เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ไปเยี่ยมบ้านสู่หนานอีกครั้ง

บทที่ 52 ไปเยี่ยมบ้านสู่หนานอีกครั้ง

บทที่ 52 ไปเยี่ยมบ้านสู่หนานอีกครั้ง


หลินม่อลี่ออกทุนราวหนึ่งล้านห้าแสน แต่พอโรงพยาบาลเปิดกิจการแล้วกลับได้หุ้นแค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ฟังดูเหมือนขาดทุนหนัก

แต่ที่จริงแล้วหลินม่อลี่ไม่ได้เสียเปรียบเลย ไม่กี่ปีเจียงเฟยมั่นใจว่าจะทำให้เงินหลักล้านของนางงอกเป็นหลายเท่า สิบกว่าเท่า หรือแม้แต่หลายสิบหลายร้อยเท่าได้!

เจียงเฟยรู้ดีว่าต่อไปฝีมือแพทย์ของตนจะไปถึงระดับไหน เมื่อยกระดับขึ้นถึงระดับ 9 แล้ว ตนจะไม่เพียงแค่เป็นราชันฝังเข็มแพทย์จีนในสายตาคนจิ่งเฉิงเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แม้แต่ทั่วประเทศ ไปจนถึงทั่วโลก ตนก็มั่นใจว่าจะให้ทุกคนรู้ว่าตนคือราชันฝังเข็มแพทย์จีนที่สมนามอย่างแท้จริง!

แล้วสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าที่ชื่อเสียงและฝีมือแพทย์ของตนสร้างขึ้น จะเทียบกับหนึ่งล้านกว่าหยวนได้อย่างไร?

หนึ่งล้านกว่านั้น แทบไม่ถึงเสี้ยวของมูลค่าที่แท้จริงเลย!

ดังนั้น เจียงเฟยไม่ได้เอาเปรียบหลินม่อลี่สักนิด กลับเป็นหลินม่อลี่ที่ได้เปรียบตนอย่างใหญ่หลวง!

ถ้าเป็นคนอื่นมาขอร่วมทุนเปิดโรงพยาบาล ต่อให้นำเงินสิบห้าล้านมา เจียงเฟยก็ไม่แยแส! แค่หลินม่อลี่คนเดียวที่เจียงเฟยยอมให้มาได้เปรียบตน

ส่วนหลินม่อลี่นั้นก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น ท้ายที่สุดนางก็ไม่รู้สถานการณ์จริงๆ ของเจียงเฟย ไม่รู้ว่าขอบเขตการพัฒนาของเขากว้างใหญ่แค่ไหน ฝีมือแพทย์ในอนาคตจะน่าทึ่งเกินจินตนาการขนาดไหน

ในสายตาของนาง การควักเงินหนึ่งล้านห้าแสนมาเปิดโรงพยาบาลแล้วได้หุ้นแค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบเจียงเฟยเลย นางแค่ได้ยินว่าเจียงเฟยอยากเปิดโรงพยาบาลแต่ไม่มีทุน ก็ช่วยเขาไปด้วย พร้อมกับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเจียงเฟยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเท่านั้น

ทั้งสองคนกลายเป็นหุ้นส่วนกันต่อไป เวลาอยู่ด้วยกันก็จะเป็นเรื่องธรรมชาติยิ่งขึ้นมิใช่หรือ?

เรื่องนี้จึงตัดสินใจกันด้วยความยินดีแบบนั้น หลินม่อลี่บอกว่าเงินของนางอาจต้องรอถึงจะโอนเข้ามาได้ แต่ช่วงนี้ก็เริ่มติดต่อเตรียมการได้ก่อน

ทั้งสองคนเคยทำงานในโรงพยาบาลมาด้วยกัน แต่เจียงเฟยในฐานะแพทย์กลับรู้เรื่องนี้น้อยกว่าหลินม่อลี่มาก งานเตรียมการส่วนใหญ่จึงมอบให้หลินม่อลี่รับผิดชอบ

ไม่ว่าจะเป็นหาสถานที่ ซื้ออุปกรณ์ ทำเอกสาร จ้างแพทย์แผนจีนและพยาบาล หลินม่อลี่ก็จัดการอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสามารถในการจัดการและการลงมือทำนั้นเหนือกว่าเจียงเฟยมาก

ช่วงนี้ เจียงเฟยแทบจะรู้สึกว่าหลินม่อลี่ในด้านการงานนั้นเก่งจริงๆ อนาคตอาจกลายเป็นราชินีแห่งการทำงาน นักธุรกิจหญิงเก่งกาจก็ได้

แบบนี้ก็ดีพอดี หลินม่อลี่เก่ง ทำสิ่งที่ทำได้ทั้งหมด เจียงเฟยก็สบายใจนั่งกินข้าวสุกได้อยู่แล้ว

แน่นอน ระหว่างที่หลินม่อลี่วุ่นวายอยู่ เจียงเฟยนอกจากต้องดูแลธุรกิจคลินิกแล้ว ยังต้องรับผิดชอบด้านอาหารการกินทุกวันด้วย ตอนนี้หลินม่อลี่ก็กินอาหารของเจียงเฟยจนติดใจ เหมือนเจียงเฟยที่นิสัยเสียไปแล้ว แทบไม่กินอาหารของคนอื่นอีกแล้ว

ท้ายที่สุด กุ๊กที่จบมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารชื่อดังจริงๆ จะไปเทียบกับอาจารย์อย่างเจียงเฟยที่จบโรงเรียนสอนทำอาหารปลอมๆ ได้อย่างไร รสชาติต่างกันโลกละฟากเลย

เมื่เข้าสู่ชีวิตหรูหราได้ง่าย แต่จะถอยกลับไปใช้ชีวิตธรรมดายากเย็นนัก! กินของดีจนชินแล้ว จะกินของธรรมดาก็กอนไม่ลงอยู่ดี

วันหนึ่ง เจียงเฟยเปิดคลินิกจนถึงเย็นหกโมง

หลินม่อลี่ออกไปวิ่งเรื่องเอกสาร ตอนนี้ถึงกลับมา เจียงเฟยก็ไม่มีธุระอะไร ก็นั่งรอในร้านอยู่ดีกว่า แต่พอหลินม่อลี่กลับมาถึงร้านก็จูงมือมาพร้อมกับหมอสาวสวยสู่หนานจากฝั่งตรงข้ามด้วย

สู่หนานตอนนี้ถอดเสื้อกาวน์ขาวออกแล้ว ดูเหมือนปิดคลินิกแล้วเหมือนกัน

"เจียงเฟย คืนนี้เราไปเยี่ยมบ้านพี่สู่หนานกันอีกทีนะ! ฉันไม่ได้เห็นเด็กน้อยทงทงมาหลายวันแล้ว พวกเราไปดูหน่อยก็ดี" หลินม่อลี่ยิ้มพูด

สู่หนานได้ยินสีหน้าก็ขัดเขินขึ้นมานิดหน่อย

บอกว่าให้เจียงเฟยไป 'เยี่ยมบ้าน' นั้น ที่จริงก็แค่ให้เขาไปช่วยทำอาหาร...

เจียงเฟยถ่ายทอดเคล็ดลับการทำอาหารให้สู่หนานไปบ้างแล้ว แต่บางสิ่งพูดง่ายทำยาก รู้ใจแต่บอกไม่ถูก ต่อให้เจียงเฟยอธิบายชัดแค่ไหน สู่หนานก็ไม่มีฝีมือระดับอาจารย์แบบเจียงเฟย รสชาติอาหารที่ทำออกมาก็ยังห่างไกลมาก

เปรียบเสมือนไม่ใช่ทุกคนที่ค้นหาวิธีทำอาหารออนไลน์แล้วทำตามทีละขั้นตอนจะได้อาหารอร่อยออกมา

การทำอาหารนั้น สูตรอะไรก็เป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่สุดคือประสบการณ์!

ถ้ามีประสบการณ์เพียงพอ ต่อให้ไม่มีสูตรลับอะไร อาหารที่ทำออกมาก็ไม่แย่ แต่คนที่ทำอาหารไม่เป็น ต่อให้ได้คัมภีร์ของราชาแห่งอาหาร ก็ยังทำของอร่อยออกมาไม่ได้อยู่ดี

"โอเค ผมคิดถึงทงทงเหมือนกัน" เจียงเฟยยิ้มตอบรับ ส่งซิมบ้าให้หลินม่อลี่อุ้ม แล้วก็ล็อคประตู

เขาไม่รังเกียจว่าจะไปทำอาหารที่ไหน อย่างไรก็ตามจะไปไหนก็ต้องวนเวียนอยู่กับครัวเสมออยู่แล้ว บวกกับสู่หนานและทงทงแม่ลูกเข้าไปก็แค่ทำอาหารเพิ่มอีกสองส่วนเท่านั้น ไม่มีอะไรมาก

ขับรถไปซื้อของก่อน แล้วก็ไปบ้านสู่หนาน หลินม่อลี่นั่งเล่นกับทงทงในห้องรับแขกพร้อมเล่นกับซิมบ้า ทงทงที่แต่แรกไม่ค่อยชอบเล่นกับหลินม่อลี่นัก ตอนนี้ทั้งสองคุ้นเคยกันมากขึ้นแล้ว แต่ทงทงก็ยังรู้สึกใกล้ชิดเจียงเฟยมากกว่าหลินม่อลี่อยู่ดี

สู่หนานเข้าไปในครัวช่วยเจียงเฟยหั่นผักล้างผัก เจียงเฟยก็ไม่ได้หยุดมือไม้ ขณะเดียวกันก็ชายตามองความงามของหมอสาวที่แว่บออกมาเป็นระยะ รวมถึงขาเรียวยาวที่สวมถุงน่องสีดำ

ทุกอย่างเหมือนเดิมทุกประการ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงเฟยก็จัดโต๊ะอาหารมื้อค่ำอันอุดมสมบูรณ์ขึ้นโต๊ะ แม้แต่ซิมบ้าก็มีอาหารพิเศษของตัวเองด้วย

หลินม่อลี่และทงทงที่เป็นเพื่อนกันสนิทเมื่อกี้ พอมาถึงโต๊ะอาหารก็กลายเป็นคู่แข่งแย่งกินกันทันที เจียงเฟยและสู่หนานนั่งอยู่ข้างๆ กัน กินข้าวไปพูดคุยไป

"นายกับม่อลี่กำลังจะเปิดโรงพยาบาลกันใช่ไหม?" สู่หนานถาม

เจียงเฟยพยักหน้า พูดว่า "ครับ พี่สู่หนานก็เห็นแล้ว ตอนนี้คลินิกผมค้าขายดีเกินไป หลายครั้งคนเดียวก็รับไม่ไหว เลยเตรียมเปิดโรงพยาบาลเอกชน จ้างหมออีกสักไม่กี่คน เป็นทางออกที่จำเป็น"

สู่หนานหัวเราะพูดว่า "นายไปเปิดโรงพยาบาล ปิดคลินิก สำหรับฉันก็เป็นข่าวดีนะ พอนายปิดแล้ว คลินิกฉันธุรกิจก็คงจะดีเป็นสองเท่าเลย"

คำพูดนี้แน่นอนว่าพูดเล่น ตอนนี้ธุรกิจคลินิกสู่หนานเทียบกับเจียงเฟยที่กำลังรุ่งโรจน์นั้นสู้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แย่นัก

เจียงเฟยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูรัวๆ ดังมาจากด้านนอก

"ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!"

"หนานหนาน เปิดประตู! ฉันเองนะ!"

เสียงผู้ชายเสียงหล่อทุ้มแว่วเข้ามา เรียกสู่หนานด้วยชื่อเล่นอย่างสนิทสนม แสดงว่าคุ้นเคยกันดี

"ใครเหรอ?" เจียงเฟยถามด้วยความสงสัย

แต่ขณะนั้น สีหน้าสู่หนานก็เปลี่ยนไปทันที โกรธปนซีดขาว หมดอารมณ์กินอาหารมื้อค่ำที่อยู่ตรงหน้า นิ้วมือที่จับตะเกียบขาวซีดจนเห็นข้อนิ้ว

ทงทงที่กำลังกินอย่างสุขสบาย ปากเลอะน้ำมันยังไม่ทันเช็ด พอได้ยินเสียงนั้นก็หยุดกินทันที

หลินม่อลี่มองดูอย่างประหลาดใจ พูดว่า "พี่สู่หนาน ทงทง เป็นอะไรกัน? "

"หนานหนาน รีบเปิดประตูหน่อย! ไม่เปิดฉันจะถีบเข้าไปนะ!" เสียงผู้ชายดังขึ้นอีกครั้งอย่างใจร้อน

เจียงเฟยมองดูสีหน้าของแม่ลูกคู่นี้ ก็เริ่มเดาออกมากขึ้น พอนึกออกว่าผู้ชายข้างนอกคือใคร

จบบทที่ บทที่ 52 ไปเยี่ยมบ้านสู่หนานอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว