เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง!

บทที่ 14 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง!

บทที่ 14 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง!


บทที่ 14 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง!

ฉู่เทียนเหย่จูงมือฉู่เสี่ยวเหมิงวิ่งตึกตักไปหาเสิ่นรั่วจิงด้วยความตื่นเต้น ทว่ายังไม่ทันถึงตัว ร่างหนึ่งที่เร็วกว่าเขาก็พุ่งพรวดเข้าไปสวมกอดเสิ่นรั่วจิงไว้แน่น

มือน้อยๆ ของฉู่อวี่กำเสื้อของเสิ่นรั่วจิงไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไป "คุณน้าคนสวย มาหาผมเหรอครับ?"

เสิ่นรั่วจิงประหลาดใจเล็กน้อย "ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"

"ที่นี่บ้านผมครับ!"

เสิ่นรั่วจิงชะงักไปเล็กน้อย เด็กที่เธอช่วยไว้เมื่อวานคือลูกชายของหลินหว่านหรูและฉู่สือเชินงั้นหรือ?

ฉู่เทียนเหย่ที่ช้าไปก้าวหนึ่งถึงกับงุนงง

ที่แท้คุณน้าคนสวยที่ฉู่อวี่พูดถึงก็คือหม่ามี้หรอกเหรอ!

เขารีบดึงฉู่เสี่ยวเหมิงให้แทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างฉู่อวี่และเสิ่นรั่วจิง "หม่ามี้ ผมคิดถึงหม่ามี้ที่สุดเลย! น้องสาวก็คิดถึงหม่ามี้เหมือนกัน!"

เสิ่นรั่วจิงลูบผมหยิกฟูของฉู่เทียนเหย่ ก่อนจะหันไปมองฉู่เสี่ยวเหมิง "เบื่อไหมลูก?"

ฉู่เสี่ยวเหมิงพยักหน้า

เสิ่นรั่วจิงยื่นกระเป๋าเป้ใบเล็กที่สะพายมาให้ "เอ้านี่ ของหนู"

ดวงตาของฉู่เสี่ยวเหมิงเป็นประกาย เธอรับกระเป๋าเป้มากอดไว้แน่น

ฉู่เทียนเหย่อดไม่ได้ที่จะโอ้อวด "หม่ามี้ฮะ เมื่อวานผมหาเงินได้ตั้งล้านนึงแน่ะ..."

ฉู่อวี่ที่ถูกดันออกมาด้านข้างมองดูการหยอกล้อของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความอิจฉา ทว่าเด็กน้อยที่อ่อนไหวง่ายก็สังเกตเห็นท่าทีที่เย็นชาขึ้นมาอย่างกะทันหันของคุณน้าคนสวยเข้าเสียแล้ว

เขาลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเอ่ยถามอย่างจริงใจ "แผลของคุณน้าคนสวยยังเจ็บอยู่ไหมครับ?"

ฉู่เทียนเหย่รีบถามด้วยความร้อนใจทันที "หม่ามี้บาดเจ็บเหรอฮะ?"

ฉู่อวี่อธิบาย "คุณน้าเย็บแผลที่ขาตั้งแปดเข็มเพราะช่วยผมไว้ครับ!"

ฉู่เทียนเหย่รีบประคองแขนของเสิ่นรั่วจิง "หม่ามี้ งั้นอย่ามัวแต่ยืนเลยฮะ ผมประคองหม่ามี้เข้าไปนั่งข้างในนะ!"

ฉู่อวี่ฉวยโอกาสประคองแขนอีกข้างของเสิ่นรั่วจิง "ใช่ครับ คุณน้าคนสวยเดินช้าๆ นะครับ"

เสิ่นรั่วจิงมองแขนของฉู่อวี่ที่ประคองตนเองอยู่ เธอลังเลเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ผลักไสเขาออกไป

แต่ทว่าเธอไม่ได้เดินเข้าไปในบ้าน กลับหันไปมองคุณนายฉู่ที่เดินตามเด็กทั้งสามคนมา

บนใบหน้าของคุณนายฉู่เผยให้เห็นถึงความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย "คุณเสิ่น คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ช่วยฉู่อวี่ไว้จะเป็นคุณ รีบเข้ามาข้างในเถอะค่ะ"

เมื่อเห็นเสิ่นรั่วจิงถูกพวกเด็กแสบห้อมล้อมพาเดินเข้าไปในบ้านตระกูลฉู่ หลินหว่านหรูก็กำหมัดแน่น เล็บจิกทึ้งเข้าไปในเนื้อโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว

ฉู่สือเชินเดินออกจากห้องหนังสือ ขณะกำลังจะลงบันได เขาก็ได้ยินเสียงจอแจดังขึ้น

เขามองลงไปด้านล่างและเห็นเด็กสามคนกำลังล้อมหน้าล้อมหลังเสิ่นรั่วจิงเดินเข้ามาทางประตู

หญิงสาวก้าวเดินอย่างเนิบนาบ ราวกับเธอสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้นมอง แต่เมื่อเห็นฉู่สือเชิน สายตาของเธอก็เมินเฉยไปอย่างเย็นชา

ดวงตาดอกท้อของเธอแฝงไปด้วยความห่างเหิน ไฝสีแดงชาดบนสันจมูกยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์อันเย้ายวนและเย็นชา

ฉู่สือเชินเองก็ละสายตาไปเช่นกัน

"หม่ามี้ นั่งสิฮะ!"

ฉู่เทียนเหย่ประคองเสิ่นรั่วจิงให้นั่งลงบนโซฟา ก่อนจะเลิกขากางเกงของเธอขึ้นโดยพลการ ทันทีที่เห็นบาดแผล เจ้าตัวเล็กก็ถึงกับสูดหายใจเฮือก "หม่ามี้ เจ็บมากไหมฮะ?"

ฉู่เสี่ยวเหมิงเองก็มองเธอด้วยความเป็นห่วง

สายตาของฉู่สือเชินกวาดมองไปและหยุดชะงักลงตามสัญชาตญาณ

บนเรียวขาขาวเนียนไร้ที่ติของหญิงสาว รอยเย็บแผลนั้นดูน่าเกลียดน่ากลัวจนทำให้เขาต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย

น้ำเสียงของเสิ่นรั่วจิงราบเรียบยิ่งนัก "แผลเล็กน้อย ไม่เจ็บหรอก"

หากเป็นคนอื่น คงจะตีไข่ใส่สีความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณไปแล้ว

แต่เธอกลับพูดจาอย่างไม่ใส่ใจ... เธอไม่เหมือนกับคนที่ไร้การศึกษาและเกียจคร้านตามที่ข่าวลือภายนอกกล่าวหาเลยแม้แต่น้อย

ความประทับใจที่คุณนายฉู่มีต่อเธอดีขึ้นมาก หลังจากบอกให้เด็กทั้งสามคนไปเล่นที่อื่น เธอก็เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า "คุณเสิ่น ระหว่างคุณกับสือเชินคงมีเรื่องเข้าใจผิดกัน..."

ขณะที่เธอพูด ฉู่สือเชินก็เดินลงบันไดมาและเดินตรงออกไปข้างนอกโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง

"แด๊ดดี้!" ฉู่เทียนเหย่วิ่งเข้าไปหา เขาชูหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์สในมือขึ้นด้วยความตื่นเต้น "ผมชอบอันนี้มากเลยฮะ!"

สีหน้าของฉู่สือเชินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นของเล่นชิ้นนั้น

ฉู่อวี่เติบโตในเมืองไห่และไม่ได้อยู่เคียงข้างเขา เพื่อชดเชยความอบอุ่นในครอบครัวที่ขาดหายไป เขาซึ่งปกติเป็นคนพูดไม่เก่งจึงลงมือประกอบหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์สตัวนี้ด้วยตัวเองและมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบสี่ขวบของลูก

ฉู่อวี่หวงแหนมันมาตลอดและไม่ยอมให้ใครแตะต้อง

"ไปเอาของเล่นชิ้นอื่นมาให้เขา" ฉู่สือเชินสั่งสาวใช้ ก่อนจะหันไปพูดกับฉู่เทียนเหย่ว่า "หนูน้อย เที่ยวจับของคนอื่นซี้ซั้วไม่ได้นะ"

"ฉู่อวี่ให้ผมยืมเล่นนะ!"

ฉู่เทียนเหย่ตะโกนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเสริมว่า "แด๊ดดี้ ทำไมแด๊ดดี้ถึงให้ของแต่กับฉู่อวี่ ไม่ยอมให้ผมล่ะ?"

ฉู่สือเชินอธิบายอย่างใจเย็น "เพราะของชิ้นนี้มีคุณค่าทางจิตใจ ถ้าเธออยากได้ ก็ควรไปขอให้พ่อของเธอทำให้สิ"

"แด๊ดดี้ของผมก็คือแด๊ดดี้นั่นแหละ..."

ใบหน้าของฉู่สือเชินมืดครึ้มลง "ฉันไม่ใช่ ห้ามเธอเรียกฉันว่าแด๊ดดี้อีก"

จากนั้นเขาก็มองไปที่ฉู่อวี่และสั่งเสียงเฉียบ "ห้ามลูกให้ใครยืมของเล่นชิ้นนี้อีก!"

สาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆ นำหุ่นไอรอนแมนมาเปลี่ยนกับทรานส์ฟอร์เมอร์สในมือของฉู่เทียนเหย่

"..."

ฉู่เทียนเหย่ยืนนิ่งอึ้ง

ม่านน้ำตาบางๆ เอ่องานขึ้นในดวงตากลมโตของเขา

คนอื่น... ที่แท้เขาก็เป็นแค่ 'คนอื่น' ในใจของแด๊ดดี้!

เขารู้สึกเสียใจเหลือเกิน... แต่ลูกผู้ชายหลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตา!

ฉู่เทียนเหย่ปาดน้ำตาทิ้งอย่างแรง กำหมัดน้อยๆ แน่น แล้วตะโกนด้วยความโกรธ "แด๊ดดี้ใจร้าย! ผมเกลียดแด๊ดดี้!"

ฉู่สือเชินยืดตัวตรง ล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง และมองเสิ่นรั่วจิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "คุณเสิ่น ตระกูลฉู่ไม่มีธรรมเนียมเลี้ยงดูเด็กของคนอื่น เชิญคุณพาลูกทั้งสองคนกลับไปเถอะ"

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เขาก็เดินจากไปทันที

คุณนายฉู่อธิบายด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน "คุณเสิ่น คำพูดของสือเชินรุนแรงเกินไป ฉันขอโทษคุณกับเสี่ยวเหย่แทนเขาด้วยนะคะ..."

เมื่อมองดูเสี่ยวเหย่ ผู้ซึ่งไม่เคยเก็บเอาความขุ่นข้องหมองใจที่ได้รับแม้แต่อยู่ในโรงเรียนอนุบาลมาใส่ใจ แต่ตอนนี้กลับดูเศร้าซึมขนาดนี้ หัวใจของเสิ่นรั่วจิงก็ค่อยๆ ดิ่งวูบ

ต่อให้เขาไม่ยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน แต่เด็กๆ ก็เป็นสายเลือดของเขา เขาปฏิบัติกับพวกเขาแตกต่างกันขนาดนี้ได้อย่างไร?

เสิ่นรั่วจิงผุดลุกขึ้นกะทันหัน "เสี่ยวเหย่ เสี่ยวเหมิง กลับกันเถอะ"

พ่อแบบนี้ ไม่มีเสียยังจะดีกว่า!

เธอหยัดกายลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป แต่แล้วร่างเล็กๆ ก็วิ่งเข้ามากอดขาเธอไว้ ฉู่อวี่เงยหน้าขึ้นมอง "คุณน้าคนสวย อย่าไปเลยนะครับ!"

หลินหว่านหรูที่กลับมาพร้อมกับพวกเขารีบเอ่ยขึ้น "เสี่ยวอวี่ อย่าดื้อสิ แด๊ดดี้ของลูกไม่อนุญาตให้คุณเสิ่นกับลูกๆ ของเธอมาเยือนนะ..."

"ถ้างั้นก็ให้คุณน้าคนสวยอยู่ แล้วให้แด๊ดดี้ไปสิ!" ฉู่อวี่กอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ช่างเป็นเด็กอกตัญญูเสียจริง!

หลินหว่านหรูเอ่ยในมาดของเจ้าบ้าน "คุณเสิ่น คุณก็เห็นท่าทีของสือเชินแล้ว หวังว่าคุณจะไม่มารบกวนครอบครัวพ่อแม่ลูกของเราอีกนะคะ..."

เสิ่นรั่วจิงก้มลงมองพร้อมเอ่ยเสียงเย็น "ฉู่อวี่ ปล่อย"

หลินหว่านหรูลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ด้วยคำพูดของฉู่สือเชินเมื่อครู่ เสิ่นรั่วจิงย่อมไม่กล้ามาเหยียบที่นี่อีกแน่นอน และความลับเรื่องเด็กๆ ก็จะถูกปิดตายตลอดไป... ทว่าในจังหวะนั้นเอง—

"ห้ามพาเด็กๆ ไปนะ!"

ฉู่สือโม่ที่เพิ่งตื่นนอนวิ่งกระหืดกระหอบลงมาจากชั้นสองในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง น้ำเสียงของเขาดุดันมาก "เสิ่นรั่วจิง ฉันรู้ว่าตอนเด็กๆ เธอเคยเจอเรื่องเลวร้ายจนกลายเป็นคนป่วยทางจิต แต่เธอจะมาทารุณกรรมลูกสาวของฉัน... ฉู่เสี่ยวเหมิงได้ยังไง? ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!"

เมื่อคืนตัวอย่างดีเอ็นเอถูกส่งไปตรวจช้าเกินไป ตระกูลฉู่ต้องการจัดการเรื่องนี้อย่างเงียบๆ จึงไม่ได้เร่งรัดหน่วยงานตรวจสอบ หากคำนวณตามเวลา ผลตรวจก็ใกล้จะออกแล้ว เขาจึงสวมบทบาทความเป็นพ่อล่วงหน้าไปเสียเลย

เสิ่นรั่วจิงขมวดคิ้ว

ฉู่สือโม่ชี้ไปที่ฉู่เสี่ยวเหมิงแล้วพูดว่า "ดูท่าทางเงียบขรึมของสิ เธอมีปัญหาทางจิตเพราะถูกทารุณกรรมชัดๆ!"

ฉู่เสี่ยวเหมิงทำหน้างง

เธอกอดตุ๊กตาไดโนเสาร์ในอ้อมแขนแน่นและเอ่ยเสียงแผ่ว "หม่ามี้ไม่ได้ทำร้ายหนูสักหน่อย"

ประจวบเหมาะกับที่หมอประจำตระกูลเดินเข้ามาพอดี เมื่อวานเขาได้พาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจร่างกายเด็กทั้งสองคนอย่างละเอียด และตอนนี้ก็มาเพื่อรายงานผลตรวจ

เมื่อฉู่สือโม่เห็นหมอ เขาก็ยิ่งได้ใจ "เสิ่นรั่วจิง ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากยอมรับ แล้วเด็กก็พยายามปกป้องเธอ แต่ไม่เป็นไร หมอหลี่ บอกผลตรวจของฉู่เสี่ยวเหมิงให้เธอฟังหน่อยสิ!"

"...คุณหนูสุขภาพแข็งแรงดีครับ เธอมีปัญหาทางจิตใจนิดหน่อย คือมีอาการหวาดกลัวการเข้าสังคมแบบอ่อนๆ โดยทั่วไปบุคลิกแบบนี้มีสาเหตุมาจากสองประการครับ หนึ่งคือเคยประสบกับเหตุการณ์สะเทือนใจบางอย่าง ทำให้กลัวการพบปะผู้คน ส่วนอีกประการคือมีไอคิวสูงมาก จึงไม่ชอบสุงสิงกับกลุ่มคนที่วุฒิภาวะยังไม่โตเต็มที่"

ฉู่สือโม่ละเลยความเป็นไปได้ข้อที่สองไปโดยสิ้นเชิง "แล้วเธอเจอเรื่องสะเทือนใจอะไรมาล่ะ?"

หมอหลี่ "คุณหนูเข้าข่ายในกรณีที่สองครับ"

ฉู่สือโม่อึ้งไป

เขาประหลาดใจ ตื่นตะลึง และตื่นเต้นสุดขีด นี่เขาให้กำเนิดอัจฉริยะไอคิวสูงงั้นหรือ?

ทว่าคุณนายฉู่กลับหันขวับไปสบตากับพ่อบ้านที่อยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าตอนที่ฉู่สือเชินยังเด็ก เขาพูดได้ช้ากว่าปกติ หลังจากไปพบหมอ เขาก็ถูกวินิจฉัยว่ามีไอคิวสูงลิ่ว ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้นำรุ่นต่อไปทันทีและส่งตัวไปฝึกฝนอย่างลับๆ ในต่างประเทศ

เธอมองไปที่เสิ่นรั่วจิงอีกครั้งและกระซิบกับพ่อบ้าน "ไปที่ห้องของสือเชิน หาที่โกนหนวดในห้องน้ำ แล้วเอาไปตรวจดีเอ็นเอโดยตรงอีกครั้ง"

หากระบุว่าเป็นหลานชายของฉู่สือโม่ และยังมีลูกนอกสมรสอยู่ในตระกูลอีก ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฟันธงว่าเป็นลูกของใคร

การนำตัวอย่างของฉู่สือเชินไปตรวจโดยตรงจะช่วยประหยัดเวลาและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้อีก!

จบบทที่ บทที่ 14 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว