- หน้าแรก
- แค่ดูดวงขำๆ ทำไมความลับชาวบ้านถึงแตกกระจายได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 19 เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า?
บทที่ 19 เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า?
บทที่ 19 เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า?
บทที่ 19 เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า?
การบันทึกเทปรายการ ‘ความจริง’ ตอนแรกเริ่มต้นขึ้นที่เมืองอวิ๋น
เมื่อเสิ่นซวี่เดินทางมาถึง แขกรับเชิญส่วนใหญ่ก็มาถึงสถานที่ถ่ายทำกันเกือบหมดแล้ว
ทันทีที่การถ่ายทอดสดเริ่มขึ้น แฟนคลับจากกลุ่มต่างๆ ก็แห่กันเข้ามาดูไลฟ์สดอย่างรวดเร็ว
คนแรกที่ปรากฏตัวคือ ถังอี้ แม้เธอจะเริ่มต้นจากการเป็นเน็ตไอดอล แต่เว็บดราม่าฟอร์มเล็กหลายเรื่องที่เธอเพิ่งร่วมแสดงก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูหวานอมเปรี้ยวและน่ารักสดใส ทำให้เธอได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมเป็นอย่างมาก
"กรี๊ดดดด ยัยหนูน่ารักคนนี้มาจากไหนเนี่ย!"
"น่ารักจังเลย! หวานเจี๊ยบสุดๆ"
คนที่สองที่ปรากฏตัวคือ จ้าวซิน ขาประจำรายการวาไรตี้ ตามมาด้วยเสิ่นซวี่
กล้องแพนไปที่เธอ ซึ่งเดินออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำจับคู่กับกางเกงยีนส์สีเทาขาดเข่า
รูปร่างของเธอสูงโปร่ง ผิวขาวราวกับหิมะ และชุดสีเข้มก็ยิ่งขับให้ผิวของเธอออร่าจับมากขึ้นไปอีก
เครื่องหน้าของเธอสวยคมงดงามไร้ที่ติ แม้จะอยู่ในชุดเรียบง่าย แต่เธอก็มีความงามที่ทำให้ผู้คนแทบไม่กล้าสบตาตรงๆ
ช่องคอมเมนต์ในไลฟ์สดเดือดพล่านขึ้นมาทันที
"พระเจ้าช่วย!!!! พี่สาวนางฟ้า!!!!"
"ใบหน้านี้ ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีก!"
"ความสวยระดับเทพเจ้าโจมตีแล้ว!"
"ผู้กำกับ ฉันขอถอนคำด่าทั้งหมด ถ้าคุณหาหญิงสาวสวยๆ แบบนี้เข้าวงการบันเทิงได้ รับรองว่าคุณจะทำอะไรก็รุ่ง!"
"แต่ทำไมพี่สาวคนสวยถึงไม่มีเข็มทิศล่ะ? ภาพลักษณ์เริ่มหลุดแล้วหรือเปล่าเนี่ย?"
"ยังไงซะเธอก็ต้องเดบิวต์อยู่ดีแหละ การเป็นนักพรตเต๋ามันก็แค่ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาเท่านั้นแหละน่า"
หลังจากเธอปรากฏตัว ลู่เจียเหวิน นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งก็ก้าวออกมา
เขามาจากวงบอยแบนด์ และละครไอดอลย้อนยุคที่เขาเพิ่งนำแสดงก็ฮิตถล่มทลาย ดันให้เขากลายเป็นดาราที่มีกระแสความนิยมพุ่งปรี๊ด
ช่องคอมเมนต์ยิ่งคึกคักมากขึ้นไปอีก
สายตาของเสิ่นซวี่กวาดมองเขา
แขกรับเชิญที่ลัวหยานหามานั้นดูดีกว่าพวกที่เธอเห็นในรายการนั้นเมื่อวันก่อนจริงๆ
อย่างน้อยสองคนแรกที่ปรากฏตัวก็ถือว่าดูดีทีเดียว
แต่เมื่อแขกรับเชิญคนที่ห้าปรากฏตัว คิ้วของเสิ่นซวี่ก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
โหงวเฮ้งของคนคนนี้... น่าสนใจไม่เบาเลย
แขกรับเชิญแต่ละคนมีกล้องและช่องไลฟ์สดแยกเป็นของตัวเอง และผู้ชมหลายคนก็จับสังเกตเห็นสีหน้าของเสิ่นซวี่ที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
"เสิ่นซวี่ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงน่ะ?"
"พี่สาวตอนขมวดคิ้วก็ยังสวย น้ำลายจะไหลแล้วเนี่ย!"
"เสิ่นซวี่คำนวณอะไรบางอย่างได้จริงๆ งั้นเหรอ?"
"ใครๆ ก็ดูออกป่ะ? เฉียวเจียถง คนซวยตัวแม่แห่งวงการบันเทิง เสิ่นซวี่ยังต้องคำนวณอีกเหรอ?"
"ดวงซวยขนาดนี้ ยังกล้ามาออกรายการแบบนี้คนเดียวอีก นับถือความกล้าของเธอเลยจริงๆ..."
เฉียวเจียถงดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาพินิจพิเคราะห์และเต็มไปด้วยความสงสัยของทุกคนผ่านหน้าจอ ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปหมด เธอเหม่อลอยไปชั่วขณะจนเท้าลื่น
ขณะที่เธอกำลังจะล้มคะมำลงไปกองกับพื้น จู่ๆ มือเรียวขาวผ่องข้างหนึ่งก็เอื้อมมาคว้าตัวเธอไว้อย่างมั่นคง
เฉียวเจียถงชะงักไป เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาอันบริสุทธิ์คู่หนึ่ง ก่อนจะรีบยันตัวลุกขึ้นยืน
"ขอบคุณค่ะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ"
เสิ่นซวี่ส่งยิ้มให้เธอ
เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน ปราศจากความรังเกียจเดียดฉันท์ใดๆ
ความตึงเครียดในตอนแรกของเฉียวเจียถงคลายลงไปมาก จากนั้นเธอก็ตั้งสติได้และหันไปทักทายทุกคนทีละคน
โชคดีที่ไม่มีใครแสดงท่าทีรังเกียจที่จะทำให้เธอต้องอับอาย
ถังอี้เอ่ยอย่างกระตือรือร้น "เฉียวเจียถง มานี่เร็วๆ พวกเราสามสาวมายืนด้วยกันดีกว่า"
เฉียวเจียถงพยักหน้ารับและเดินไปยืนรั้งท้ายแถว
ตามแผนเดิมที่วางไว้ ช่วงการเปิดตัวแขกรับเชิญจะเป็นแค่การแนะนำตัวสั้นๆ และรวดเร็ว แต่จนป่านนี้ แขกรับเชิญคนต่อไปที่ต้องปรากฏตัวก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
ลัวหยานขมวดคิ้ว "สวีเวยเวยอยู่ไหน"
ผู้ช่วยผู้กำกับกระซิบตอบ "เราเร่งเธอไปหลายรอบแล้วครับ แต่ผู้ช่วยของเธอบอกว่าหน้าผมของเธอยังไม่ค่อยเป๊ะเท่าไหร่ เลยขอเวลาเตรียมตัวอีกนิด เธอเสนอให้แขกรับเชิญคนอื่นออกไปก่อนครับ"
นอกจากเจียงอวี่แล้ว ยังมีแขกรับเชิญคนไหนเหลืออยู่อีกเหรอ?
ลัวหยาน : "..."
ข้ออ้างช่างฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย
คนในวงการเขาก็รู้ไส้รู้พุงกันหมดนั่นแหละ ใช่ไหมล่ะ?
เขากลอกตาบน "ไม่เชื่อฉันเหรอ? ทันทีที่เจียงอวี่ออกมา หล่อนก็จะพร้อมออกหน้ากล้องทันทีแหละ"
ผู้ช่วยผู้กำกับนิ่งเงียบไป ทั้งสองคนส่งสายตารู้กัน
ลัวหยานโบกมือ "ไม่ต้องรอแล้ว ให้เจียงอวี่ออกไปเลย"
ไม่นานนัก ใบหน้าอันหล่อเหลาก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ไหล่กว้าง เอวสอบ แม้จะอยู่ในชุดเชิ้ตและกางเกงลำลองสบายๆ แต่ก็ไม่อาจปิดบังบารมีอันสูงส่งของเขาได้เลย
ช่องคอมเมนต์ในไลฟ์สดสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งหน้าจอ
"กรี๊ดดดดดด! สามีมมมมม!!!"
"โดนเทพบุตรตกอีกวันแล้ว!"
"หล่อมาก หล่อวัวตายควายล้ม! เครื่องออกซิเจนอยู่ไหน! เครื่องช่วยหายใจอยู่ไหนนนนน!!"
จังหวะนั้นเอง อย่างที่ลัวหยานคาดการณ์ไว้ รถตู้เชิงพาณิชย์อีกคันก็ขับเข้ามาจอด
สวีเวยเวยในชุดราตรีสีขาว ก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม
การแต่งหน้าและทรงผมของเธอดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดวงตาฉ่ำวาว ราวกับดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่เดินได้
แฟนคลับพากันกรีดร้องทันที
"เจ้าแม่มาแล้ว หลีกทางหน่อยเร๊ว!"
"สวยมาก สวยตะลึง สองเทพเจ้าความงามอยู่ในเฟรมเดียวกัน! ย้ำนะ นี่ไม่ใช่พรมแดงนะจ๊ะ!"
"ทำไมรู้สึกเหมือนดูซีรีส์ไอดอลอยู่เลย ใครเข้าใจฟีลนี้บ้าง! กิ่งทองใบหยกชัดๆ!"
"ฉันจะตายเพราะจิ้นคู่นี้แล้วเนี่ย!"
เจียงอวี่ไม่ชอบให้แฟนคลับมาตามควบคุมคอมเมนต์ แฟนคลับของเขาเลยขึ้นชื่อเรื่องความชิล
แต่เมื่อเห็นช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยข้อความอวยที่จ้างมา แม้แต่แฟนคลับที่ชิลที่สุดก็ยังเอือมระอา
นี่พี่สาวกะจะเกาะกระแสขนาดนี้เลยเหรอ?
ทั้งสองคนเดินเข้ามาใกล้ สวีเวยเวยจงใจเดินไปยืนเคียงข้างเจียงอวี่
เธอเผยรอยยิ้มเขินอายแล้วเอ่ยเสียงหวาน "พี่เจียง ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"
"กรี๊ดดดดดดด! เรดาร์ฉันทำงานหนักมาก มีซัมติงแน่ๆ! บรรยากาศมันคลุมเครือเกินไปแล้ว!"
"เธอเรียกเขาว่า 'พี่' ด้วยเหรอ? เจียงอวี่เคยยอมให้ใครเรียกเขาว่า 'พี่' ด้วยเหรอ?"
"หรือว่าสวีเวยเวยกับเจียงอวี่จะเคยมีอดีตรักกันจริงๆ?"
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันขอจิ้นคู่นี้ก่อนเพื่อเป็นการให้เกียรติเลยก็แล้วกัน"
ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยข้อความอวยและฟองสบู่สีชมพูที่สวีเวยเวยจ้างมาล้วนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าเจียงอวี่ตอบกลับไป ทั้งสองคนก็คงได้แต่งงานกันกลางช่องคอมเมนต์แน่ๆ
เธอทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม และต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เจียงอวี่คงไม่กล้าหักหน้าเธอหรอก
สวีเวยเวยคำนวณมาอย่างดี แต่เธอคาดไม่ถึงเลยว่าเจียงอวี่จะไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอด้วยซ้ำ
เขากลับจ้องมองไปที่... สวีเวยเวยมองตามสายตาของเขาไป และเห็นเพียงใบหน้าอันงดงามและเย็นชา
รูม่านตาของเธอหดเกร็งทันที
นั่นมันแขกรับเชิญคนธรรมดานี่? เสิ่นซวี่งั้นเหรอ?
"ซูเปอร์สตาร์รู้จักเสิ่นซวี่ด้วยเหรอ?"
"ดูทำหน้าตกใจขนาดนั้น ไม่น่าจะรู้จักนะ"
"ได้ยินมาว่าซูเปอร์สตาร์ไม่มีเวยป๋อ แถมเรื่องโปรโมตทางสตูดิโอก็เป็นคนจัดการให้หมด เขาคงตกใจมากกว่าที่ปรมาจารย์ในตำนานจะเป็นเด็กสาวอายุน้อยขนาดนี้"
เจียงอวี่ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเสิ่นซวี่หรอก แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนั้น
ที่เขาแปลกใจคือใบหน้านี้ต่างหาก... มันช่างคล้ายคลึง... คล้ายคลึงเหลือเกิน...
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและพินิจพิเคราะห์ของเขา เสิ่นซวี่ก็เงยหน้าขึ้นมอง
เธอจ้องมองใบหน้าที่ดูคุ้นตานี้อยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะนึกขึ้นได้
พี่ชายของเจ้าของร่างเดิมงั้นเหรอ?
ดูเหมือนเขาจะจำเจ้าของร่างเดิมได้ด้วยเหมือนกันสินะ
แต่ว่า... ท้ายที่สุดแล้ว เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมนี่นา
เสิ่นซวี่ที่ไม่เคยเก็บเรื่องอะไรมาใส่ใจ ตอนนี้กลับลังเลเล็กน้อย แววตาของเธอฉายแววสับสน
ในสายตาของเจียงอวี่ มันกลับดูน่ารักน่าชังเสียเหลือเกิน
เขาส่งยิ้มเป็นมิตรให้เธอ ก่อนจะหันไปมองสวีเวยเวยในที่สุด
คิ้วเข้มได้รูปของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่าครับ"
รอยยิ้มอันอ่อนโยนของสวีเวยเวยแข็งค้างอยู่บนใบหน้าทันที
"จักรพรรดิจอเงิน : พี่สาว คุณคือใครเหรอครับ?"
"ฮ่าๆๆ พี่ชายฉันก็แค่เป็นคนโลว์โปรไฟล์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะมาเกาะกระแสได้ง่ายๆ นะจ๊ะ โอเคป่ะ?"
"พวกหน้าม้าที่จ้างมายังจะอวยต่ออีกไหมเนี่ย?"
"พยายามจะเกาะกระแสคนดังเพื่อปั่นกระแสคู่จิ้น แต่สุดท้ายก็โดนตบหน้าแหกกลางงาน อาการอับอายแทนคนอื่นกำเริบอีกแล้วสิฉัน"
"สวีเวยเวยไม่ได้ภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าตัวเองเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์หรอกเหรอ? ที่แท้ก็เป็นยัยชาเขียวจอมเกาะกระแสนี่เอง หึๆ"
"ไม่ค่อยดัง แต่ชอบเกาะกระแสชาวบ้าน หึๆ"
ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยเสียงประณาม และแฟนคลับของสวีเวยเวยก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป
"แฟนคลับจักรพรรดิจอเงิน อย่ามากร่างให้มันมากนักนะ"
"พวกแฟนคลับคู่จิ้นมโนไปเองทั้งนั้น มันไปเกี่ยวอะไรกับเวยเวยของเราด้วย?"
"พวกเขาอยู่ค่ายเดียวกัน เจอกันบ่อยๆ ทักทายกันหน่อยมันผิดตรงไหน?"
สวีเวยเวยรีบอธิบาย "เราเคยเจอกันที่งานเลี้ยงประจำปีของบริษัทค่ะ แล้วเราก็คุยกันอยู่นานเลย แต่... รุ่นพี่คงจะจำไม่ได้แล้ว"
สายตาที่เธอมองเจียงอวี่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย
ทว่าเจียงอวี่กลับเมินเฉยต่อการแสดงละครของเธอ และเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา