- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นบอส แต่หม่ามี้ก็ขี้เกียจเป็นนะ
- บทที่ 30 กระจ่างแล้ว!
บทที่ 30 กระจ่างแล้ว!
บทที่ 30 กระจ่างแล้ว!
บทที่ 30 กระจ่างแล้ว!
ฉู่ฉือเฉินหยิบรูปถ่ายแผ่นนั้นออกมาและพินิจพิเคราะห์รายละเอียดบนนั้นอย่างถี่ถ้วน
จู่ๆ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดโทรออก
เพียงแค่เสียงรอสายดังขึ้นครั้งเดียว ปลายสายก็กดรับ พร้อมกับเสียงผู้ชายพูดภาษาฝรั่งเศสว่า "บอสครับ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"
ฉู่ฉือเฉินหลุบตาลงพลางสั่งการ "ช่วยจัดการเรื่องหนึ่งให้ฉันหน่อย..."
ถ้าเขาเดาไม่ผิด รูปถ่ายใบนี้น่าจะมีที่มาแบบนี้แหละ
บ้านตระกูลเสิ่น
ฉู่เสี่ยวเหมิงมองดูคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าพลางกำตุ๊กตาไดโนเสาร์ในมือแน่น เธอเอ่ยกับฉู่เทียนเย่อย่างไม่พอใจ "นี่พี่ขายหม่ามี้ทิ้งง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ"
"พี่ก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้นะ" ฉู่เทียนเย่พูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ "แต่คุณย่าให้ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้นี่นา"
ฉู่เสี่ยวเหมิง "..."
ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากค่อนขอดฉู่เทียนเย่ เจ้าหนูน้อยก็ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเธอ "น้องสาว คุณย่าบอกว่าที่คฤหาสน์ตระกูลฉู่มีห้องสมุดใหญ่โตมโหฬารที่มีหนังสือเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะ! โดยเฉพาะพวกหนังสือหายากที่มีแค่เล่มเดียวในโลกน่ะ!"
ดวงตาของฉู่เสี่ยวเหมิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
ฉู่เทียนเย่รีบพูดเติมเชื้อไฟ "แถมในห้องสมุดของตระกูลฉู่ยังไม่มีใครเข้าไปกวนด้วย! เพราะคนนอกห้ามเข้าเด็ดขาด แม้แต่คนรับใช้ก็ห้ามเข้า มีแค่หุ่นยนต์ที่คอยปัดฝุ่นทำความสะอาดทุกวันเท่านั้นเอง"
ฉู่เสี่ยวเหมิงลุกพรวดขึ้นมาทันที "ไปกันเถอะ"
ฉู่อวี่และฉู่เทียนเย่ : "ไปไหน"
ฉู่เสี่ยวเหมิงมองหน้าพวกเขาแล้วตอบอย่างขึงขัง "ไปห้องสมุดของหนูไง"
ฉู่อวี่ : ...เดิมทีเขาคิดว่าการต้องเลือกระหว่างคุณย่ากับคุณน้าคนสวยคือสิ่งที่อกตัญญูที่สุดแล้ว แต่ศักดิ์ศรีของน้องล่ะหายไปไหนหมด?
ใครกันนะที่เพิ่งจะบอกว่าจะไม่ทรยศหม่ามี้!
มีลูกอกตัญญูแบบนี้ คุณน้าคนสวยต้องเสียใจมากแน่ๆ พอคิดถึงตอนที่คุณน้าแก่ตัวไปแล้วต้องอยู่คนเดียว แถมแด๊ดดี้ก็ไม่ยอมแต่งงานด้วย มันก็เหลือทางออกแค่ทางเดียวแล้วล่ะ
ฉู่อวี่แอบกำหมัดน้อยๆ ในใจ : โตขึ้นผมจะแต่งงานกับคุณน้าคนสวยเอง!
เจ้าเด็กช่างมโนอย่างฉู่อวี่กำลังเล่นใหญ่ไฟกะพริบอยู่ในหัว
ดังนั้น ตอนที่เด็กน้อยทั้งสามคนไปยืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นรั่วจิงและพูดจาตะกุกตะกักบอกความต้องการของตัวเอง เสิ่นรั่วจิงก็เลิกคิ้วขึ้น "สรุปคือ พวกเธออยากไปอยู่ที่บ้านตระกูลฉู่สินะ"
ฉู่เทียนเย่ : "หม่ามี้ฮะ พอผมได้เงินจากคุณย่ามาแล้ว หม่ามี้ก็จะได้นอนเป็นคุณนายขี้เกียจอยู่บ้านทุกวันเลย ผมจะเลี้ยงดูหม่ามี้ยามแก่เฒ่าเอง! พอได้เงินมาเมื่อไหร่ ผมจะรีบกลับมาหาหม่ามี้ทันทีเลยฮะ!"
ฉู่เสี่ยวเหมิงมองหน้าพี่ชายแล้วเลียนแบบคำพูดของเขา "พอหนูได้หนังสือพวกนั้นมาแล้ว หนูจะรีบกลับมาหาหม่ามี้ทันทีเหมือนกันค่ะ!"
ฉู่อวี่ก้าวออกไปข้างหน้าแล้วกอดแขนของเสิ่นรั่วจิงเอาไว้ "...คุณน้าคนสวยฮะ ผมจะไม่กลับไป ผมจะอยู่ที่นี่กับคุณน้า!"
ฉู่เทียนเย่และฉู่เสี่ยวเหมิง : ???
ไอ้คนทรยศ!
เด็กน้อยทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของเสิ่นรั่วจิงอีกครั้ง แต่กลับพบว่าเธอไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด
แน่นอนว่าเสิ่นรั่วจิงเข้าใจความคิดของเด็กๆ ดี
เพิ่งจะได้เจอหน้าพ่อแท้ๆ ทั้งที มีหรือที่พวกเขาจะไม่อยากไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
ความจริงแล้วเธอไม่ได้ขัดข้องอะไรเลย
เด็กๆ มีอิสระที่จะเลือก
เธอหลุบตาลงมองฉู่อวี่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาในที่สุด "ก็ได้ งั้นพวกเธอสองคนก็ไปเถอะ"
"..."
ถึงแม้คุณนายฉู่จะรู้ว่าฉู่อวี่ไม่ยอมกลับไปและเสิ่นรั่วจิงก็ไม่ได้ไปกับเด็กๆ ด้วย แต่เธอก็ยังต้อนรับขับสู้เด็กน้อยทั้งสองเป็นอย่างดี ถึงขั้นมารับพวกเขาด้วยตัวเองเลยทีเดียว
ฉู่เทียนเย่กับฉู่เสี่ยวเหมิงลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเองมายืนอยู่หน้ารถ พลางส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้ฉู่อวี่
ฉู่เทียนเย่ชูหมัดน้อยๆ ใส่เขา ชิ รอให้ฉันได้มรดกมาก่อนเถอะ ฉันจะกลับมาแย่งหม่ามี้คืน!
สิ่งที่ตอบกลับมายังเขาและฉู่เสี่ยวเหมิงคือสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตาปรานีของฉู่อวี่
หลังจากที่เขาแต่งงานกับคุณน้าคนสวยแล้ว สองคนนี้ก็จะต้องกลายมาเป็นลูกของเขา เขาจะไม่ลดตัวไปทะเลาะกับเด็กหรอก~!
คุณพ่อจำเป็นอย่างฉู่อวี่คิดในใจอย่างเงียบๆ
หลังจากขึ้นรถแล้ว คุณนายเสิ่นก็สวมกอดฉู่เสี่ยวเหมิง
ในที่สุดหลานสาวตัวนุ่มนิ่มของเธอก็กลับมาแล้ว!
คุณนายฉู่ส่งยิ้มให้ "เสี่ยวเหมิง ย่าได้ยินมาว่าหลานชอบสุนัข ย่าก็เลยเตรียมไว้ให้ตัวนึงที่บ้านแล้วนะ กลับไปถึงเดี๋ยวก็จะได้เห็นแล้วล่ะ!"
ดวงตาของฉู่เสี่ยวเหมิงเป็นประกาย "โอเคค่ะ"
ฉู่เทียนเย่กลอกตาไปมา "คุณย่าฮะ แล้วตั้งชื่อให้น้องหมาหรือยังฮะ"
"ยังเลยลูก ย่ารอให้พวกหลานมาตั้งให้อยู่นี่ไง!"
"ผมคิดชื่อออกแล้วฮะ!"
คุณนายฉู่รู้สึกแปลกใจ "คิดออกเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ"
ฉู่เทียนเย่ถอนหายใจ "คุณย่าฮะ ผมกับน้องสาวถูกแด๊ดดี้ทิ้งตั้งแต่เกิด หม่ามี้ต้องทำงานหนักตั้งแต่เช้าตรู่ยันค่ำมืดเพื่อขายแพนเค้ก แต่พวกเราก็ยังยากจนอยู่ดี เวลาที่หม่ามี้กลับบ้านดึกๆ ในบ้านก็มืดตึ๊ดตื๋อ ผมได้แต่หวังว่าจะมีน้องหมาสักตัวมาคอยอยู่เป็นเพื่อนผมกับน้อง..."
มุมปากของคุณนายฉู่กระตุกเบาๆ ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา "ตายายของพวกหลานก็ไม่ได้อยู่บ้านหรอกเหรอ"
...นั่นมันไม่สำคัญสักหน่อย! คุณย่าฮะ วันที่ผมมีความสุขที่สุดคือวันที่ผมได้เจอคุณย่า เพราะงั้นให้น้องหมาชื่อ 'แรกพบ' ได้ไหมฮะ
คุณนายฉู่หลงคารมหวานหูของหลานชายจนพยักหน้าตกลงทันที "ได้สิลูก!"
ดังนั้น เมื่อรถมาถึงบ้านตระกูลฉู่ ฉู่เทียนเย่กับฉู่เสี่ยวเหมิงก็เห็นลูกสุนัขพันธุ์อลาสกันตัวหนึ่งยืนรอพวกเขาอยู่ที่ลานหน้าบ้าน ลูกสุนัขตัวนั้นดูเชื่องมาก มีขนสีขาวปุกปุยยาวสลวย ตัวอ้วนจ้ำม่ำน่ารักน่าชังสุดๆ
ฉู่เทียนเย่ฉีกยิ้มกว้าง :
"แรกพบ มานี่เร็ว!"
"แรกพบ มาให้น้องสาวพี่กอดหน่อยเร๊ว~"
"แรกพบ เจ้าเด็กดื้อ!"
คุณนายฉู่ยืนมองเด็กทั้งสองคนวิ่งเล่นกับลูกสุนัขอย่างสนุกสนานพลางยิ้มตาม แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกตะหงิดๆ ในใจแปลกๆ นะ? -
"ฮัดชิ้ว!"
"ฮัดชิ้ว!"
ระหว่างมื้อค่ำที่บ้านตระกูลเสิ่น ฉู่อวี่จามออกมาติดๆ กันหลายครั้ง
เสิ่นรั่วจิงปรายตามองเขา
"ผมเป็นหวัดฮะ!"
เจ้าหนูน้อยปีนลงจากเก้าอี้ทานข้าว เดินเตาะแตะไปหาเสิ่นรั่วจิง แล้วเอาหน้าผากถูไถกับมือของเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่และเทิดทูน "คุณน้าคนสวยฮะ ผมไม่สบาย คืนนี้ผมขอนอนกับคุณน้าได้ไหมฮะ"
...เธอก็ปกติดีนี่นา
"อ้อ"
ฉู่อวี่ในชุดสูทตัวจิ๋วก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง สงสัยต้องมีใครแอบนินทาเขาอยู่ลับหลังแน่ๆ ถึงได้ทำให้เขาจามบ่อยขนาดนี้ เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนนี้ยังทันไหมถ้าเขาจะไปอาบน้ำเย็นจัดๆ เพื่อแกล้งป่วย?
หางตาของเสิ่นรั่วจิงสังเกตเห็นเจ้าหนูน้อยตักข้าวเข้าปากคำหนึ่ง ตามด้วยซี่โครงหมู ปีกไก่ แล้วก็เนื้อวัว... เจ้าหนูน้อยคนนี้เลือกกินเอาเรื่อง ไม่ยอมกินผักเลย
นิสัยนี้ถอดแบบมาจากเด็กแฝดเป๊ะ... จิตใต้สำนึกสั่งให้เธอคีบผักใบเขียวชิ้นใหญ่ไปวางแหมะลงในชามของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย "กินผักเยอะๆ สิ"
"ถ้าผมกินผักเยอะๆ ผมจะได้นอนกับคุณน้าคนสวยไหมฮะ" ฉู่อวี่เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาเป็นประกาย
...ไม่ได้
ฉู่อวี่หันไปมองจานผักอีกครั้ง "แล้วถ้าผมกินผักจานนี้จนหมด เราจะได้นอนด้วยกันไหมฮะ"
...ก็ยังไม่ได้อยู่ดี
เสิ่นรั่วจิงมองหน้าเขา "ถ้าไม่กินผัก ก็กลับบ้านตระกูลฉู่ไปซะ"
เสิ่นเชี่ยนฮุ่ยทนดูต่อไปไม่ไหวจึงเอ่ยปากอธิบาย "เสี่ยวอวี่ จิงจิงอยากให้หลานกินผักเยอะๆ จะได้โตไวๆ ไงลูก..."
โตไวๆ จะได้แต่งงานกับคุณน้าคนสวย... ฉู่อวี่พยักหน้าหงึกหงัก "ผมเข้าใจแล้วฮะ!"
เขาก้มมองผักใบเขียวในชาม ก่อนจะฝืนใจยัดมันเข้าปากแล้วกลืนลงคอราวกับกำลังกินยาพิษด้วยสีหน้าจำยอม
จิ่งเจิน : "...แอคติ้งยอดเยี่ยมกระเทียมดองไปเลย! เสี่ยวอวี่ กินข้าวเสร็จแล้วเรามาคุยกันหน่อยดีกว่าว่าตอนที่หลานกินยาพิษ เอ๊ย กินผักเมื่อกี้นี้ หลานรู้สึกยังไงบ้าง"
เสิ่นรั่วจิง : "..."
คืนนั้น ฉู่อวี่ฝันประหลาด ในความฝันเขาเหมือนจะกลายร่างเป็นลูกสุนัข... เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นรั่วจิงตื่นแต่เช้ามาฝึกรำไทเก็ก ดื่มด่ำกับชีวิตวัยเกษียณอันแสนสบายของเธอ จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
เธอเหลือบมองหน้าจอและเห็นว่าเป็นสายจากฉู่ฉือเฉิน
เธอกดรับสาย เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของฉู่ฉือเฉินก็ดังขึ้น "คุณเสิ่น ผมสืบเรื่องรูปถ่ายใบนั้นจนกระจ่างแล้วนะ"
สีหน้าของเสิ่นรั่วจิงชะงักไปครู่หนึ่ง "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ"
"เช็กอีเมลสิ ผมส่งข้อความไปให้แล้ว"
เสิ่นรั่วจิงเปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือก่อนจะกดเข้าไปดูอีเมลของเธอ
~