- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 394 ท่านพ่อมาแล้ว
ตอนที่ 394 ท่านพ่อมาแล้ว
ตอนที่ 394 ท่านพ่อมาแล้ว
ทว่าในวินาทีถัดมา จูเยี่ยนก็ซัดหมัดเดียวทำลายค่ายกลป้องกันของอาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อจนแตกกระจาย พลังของสัตว์อสูรที่รุนแรงดั่งพลิกภูเขาคว่ำทะเลโหมกระหน่ำเข้ามา ทำให้เถาวัลย์ของฉือเยว่ที่ม้วนพันร่างของพวกเสิ่นเยียนเอาไว้แตกสลายลงอย่างฉับพลัน
"โฮก!"
จูเยี่ยนแผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด นัยน์ตาสัตว์อสูรคู่นั้นของมันจ้องเขม็งไปยังเสิ่นเยียน ราวกับกำลังมองสิ่งของในถุงย่ามของตนเอง
อาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อสีหน้าเปลี่ยนไป
พละกำลังของจูเยี่ยนนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ในปีนั้นเพื่อที่จะจับกุมมัน ยอดฝีมือระดับแนวหน้านับสิบกว่าคนต้องออกโรงพร้อมกัน ท้ายที่สุดยอดฝีมือระดับแนวหน้าต้องตกตายไปถึงสามคน จึงจะสามารถจับกุมและผนึกมันเอาไว้ได้
ยามนี้ ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของเมืองจงยวี่ต่างก็กำลังต่อสู้ในศึกของตนเอง ไม่อาจปลีกตัวมารับมือกับจูเยี่ยนได้
อาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อออกกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง หมายจะต้านทานการโจมตีของจูเยี่ยนเอาไว้
และเมื่อเห็นภาพนี้ คณาจารย์และศิษย์ของสถาบันจงยวี่ต่างก็พากันเข้ามารุมล้อม พัวพันจูเยี่ยนเอาไว้
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจูเยี่ยนยิ่งทวีความหงุดหงิดงุ่นง่าน มันเบิกตากว้าง ภายในปากแผดเสียงคำรามลั่นออกมาเป็นระลอก กลิ่นอายที่เดิมทีก็บ้าคลั่งอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งปะทุพวยพุ่งออกมาดั่งภูเขาไฟระเบิด
มันเพียงซัดออกไปหนึ่งหมัด ก็กระแทกคนนับสิบปลิวละลิ่วไป
แม้อิ่งฉีและพรรคพวกจะระแวดระวังตัวอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังพลาดท่าโดนโจมตีเข้าจนได้!
อาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อรู้ดีว่าเป้าหมายของจูเยี่ยนคือเสิ่นเยียน ดังนั้น เขาจึงเร่งเร้าให้พวกนางรีบหนีไปอย่างไม่ขาดปาก เพราะเขาไม่อยากเห็นบุคคลผู้มีพรสวรรค์เช่นเสิ่นเยียนต้องมาจบชีวิตลงที่นี่
พวกของเสิ่นเยียนได้รับบาดเจ็บสาหัส พลังวิญญาณเหือดแห้ง ร่างกายอ่อนแอลงอย่างถึงที่สุด ต่อให้พวกเขาอยากจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วเพียงใด ก็มีใจแต่ไร้กำลัง
และในเวลาเดียวกันนี้ เซี่ยโหวตวนถูกหญิงชราขององค์กรซานทงพัวพันเอาไว้จนไร้วิชาแยกร่างเขาไม่อาจปล่อยให้เผยซู่หนีรอดไปได้ จึงส่งเสียงผ่านจิตไปหาจูเยี่ยน
"ขวางพวกมันไว้!"
ส่วนจูเก๋อโย่วหลินนั้น ได้รับการคุ้มครองจากคนขององค์กรซานทงเรียบร้อยแล้ว
จูเก๋อโย่วหลินกลับไม่ได้สลบไสลไปแต่อย่างใด ทว่าเขากลับเบิกตากว้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนเป็นที่สุด
"รีบไปคุ้มครองพวกเขาสิ! พวกเขาคือสหายของข้า เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายของข้า!"
เมื่อคนขององค์กรซานทงได้ยินเช่นนั้น ก็เผยสีหน้าลำบากใจ
"นายน้อย ภารกิจสำคัญอันดับแรกของพวกเราคือ ปกป้องท่าน"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จูเก๋อโย่วหลินก็ทำท่าจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทว่ากลับถูกคนขององค์กรซานทงกดตัวเอาไว้
"นายน้อย ท่านยายกำชับเอาไว้แล้ว ว่าหากท่านยังคิดจะทำอะไรบุ่มบ่าม นางก็จะให้พวกเราตีท่านให้สลบ"
จูเก๋อโย่วหลินชะงักงัน
เขาไม่อยากถูกตีให้สลบหรอกนะ
แต่... ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดีล่ะ?!
หรือจะให้เขาทนเบิกตามองดูพวกเสิ่นเยียนถูกฆ่าตายงั้นหรือ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จูเก๋อโย่วหลินก็พลันใจร้อนรนดั่งไฟแผดเผา จากนั้นจึงเตรียมจะแอบกลืนทองคำสักหน่อย เพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรงและหลุดพ้นจากการคุ้มกันของพวกเขา
ในเวลาเดียวกัน จูเยี่ยนจ้องเขม็งไปยังพวกของกลุ่มอสูร มันเหวี่ยงหมัดกระแทกอาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อและคนอื่นๆ ให้กระเด็นออกไปอย่างฉับพลัน จากนั้นก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้ากลุ่มอสูรด้วยความปราดเปรียวเป็นที่สุด มันปลดปล่อยพลังกดดันอันแข็งแกร่งออกมา ทำให้กลุ่มอสูรไม่อาจขยับเขยื้อนได้
พวกของเสิ่นเยียนรู้สึกเพียงว่ากระดูกลั่นดังก๊อบแก๊บ เจ็บปวดไปทั้งร่างอย่างแสนสาหัส ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะตอบโต้โดยสิ้นเชิง
"ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย!"
อวี๋ฉางอิงอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด นางรีบเปลี่ยนแขนกลไกทันที หมายจะยิงโจมตีใส่จูเยี่ยน ทว่ายังไม่ทันได้ยิงออกไป ก็เห็นเงาร่างของจูเยี่ยนขยับวูบ มือยักษ์ข้างนั้นของมันก็คว้าจับตัวเสิ่นเยียนเอาไว้แน่น
"เยียนเยียน!"
"เสิ่นเยียน!"
เหล่าสหายกลุ่มอสูรร้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน เพียงเห็นร่างของเสิ่นเยียนถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งของจูเยี่ยนกำเอาไว้แน่น เมื่อจูเยี่ยนออกแรงบีบ กระดูกทั่วร่างของเสิ่นเยียนก็ถูกบีบอัด เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากของนางมากยิ่งขึ้น
เสียงของจูเยี่ยนระเบิดก้องขึ้นในทะเลแห่งจิตของเสิ่นเยียนอย่างรุนแรง
"ส่งตัวไป๋เจ๋อมาซะ!"
เมื่ออาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อและคนอื่นๆ เห็นเช่นนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนด้วยความตื่นตระหนก รีบพุ่งเข้าโจมตีไปทางทิศของจูเยี่ยนในทันที ใครจะคาดคิดว่าจูเยี่ยนเพียงแค่ขยับตัววูบเดียว ก็คว้าตัวเสิ่นเยียนไปถึงบนกำแพงเมืองเสียแล้ว
"แย่แล้ว!"
อาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อร้องบอก
เสิ่นเยียนเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ใบหน้าเล็กซีดเผือดจนดูไม่ได้ กลิ่นอายพลังชีวิตกำลังไหลทะลักออกไปอย่างต่อเนื่อง นางพยายามจะอัญเชิญเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวออกมาเพื่อรับมือกับจูเยี่ยน ทว่าในตอนนั้นเอง
กระบี่เทพวิหควิญญาณที่ร่วงหล่นอยู่ของนางก็เปล่งประกายแสงออกมาระลอกหนึ่ง กระพริบถี่ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
เมื่อจูเยี่ยนเห็นนางไม่เอ่ยปาก ก็ยิ่งทวีความรำคาญใจ ในขณะที่มันคิดจะใช้พลังจิตบดขยี้ทะเลแห่งจิตของเสิ่นเยียนนั้นเอง หอคอยโบราณสีดำหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน พุ่งเข้ากระแทกใส่หัวของจูเยี่ยนอย่างจัง
ปัง!
จูเยี่ยนร้องด้วยความเจ็บปวด
แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ปล่อยมือจากเสิ่นเยียนแต่อย่างใด
จูเยี่ยนเห็นนางต่อต้าน จึงคิดว่านางไม่ยอมส่งตัวไป๋เจ๋อให้ มันโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟ ซัดเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวปลิวไปในหมัดเดียว จากนั้นก็ยื่นมือใหญ่พุ่งตรงไปยังศีรษะของเสิ่นเยียน หมายจะเด็ดหัวของนางออกมา
ทันใดนั้น ห้วงมิติเบื้องบนก็ถูกฉีกกระชากออก มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานลงมาดั่งสายฟ้าแลบ
"เยียนเอ๋อร์"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตระหนกและเดือดดาลดังขึ้นอย่างฉับพลัน ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองจงยวี่
ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่น ร่างอันใหญ่โตของจูเยี่ยนถูกกระแทกจนปลิวร่วงลงไปกองกับพื้น ในขณะที่เสิ่นเยียนก็ร่วงหล่นลงสู่อ้อมกอดของคนผู้หนึ่ง
เสิ่นเยียนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่สะท้อนเข้าสู่สายตาคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาและเป็นห่วงของเสิ่นเทียนฮ่าว ขอบตาของเขาแดงก่ำในพริบตา
"เยียนเอ๋อร์..."
เมื่อเสิ่นเทียนฮ่าวเห็นบุตรสาวของตนเองอาบชุ่มไปด้วยเลือดและมีสภาพรวยรินใกล้สิ้นใจ หัวใจของเขาก็ปวดร้าวแทบขาดใจ หยาดน้ำตาของเขาร่วงหล่นลงมา
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้
"เป็นความผิดของท่านพ่อเอง ท่านพ่อปกป้องเจ้าไว้ไม่ได้"
"ท่านพ่อ..."
เสิ่นเยียนเพิ่งจะอ้าปาก เลือดสดๆ ก็ทะลักออกมาจากปากของนาง
ภาพเหตุการณ์นี้ทิ่มแทงนัยน์ตาของเสิ่นเทียนฮ่าว ทำให้เขาเจ็บปวดใจจนแทบหยุดหายใจ ในขณะเดียวกันความโกรธเกรี้ยวก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด จิตสังหารปะทุขึ้นในแววตา เขารีบนำโอสถออกมาป้อนให้เสิ่นเยียน จากนั้นก็ถ่ายทอดพลังวิญญาณของตนเองให้กับนาง
ในเวลานี้ ผู้คนต่างก็มองไปยังชายหนุ่มที่กำลังอุ้มเสิ่นเยียนเอาไว้ เพียงเห็นว่าชายผู้นั้นสวมชุดคลุมยาวสีขาว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ทุกคนก็มองเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
รูปโฉมของเขามีส่วนคล้ายคลึงกับเสิ่นเยียนอยู่หลายส่วน
ดูแล้วอายุราวๆ สามสิบกว่าปี ใบหน้าหล่อเหลาเหนือธรรมดา ทว่าดูซูบซีดเล็กน้อย ยามนี้ขอบตาของเขาแดงก่ำ ซ้ำยังมีหยาดน้ำตารินไหล ทว่าความโกรธแค้นและจิตสังหารในแววตากลับไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้เลย
อาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อสีหน้าเปลี่ยนไป
"เสิ่นเทียนเหมิน?!"
เมื่อได้ยินคำว่า 'เสิ่นเทียนเหมิน' ทั้งสามคำนี้ ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกคนของสถาบันจงยวี่
เพราะพวกเขามาถึงล่าช้า จึงไม่รู้เรื่องที่เสิ่นเยียนกลายเป็นนายน้อยเทียนเหมินไปแล้ว
เซี่ยโหวตวน เซี่ยโห่วฟู่เวย ตลอดจนซานฉีและคนอื่นๆ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังทิศทางของเสิ่นเทียนฮ่าว ภายในใจตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนพวกของกลุ่มอสูรก็ฝืนทนพาตัวเองมาจนถึงข้างกายของเสิ่นเทียนฮ่าว เสิ่นเทียนฮ่าวตวัดสายตาอันเย็นเยียบมองมา ทำให้พวกเขาตัวแข็งทื่อไปในทันที
รังสีอำมหิตนั้นช่างแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ
จนทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาในใจ
"ท่านลุง พวกเราเป็นสหายของเสิ่นเยียนขอรับ/เจ้าค่ะ"
เมื่อเสิ่นเทียนฮ่าวได้ยินเช่นนั้น ก็หลุบตามองดูคนในอ้อมอก เมื่อเห็นนางพยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนแรง พลังกดดันที่เขาแผ่ออกมาจึงค่อยๆ บรรเทาลง
ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงคำรามต่ำของจูเยี่ยนแว่วมา ราวกับเจือปนไปด้วยโทสะ
จูเยี่ยนพุ่งเข้าจู่โจมอีกครั้งอย่างกะทันหัน
เสิ่นเทียนฮ่าวแววตาดำมืดลง เขาส่งมอบเสิ่นเยียนให้กับพวกกลุ่มอสูรอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ก้มหน้ามองเสิ่นเยียนอย่างลึกซึ้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
"ท่านพ่อจะแก้แค้นให้เจ้า ท่านพ่อจะฆ่ามัน จะฆ่าทุกคนที่ทำไม่ดีกับเจ้า ฆ่าพวกมันให้หมด!"
น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ
เสิ่นเยียนดึงแขนเสื้อของเสิ่นเทียนฮ่าวเบาๆ เอ่ยด้วยความกังวลว่า
"ท่านพ่อ ระวังตัวด้วย..."
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวใจของเสิ่นเทียนฮ่าวก็ยิ่งปวดร้าว เขามองนางด้วยแววตาสงสารจับใจ
"ตกลง"
เขารับคำอย่างอ่อนโยน
เขารีบกางค่ายกลป้องกันให้เสิ่นเยียนรวมถึงพวกกลุ่มอสูรในทันที
เสิ่นเทียนฮ่าวเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน แววตาเย็นเยียบและลึกล้ำ กลิ่นอายพลังกดดันทั่วร่างพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด แผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วบริเวณประตูเมืองในชั่วพริบตา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกหายใจไม่ออกและหนังศีรษะชาหนึบไปตามๆ กัน
"พวกเจ้าล้วนสมควรตาย!"
"คนที่ทำร้ายเยียนเอ๋อร์ ต้องตายให้หมด!"
ในมือของเขาเนรมิตกระบี่เทวะเล่มหนึ่งขึ้นมา ปราณกระบี่นั้นดุดันและน่าสะพรึงกลัว บิดเบือนกระแสอากาศในห้วงมิติโดยรอบในชั่วพริบตา แม้กระทั่งพื้นดินก็เริ่มปริร้าวถล่มทลาย
และในชั่วพริบตานั้นเอง เหนือศีรษะเบื้องหลังของเขาก็ปรากฏร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์หลายตัวขึ้นมา
ผู้คนต่างเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว
แม้แต่จูเยี่ยนเองก็ยังสัมผัสได้ถึงอันตรายอันเข้มข้น
อูอิ่งที่อยู่ภายในมิติพลังพิเศษ แววตาเปลี่ยนไป อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา
"พ่อของเจ้าถึงกับทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรบรรพกาลเลยงั้นหรือ!"