เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: ได้โชคลาภ

บทที่ 7: ได้โชคลาภ

บทที่ 7: ได้โชคลาภ


บทที่ 7: ได้โชคลาภ

หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ หลัวเฉิงก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดไปชั่วขณะ

"ท่านอาจารย์ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนครับ? พอดีผมอยู่ข้างนอก ให้ผมไปรับท่านดีไหมครับ?"

เสิ่นซวี่ส่งโลเคชันให้เขา และอีกห้านาทีต่อมา รถเบนท์ลีย์คันหรูก็มารับเธอและแล่นออกไปทันที

เหรินหรง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกปฏิบัติราวกับธาตุอากาศมาตลอด: "..."

"ท่านอาจารย์!"

หลัวเฉิง ชายวัยสี่สิบกว่า ศีรษะล้าน หน้าตาซีดเซียว และมีรอยคล้ำใต้ตา ตอนนี้กำลังมองเสิ่นซวี่ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ทำให้ภาพที่เห็นดูน่าขนลุกไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ตาม

เสิ่นซวี่เบือนหน้าหนีอย่างเงียบๆ หลัวเฉิงถามว่า "ท่านอาจารย์ ตอนนี้เรากำลังจะไปบ้านผมใช่ไหมครับ?"

เสิ่นซวี่พยักหน้า หลัวเฉิงเหลือบมองไปด้านหลังเธออย่างลังเลเล็กน้อย "แล้ว ผมต้องแวะไปซื้อดาบไม้ท้อ เลือดไก่ตัวผู้ หรืออะไรทำนองนั้นไหมครับ?"

ตอนนั้นเองเสิ่นซวี่ถึงเข้าใจความหมายของเขา

"ไม่ต้องหรอก ของพวกนั้นไม่จำเป็น"

ดวงตาของหลัวเฉิงยิ่งเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นขณะที่เขามองเธอ

สมกับเป็นปรมาจารย์ที่สามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงปัญหาของเขาได้เพียงแค่ปรายตามอง ฝีมือของเธอช่างน่าทึ่งจริงๆ

ช่วงนี้หลัวเฉิงถูกต้อนจนแทบจะเสียสติอยู่แล้ว

เมื่อก่อนเวลาเขานอนหลับมักจะไม่ค่อยฝัน แต่ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่จู่ๆ ก็มีชายแก่ท่าทางแปลกประหลาดมักจะมาวิ่งไล่กวดเขาในความฝัน

เขาวิ่งหนี ชายแก่ก็วิ่งตาม เขาวิ่งหนีสุดชีวิต ชายแก่ก็ไล่ตามอย่างไม่ลดละ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาทนไม่ไหว จึงเล่าเรื่องนี้ให้ภรรยาฟัง ภรรยาของเขาลุกพรวดขึ้นมาทันทีแล้วมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ "เป็นไปได้ไหมว่าตอนกลางวันคุณคิดเรื่องอะไร ตอนกลางคืนก็จะเก็บไปฝันแบบนั้นน่ะ?"

"หลัวเฉิง ฉันประเมินคุณต่ำไปจริงๆ ไม่คิดเลยนะว่ารสนิยมคุณจะวิปริตขนาดนี้"

หลัวเฉิง: !?

หลัวเฉิงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หลัวเฉิงอยากจะร้องไห้

เขา ชายชาตรีอกสามศอกผู้สง่าผ่าเผย กลับต้องมาถูกชายแก่แปลกหน้าตามรังควานในความฝันตอนกลางคืน แถมตอนกลางวันยังต้องมาทนรับสายตาเย็นชาจากภรรยาอีก

ภรรยาที่เมื่อก่อนเคยติดเขาแจ กลับเริ่มรังเกียจเขา ถึงขนาดหนีกลับไปอยู่บ้านแม่ ปล่อยให้เขานอนอ้างว้างอยู่ที่นี่คนเดียว... ฮือฮือฮือ

เสิ่นซวี่: "..."

เสิ่นซวี่ฟังเขาบ่นพึมพำมาตลอดทาง พลางยกมือขึ้นถูหูตัวเอง

หลัวเฉิงและฟางซูฮวาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน คฤหาสน์หลังนี้ตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่าและดูอลังการมาก

เสิ่นซวี่เดินเข้าไป สายตาของเธอสะดุดเข้ากับนาฬิกาตั้งพื้นทองคำแท้

หลัวเฉิงเริ่มมีท่าทีประหม่าขึ้นมาทันที "ท่านอาจารย์ มี มีอะไรผิดปกติกับนาฬิกาเรือนนี้หรือเปล่าครับ?"

เสิ่นซวี่ละสายตา "ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ไม่มีปัญหาอะไร"

ก็แค่เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจขโมยได้ง่ายก็เท่านั้นเอง

พูดจบเธอก็เดินขึ้นไปชั้นบน

เมื่อหลัวเฉิงเห็นว่าเธอไม่แม้แต่จะเอ่ยถาม และเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่มีผีสิง ความเลื่อมใสของเขาก็ยิ่งทวีคูณ

เสิ่นซวี่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะชี้ไปที่เตียง "นอนลงสิ"

"หา?"

"ไม่ทำไม่ได้เหรอครับ?"

หลัวเฉิงพยายามต่อรองอย่างระมัดระวัง

เสิ่นซวี่: "ตอนนี้ในห้องไม่มีอะไรหรอก ลองแกล้งหลับดูสิ เผื่อจะล่อเขาออกมาได้"

หลัวเฉิงถึงกับขนลุกซู่

พระเจ้าช่วย! มีอะไรอยู่จริงๆ ด้วย!

เมื่อสบตากับสายตากดดันของเสิ่นซวี่ เขาก็อยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา "ท่านอาจารย์ ท่านจะปกป้องผมใช่ไหมครับ?"

เสิ่นซวี่เร่งเร้า และหลัวเฉิงก็ปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างไม่เต็มใจนัก

ในห้องไม่มีแสงไฟเลย มันมืดสนิท เขากำชายผ้าห่มไว้แน่น เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จู่ๆ ก็มีลมหนาวพัดเข้ามาในห้องนอน

"ท่านอาจารย์ ท่านไม่คิดว่ามันหนาวไปหน่อยเหรอครับ?"

หลังจากหลัวเฉิงพูดจบ รอบตัวก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ใจของเขาร่วงไปอยู่ตาตุ่ม และความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรงก็ก่อตัวขึ้นทันที เขาหันขวับเตรียมจะวิ่งหนี แต่กลับได้ยินเสียง "เพียะ" ซึ่งเป็นเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อ

ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนแผ่วเบาก็ดังขึ้น

เขาไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน จู่ๆ เขาก็กระโดดลงจากเตียง เมื่อเห็นร่างที่อยู่ในมือของเสิ่นซวี่ เขาก็เบิกตากว้างและกรีดร้องออกมา "เขาเอง! ท่านอาจารย์ เขาคือคนที่อยู่ในความฝันของผม!"

"ไอ้แก่บ้า แกตามมารังควานฉันในฝันทั้งๆ ที่อายุอานามก็ปูนนี้แล้ว แกไม่มียางอายบ้างเลยหรือไง!"

หัวของผีชายแก่ยังคงดังวิ้งๆ จากแรงตบของเสิ่นซวี่ แล้วจู่ๆ ก็มาโดนชี้หน้าด่าอีก ทำให้เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม "ข้าก็แก่ปูนนี้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเอ็งติดเงินข้าแล้วไม่ยอมจ่าย เอ็งคิดว่าข้าอยากจะมาหาเอ็งนักหรือไง?"

หลัวเฉิง: ?

ที่แท้ หลังจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี่ เขามาทวงเงินนี่เอง

"ไม่สิ ถ้าอยากได้เงิน ทำไมไม่เปิดปากบอกฉันล่ะ! ทำไมต้องเอาแต่วิ่งไล่กวดฉันด้วย!" หลัวเฉิงแทบจะสติแตกอยู่รอมร่อ

ผีชายแก่เองก็จนปัญญาเช่นกัน

"แล้วมันความผิดใครกันล่ะ? พอข้าอ้าปากจะพูด เอ็งก็ใส่เกียร์หมาโกยแน่บไปแล้ว ข้ายังวิ่งตามไม่ทันเลย" ผีก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะเว้ย

หลัวเฉิง: "..."

สรุปว่าเป็นความผิดฉันเองสินะ

เขามองดูชายแก่บนพื้น แล้วจู่ๆ ก็ขมวดคิ้ว "เดี๋ยวนะ แกเป็นใครกัน? ฉันไปติดหนี้แกตอนไหน?"

หลัวเฉิงทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขาจึงมีธุรกรรมทางการเงินมากมาย แต่ถ้าเขาจะกู้เงิน ก็ต้องกู้จากธนาคาร ไม่ก็ยืมจากเพื่อนสนิทไม่กี่คน

เขาไม่รู้จักคนคนนี้ด้วยซ้ำ!

เมื่อผีชายแก่ได้ยินว่าเขาพยายามจะเบี้ยวหนี้ เขาก็ปล่อยโฮออกมาทันที "ท่านอาจารย์ ดูมันสิ มันใช้ได้ที่ไหน! ขนาดผีมันยังกล้าเบี้ยวหนี้เลย!

ข้าเป็นคนแก่ตัวคนเดียว ตายไปแล้ว แต่ครอบครัวข้ายังต้องใช้เงินก้อนนี้ไปรักษาตัวนะ"

"ท่านอาจารย์ ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้ข้านะ!"

เมื่อหลัวเฉิงเห็นชายแก่ร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพรากทั้งๆ ที่อายุขนาดนี้แล้ว เขาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาบ้าง "ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เลิกกอดท่านอาจารย์แล้วร้องไห้ได้แล้ว ตกลงฉันไปติดหนี้แกได้ยังไง? เล่ามาให้ละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบสิ"

ผีชายแก่ เฉินฉางกั๋ว เดิมทีทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านเกิด ต่อมาหลานชายได้แนะนำให้เขามาทำงานแบกอิฐที่ไซต์ก่อสร้างของหลัวเฉิง วันหนึ่งขณะกำลังทำงาน จู่ๆ เขาก็ก้าวพลาดและพลัดตกลงมาจากนั่งร้าน

เขาตกลงมาตาย

เนื่องจากเหตุเกิดที่ไซต์ก่อสร้าง และหลานชายของเขาซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการได้เข้ามาไกล่เกลี่ย ครอบครัวของเขาจึงได้รับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งล้านหยวน

ครอบครัวของเฉินฉางกั๋วเป็นเพียงชาวนา เงินหนึ่งล้านหยวนก็ถือว่ามากพอสำหรับพวกเขาแล้ว เขาจึงจากไปอย่างสงบ

ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเขากลับมาเยี่ยมบ้านในวันที่เจ็ด (ช่วงเวลาเจ็ดวันแรกหลังความตาย) เพียงแค่เจ็ดวัน ภรรยาของเขากลับซูบผอมลงจนแทบจำไม่ได้

แม่ของเขาก็ล้มหมอนนอนเสื่อ หลังจากจัดงานศพให้เขาเสร็จ ครอบครัวของเขาก็ไม่มีแม้แต่เงินจะไปหาหมอที่โรงพยาบาล ทำได้เพียงไปรับยาพื้นๆ จากคลินิกในหมู่บ้านมากินบรรเทาอาการเท่านั้น

ตอนนั้นเองเขาถึงตระหนักได้ว่า เงินหนึ่งล้านหยวนนั่นเป็นแค่คำพูดลอยๆ เพื่อไล่พวกเขาไปให้พ้นๆ หลังจากผ่านไปเจ็ดวัน ครอบครัวของเขายังไม่ได้รับเงินเลยแม้แต่แดงเดียว

เมื่อหลานชายของเขาไปทวงถาม พวกเขาก็บอกแค่ว่าให้รอไปก่อน

เห็นได้ชัดว่าเป็นการตอบส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง

เฉินฉางกั๋วทั้งร้อนใจและโกรธแค้น เขาจึงคิดจะเข้าไปทวงเงินในความฝันของหลัวเฉิง

"ที่แท้ก็เป็นแกนี่เอง"

เมื่อเขาพูดออกมา หลัวเฉิงก็จำได้เช่นกัน

เป็นความจริงที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ไซต์ก่อสร้างเมื่อไม่นานมานี้

"แต่ว่า เงินหนึ่งล้านหยวนนั่นจ่ายให้ครอบครัวของแกไปเรียบร้อยแล้วนี่นา"

เขากลัวว่าหากครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาสร้างความวุ่นวาย มันจะดูไม่ดี เขาจึงเจาะจงโทรไปสอบถาม และรู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าพวกเขาได้รับเงินแล้ว

"แต่..."

ใบหน้าของเฉินฉางกั๋วบิดเบี้ยว

อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าครอบครัวของเขาไม่ได้รับเงินก้อนนั้นจริงๆ

ในตอนนั้นเอง เสิ่นซวี่ที่เงียบมาตลอดก็ถามหลัวเฉิงขึ้นว่า "คุณมีรูปถ่ายหลานชายของเขาไหม?"

หลัวเฉิงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา "ผมมีรูปในวีแชตโมเมนต์ของเขาครับ"

เมื่อเสิ่นซวี่เห็นรูป เธอก็มั่นใจในข้อสงสัยของตัวเองทันที

"คนคนนี้มีคิ้วที่ยุ่งเหยิง หน้าผากไม่เกลี้ยงเกลา เป็นคนเห็นแก่ตัว โลภมาก ติดเหล้า และผีพนันเข้าสิง เขามีแนวโน้มที่จะมีดวงการเงินที่ย่ำแย่ไปตลอดชีวิต มักจะใช้จ่ายเกินตัวอยู่เสมอ"

แม้ว่าเฉินฉางกั๋วจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ท่านอาจารย์ถึงเริ่มทำนายดวงชะตาให้หลานชายของเขา แต่เขาก็พยักหน้ายอมรับ

พ่อแม่ของหลานชายจากไปตั้งแต่เขายังเด็ก และเขาก็ขาดการอบรมสั่งสอนในวัยเด็ก ทำให้ติดนิสัยแย่ๆ อย่างการดื่มเหล้าและเล่นการพนัน ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการหยิบยืมเงินคนอื่น ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวของภรรยาฝากงานที่ไซต์ก่อสร้างให้ ใครจะรู้ว่าชีวิตของเขาจะตกต่ำไปถึงไหน

เสิ่นซวี่จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง "อย่างไรก็ตาม จู่ๆ คนคนนี้ก็เพิ่งจะมีโชคลาภก้อนใหญ่หล่นทับเมื่อไม่นานมานี้"

จบบทที่ บทที่ 7: ได้โชคลาภ

คัดลอกลิงก์แล้ว