- หน้าแรก
- รวยทะลุมิติ ผมข้ามภพไปสร้างอาณาจักรพันล้าน
- บทที่ 421 เฆี่ยน
บทที่ 421 เฆี่ยน
บทที่ 421 เฆี่ยน
สำนักงานใหญ่บริษัทหวังซื่อซีฟู้ด ยามเช้าตรู่
แสงแดดฤดูหนาวสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานยักษ์สูงจรดเพดาน ลงมาอาบไล้โต๊ะทำงานไม้หงมู่ตัวใหญ่ที่ขัดเงาจนมันวับของประธานกรรมการ หวังเทียนหาว
เขากำลังจิบชาหลงจิ่งชั้นยอดที่เลขาเพิ่งจะชงมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมกรุ่นของชาลอยอวล ทอดสายตามองดูทิวทัศน์ของเมืองเจียงเฉิงที่กำลังค่อยๆ ตื่นขึ้นจากการหลับใหลเบื้องล่าง อารมณ์ของเขาค่อนข้างเบิกบานทีเดียว
ใกล้จะถึงช่วงปีใหม่สากล บริษัทได้กักตุนอาหารทะเลที่เป็นที่ต้องการของตลาดไว้ลอตใหญ่ เตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกทำยอดขายอย่างสวยงามในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตัวเลขในงบการเงินจะต้องออกมาดูดีมากแน่ๆ
ช่วงนี้เขากำลังวิ่งเต้นวุ่นวายอยู่กับการผลักดันบริษัทหวังซื่อซีฟู้ดให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุ่มเทเวลาไปถึงสองปีเต็มๆ ในที่สุดก็เริ่มจะเห็นเค้าลางความสำเร็จบ้างแล้ว
"กริ๊งๆๆ—"
โทรศัพท์สายภายในสีแดงบนโต๊ะดังขึ้น เป็นสายจากผู้จัดการฝ่ายขาย
"อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธานหวัง ขออนุญาตรายงานสถานการณ์ครับ เมื่อสักครู่นี้ประธานจางจากภัตตาคารไห่เทียนเพิ่งโทรมาบอกว่า สัญญาจัดส่งสินค้าช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้... เขาอยากจะขอชะลอการเซ็นสัญญาออกไปก่อนน่ะครับ ขอรอดูทิศทางตลาดอีกสักระยะ" น้ำเสียงของผู้จัดการแฝงความลังเลใจที่พยายามปิดบังเอาไว้
หวังเทียนหาวจิบชา ไม่ได้ใส่ใจนัก "งั้นเหรอ? ไปได้ยินข่าวลืออะไรมาอีกล่ะสิ? กะจะต่อราคางั้นสิ?
ไม่เป็นไร คุณไปคุยกับเขาดู เรื่องราคาพอจะยืดหยุ่นให้ได้นิดหน่อย แต่เรื่องปริมาณการสั่งซื้อต้องรับประกันให้ได้ สินค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ ยังไงพวกเขาก็ต้องเอา ไม่กล้าปฏิเสธหรอก"
"ครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะไปจัดการเจรจาดูครับ"
วางสายปุ๊บ หวังเทียนหาวก็ส่ายหน้า ลูกค้าเก่าแก่ที่ร่วมงานกันมานานพวกนี้ ชอบเล่นลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้เป็นประจำ เขาเห็นมาจนชินแล้ว
เขาหยิบรายงานฉบับหนึ่งขึ้นมา เพิ่งจะกวาดสายตาอ่านไปได้แค่สองบรรทัด—
"กริ๊งๆๆ"
คราวนี้น้ำเสียงของผู้จัดการฝ่ายขายดูร้อนรนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!
จู่ๆ ผู้จัดการหลิวจากแผนกอาหารสดของซูเปอร์มาร์เก็ตจินติ่งก็โทรมาบอกว่า ทางเขามีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การประเมินซัพพลายเออร์ภายในใหม่ สินค้าอาหารทะเลแช่เย็นระดับไฮเอนด์ของเราหลายรายการ ถูก... ถูกถอดออกจากรายชื่อการจัดซื้อชั่วคราวครับ!"
หวังเทียนหาวคิ้วขมวดมุ่น "เหตุผลล่ะ? สินค้าเรามีปัญหาอะไร?"
"เขาไม่ได้บอกตรงๆ ครับ บอกแค่ว่า... บอกว่ามีซัพพลายเออร์เจ้าใหม่เสนอตัวเลือกที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากกว่าพวกเขาเลยต้องขอเวลาเปรียบเทียบและประเมินดูก่อนครับ"
"ซัพพลายเออร์เจ้าใหม่?"
หวังเทียนหาวใจกระตุกวาบ เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ "ใช่ไอ้ร้านเว่ยเว่ยซีฟู้ดนั่นหรือเปล่า?"
"ทางนั้นไม่ได้ระบุชื่อครับ แต่... มีความเป็นไปได้สูงมากครับ
แถมผมยังได้ข่าวมาว่า ไม่ใช่แค่จินติ่งที่เดียวนะครับ ทางฝั่งภัตตาคารเยว่ไหลกับภัตตาคารหมิงจูซีฟู้ดก็เหมือนจะกำลังแอบติดต่อกับแหล่งสินค้ารายใหม่อยู่เหมือนกันครับ"
สีหน้าของหวังเทียนหาวเคร่งเครียดลงทันที ลูกค้ารายสองรายมีท่าทีเปลี่ยนไปอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าลูกค้ารายสำคัญหลายรายพร้อมใจกันเคลื่อนไหวผิดปกติพร้อมกันแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ
"รีบไปสืบมาให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้! ไปดูมาให้แน่ชัดว่าไอ้เว่ยเว่ยซีฟู้ดนั่นมันเสนอเงื่อนไขอะไรให้พวกนั้น!
แล้วก็รีบไปเจรจารั้งลูกค้าของเราเอาไว้ให้ได้ ถ้าจำเป็นก็เสนอโปรโมชันลดราคาพิเศษสุดๆ แบบระยะสั้นให้ไปเลย!"
"ครับท่าน!"
ในช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น โทรศัพท์ของหวังเทียนหาวก็ดังระงมไม่ขาดสายราวกับฮอตไลน์
ข่าวร้ายถาโถมเข้ามาประดุจทำนบแตก ตอนแรกก็แค่มีน้ำซึมตามรอยแยก แต่ไม่นานก็กลายเป็นคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่!
"ท่านประธานครับ! ร้านสาขาหลักทางใต้ของเมืองรายงานมาว่า ร้านเว่ยเว่ยซีฟู้ดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจัดโปรโมชันลดราคาครั้งใหญ่ ลูกค้าแห่ไปมุงกันมืดฟ้ามัวดิน ร้านเราไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยสักคนเดียวครับ!"
"ท่านประธานหวังครับ! แย่แล้วครับ!โรงแรมปินเจียงส่งหนังสือแจ้งยกเลิกการร่วมงานกับเราอย่างเป็นทางการแล้วครับ!"
"สินค้าที่เดิมทีกำหนดส่งให้ภัตตาคารขนาดใหญ่สามแห่ง และซูเปอร์มาร์เก็ตในชุมชนอีกห้าแห่งในวันนี้ ถูกลูกค้ายกเลิกออเดอร์กะทันหันทั้งหมดเลยครับ! เหตุผลก็คือ... ทางนั้นบอกว่าหาตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าได้แล้วครับ!"
"ท่านประธานหวังครับ! พ่อค้าส่งรายใหญ่สามเจ้าหลักของเราเพิ่งจะแจ้งมาว่า ขอระงับการสั่งสินค้าลอตต่อไปไว้ก่อน พวกเขาขอดูทิศทางตลาดอีกสักพักครับ!"
"ฝ่ายบัญชีรายงานว่า การทวงถามหนี้ค้างชำระจากโรงแรมและซูเปอร์มาร์เก็ตคู่ค้าหลายแห่งเป็นไปอย่างยากลำบากครับ ทางนั้นอ้างเหตุผลว่าต้องประเมินคุณภาพสินค้าใหม่เพื่อประวิงเวลาการจ่ายเงินครับ!"
โทรศัพท์แต่ละสาย ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงกลางอกของหวังเทียนหาวอย่างจัง
สีเลือดบนใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นเลือดปูดโปนบนมือที่กำถ้วยชาไว้แน่น ปลายนิ้วขาวซีดเพราะออกแรงบีบมากเกินไป
อุณหภูมิภายในห้องทำงานราวกับลดฮวบลงกะทันหัน ชาในถ้วยเย็นชืดไปนานแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
ความเยือกเย็นและท่าทีไม่แยแสในตอนแรกมลายหายไปจนสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวที่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา
เขาราวกับมองเห็นตาข่ายยักษ์ที่มองไม่เห็นกำลังถูกดึงให้ตึงขึ้นเรื่อยๆ และเหยื่อที่ติดอยู่ตรงกลางตาข่ายนั้น ก็คือรากฐานธุรกิจที่บริษัทหวังซื่อซีฟู้ดสั่งสมมานานหลายสิบปีนั่นเอง
อาหารทะเลมูลค่ากว่าสิบล้านหยวนที่เขาเพิ่งจะกว้านซื้อมาตุนไว้ในห้องเย็น!
อาหารทะเล โดยเฉพาะของระดับพรีเมียมนั้น มีอายุการเก็บรักษาสั้นมาก และราคาตลาดก็อ่อนไหวสุดๆ
แค่เก็บไว้ค้างคืนสักวันสองวัน ราคาก็ตกฮวบแล้ว ถ้าเก็บไว้นานเกินไป เอาไปแจกฟรีคนยังไม่เอาเลย
นี่มันกะจะใช้ข้อได้เปรียบเรื่องสายป่านทางการเงินและแหล่งสินค้า มาบีบให้เขาตายทั้งเป็นชัดๆ!
"เพล้ง!"
ในที่สุดเขาก็สติแตก คว้าถ้วยชาจื่อชาแสนแพงที่เย็นชืดในมือ ปาอัดกำแพงจนแตกกระจาย!
"ลู่เหวย! เป็นฝีมือไอ้เด็กเวรแซ่ลู่นั่นเอง!" หวังเทียนหาวเค้นชื่อนี้ลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุม
เขาหันขวับไปตวาดใส่ผู้จัดการใหญ่ที่ยืนตัวสั่นงันงก หน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ เสียงแหบพร่า "ไปเรียกนังลูกทรพีคนนั้นมาหาฉัน! เดี๋ยวนี้! ทันที!"
ไม่นานนัก ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออก หวังเจียวเจียวเดินหน้าซีดเผือด สายตาลอกแลกหลบตาเข้ามาในห้อง
เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้ว หรืออาจจะสัมผัสได้ถึงลางร้ายนี้เร็วกว่าหวังเทียนหาวเสียอีก เครื่องสำอางที่แต่งแต้มมาอย่างวิจิตรบรรจงไม่อาจปกปิดความตื่นตระหนกที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของเธอได้เลย
"พ่อคะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ
"อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ!" เสียงตวาดกร้าวของหวังเทียนหาวดังก้องกังวานไปทั่วห้อง เขาก้าวฉับๆ เข้าไปหาหวังเจียวเจียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำจ้องเขม็ง นิ้วชี้แทบจะทิ่มหน้าเธออยู่แล้ว
"แกรีบอธิบายมาให้กระจ่างเดี๋ยวนี้เลยนะ! เรื่องของแกกับไอ้ลู่เหวยนั่น ตกลงมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่?! ไปผูกใจเจ็บสร้างความแค้นอะไรกันไว้?!
ทำไมเรื่องมันถึงได้บานปลายจนกลายมาเป็นแบบนี้ได้?! เล่ามาให้หมดทุกเม็ด ห้ามตกหล่นแม้แต่คำเดียว! ถ้าแกกล้าโกหกแม้แต่ครึ่งคำล่ะก็ ฉันจะตีขาแกให้หักเลยคอยดู!"
ภายใต้บารมีอันน่าเกรงขามของหวังเทียนหาวที่สั่งสมมานาน ประกอบกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานของบริษัทที่เหมือนพายุฝนกำลังจะถล่ม ป้อมปราการทางจิตใจของหวังเจียวเจียวก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เธอปล่อยโฮออกมาดัง "โฮ" ร้องไห้สะอึกสะอื้น เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
เริ่มตั้งแต่ตอนแรกที่ฟาร์มส่วนตัวของฉวีฉี ที่เธอไปมีเรื่องบาดหมางกับแฟนสาวของลู่เหวยเพราะเรื่องแย่งเก็บสตรอว์เบอร์รี
แล้วเธอก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ กลั่นแกล้งและไล่พวกเขากลับไป...
จนกระทั่งต่อมา ลู่เหวยเปิดร้านเว่ยเว่ยซีฟู้ดกิจการรุ่งเรืองสุดขีด เข้ามาตีตลาดระดับไฮเอนด์ของบริษัทหวังซื่อโดยตรง
เธอเลยส่งคนไปปล่อยข่าวลือที่ท่าเรือ เพื่อหวังจะตัดขาดแหล่งจัดหาสินค้าของลู่เหวย...
ไปจนถึงเรื่องที่เธอส่งคนไปสะกดรอยตามรถบรรทุกของลู่เหวยทั้งวันทั้งคืน หวังจะสืบให้รู้ว่าเขารับของมาจากไหน แต่กลับถูกอีกฝ่ายใช้รถบรรทุกรับจ้างอย่าง สับขาหลอก ปั่นหัวเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียทั้งแรงคนและเงินทองไปฟรีๆ แถมยังกลายเป็นตัวตลกในวงการอีก...
ยิ่งเธอเล่า ใบหน้าของหวังเทียนหาวก็ยิ่งเขียวคล้ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยความโกรธจัด
ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นแค่การแข่งขันทางธุรกิจธรรมดาๆ แค่อีกฝ่ายมีชั้นเชิงที่ดุดันไปหน่อยก็เท่านั้น
แต่ใครจะไปคิดว่า ต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด มันจะมาจากลูกสาวตัวดีที่เขาตามใจจนเสียคนคนนี้ เพียงเพราะเรื่องแย่งสตรอว์เบอร์รีแค่ไม่กี่ลูก เพียงเพราะการทะเลาะเบาะแว้งแค่ไม่กี่คำ ก็ผูกใจเจ็บ โง่เขลาเบาปัญญา คอยตามไปหาเรื่องและพยายามกดหัวอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ลดละ
จนสุดท้ายก็บีบคั้นให้ มังกรข้ามถิ่นที่ตอนแรกอาจจะแค่ต่างคนต่างอยู่ หรืออาจจะมีโอกาสได้ร่วมธุรกิจกัน กลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ และยังเป็นการชักนำให้เกิดการแก้แค้นที่ดุดัน แม่นยำ และรุนแรงถึงตายขนาดนี้!
โง่เง่าสิ้นดี! วิสัยทัศน์คับแคบ! อวดดีจองหอง! ดีแต่สร้างเรื่องปวดหัว ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่!
"แค่เพราะเรื่องสตรอว์เบอร์รีแค่นั้นเนี่ยนะ? แค่เพราะทะเลาะกันไม่กี่คำเนี่ยนะ? แกก็เลย... แกก็เลย..."
หวังเทียนหาวโกรธจัดจนตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง พูดจาติดขัดแทบไม่เป็นคำ
เขาหมุนตัวขวับ คว้าเข็มขัดหนังจระเข้แบรนด์แอร์เมสราคาแพงหูฉี่ที่เอว รูดปื๊ดดึงออกมา หัวเข็มขัดโลหะหนาเตอะดูหนักอึ้งในมือ
"ฉันจะดูซิว่าแกจะยังปากดีอยู่อีกไหม! แกชอบสร้างเรื่องนักใช่ไหม! แกจะพาตระกูลหวังไปตายหรือไง!"
ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดของหวังเทียนหาว รวมไปถึงความเจ็บปวดใจจากความสูญเสียมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดบ้าคลั่ง
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลาอีกต่อไป ง้างเข็มขัดขึ้น แล้วฟาดลงบนร่างของหวังเจียวเจียวที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกอย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
"โอ๊ยยยย!!!"
หวังเจียวเจียวที่ไม่ทันตั้งตัว โดนเข็มขัดฟาดเข้าที่แขนอย่างจัง ผิวที่บอบบางปรากฏรอยแดงเถือกขึ้นมาในทันที
เธอร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลพราก พยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่กลับถูกผู้เป็นพ่อที่กำลังบันดาลโทสะกระชากผมเอาไว้แน่น
"พ่อคะ! หนูผิดไปแล้ว! อย่าตีหนูเลย! โอ๊ยยย...!" เสียงเข็มขัดแหวกอากาศดังขวับๆ ฟาดลงบนแผ่นหลังและเรียวขาของหวังเจียวเจียวครั้งแล้วครั้งเล่า...