เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 อย่าหาทำ มันก็แค่คำพูดพล่อยๆ

บทที่ 5 อย่าหาทำ มันก็แค่คำพูดพล่อยๆ

บทที่ 5 อย่าหาทำ มันก็แค่คำพูดพล่อยๆ


บทที่ 5 อย่าหาทำ มันก็แค่คำพูดพล่อยๆ

เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว ยังมีอะไรที่ทุกคนจะไม่เข้าใจอีก?

สิ่งที่หญิงสาวคนนี้พูดเป็นความจริงทุกประการ เถียนเซิ่งคือฆาตกรตัวจริง

"คาดไม่ถึงเลยจริงๆ รู้หน้าไม่รู้ใจ ปกติเถียนเซิ่งดูเป็นคนดีมีสกุลรุนชาติ แต่ลับหลังกลับเป็นคนพรรค์นี้"

"ตระกูลเถียนก็ช่างกล้า ซ่อนศพไว้ในบ้าน ไม่กลัววิญญาณอาฆาตมาตามทวงแค้นตอนกลางดึกหรือไง?"

"ไม่ได้ยินที่คุณหนูเสิ่นบอกเหรอว่า ขอบตาของเถียนเซิ่งดำคล้ำจนแทบจะหลุดร่วง ดูเหมือนคนโดนสูบพลังชีวิตไปจนหมด นั่นแหละวิญญาณอาฆาตมาแก้แค้นล่ะ"

"อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันเพิ่งไปจิบน้ำชายามบ่ายที่บ้านเธอมา แค่คิดก็ขนลุกซู่แล้ว"

"แต่คุณบอกว่าเรื่องนี้ถูกปิดบังไว้อย่างมิดชิดจนแม้แต่ตำรวจก็ยังไม่รู้ แล้วเสิ่นซวี่ไปรู้มาได้ยังไงล่ะ?"

หูของเสิ่นโยวโยวอื้ออึงไปด้วยคำว่า 'ศพ ศพ' 'เสิ่นซวี่ เสิ่นซวี่' เธอโกรธจัดจนน้ำตาเอ่อคลอ

นี่คืองานเลี้ยงของเธอ เธอคือตัวเอกของงานอย่างแท้จริง

แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน!

เสิ่นซวี่!

เป็นเพราะนังนั่นคนเดียว

นังนั่นจงใจชัดๆ!

จงใจทำลายงานเลี้ยงของเธอและทำให้เธอต้องอับอายขายหน้า!

"ฮือๆๆ คุณแม่คะ เป็นความผิดของหนูเอง คงเป็นเพราะหนูทำอะไรให้พี่สาวโกรธ แต่ถ้าพี่เขาไม่พอใจก็น่าจะบอกหนูดีๆ ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้ในเวลาแบบนี้ด้วยล่ะคะ...?"

เสิ่นโยวโยวโผเข้ากอดฟางซูฮว่าทั้งน้ำตา "หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่นี่จะไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินต่อหน้าทุกคนเหรอคะ?"

ฟางซูฮว่ากำลังโกรธจัดอยู่แล้ว เมื่อถูกยุยงเพิ่มเข้าไปอีก ดวงตาของเธอก็แดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว

เธอไม่สนภาพลักษณ์อะไรอีกต่อไปแล้ว และเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาเสิ่นซวี่ด้วยความโกรธจัด

"เสิ่นซวี่ แกเป็นคนร้องห่มร้องไห้จะแต่งงานกับเถียนเซิ่งเอง แล้วแกก็เป็นคนมาสร้างเรื่องบ้าๆ แบบนี้ แกหมายความว่ายังไงกันแน่? แกไม่รู้หรือไงว่าวันนี้คืองานเลี้ยงของโยวโยว ไม่ใช่ที่ให้แกมาอาละวาดนะ!"

"เวรกรรมจริงๆ! ตระกูลเสิ่นของเราเลี้ยงดูแกมาตลอดยี่สิบกว่าปีเสียข้าวสุกเปล่าๆ นี่คือวิธีที่แกตอบแทนบุญคุณพวกเรางั้นเหรอ?"

หลี่เวยเพิ่งมาถึงตระกูลเสิ่นเมื่อวานนี้ และยังไม่ค่อยรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวนี้มากนัก เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอจึงรีบอธิบาย "ไม่ใช่ความผิดของคุณหนูเสิ่นหรอกค่ะ เธอทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อช่วยฉัน..."

"หุบปากไปเลยนะ!" ฟางซูฮว่าตวาดลั่น "แกกับนังนั่นมันรวมหัวกัน! คอยดูเถอะ! ฉันจะฟ้องพวกแกทั้งคู่แน่!"

หลี่เวย : ...?

เธอกำลังจะอธิบายต่อ แต่เสิ่นซวี่ก็ยื่นมือออกมาห้ามไว้

ดวงตาสีเข้มของเธอกวาดมองผ่านทุกคนก่อนจะหยุดลงที่ฟางซูฮว่า

เมื่อครู่นี้ เธอมัวแต่วุ่นวายอยู่กับสองแม่ลูกตระกูลเถียนจนลืมผู้หญิงคนนี้ไปเสียสนิท

แต่ไม่เป็นไร

เรื่องแค่นี้จัดการได้สบายมาก

จู่ๆ เธอก็เผยรอยยิ้มออกมา ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมานั้นกลับทำให้ทุกคนในห้องที่กำลังจะทยอยกลับต้องชะงักงัน

"ยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ คุณแน่ใจนะว่าเป็น 'บุญคุณ' ไม่ใช่ 'ความแค้น'?"

เธอจ้องมองใบหน้าของฟางซูฮว่า น้ำเสียงแฝงแววเย้ยหยัน "ศีรษะแหลม หน้าผากแบนเรียบ ชีวิตเต็มไปด้วยความโชคร้าย มีแต่ความยากลำบากคอยพัวพัน แต่กลับขยันขันแข็งไม่ย่อท้อ แม้จะอายุเข้าเลขสามแล้วก็ตาม จริงๆ แล้วคุณน่าจะมีชีวิตที่สุขสบายไปแล้ว

เพียงแต่ความโลภมันบังตา ทำให้คุณดึงดันที่จะเสวยสุขกับสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ดังคำกล่าวที่ว่า 'บุญพาวาสนาส่ง หากบุญไม่ถึงย่อมนำพาความวิบัติมาให้' ถ้าไม่ใช่เพราะดวงชะตาของฉันคอยค้ำจุนเอาไว้ ด้วยสิ่งที่คุณทำลงไป คุณคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้งั้นเหรอ?"

เดิมทีทุกคนคิดว่าเรื่องซุบซิบที่ได้ยินมาวันนี้มันน่าตกใจมากพอแล้ว แต่พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ใบหน้าของทุกคนต่างก็ฉายแววไม่อยากจะเชื่อ

พวกเขาถึงขั้นสงสัยว่าตัวเองกำลังหูฝาดไปหรือเปล่า

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นเรื่องงมงายไร้สาระไปได้ล่ะ?

สีหน้าของแขกเหรื่อที่อายุค่อนข้างมากเปลี่ยนไปในทันที

เมื่อยี่สิบปีก่อน นักพรตเฒ่าคนนั้นก็เคยพูดอะไรทำนองนี้เอาไว้เหมือนกัน

หรือว่า... มันจะบังเอิญขนาดนี้ ฟางซูฮว่าเองก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้เช่นกัน

เบื้องหน้าของเธอ สายตาอันลึกล้ำของเสิ่นซวี่ซ้อนทับกับสายตาคู่นั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ความหวาดหวั่นและความอัปยศอดสูในคราวนั้นผุดขึ้นมาในใจของเธออีกครั้ง

"แก!"

ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากด่าทอ จู่ๆ เธอก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย เสียงวิ้งๆ ดังขึ้นในหัว แล้วร่างของเธอก็หงายหลังล้มตึงลงไปทันที

เธอเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเลย

"ว้าย!"

"คุณแม่!"

"ซูฮว่า คุณเป็นอะไรไปน่ะ!"

เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายไปหมด เสิ่นโยวโยวร้องอุทานด้วยความตกใจ

"หมอ! หมอ! รีบมาช่วยคุณแม่เร็วเข้า!"

โชคดีที่มีหมอประจำตระกูลอยู่ในงานด้วย หมอตรวจดูอาการแล้วบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แค่อารมณ์พลุ่งพล่านจนเลือดลมเดินไม่สะดวกเท่านั้น

พูดง่ายๆ ก็คือ โกรธจนเป็นลมนั่นแหละ

หลังจากพักผ่อนไปได้ครู่หนึ่ง ฟางซูฮว่าก็ฟื้นขึ้นมาเอง

"คุณแม่คะ เป็นยังไงบ้างคะ?" ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา เธอก็พบกับใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาของเสิ่นโยวโยว หัวใจของเธอพลันเอ่อล้นไปด้วยความตื้นตันใจ

ลูกแท้ๆ นี่มันดีกว่าจริงๆ

นังเด็กเหลือขอนั่นมันเนรคุณ เลี้ยงเสียข้าวสุก!

เสิ่นเฟิงขมวดคิ้วมุ่น ไม่ได้ก้าวเข้าไปหาในทันที เขากลับมองเธอด้วยสายตาที่เคลือบแคลงสงสัย "ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

ตอนนี้ฟางซูฮว่าเริ่มได้สติกลับมาบ้างแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมานิดหน่อย "คุณคะ เราแต่งงานกันมาตั้งหลายปี คุณไม่เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของฉันเลยเหรอคะ?"

"คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอคะ? เรื่องทั้งหมดนี้มันเป็นฝีมือของนังเด็กเหลือขอนั่นทั้งนั้น!"

"ลองนึกถึงสีหน้าของนังเด็กนั่นเมื่อวานนี้ดูสิคะ มันคงแอบไปสืบเรื่องของเถียนเซิ่งมาตั้งนานแล้ว แถมยังเรื่องของพวกเราตอนนั้นอีก... จงใจทำให้เราอับอายขายหน้าต่อหน้าพวกไฮโซเมืองจิงชัดๆ!"

เสิ่นโยวโยวก็ช่วยสุมไฟอย่างอ่อนแรง "มิน่าล่ะคะ ตอนอยู่ในงานเลี้ยง หนูเห็นพี่สาวกับผู้หญิงที่ชื่อหลี่เวยซุบซิบอะไรกันตั้งนาน ที่แท้ก็... เป็นแบบนี้นี่เอง... แล้วทีนี้คนอื่นจะมองตระกูลเสิ่นของเรายังไงล่ะคะ?

แล้วเราจะอธิบายเรื่องนี้กับลุงเถียนและครอบครัวเขายังไงดี?"

เธอไม่เชื่อหรอกว่าเสิ่นซวี่จะดูดวงเป็น เธอคิดแค่ว่านี่เป็นความอิจฉาริษยาของเสิ่นซวี่ที่จงใจทำลายงานเลี้ยงของเธอและแย่งซีนเธอไปต่างหาก

ทำให้เธอต้องกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองจิง

เธอจะทำให้นังนั่นต้องชดใช้ให้สาสม!

เสิ่นเฟิงยังคงครุ่นคิดถึงคำพูดของนักพรตเฒ่า แต่พอได้ฟังคำพูดของภรรยาและลูกสาว สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มลงทันที

"ไปลากตัวนังเด็กนั่นมานี่สิ ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่ามันผีเข้าหรือยังไงถึงได้ทำบ้าอะไรลงไป!"

ทว่า หลังจากที่เขาสั่งการไปครู่หนึ่ง ป้าโจวและป้าหลิวที่ปกติมักจะหัวไว กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

ป้าโจวกับพ่อบ้านสบตากัน สีหน้าของพวกเขาดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่นัก

"คุณผู้ชายคะ พวกเรา... คุณไปดูเอาเองเถอะค่ะ"

เสิ่นเฟิงงุนงงไปหมด ฟางซูฮว่าตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืน "ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้นังเด็กนั่นกำลังทำบ้าอะไรอยู่!"

เสิ่นโยวโยวเบะปากแล้วเดินตามไป

รอดูงิ้วฉากต่อไป

ทว่า วินาทีที่เธอก้าวเท้าออกจากประตูใหญ่ เธอก็แข็งทื่ออยู่กับที่ทันที

รูม่านตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

ภาพที่เห็นคือเสิ่นซวี่ในชุดนักพรตเต๋าตัวใหม่เอี่ยม กำลังเดินสายแจกนามบัตรอยู่ท่ามกลางบรรดาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพล "รับปราบผี ขับไล่วิญญาณร้าย ดูฮวงจุ้ย และทำนายดวงชะตาค่ะ"

"นี่นามบัตรของฉันนะคะ ใครมีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็ติดต่อมาได้เลยค่ะ"

"คุณผู้ชายคะ ช่วงนี้คุณฝันแปลกๆ ฝันเห็นผู้ชายที่คุณไม่รู้จักมาเข้าฝันบ้างหรือเปล่าคะ? ฉันแก้ให้ได้นะคะ"

คุณผู้ชาย : "!"

"คุณนายคะ ลูกชายของคุณไม่ได้ติดต่อมาหลายวันแล้วใช่ไหมคะ? รีบไปตามหาเขาเถอะค่ะ ถ้าช้ากว่านี้สถานการณ์จะไม่ค่อยสู้ดีนัก ถ้าติดต่อเขาไม่ได้จริงๆ มาหาฉันได้นะคะ"

คุณนาย : "?"

เสิ่นโยวโยว : ?

เสิ่นโยวโยวจินตนาการถึงสารพัดวิธีที่เสิ่นซวี่จะใช้เรียกร้องความสนใจเป็นร้อยๆ วิธี แต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาเจอสถานการณ์แบบนี้ เธอหันขวับกลับไปมองด้วยความตกตะลึง

และก็ต้องเห็นพ่อของเธอเซถลาแล้วหงายหลังตึงลงไปกองกับพื้น

"คุณพ่อ!"

สีหน้าของเสิ่นโยวโยวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบเข้าไปประคองไหล่พ่อไว้ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียง 'ตุ้บ' ดังขึ้นข้างกาย

ฟางซูฮว่าตาเหลือกค้าง เป็นลมล้มพับลงไปกองกับผืนหญ้าอีกคน

จบบทที่ บทที่ 5 อย่าหาทำ มันก็แค่คำพูดพล่อยๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว