมกริบมากพอ เพียงแต่สรรพสิ่งล้วนแพ้ทางกัน นี่คือสัจธรรมที่ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ท่ามกลางฟ้าดิน

"หึหึหึ!"

ชายหนุ่มชุดสีรุ้งหัวเราะออกมาอย่างได้ใจ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงน่าสยดสยองว่า

"เจ้าคิดว่า อาศัยอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาเพียงชิ้นเดียว ก็จะสามารถมาท้าทายความน่าเกรงขามของเผ่าแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีของข้าได้อย่างนั้นหรือ?"

"ความตายของพรรคพวกเหล่านี้ ข้าจะให้เจ้าชดใช้คืนมาให้หมดสิ้น!"

ซูจื่อโม่สูญเสียดาบเซวี่ยชุ่ยไป ทว่าสีหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขาเหยียบอากาศยืนหยัดตระหง่าน แค่นยิ้มเย็นชาเล็กน้อย

"พูดไปพูดมา ก็เป็นแค่ฝูงแมลงหน้าตาอัปลักษณ์ ฆ่าแล้วจะทำไม!"

"เจ้ายังไม่ตระหนักถึงสถานการณ์ของตนเองอีกหรือ?"

ชายหนุ่มชุดสีรุ้งแหงนหน้าหัวเราะลั่น พลางกล่าวว่า "เจ้าได้ตกลงไปในค่ายกลตาข่ายใยเจ็ดสีของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีของข้าแล้ว ตอนนี้เจ้าก็คือนกในกรง ตะพาบในไห เจ้าหนีไม่รอดหรอก!"

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

แมงมุมหมาป่าเจ็ดสีมากมาย ยังคงเคลื่อนที่ไปมาในความว่างเปล่าอย่างต่อเนื่อง พ่นเส้นใยแมงมุมออกมาไม่หยุดหย่อน

โดยไม่รู้ตัว รอบๆ ร่างกายของซูจื่อโม่ เผ่าแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีได้ถักทอตาข่ายแมงมุมขนาดมหึมาขึ้นมาแล้ว เส้นใยแมงมุมอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้จุดสิ้นสุด รัดพันอย่างต่อเนื่องจนแน่นขนัดไร้ช่องโหว่!

และตาข่ายแมงมุมชั้นนี้ ก็ยังคงทวีความหนาขึ้นเรื่อยๆ!

มันตัดขาดเขากับโลกภายนอกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง!

ไม่มีอากาศ ไม่มีพลังวิเศษ

ปิดตายอย่างสมบูรณ์ เขาไม่สามารถดูดซับพลังใดๆ จากโลกภายนอกได้เลย

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เส้นใยแมงมุมเพียงเส้นเดียว ด้วยพละกำลังของเขา ต่อให้ไม่ต้องพึ่งพาอาวุธใดๆ ก็สามารถฉีกให้ขาดได้อย่างง่ายดาย

แต่เมื่อเส้นใยแมงมุมนับร้อยนับพัน หรือแม้กระทั่งนับหมื่นนับแสนเส้นรัดพันเข้าด้วยกันอย่างไม่สิ้นสุด มันก็จะก่อตัวเป็นตาข่ายฟ้าฟางดินที่ไม่อาจดิ้นหลุดได้!

ยิ่งดิ้นรน ก็จะยิ่งถลำลึกลงไป!

"ข้าสามารถสัมผัสได้ว่า ลมปราณเลือดของเจ้านั้นแข็งแกร่งมาก พลุ่งพล่านยิ่งนัก ภายในซุกซ่อนแก่นแท้ชีวิตอันยิ่งใหญ่เอาไว้"

แมงมุมหมาป่าเจ็ดสียิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม พลางกล่าวว่า "เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเอาไว้ แล้วค่อยๆ กลืนกินเลือดของเจ้าทีละนิด! จี๊ จี๊ จี๊ ข้าเชื่อมั่นว่า เลือดของเจ้า จะต้องเอร็ดอร่อยมากเป็นแน่!"

สายตาของซูจื่อโม่เยือกเย็นยะเยือก เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"อยากดื่มเลือดของข้างั้นหรือ? เกรงว่าเจ้าคงไม่มีวาสนาถึงเพียงนั้น!"

"เก็บตาข่าย!" ชายหนุ่มชุดสีรุ้งตะโกนก้อง

อี๊ดอ๊าด กรอดกรอด!

ตาข่ายแมงมุมขนาดมหึมาขยุกขยิก ก่อนจะเริ่มหดตัวลง

ตาข่ายแมงมุมนี้ดูเหมือนจะมีสีสันสดใสละลานตา ทว่ากลับเต็มไปด้วยจิตสังหาร แอบแฝงไปด้วยพิษร้าย!

รอบๆ ร่างกายของซูจื่อโม่ ตลบอบอวลไปด้วยไออสูรสีแดงชาดอันทรงพลังและหนาแน่น แต่ทว่าเมื่อถูกตาข่ายแมงมุมเจ็ดสีนี้ปกคลุมเข้ามา ไออสูรกลับส่งเสียงดัง 'ซี่ซี่' ออกมาเป็นระลอก!

"น่าสนใจดีนี่"

นัยน์ตาของซูจื่อโม่ทอประกายวูบวาบ เขาพึมพำออกมาเบาๆ

ต้องรู้ก่อนว่า เขาฝึกฝนคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร แม้จะฝึกฝนเพียงแค่บทหลอมรวมแก่นทอง แต่ไออสูรของเขานั้น ก็สามารถต้านทานการโจมตีส่วนใหญ่ได้แล้ว

คิดไม่ถึงเลยว่า ตาข่ายแมงมุมของแมงมุมหมาป่าเจ็ดสีนี้ จะสามารถกัดกร่อนไออสูรของเขาไปได้!

เผ่าพันธุ์ที่สามารถยึดครองเขตแดนอสูรใหญ่แห่งหนึ่งได้ ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

แต่ก็เฉกเช่นเดียวกับที่ตาข่ายแมงมุมเจ็ดสีสะกดข่มดาบเซวี่ยชุ่ย สรรพสิ่งในฟ้าดิน ล้วนแต่แพ้ทางกัน!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 669 ตาข่ายฟ้าฟางดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว