- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 383 ปกป้องสุดกำลัง
ตอนที่ 383 ปกป้องสุดกำลัง
ตอนที่ 383 ปกป้องสุดกำลัง
ร่างของเด็กหนุ่มผมแดงแผ่แรงกดดันอันน่าตระหนกออกมา ใบหน้าหล่อเหลาของเขายิ่งมายิ่งเย็นชาและโหดเหี้ยม
"เผ่ากลืนทอง?!"
เซี่ยโห่วตวนและผู้พิทักษ์ทั้งสามสีหน้าแปรเปลี่ยน
ทวีปกุยหยวนจะมีเผ่ากลืนทองได้อย่างไร?!
หรือว่าจะเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน…
ในเวลานี้ อวี๋ฉางอิง เซียวเจ๋อชวน ฉือเยว่ เวินอวี้ชู และเจียงเสียนเยวี่ยที่ล้วนได้รับบาดเจ็บ ต่างก็ทยอยลุกขึ้นยืน ล้อมกรอบเซี่ยโห่วตวนทั้งสี่คนเอาไว้
เจียงเสียนเยวี่ยเอ่ยเสียงเย็น
"อยากได้เผยซู่หรือ? เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต้องข้ามศพของพวกเราไปก่อน!"
"ลืมบอกพวกเจ้าไป พวกเราคือกลุ่มอสูร"
เสิ่นเยียนมีรอยยิ้มประดับที่มุมปาก ทว่ากลับทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันชวนขนหัวลุก กระบี่ยาวในมือของนางระเบิดพลังอันกล้าแกร่งออกมา ราวกับสามารถบิดเบือนและผกผันกระแสอากาศในมิติได้!
นางกล่าวว่า
"อสูรสามารถกระโจนเข้าสู่กระดานหมากเพื่อคนผู้เดียว และก็สามารถตั้งตนเป็นศัตรูกับสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนเพื่อคนผู้เดียวได้เช่นกัน! ผู้ใดที่รังแกเผยซู่ ล้วนต้องตาย!"
"ช่างกำเริบเสิบสานนัก!"
ผู้พิทักษ์เหมิงแค่นหัวเราะเย็นเยียบด้วยความดูแคลน
"คืนนี้พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!"
สิ้นเสียง ผู้พิทักษ์เหมิงก็พุ่งเข้าโจมตีไปทางเสิ่นเยียนในทันที ทว่าเสิ่นเยียนไม่เพียงไม่ถอยกลับพุ่งสวนไป นางตวัดกระบี่ออกไป ปราณกระบี่ขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อผู้พิทักษ์เหมิงเห็นเช่นนั้น ก็ซัดฝ่ามือปะทะเข้าใส่
ตูม!
พลังทั้งสองสายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง!
แววตาของเสิ่นเยียนดุดันอำมหิต นางฝืนผ่าทะลวงแรงกระแทก พุ่งสวนเข้าไป แทงกระบี่ตรงไปยังลำคอของผู้พิทักษ์เหมิง ทว่ากลับถูกพลังฝ่ามือของอีกฝ่ายสกัดเอาไว้ได้!
"อาศัยพลังเพียงแค่นี้ ยังคิดจะฆ่าข้าอีกหรือ?"
ผู้พิทักษ์เหมิงใช้พลังฝ่ามือข้างหนึ่งควบคุมตัวกระบี่ของเสิ่นเยียนเอาไว้ จากนั้นก็ง้างฝ่ามืออีกข้างหมายจะซัดเข้าใส่ร่างของเสิ่นเยียน ในช่วงเวลาความเป็นความตายระดับเส้นยาแดงผ่าแปดนั้นเอง
เส้นด้ายวิญญาณโปร่งแสงก็พุ่งทะลวงเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
"อ๊ากกก!"
ผู้พิทักษ์เหมิงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด รีบชักฝ่ามือกลับ จากนั้นก็รวบรวมพลังวิญญาณเพื่อต้านทานการแทรกซึมของเส้นด้ายวิญญาณ ท่อนแขนทั้งสองข้างของเขามีเลือดซึมออกมา หากเมื่อครู่เขาตอบสนองช้าไปเพียงนิดเดียว เกรงว่าแขนทั้งสองข้างคงขาดสะบั้นไปแล้ว!
เห็นเพียงผู้ที่ควบคุมเส้นด้ายวิญญาณทะยานร่างขึ้นไปกลางอากาศ เรือนผมสีแดงปลิวไสวไปตามสายลม ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูซีดเซียวเล็กน้อยของเด็กหนุ่มแฝงไปด้วยความเย็นชา แววตายิ่งบ้าคลั่งกระหายเลือด สองมือของเขาชักใยเส้นด้ายวิญญาณ วางกับดักเส้นด้ายวิญญาณจนครอบคลุมพื้นที่ต่อสู้บริเวณนี้ทั้งหมด!
ตอนนี้เขามีระดับพลังอยู่ขอบเขตระดับฟ้าขั้นสิบ ความเร็วและพลังรบล้วนพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
ในขณะเดียวกัน ผู้พิทักษ์หยวนถูกอวี๋ฉางอิงพัวพันเอาไว้ ฉือเยว่รับมือผู้พิทักษ์จง ส่วนเซียวเจ๋อชวนและเจียงเสียนเยวี่ย พวกเขาเข้าปะทะกับเซี่ยโห่วตวน
ทางด้านเวินอวี้ชู เขารีบถอยห่างออกจากพื้นที่ต่อสู้ ตอนนี้ชุดสีขาวของเขาถูกย้อมไปด้วยเลือดสดๆ มุมปากมีเลือดซึมออกมา เขาพลิกกู่ฉินขึ้นมา ปลายนิ้วดีดสายกู่ฉินอย่างรวดเร็ว
เจิง เจิง เจิง
ในพริบตา กระบวนท่าโจมตีของพวกเสิ่นเยียนล้วนได้รับการเสริมพลัง หากพวกเขาเองสามารถดึงพลังรบออกมาได้ระดับหนึ่ง เช่นนั้นเมื่อได้รับการสนับสนุนจากเสียงพิณของเวินอวี้ชูแล้ว ก็จะได้รับพลังรบระดับสอง
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างก็กินกันไม่ลง ไม่อาจรู้ผลแพ้ชนะ
สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้แค่พวกเซี่ยโห่วตวนตกตะลึงเท่านั้น ทว่าแม้แต่คนของสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนและผู้ที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ในเงามืดก็ยังตกใจ
กลุ่มอสูรกลุ่มนี้ ตกลงแล้วมีที่มาอย่างไรกันแน่?
สีหน้าของเสิ่นเยียนเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร นางเปิดฉากโจมตีอย่างดุดันใส่ผู้พิทักษ์เหมิง ในระหว่างนี้ มีจูเก่อโย่วหลินคอยควบคุมเส้นด้ายวิญญาณช่วยเหลือ การประสานงานที่เข้าขากันอย่างลงตัว ทำให้เสิ่นเยียนกลับกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ!
เสียงหึ่งดังขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกของเสิ่นเยียนเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นางทำการผสานร่างอัญเชิญกับอูอิ่งอีกครา ในพริบตา ทั่วทั้งร่างของนางราวกับกลายเป็นมังกรเจียวหลง แผ่กลิ่นอายอันน่าตระหนก อันตราย และหนาวเหน็บจนทำให้ผู้คนขนลุกซู่
"คมกระบี่มังกรเจียว!"
นางตวัดกระบี่ฟันออกไป
ตูม
เสียงระเบิดดังสนั่น เห็นเพียงคมกระบี่หลอมรวมเข้ากับร่างต้นของเจียวหลงอูอิ่ง แรงกดดันของอสูรบรรพกาลระเบิดออกมากะทันหันอย่างไม่อาจต้านทานได้ พุ่งทะยานเข้าไปหาผู้พิทักษ์เหมิงอย่างรุนแรง!
รูม่านตาของผู้พิทักษ์เหมิงหดเกร็ง รีบยกฝ่ามือขึ้นต้านรับ
ทว่าในจังหวะที่เขาตั้งรับ ร่างของเสิ่นเยียนกลับหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย กว่าผู้พิทักษ์เหมิงจะตระหนักถึงอันตราย ในใจก็แตกตื่น เขารีบหันขวับกลับไป หมายจะซัดฝ่ามือออกไป!
แต่พลังฝ่ามือยังไม่ทันได้ซัดออก เสียง ฉึก ก็ดังขึ้น กระบี่เทพวิหควิญญาณของเสิ่นเยียนแทงทะลุขั้วหัวใจของเขาเสียแล้ว
"เจ้า..."
ผู้พิทักษ์เหมิงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เลือดสดๆ ทะลักออกจากมุมปาก
เห็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของเสิ่นเยียนเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนป่วย แววตาของนางเจือไปด้วยสีแดงก่ำและเยียบเย็นดุจภูตผีร้าย มุมปากของนางยกขึ้น แผ่ซ่านความบ้าคลั่งถึงขีดสุดออกมา
ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีผุดขึ้นในใจของผู้พิทักษ์เหมิง เขารีบรวบรวมพลังฝ่ามือ ซัดการโจมตีอย่างสุดกำลังออกไป!
อย่างไรก็ตาม ในเสี้ยววินาทีที่พลังฝ่ามือของเขาซัดออกไปนั้น
นางกลับหายตัวไปแล้ว!
เกิดอะไรขึ้น?!
หรือว่านางจะรู้วิชาเคลื่อนย้ายมิติ?!
แววตาของผู้พิทักษ์เหมิงแปรเปลี่ยนด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือด ภายในใจเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาบ้างแล้ว ในหัวของเขามีแต่สีหน้าราวกับผีร้ายของนาง
ผู้พิทักษ์เหมิงถอยร่นอย่างต่อเนื่อง แต่ในเวลานี้เอง เสิ่นเยียนก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง นางยังคงอยู่ในตำแหน่งที่หายตัวไปเมื่อครู่ ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติกลับมา เสิ่นเยียนก็พุ่งประชิดตัวอีกครั้ง
"ทลายมิติ!"
สิ้นเสียง ในชั่วพริบตา
ร่างของผู้พิทักษ์เหมิงก็ถูกพลังมิติสายหนึ่งซัดจนกระเด็นลอยไปตกกระแทกพื้น
ร่างของเสิ่นเยียนวูบไหวราวกับภูตผี เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็มาถึงข้างกายผู้พิทักษ์เหมิงแล้ว นางเงื้อกระบี่ขึ้น ก่อนจะแทงลงที่ลำคอของผู้พิทักษ์เหมิงอย่างแรง!
เช้ง!
ผู้พิทักษ์เหมิงเบี่ยงศีรษะหลบด้วยความตื่นตระหนก หลบกระบี่นี้ไปได้อย่างฉิวเฉียด!
เพื่อบีบให้เสิ่นเยียนถอยไป เขาจึงซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าท้องของเสิ่นเยียน!
ทว่า เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเยียนจะเด็ดขาดและบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ นางยอมฝืนทนรับฝ่ามือของผู้พิทักษ์เหมิงเอาไว้ เพียงเพื่อจะใช้กระบี่ฟันคอเขาให้ขาดสะบั้น!
ตูม!
พร้อมกับเสียงที่ดังสนั่น ใบหน้าของเสิ่นเยียนซีดเผือดราวกับกระดาษ กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ร่างกายกระตุกเกร็งสองสามครั้ง ทว่ากระบี่ในมือของนางได้บั่นคอของผู้พิทักษ์เหมิงจนขาดสะบั้นไปแล้ว!
ผู้พิทักษ์หยวนและผู้พิทักษ์จงคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงหันมองมาทางนี้ ภาพที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาพวกเขาเบิกตาถลนด้วยความโกรธแค้น
"อาเหมิง!"
เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากของเสิ่นเยียนไม่หยุด ย้อมปลายคางของนางจนเป็นสีแดงฉาน ใบหน้าอันงดงามบัดนี้ไร้ซึ่งสีเลือด นางกำด้ามกระบี่แน่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ นางฝืนใช้กระบี่ยันกาย ลุกขึ้นยืน!
ในจังหวะที่นางเงยหน้าขึ้นมา นางก็แย้มยิ้ม
รอยยิ้มนี้ ทำเอาผู้คนหนังหัวชาหนึบ
ราวกับวิญญาณอาฆาตอสูรที่ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากขุมนรก
เมื่อเซี่ยโห่วตวนเห็นว่าผู้พิทักษ์เหมิงถูกเสิ่นเยียนสังหารอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ในใจก็ทั้งตกตะลึงและโกรธแค้น สายตาที่มองไปยังเสิ่นเยียนและพวกกลุ่มอสูรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาไม่ใช่เด็กอมมือ แต่เป็นปีศาจร้าย!
และในเวลานี้เอง
เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากไม่ไกลนัก เมื่อหันไปมองตามเสียง ก็เห็นว่าเป็นกองกำลังหนุนของสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนมาถึงแล้ว!
มีจำนวนมากถึงสองพันกว่าคน ทั้งยังมีผู้อาวุโสอีกหลายท่าน!
พวกเขาเข้าล้อมสถานที่แห่งนี้เอาไว้ จากนั้นก็พุ่งเข้าสังหารฝูงสัตว์อสูรและภูตผีนับหมื่นด้วยความเร็วสูงสุด ความโกลาหลบังเกิด สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา สมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนเข้าจู่โจมด้วยความได้เปรียบอย่างท่วมท้น
เมื่อพวกเสิ่นเยียนเห็นฉากนี้ แววตาก็ดำมืดลงหลายส่วน
ภายในหัวของเสิ่นเยียนก็มีเสียงของฝูงสัตว์อสูรและภูตผีดังขึ้น
"ลูกพี่ พวกเราต้านไม่ไหวแล้ว!"
"ลูกพี่ พวกมันคนเยอะเกินไป!"
ใจของเสิ่นเยียนดิ่งวูบ
เซี่ยโห่วตวนหัวเราะ
"อาศัยพวกเจ้าแค่เจ็ดคน ก็คิดจะฝ่าวงล้อมออกไปงั้นหรือ?"
ทันทีที่เขากล่าวจบ จู่ๆ ถนนอีกฝั่งก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาเช่นกัน
ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงคนของเทียนเหมินจำนวนนับไม่ถ้วนเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว ขบวนคนยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาเข้าปิดล้อมบริเวณประตูเมืองเอาไว้เช่นกัน พร้อมกับมีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
"ปกป้องนายน้อยเสิ่นเยียนสุดกำลัง!"