บทที่ 28: ผี
บทที่ 28: ผี
บทที่ 28: ผี
"สายตาของเจียงอวี่หมายความว่าไงเนี่ย? เขาก็อยากได้ด้วยเหรอ?"
"นี่มันจะกำกวมเกินไปแล้วนะ! เฮ้!"
"พวกคุณสามคน... ตีกันเลย ตีกันเลย!"
"ดูหน้าจ้าวซินสิ ฉันสงสัยว่าเขาก็อยากได้เหมือนกันนะเนี่ย"
จ้าวซินที่กำลังจะอ้าปากบอกว่าตัวเองเป็นได้ทั้งสายหวานและสายดาร์ก เป็นได้ทั้งชายและหญิง ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนบนพื้นก็พอ ทว่าเมื่อเห็นการเผชิญหน้ากันระหว่างคนทั้งสอง เรดาร์ตรวจจับความอันตรายในตัวเขาก็ดังลั่นเตือนภัยขึ้นมาทันที
เขารู้สึกได้เลยว่าถ้าขืนพูดประโยคนั้นออกไป จักรพรรดิแห่งวงการภาพยนตร์จะต้องทุบหัวหมาๆ ของเขาแบะแน่ๆ แงๆ
"ทุกคนดูหน้าตาบิดเบี้ยวของสวีเวยเวยสิ ตลกชะมัด"
"เพราะว่า... นี่ไม่ใช่สิ่งที่หล่อนต้องการหรือไง? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
สวีเวยเวยรับรู้ทุกอย่างเงียบๆ เธอหลุบตาลงซ่อนแววตาริษยาเอาไว้ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ถังเยว่ ไม่ต้องกลัวนะ บนโลกนี้ไม่มีผีร้ายหรอก"
"ถ้าเธอกลัวจริงๆ คืนนี้มานอนห้องฉันไหมล่ะ? คืนนี้ไม่มีภารกิจอะไรมาก เราจะได้คุยเล่นกับทุกคนด้วยกันไง ดีไหม?"
ถังเยว่: ?
เจ๊ ลืมคำเตือนที่เสิ่นซวี่บอกเจ๊ไปแล้วเหรอ?
อย่ามายุ่งกับฉันนะ
"ไม่เป็นไรๆ ฉันง่วงนิดหน่อยน่ะ ขอตัวไปเตรียมตัวนอนก่อนนะ"
เธอโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันแล้วรีบมุดเข้าห้องตัวเองไป
คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร พากันแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง
มีเครื่องรางของเสิ่นซวี่อยู่ คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก... มั้ง?
ส่วนสวีเวยเวยที่ถูก 'ทิ้งให้อยู่คนเดียว' อีกครั้ง ก็ตัวสั่นเทา น้ำตาเอ่อคลอเบ้า
เธอเอียงคอ 45 องศามองกล้องที่มุมห้อง จู่ๆ ก็ส่งยิ้มบางๆ "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังมีทุกคนอยู่ แค่นี้ก็พอแล้ว"
"ทุกคนจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหมคะ?"
ขนตาของเธอยังคงเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา กอปรกับน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้บรรดาแฟนคลับรู้สึกปวดใจจนแทบหายใจไม่ออก
"เวยเวยอย่าร้องไห้นะ พวกเราจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป"
"เวยเวยคือเทวดาที่แสนดีที่สุดในโลก กาลเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง"
สวีเวยเวยเดินเข้าห้อง ปรับอารมณ์ และเปิดโหมด 'ทำงาน'
ในเมื่อคนอื่นพึ่งพาไม่ได้ เธอจะพึ่งพาตัวเองนี่แหละ
กระแสความนิยมต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
สวีเวยเวยเริ่มจากการพาทุกคนไปดูของในกระเป๋าเดินทาง จากนั้นก็เริ่มไลฟ์สดตอนล้างเครื่องสำอาง
ผิวของเธอดีมาก เธอเคยโด่งดังไปทั่วอินเทอร์เน็ตเมื่อหลายปีก่อนด้วยภาพหน้าสดเพียงภาพเดียว ตอนนี้ เธอกำลังแบ่งปันเคล็ดลับการดูแลผิวสำหรับดาราสาวอย่างอ่อนโยน ซึ่งก็ได้รับคำชมมากมาย
"กรี๊ดดดด หน้าสดของเทพธิดาเวยเวยช่างดูอ่อนโยนและสวยงามเหลือเกิน!"
"จริงใจสุดๆ ไม่มีเครื่องสำอางหลงเหลืออยู่เลยจริงๆ สมแล้วที่เป็นเทพธิดาหน้าสด"
"ผ่านไปหลายปี เทพธิดาก็ยังสวยไม่สร่างเลยจริงๆ"
ทว่าท่ามกลางคำชมที่หลั่งไหลเข้ามา จู่ๆ ก็มีคอมเมนต์หนึ่งปรากฏขึ้นด้วยความหวาดกลัว
"เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ในกระจก... มีเงาคนแวบผ่านไปหรือเปล่า?"
"เหมือนจะมีนะ..."
"ไม่หรอก ตาฝาดไปเองแหละ"
"อย่าหลอกตัวเองให้กลัวไปหน่อยเลยน่า นั่นมันเงาของมือเวยเวยต่างหาก"
สวีเวยเวยมองไม่เห็นคอมเมนต์เหล่านั้น และต่อให้เห็น เธอก็คงไม่ใส่ใจ
"ฉันเป็นคนเดียวหรือเปล่าที่สังเกตเห็นว่าคิ้วของเวยเวยขมวดเข้าหากันแม้แต่ตอนที่เธอหลับ?"
"เวยเวยใจดีขนาดนั้น แต่ทุกคนกลับรวมหัวกันรังแกเธอคนเดียว น่าสงสารจัง"
"เรื่องผีร้องไห้อะไรกัน? เงาผียังไม่มีให้เห็นเลยสักตัว"
เมื่อตกดึก ผู้ชมหลายคนก็ออฟไลน์ไปพักผ่อน แต่ไลฟ์สดของสวีเวยเวยก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
แฟนคลับต่างพากันอัดหน้าจอไลฟ์สดเอาไว้ รอคอยที่จะพิสูจน์ว่าเสิ่นซวี่เป็นฝ่ายผิด
เสิ่นซวี่บอกว่าในบ้านหลังนี้มีผีไม่ใช่เหรอ?
พวกเขาจะบันทึกไลฟ์สดตลอดทั้งคืนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลยว่าหล่อนนั่นแหละที่ผิด!
เพื่อจะได้ป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขาทั้งหมดถูกเสิ่นซวี่หลอกเข้าให้แล้ว!
สวีเวยเวยกำลังหลับสนิท จู่ๆ เธอก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
วันนี้อากาศไม่ได้ร้อนสักหน่อย แอร์ของทีมงานได้มาฟรีหรือไง? ทำไมถึงเปิดแรงขนาดนี้?
เธอขมวดคิ้ว พลิกตัว จู่ๆ เสียงร้องไห้ก็ลอยมากระทบโสตประสาท
มันเป็นเสียงร้องของเด็ก ฟังดูแผ่วเบาแต่แหลมเล็ก ดังเป็นห้วงๆ และเริ่มใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมืออันเย็นเฉียบสอดเข้ามาบีบลำคอของเธอ
สวีเวยเวยสะดุ้งตื่น ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความหวาดผวา
วินาทีต่อมา ดวงตาอันน่าเกลียดน่ากลัวคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"กรี๊ดดด!!!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่ว
ตัวบ้าอะไรเนี่ย!
ช่องคอมเมนต์เองก็แทบระเบิด
"เชี่ย เชี่ย!!"
"ตัวบ้าอะไรเนี่ย!"
"ใครบอกว่าไม่มีผีฟะ!!!"
"ฉันจะไม่เชื่อใครอีกแล้ว นี่คือรางวัลสำหรับคนนอนดึกงั้นเหรอ? น่ากลัวเกินไปแล้วโว้ย!"
"เดี๋ยวนะ เหมือนจะมีเงาดำๆ อีกเงาอยู่ข้างผ้าม่านด้วย?"
"กรี๊ดดดด มีกี่ตัวกันเนี่ย! นี่มันรังผีชัดๆ!"
แต่ผู้ชมหลายคนก็ยังคงไม่เชื่อ
"ทุกคนใจเย็นๆ ทีมงานแค่จัดฉากหลอกน่ะ"
"พวกแกเชื่อเสิ่นซวี่จริงๆ เหรอ? ทีมงานมีสคริปต์แปะหราอยู่บนหน้าขนาดนี้ ยังจะไปกลัวอีกได้ยังไง?"
"ทีมงานจัดฉากเหรอ? แต่... ตัวนั้นมัน... ไม่มีเงานะ..."
"กรี๊ดดดด ทีมงาน พวกคุณทำได้ยังไงเนี่ย!"
ทีมงาน: "??"
เหล่าทีมงานหันมองหน้ากันอย่างแข็งทื่อ สายตาประสานเข้ากับ 'ผีปลอม' หน้าตาหน้าเกลียดน่ากลัวที่พวกเขาเตรียมไว้
ขนหัวของพวกเขาลุกซู่ขึ้นมาทันที
พวกเราไม่ได้ทำนะ!
พวกเรายังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยสักนิด!
"ช่วยด้วย!"
เสียงกรีดร้องยังคงดังมาอย่างต่อเนื่อง ปะปนไปกับเสียงร้องไห้อันน่าสยดสยอง ถังเยว่ที่นอนขดตัวม้วนผ้าห่มแน่น โผล่หัวออกมา "เสิ่นซวี่ เธอได้ยินเสียงอะไรไหม?"
เสิ่นซวี่หรี่ตาลง หันหน้าไปมอง และเอ่ยชวน "ออกไปดูไหมล่ะ?"
ถังเยว่ "..."
เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธไหมเนี่ย?
เธอหดคอกลับเข้าไปในผ้าห่ม "ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นหรอก"
เสิ่นซวี่ "ไหนๆ ก็มาแล้ว"
ถังเยว่ "..."
ทั้งสองเดินออกจากห้อง และบังเอิญเจอเข้ากับลู่เจียเหวิน จ้าวซิน เจียงอวี่ และเฉียวเจียถงพอดี
ใบหน้าของจ้าวซินซีดเผือด ทันทีที่เห็นเสิ่นซวี่ เขาก็รีบพุ่งตัวไปหลบอยู่ข้างหลังเธออย่างรวดเร็ว
เขาแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
เดิมทีเขาอยากมาร่วมรายการเรื่องลี้ลับเพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ แต่นี่มันจะเร้าใจเกินไปแล้วโว้ย!
"ปรมาจารย์เสิ่น เกิดอะไรขึ้นครับ?"
วินาทีต่อมา ยังไม่ทันที่เสิ่นซวี่จะได้อ้าปากตอบ สวีเวยเวยก็กรีดร้องและวิ่งเตลิดออกมาจากห้อง ตามมาด้วยกลุ่มควันสีดำอีกหลายกลุ่ม
ภายในกลุ่มควันสีดำแต่ละกลุ่ม เผยให้เห็นร่างของทารกผีที่มีเขี้ยวแหลมคมอย่างลางๆ
ทุกคน: !
ขนหัวของจ้าวซินลุกซู่ "กรี๊ดดด! ผี!"
คอมเมนต์หน้าจอ: กรี๊ดดด!! มีผีจริงๆ ด้วย!!
"เชี่ย เชี่ย เชี่ย! ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย!"
"แถมมีมากกว่าหนึ่งตัวด้วย!"
"เชี่ย เชี่ย ทำไมไม่มีแจ้งเตือนฉากสยองขวัญล่วงหน้าวะ? หนังหัวฉันจะหลุดแล้วนะ แน่ใจนะว่าภาพแบบนี้ออกอากาศได้น่ะ?"
"กรี๊ดดด เทพธิดาเวยเวยตกอยู่ในอันตรายแล้ว!"
ในพริบตา แฮชแท็ก #ความจริง ทารกผี#
#สวีเวยเวยเจอผี# และหัวข้อกับวิดีโอที่กำลังเป็นกระแสก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของฮอตเสิร์ชในหลากหลายแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว
ผีงั้นเหรอ?
มีแต่ผีเท่านั้นแหละที่จะเชื่อ
มนุษย์ค้างคาวหลายคนที่ไม่เชื่อเรื่องงมงายกดเข้ามาดูไลฟ์สดผ่านลิงก์ แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดกับภาพที่เห็นบนหน้าจอจนขนหัวลุก แทบจะหยุดหายใจไปตามๆ กัน
"ผี!!! เสิ่นซวี่!"
เมื่อเห็นเสิ่นซวี่อยู่ท่ามกลางฝูงชน สวีเวยเวยก็ราวกับเห็นพระผู้ช่วยให้รอด เธอชี้ไปที่ฝูงผีตรงหน้าและกรีดร้องด้วยความหวาดผวา "ช่วยด้วย! เสิ่นซวี่ รีบช่วยฉันด้วย!"
"กรี๊ดดด เวยเวยตกอยู่ในอันตรายแล้ว"
"ทำไมเสิ่นซวี่ถึงยังไม่ขยับตัวอีกล่ะ? หล่อนคงไม่ผูกใจเจ็บที่เวยเวยไม่ยอมเชื่อ แล้วปล่อยให้เวยเวยตายไปต่อหน้าต่อตาหรอกนะ?"
"บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย เสิ่นซวี่ยังมีความเป็นคนอยู่บ้างไหมเนี่ย?"
"แฟนคลับของสวีเวยเวย ไสหัวไปให้พ้นเลย ไอดอลของพวกแกเชื่อในวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หรือไง? แล้วตอนนี้จะมากลัวอะไรล่ะ?"
"แกว่งเท้าหาเสี้ยนเองแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ ตอนนี้จะมาโทษคนอื่นที่ไม่ยอมช่วยงั้นเหรอ?"