- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นบอส แต่หม่ามี้ก็ขี้เกียจเป็นนะ
- บทที่ 24 เขาไม่ได้นอนทั้งคืนอีกแล้ว
บทที่ 24 เขาไม่ได้นอนทั้งคืนอีกแล้ว
บทที่ 24 เขาไม่ได้นอนทั้งคืนอีกแล้ว
บทที่ 24 เขาไม่ได้นอนทั้งคืนอีกแล้ว
เสิ่นเชี่ยนฮุยหันไปมองเสิ่นรั่วจิง
ลูกสาวของเธอไม่เคยเรียนเครื่องดนตรีพวกนี้เลย ท้ายที่สุดแล้ว คุณนายเสิ่นจะตัดใจยอมเสียเงินเป็นค่าเรียนให้เธอได้อย่างไร?
แต่หลังจากที่เสิ่นเชี่ยนฮุยเริ่มหาเงินได้ เธอก็ส่งเสิ่นรั่วจิงเข้าเรียนคลาสฝึกอบรมเครื่องดนตรีสารพัดชนิด
ทุกครั้ง เสิ่นรั่วจิงจะมีความกระตือรือร้นอยู่แค่สามนาที ไปเรียนได้แค่สองครั้ง แล้วก็กลับมาพร้อมกับท่าทีเบื่อหน่าย "หนูไม่ไปแล้วค่ะ น่าเบื่อจะตาย"
และเสิ่นเชี่ยนฮุยก็ตามใจเธอมาตลอด
อาจกล่าวได้ว่า ชื่อเสียงเรื่อง 'ไร้การศึกษาและไร้ความสามารถ' ของเสิ่นรั่วจิงนั้น เป็นผลมาจากการตามใจจนเสียคนของเสิ่นเชี่ยนฮุยล้วนๆ
แต่เธอก็เคยได้ยินจิงจิงเล่นดนตรีเป็นเพลงอยู่ที่บ้านเวลาเบื่อๆ อยู่บ้างเหมือนกัน
เธอคิดว่ามันไม่ได้แย่ไปกว่าของหลินหว่านหรูเลย! เธอยังแอบสงสัยว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่ามันเพราะกว่าด้วยซ้ำ
ทว่าคนอื่นๆ กลับหัวเราะเยาะ
"เธอจะเล่นอะไรเป็น? เพลงเก็บฝ้ายงั้นเหรอ?"
"ช่างมันเถอะ อย่ามาทำให้หูพวกเราเป็นมลพิษเลย!"
"วันก่อนลูกชายฉันเพิ่งเล่นเพลงกาวอตไป คุณเสิ่นรู้จักไหมคะ?"
"ลูกชายคุณเพิ่งหกขวบไม่ใช่เหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ นี่มันความรู้พื้นฐานเบื้องต้นเลยนะ ถ้าคุณเสิ่นมีความรู้อยู่บ้าง ก็น่าจะเล่นได้ใช่ไหมล่ะ?"
...
ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของทุกคน เสิ่นรั่วจิงก็ยกยิ้มมุมปากแล้วหยัดกายลุกขึ้น เสียงของทุกคนเงียบลงอย่างกะทันหัน จากนั้น—
พวกเขาก็เห็นเธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ และเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ "ขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะคะ"
การแสดงของเธอใช่สิ่งที่จะมาฟังกันเล่นๆ ได้ง่ายๆ หรือไง?
หลังจากเธอเดินออกไป บรรยากาศในงานก็กลับมาอึกทึกอีกครั้ง บางคนก็แค่นเสียงเยาะหยัน
"หนีหน้าไปแล้วสิเนี่ย? เป็นตัวไร้ค่ามาตั้งแต่เด็ก จะเอาอะไรมาเทียบกับคุณหลินที่ทั้งสวยทั้งฉลาดได้ล่ะ?! ถ้าฉันมีลูกสาวแบบนั้น ฉันคงเอาปี๊บคลุมหัว ไม่กล้าสู้หน้าใครแน่ๆ!"
"จริงด้วย กิริยามารยาทก็ทราม นั่นคือวิธีพูดกับผู้ใหญ่เหรอ?"
"ไร้การอบรม หยิ่งยโส ดีแต่หน้าตา!"
นิ้วมือของเสิ่นเชี่ยนฮุยสั่นระริกด้วยความโกรธ ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะสวนกลับ เสียงอันทรงอำนาจก็ดังขึ้น "ลูกสาวฉันก็เล่นเปียโนไม่เป็นเหมือนกัน ทำไม ฉันก็ต้องเอาปี๊บคลุมหัวไม่กล้าสู้หน้าใครด้วยงั้นเหรอ?"
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันทันที
คุณนายฉู่กวาดตามองฝูงชนด้วยใบหน้าเย็นชา "การเรียนเปียโนก็เป็นแค่งานอดิเรกส่วนตัว คนระดับพวกเราจำเป็นต้องพึ่งพาเปียโนเพื่อสร้างชื่อเสียงด้วยหรือไง? ในความเห็นของฉัน คุณเสิ่นดีมาก เธอจริงใจและน่ารัก แถมเรื่องหน้าตา เธอก็กินขาดพวกคุณทุกคนไปไกลลิบ!"
ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรอีก
ทุกคนล้วนอยากประจบประแจงคุณนายหลิน แต่ก็ยิ่งไม่กล้าล่วงเกินคุณนายฉู่ไปมากกว่านี้
หลินหว่านหรูกำหมัดแน่น หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ เธอก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม "ฉันก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเหมือนกันค่ะ"
ณ สวนหลังคฤหาสน์
เสิ่นรั่วจิงเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงและเดินทอดน่องไปรอบๆ บริเวณคฤหาสน์ตระกูลหลิน
เมื่อถึงหัวมุม เธอหันขวับไปและเหลือบเห็นร่างสูงตระหง่านยืนอยู่ตรงมุมข้างหน้า—เขาคือฉู่สือเชิน!
เขาพิงกำแพงอยู่อย่างเงียบๆ ก้มหน้าก้มตาใช้มีดแกะสลักบรรจงสลักบางอย่างลงบนหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์สอย่างพิถีพิถัน เมื่อมองจากด้านข้าง สันจมูกของเขาโด่งเป็นสัน เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ กระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำถูกติดขึ้นมาจนถึงใต้ลูกกระเดือก ทำให้เขาดูเคร่งขรึมตัดขาดจากโลกีย์อย่างสิ้นเชิง
ฉู่อวี่โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังเขาและเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"แด๊ดดี้ เมื่อวานแด๊ดดี้ไม่ได้บอกว่าจะไปหาฉู่เทียนเหย่หรอกเหรอฮะ?"
น้ำเสียงของฉู่สือเชินทุ้มต่ำ "ทรานส์ฟอร์เมอร์สตัวนี้ยังไม่เสร็จ ลูกมีชุดนึงแล้ว พ่อก็ต้องทำเผื่อเขาอีกชุดเหมือนกัน"
"แด๊ดดี้จะสลักชื่อฉู่เทียนเหย่ลงไปเหรอฮะ? CTY? นั่นมันตัวย่อชื่อพินอินของเขาหนิ!"
"อืม"
"แต่เมื่อวานแด๊ดดี้เพิ่งให้บัมเบิลบีเขาไป แล้วฉู่เทียนเหย่ก็ยังไม่ยอมยกโทษให้แด๊ดดี้เลย! หรือว่าเขาจะไม่ชอบตัวนี้ฮะ?"
ฉู่สือเชินเงยหน้าขึ้น "แล้วเขาชอบอะไรล่ะ?"
"ผมไม่รู้ฮะ แต่พวกเราไปถามดูก็ได้!" ฉู่อวี่วิ่งเตาะแตะไปหาเสิ่นรั่วจิง คว้ามือนุ่มๆ ของเธอมาจับไว้ แล้วเอ่ยว่า "คุณน้าคนสวย ช่วยแด๊ดดี้หน่อยสิครับ!"
...
เดิมทีเสิ่นรั่วจิงไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขา
แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นรอยแดงบนมือของฉู่สือเชินที่เกิดจากการเสียดสี การแกะสลักบนพื้นผิวโลหะเป็นงานที่ต้องออกแรงมาก... ใต้ตาของเขายังมีรอยคล้ำจางๆ การสร้างทรานส์ฟอร์เมอร์สด้วยมือเป็นงานที่ต้องใช้เวลามาก นั่นหมายความว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้นอนอีกแล้ว
เสิ่นรั่วจิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น "เขาชอบมากค่ะ"
ฉู่สือเชินพยักหน้าและลงมือแกะสลักต่อ
เมื่อเขาแกะสลักถึงตัวอักษร Y จู่ๆ เสิ่นรั่วจิงก็พูดขึ้น "เขาชอบให้มีวงม้วนๆ ตรงปลายหางของตัว Y ตรงนี้ค่ะ"
ฉู่สือเชินใช้นิ้วทำท่าทาง "แบบนี้เหรอครับ?"
"ไม่ใช่ค่ะ" เสิ่นรั่วจิงก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว และใช้นิ้วมือเรียวยาวลากเส้นบนหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์สของเขา "แบบนี้ต่างหาก"
จังหวะที่เธอชักนิ้วกลับ ปลายนิ้วของเธอก็เผลอไปสัมผัสโดนมือของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
นิ้วของชายหนุ่มเย็นเฉียบ และเขาก็แผ่กลิ่นอายความเย็นชาที่ดูห่างเหินออกมา กลิ่นวานิลลาบนตัวเขาเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย ซึ่งเป็นกลิ่นของครีมอาบน้ำที่เธอชอบเป็นพิเศษ
สีหน้าของเสิ่นรั่วจิงชะงักงัน
ทั้งสามคนไม่มีใครสังเกตเลยว่า ฉากอันกลมเกลียวนี้ถูกหลินหว่านหรูที่ยืนมองอยู่เห็นเข้าเต็มสองตา
เมื่อมองจากระยะไกล พวกเขาดูเหมือนคู่สร้างคู่สมกันจริงๆ ช่างเป็นชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมกับหญิงสาวที่งดงาม
แม้แต่ตัวหลินหว่านหรูเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ใบหน้าของเสิ่นรั่วจิงนั้นงดงามจนน่าตกตะลึง ส่วนฉู่สือเชินก็หล่อเหลาเป็นพิเศษ เมื่อมายืนเคียงคู่กันกลับไม่มีใครโดนรัศมีของอีกฝ่ายกลบเลยแม้แต่น้อย เกิดเป็นภาพลักษณ์ที่ส่งเสริมกันจนโดดเด่นสะดุดตา
หลินหว่านหรูกำหมัดแน่น รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจเมื่อเห็นภาพนั้น เธอโพล่งเดินเข้าไปหา "คุณเสิ่น คุณฉู่คะ ที่ห้องโถงด้านหน้ายังมีโชว์ดีๆ รอให้พวกคุณไปชมอยู่นะคะ!"
เสิ่นรั่วจิงหมุนตัวเดินจากไป
"คุณน้าคนสวย!" ฉู่อวี่โบกมือหยอยๆ "ขากลับอย่าลืมพาผมไปด้วยนะคร้าบ~"
หลินหว่านหรูตกตะลึง!
มือที่กำกระโปรงแน่นขึ้นไปอีก ในอดีตเธอไม่กล้าพูดอะไรกับฉู่สือเชินมากนัก แต่เมื่อนึกถึงตอนที่เขาพูดคุยกับเสิ่นรั่วจิงเมื่อครู่นี้ แม้จะยังคงเย็นชา แต่กลับดูกลมเกลียวกันอย่างน่าประหลาด... หลินหว่านหรูค่อยๆ เอ่ยปาก "สือเชินคะ การปล่อยให้เสี่ยวอวี่ไปกวนใจคุณเสิ่นบ่อยๆ คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันว่าให้เขากลับไปที่ตระกูลฉู่จะดีกว่านะคะ..."
อย่างไรก็ตาม ฉู่สือเชินเอาแต่ก้มหน้าและเมินเฉยต่อเธอ
หลินหว่านหรูยืนเก้ออยู่อย่างนั้น หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เธอก็พูดขึ้นมาลอยๆ อีกครั้ง "สือเชินคะ ฉันขอตัวกลับเข้าไปก่อนนะคะ"
พูดจบ เธอก็หันหลังเตรียมจะจากไป
"คุณหลิน..."
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น หลินหว่านหรูหันกลับมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ แต่แล้วก็เหมือนถูกน้ำเย็นเฉียบสาดเข้าเต็มหน้า "วันหลังอย่าเรียกชื่อฉันโดยตรง พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น"
...
ขอบตาของหลินหว่านหรูแดงเรื่อขึ้นอย่างช้าๆ จู่ๆ เธอก็หันหลังวิ่งออกไปจนตามเสิ่นรั่วจิงทัน
หลินหว่านหรูโพล่งขึ้น "เสิ่นรั่วจิง เธอคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกใช่ไหม ว่าเธอกับฉู่สือเชินอยู่โลกใบเดียวกัน? ฉันจะทำให้เธอเห็นเอง ว่าความแตกต่างระหว่างสามัญชนต่ำต้อยกับชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งอย่างพวกเรามันเป็นยังไง!"
ทันทีที่พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมรอยยิ้ม "คุณแม่คะ วันนี้วันเกิดคุณแม่ หนูเตรียมของขวัญสุดพิเศษไว้ให้ด้วยนะคะ"
เธอยกมือขึ้นตบสองครั้ง
จู่ๆ เสียงดนตรีก็ดังกระหึ่มขึ้นที่ทางเข้า ตามมาด้วยเหล่านักเต้นสำรองที่ร้องรำทำเพลงเดินขบวนกันเข้ามา
ชายร่างสูงโปร่งสง่างาม ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับต้นหยก กำลังเข็นเค้กวันเกิดเข้ามา เขาคือจิ่งเจิน!
เดิมทีเขากำลังส่งยิ้มอ่อนโยนดุจหยกงาม แต่เมื่อเดินเข้ามา นัยน์ตาหงส์ของเขาก็เหลือบไปเห็นเสิ่นเชี่ยนฮุยนั่งอยู่ที่โต๊ะ จากนั้นก็เห็นเสิ่นรั่วจิงยืนอยู่ข้างหลินหว่านหรู
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆ แข็งค้าง
หลินหว่านหรูยิ้มและเอ่ยว่า "ในสมัยก่อน งานเลี้ยงมักจะมีนักแสดงมาแสดงบนเวทีเสมอ คนสมัยใหม่อย่างพวกเราก็ชอบเชิญดาราเล็กๆ มาสร้างสีสันเหมือนกันค่ะ หนูอาจจะเชิญระดับซูเปอร์สตาร์หรือจักรพรรดิแห่งวงการภาพยนตร์มาไม่ได้ แต่พวกดาราปลายแถวแบบนี้มีให้เกลื่อนค่ะแม่ หนูจ้างเขามาทั้งวันเลย แม่จะสั่งให้เขาทำอะไรก็ได้ตามสบายเลยนะคะ!"
พูดจบ เธอก็หันไปมองจิ่งเจินพร้อมรอยยิ้ม "ฉันจำได้ว่าคุณเป็นนักแสดงใช่ไหมคะ? ถ้างั้นทำไมคุณไม่แสดงละครลิงให้ทุกคนดูสักหน่อยล่ะ! ถ้าคุณทำให้แม่ฉันหัวเราะได้ ฉันจะให้ทิปคุณเพิ่มเป็นสองเท่าเลย!"