- หน้าแรก
- แค่ดูดวงขำๆ ทำไมความลับชาวบ้านถึงแตกกระจายได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 7: ได้โชคลาภ
บทที่ 7: ได้โชคลาภ
บทที่ 7: ได้โชคลาภ
บทที่ 7: ได้โชคลาภ
หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ หลัวเฉิงก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดไปชั่วขณะ
"ท่านอาจารย์ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนครับ? พอดีผมอยู่ข้างนอก ให้ผมไปรับท่านดีไหมครับ?"
เสิ่นซวี่ส่งโลเคชันให้เขา และอีกห้านาทีต่อมา รถเบนท์ลีย์คันหรูก็มารับเธอและแล่นออกไปทันที
เหรินหรง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกปฏิบัติราวกับธาตุอากาศมาตลอด: "..."
"ท่านอาจารย์!"
หลัวเฉิง ชายวัยสี่สิบกว่า ศีรษะล้าน หน้าตาซีดเซียว และมีรอยคล้ำใต้ตา ตอนนี้กำลังมองเสิ่นซวี่ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ทำให้ภาพที่เห็นดูน่าขนลุกไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ตาม
เสิ่นซวี่เบือนหน้าหนีอย่างเงียบๆ หลัวเฉิงถามว่า "ท่านอาจารย์ ตอนนี้เรากำลังจะไปบ้านผมใช่ไหมครับ?"
เสิ่นซวี่พยักหน้า หลัวเฉิงเหลือบมองไปด้านหลังเธออย่างลังเลเล็กน้อย "แล้ว ผมต้องแวะไปซื้อดาบไม้ท้อ เลือดไก่ตัวผู้ หรืออะไรทำนองนั้นไหมครับ?"
ตอนนั้นเองเสิ่นซวี่ถึงเข้าใจความหมายของเขา
"ไม่ต้องหรอก ของพวกนั้นไม่จำเป็น"
ดวงตาของหลัวเฉิงยิ่งเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นขณะที่เขามองเธอ
สมกับเป็นปรมาจารย์ที่สามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงปัญหาของเขาได้เพียงแค่ปรายตามอง ฝีมือของเธอช่างน่าทึ่งจริงๆ
ช่วงนี้หลัวเฉิงถูกต้อนจนแทบจะเสียสติอยู่แล้ว
เมื่อก่อนเวลาเขานอนหลับมักจะไม่ค่อยฝัน แต่ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่จู่ๆ ก็มีชายแก่ท่าทางแปลกประหลาดมักจะมาวิ่งไล่กวดเขาในความฝัน
เขาวิ่งหนี ชายแก่ก็วิ่งตาม เขาวิ่งหนีสุดชีวิต ชายแก่ก็ไล่ตามอย่างไม่ลดละ
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาทนไม่ไหว จึงเล่าเรื่องนี้ให้ภรรยาฟัง ภรรยาของเขาลุกพรวดขึ้นมาทันทีแล้วมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ "เป็นไปได้ไหมว่าตอนกลางวันคุณคิดเรื่องอะไร ตอนกลางคืนก็จะเก็บไปฝันแบบนั้นน่ะ?"
"หลัวเฉิง ฉันประเมินคุณต่ำไปจริงๆ ไม่คิดเลยนะว่ารสนิยมคุณจะวิปริตขนาดนี้"
หลัวเฉิง: !?
หลัวเฉิงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หลัวเฉิงอยากจะร้องไห้
เขา ชายชาตรีอกสามศอกผู้สง่าผ่าเผย กลับต้องมาถูกชายแก่แปลกหน้าตามรังควานในความฝันตอนกลางคืน แถมตอนกลางวันยังต้องมาทนรับสายตาเย็นชาจากภรรยาอีก
ภรรยาที่เมื่อก่อนเคยติดเขาแจ กลับเริ่มรังเกียจเขา ถึงขนาดหนีกลับไปอยู่บ้านแม่ ปล่อยให้เขานอนอ้างว้างอยู่ที่นี่คนเดียว... ฮือฮือฮือ
เสิ่นซวี่: "..."
เสิ่นซวี่ฟังเขาบ่นพึมพำมาตลอดทาง พลางยกมือขึ้นถูหูตัวเอง
หลัวเฉิงและฟางซูฮวาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน คฤหาสน์หลังนี้ตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่าและดูอลังการมาก
เสิ่นซวี่เดินเข้าไป สายตาของเธอสะดุดเข้ากับนาฬิกาตั้งพื้นทองคำแท้
หลัวเฉิงเริ่มมีท่าทีประหม่าขึ้นมาทันที "ท่านอาจารย์ มี มีอะไรผิดปกติกับนาฬิกาเรือนนี้หรือเปล่าครับ?"
เสิ่นซวี่ละสายตา "ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ไม่มีปัญหาอะไร"
ก็แค่เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจขโมยได้ง่ายก็เท่านั้นเอง
พูดจบเธอก็เดินขึ้นไปชั้นบน
เมื่อหลัวเฉิงเห็นว่าเธอไม่แม้แต่จะเอ่ยถาม และเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่มีผีสิง ความเลื่อมใสของเขาก็ยิ่งทวีคูณ
เสิ่นซวี่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะชี้ไปที่เตียง "นอนลงสิ"
"หา?"
"ไม่ทำไม่ได้เหรอครับ?"
หลัวเฉิงพยายามต่อรองอย่างระมัดระวัง
เสิ่นซวี่: "ตอนนี้ในห้องไม่มีอะไรหรอก ลองแกล้งหลับดูสิ เผื่อจะล่อเขาออกมาได้"
หลัวเฉิงถึงกับขนลุกซู่
พระเจ้าช่วย! มีอะไรอยู่จริงๆ ด้วย!
เมื่อสบตากับสายตากดดันของเสิ่นซวี่ เขาก็อยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา "ท่านอาจารย์ ท่านจะปกป้องผมใช่ไหมครับ?"
เสิ่นซวี่เร่งเร้า และหลัวเฉิงก็ปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างไม่เต็มใจนัก
ในห้องไม่มีแสงไฟเลย มันมืดสนิท เขากำชายผ้าห่มไว้แน่น เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จู่ๆ ก็มีลมหนาวพัดเข้ามาในห้องนอน
"ท่านอาจารย์ ท่านไม่คิดว่ามันหนาวไปหน่อยเหรอครับ?"
หลังจากหลัวเฉิงพูดจบ รอบตัวก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ใจของเขาร่วงไปอยู่ตาตุ่ม และความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรงก็ก่อตัวขึ้นทันที เขาหันขวับเตรียมจะวิ่งหนี แต่กลับได้ยินเสียง "เพียะ" ซึ่งเป็นเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อ
ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนแผ่วเบาก็ดังขึ้น
เขาไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน จู่ๆ เขาก็กระโดดลงจากเตียง เมื่อเห็นร่างที่อยู่ในมือของเสิ่นซวี่ เขาก็เบิกตากว้างและกรีดร้องออกมา "เขาเอง! ท่านอาจารย์ เขาคือคนที่อยู่ในความฝันของผม!"
"ไอ้แก่บ้า แกตามมารังควานฉันในฝันทั้งๆ ที่อายุอานามก็ปูนนี้แล้ว แกไม่มียางอายบ้างเลยหรือไง!"
หัวของผีชายแก่ยังคงดังวิ้งๆ จากแรงตบของเสิ่นซวี่ แล้วจู่ๆ ก็มาโดนชี้หน้าด่าอีก ทำให้เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม "ข้าก็แก่ปูนนี้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเอ็งติดเงินข้าแล้วไม่ยอมจ่าย เอ็งคิดว่าข้าอยากจะมาหาเอ็งนักหรือไง?"
หลัวเฉิง: ?
ที่แท้ หลังจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี่ เขามาทวงเงินนี่เอง
"ไม่สิ ถ้าอยากได้เงิน ทำไมไม่เปิดปากบอกฉันล่ะ! ทำไมต้องเอาแต่วิ่งไล่กวดฉันด้วย!" หลัวเฉิงแทบจะสติแตกอยู่รอมร่อ
ผีชายแก่เองก็จนปัญญาเช่นกัน
"แล้วมันความผิดใครกันล่ะ? พอข้าอ้าปากจะพูด เอ็งก็ใส่เกียร์หมาโกยแน่บไปแล้ว ข้ายังวิ่งตามไม่ทันเลย" ผีก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะเว้ย
หลัวเฉิง: "..."
สรุปว่าเป็นความผิดฉันเองสินะ
เขามองดูชายแก่บนพื้น แล้วจู่ๆ ก็ขมวดคิ้ว "เดี๋ยวนะ แกเป็นใครกัน? ฉันไปติดหนี้แกตอนไหน?"
หลัวเฉิงทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขาจึงมีธุรกรรมทางการเงินมากมาย แต่ถ้าเขาจะกู้เงิน ก็ต้องกู้จากธนาคาร ไม่ก็ยืมจากเพื่อนสนิทไม่กี่คน
เขาไม่รู้จักคนคนนี้ด้วยซ้ำ!
เมื่อผีชายแก่ได้ยินว่าเขาพยายามจะเบี้ยวหนี้ เขาก็ปล่อยโฮออกมาทันที "ท่านอาจารย์ ดูมันสิ มันใช้ได้ที่ไหน! ขนาดผีมันยังกล้าเบี้ยวหนี้เลย!
ข้าเป็นคนแก่ตัวคนเดียว ตายไปแล้ว แต่ครอบครัวข้ายังต้องใช้เงินก้อนนี้ไปรักษาตัวนะ"
"ท่านอาจารย์ ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้ข้านะ!"
เมื่อหลัวเฉิงเห็นชายแก่ร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพรากทั้งๆ ที่อายุขนาดนี้แล้ว เขาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาบ้าง "ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เลิกกอดท่านอาจารย์แล้วร้องไห้ได้แล้ว ตกลงฉันไปติดหนี้แกได้ยังไง? เล่ามาให้ละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบสิ"
ผีชายแก่ เฉินฉางกั๋ว เดิมทีทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านเกิด ต่อมาหลานชายได้แนะนำให้เขามาทำงานแบกอิฐที่ไซต์ก่อสร้างของหลัวเฉิง วันหนึ่งขณะกำลังทำงาน จู่ๆ เขาก็ก้าวพลาดและพลัดตกลงมาจากนั่งร้าน
เขาตกลงมาตาย
เนื่องจากเหตุเกิดที่ไซต์ก่อสร้าง และหลานชายของเขาซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการได้เข้ามาไกล่เกลี่ย ครอบครัวของเขาจึงได้รับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งล้านหยวน
ครอบครัวของเฉินฉางกั๋วเป็นเพียงชาวนา เงินหนึ่งล้านหยวนก็ถือว่ามากพอสำหรับพวกเขาแล้ว เขาจึงจากไปอย่างสงบ
ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเขากลับมาเยี่ยมบ้านในวันที่เจ็ด (ช่วงเวลาเจ็ดวันแรกหลังความตาย) เพียงแค่เจ็ดวัน ภรรยาของเขากลับซูบผอมลงจนแทบจำไม่ได้
แม่ของเขาก็ล้มหมอนนอนเสื่อ หลังจากจัดงานศพให้เขาเสร็จ ครอบครัวของเขาก็ไม่มีแม้แต่เงินจะไปหาหมอที่โรงพยาบาล ทำได้เพียงไปรับยาพื้นๆ จากคลินิกในหมู่บ้านมากินบรรเทาอาการเท่านั้น
ตอนนั้นเองเขาถึงตระหนักได้ว่า เงินหนึ่งล้านหยวนนั่นเป็นแค่คำพูดลอยๆ เพื่อไล่พวกเขาไปให้พ้นๆ หลังจากผ่านไปเจ็ดวัน ครอบครัวของเขายังไม่ได้รับเงินเลยแม้แต่แดงเดียว
เมื่อหลานชายของเขาไปทวงถาม พวกเขาก็บอกแค่ว่าให้รอไปก่อน
เห็นได้ชัดว่าเป็นการตอบส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง
เฉินฉางกั๋วทั้งร้อนใจและโกรธแค้น เขาจึงคิดจะเข้าไปทวงเงินในความฝันของหลัวเฉิง
"ที่แท้ก็เป็นแกนี่เอง"
เมื่อเขาพูดออกมา หลัวเฉิงก็จำได้เช่นกัน
เป็นความจริงที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ไซต์ก่อสร้างเมื่อไม่นานมานี้
"แต่ว่า เงินหนึ่งล้านหยวนนั่นจ่ายให้ครอบครัวของแกไปเรียบร้อยแล้วนี่นา"
เขากลัวว่าหากครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาสร้างความวุ่นวาย มันจะดูไม่ดี เขาจึงเจาะจงโทรไปสอบถาม และรู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าพวกเขาได้รับเงินแล้ว
"แต่..."
ใบหน้าของเฉินฉางกั๋วบิดเบี้ยว
อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าครอบครัวของเขาไม่ได้รับเงินก้อนนั้นจริงๆ
ในตอนนั้นเอง เสิ่นซวี่ที่เงียบมาตลอดก็ถามหลัวเฉิงขึ้นว่า "คุณมีรูปถ่ายหลานชายของเขาไหม?"
หลัวเฉิงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา "ผมมีรูปในวีแชตโมเมนต์ของเขาครับ"
เมื่อเสิ่นซวี่เห็นรูป เธอก็มั่นใจในข้อสงสัยของตัวเองทันที
"คนคนนี้มีคิ้วที่ยุ่งเหยิง หน้าผากไม่เกลี้ยงเกลา เป็นคนเห็นแก่ตัว โลภมาก ติดเหล้า และผีพนันเข้าสิง เขามีแนวโน้มที่จะมีดวงการเงินที่ย่ำแย่ไปตลอดชีวิต มักจะใช้จ่ายเกินตัวอยู่เสมอ"
แม้ว่าเฉินฉางกั๋วจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ท่านอาจารย์ถึงเริ่มทำนายดวงชะตาให้หลานชายของเขา แต่เขาก็พยักหน้ายอมรับ
พ่อแม่ของหลานชายจากไปตั้งแต่เขายังเด็ก และเขาก็ขาดการอบรมสั่งสอนในวัยเด็ก ทำให้ติดนิสัยแย่ๆ อย่างการดื่มเหล้าและเล่นการพนัน ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการหยิบยืมเงินคนอื่น ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวของภรรยาฝากงานที่ไซต์ก่อสร้างให้ ใครจะรู้ว่าชีวิตของเขาจะตกต่ำไปถึงไหน
เสิ่นซวี่จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง "อย่างไรก็ตาม จู่ๆ คนคนนี้ก็เพิ่งจะมีโชคลาภก้อนใหญ่หล่นทับเมื่อไม่นานมานี้"