เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 381 ถูกศรทะลวงร่าง

ตอนที่ 381 ถูกศรทะลวงร่าง

ตอนที่ 381 ถูกศรทะลวงร่าง


สีหน้าของเสิ่นเยียนยิ่งมายิ่งเย็นชาเย็นเยียบ แน่นอนว่านางย่อมฟังความหมายในคำพูดของเซี่ยโห่วตวนออก เพราะใน ยุคสุดท้าย ก็เคยมีคนพูดกับนางเช่นนี้เหมือนกัน

เพียงแต่...คนผู้นั้นถูกนางฆ่าตายไปนานแล้ว

ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปาก จู่ๆ หลิงเซี่ยนนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าไปล้อมโจมตีเซี่ยโห่วตวนในทันที พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

"ตาเฒ่าไร้ยางอาย! คิดจะให้วัวแก่กินหญ้าอ่อน ไม่ดูสารรูปตัวเองเลยว่าคู่ควรกับเสิ่นเยียนหรือไม่!"

เซี่ยโห่วตวนใช้พลังวิญญาณของตนต้านทานการโจมตีของหลิงเซี่ยน แววตาของเขาเข้มขึ้น เห็นได้ชัดว่ากำลังบันดาลโทสะ

เขาชักกระบี่ในมือกลับอย่างรวดเร็ว ร่างกายวูบไหวราวกับภูตผี พุ่งทะยานเข้าไปหาจูเก๋อโย่วหลินในชั่วพริบตา ท่วงท่าของเขารวดเร็วและดุดันอย่างไร้ที่เปรียบ ราวกับพกพาสายฟ้าฟาดนับหมื่นชั่งมาด้วย

เมื่อจูเก๋อโย่วหลินเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้วิชาควบคุมวิญญาณ ชักใยหลิงเซี่ยนให้พุ่งโจมตีเซี่ยโห่วตวนราวกับอสรพิษ ทว่าความแข็งแกร่งของเซี่ยโห่วตวนนั้นทรงพลังอย่างผิดปกติ เพียงแค่ตั้งรับเล็กน้อย ก็สามารถต้านทานการโจมตีจากหลิงเซี่ยนของจูเก๋อโย่วหลินได้อย่างง่ายดาย!

เวลาผ่านไปไม่นาน จูเก๋อโย่วหลินก็ถูกเขาฟันเข้าหนึ่งกระบี่จนต้องร้องโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด

และในจังหวะที่เซี่ยโห่วตวนกำลังจะตวัดกระบี่บั่นศีรษะของจูเก๋อโย่วหลินนั้น จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงอันตราย จึงหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว ยกกระบี่ในมือขึ้นขวางไว้ตรงหน้าอก เพื่อรับมือกับการลอบโจมตีที่กำลังจะมาถึง!

ตูม

ปราณกระบี่เปลวเพลิงอันร้อนระอุพุ่งทะยานเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด ทุกที่ที่คมกระบี่พาดผ่าน อากาศราวกับถูกจุดประกายไฟ ลุกโชนเป็นเปลวเพลิงอันร้อนแรง!

ร่างของเด็กสาวในชุดสีม่วงพุ่งประชิดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพลงกระบี่ของนางราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำทุกกระบี่แฝงไปด้วยอานุภาพไร้ขีดจำกัด พกพาปราณกระบี่อันเฉียบคมพุ่งทะยานเข้าใส่เซี่ยโห่วตวนจนครอบคลุมไปทั่วฟ้าดิน!

เซี่ยโห่วตวนรีบยกกระบี่ขึ้นต้านทาน

การโจมตีเหล่านี้สำหรับเขาแล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด

เซี่ยโห่วตวนหรี่ตาจ้องมองเสิ่นเยียน พลางเผยรอยยิ้ม

"เจ้าคิดดีแล้วหรือยัง? หากเจ้ายินยอมติดตามประมุขสมาพันธ์ผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็นลาภยศสรรเสริญ หรือทรัพยากรชั้นเลิศ ประมุขสมาพันธ์ผู้นี้ก็สามารถมอบให้เจ้าได้ทั้งหมด แม้แต่สหายของเจ้า ประมุขสมาพันธ์ผู้นี้ก็สามารถปล่อยพวกมันไปได้!"

ฟังดูแล้ว นี่เป็นข้อเสนอที่ยั่วยวนใจอย่างยิ่ง

อวี๋ฉางอิงที่กำลังรับมือกับผู้พิทักษ์ทั้งสามอยู่ไม่ไกล พอได้ยินเช่นนั้นก็สติขาดผึงในทันที ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นางสบถด่าทอออกมาทันควัน

"เซี่ยโห่วตวน! แกนับเป็นประมุขสมาพันธ์ประสาอะไร แกมันก็แค่เดนมนุษย์! ลูกชายเพิ่งตายไปได้ไม่ทันไร ก็คิดเรื่องผู้หญิงเสียแล้ว! แกอยากได้ผู้หญิงก็ช่างประไร แต่กล้ามาคิดอกุศลกับเยียนเยียนของเรา ท่อนล่างของแกก็สมควรถูกทุบให้แหลกละเอียด!"

ตอนที่เซี่ยโห่วเหว่ยอยู่ในดินแดนต้องห้าม ก็เคยมีใจให้เสิ่นเยียน

มาตอนนี้ เซี่ยโห่วตวนผู้เป็นพ่อก็ยังมีใจให้เสิ่นเยียนอีก ซ้ำยังอยากให้เยียนเยียนไปอยู่ด้วย ช่างน่าสะอิดสะเอียนสิ้นดี

ไม่ยอมชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง พวกเขาคู่ควรกับเยียนเยียนหรือ?!

คำพูดของอวี๋ฉางอิงลอยไปเข้าหูของเวินอวี้ชู เจียงเสียนเยวี่ย ฉือเยวี่ย และเซียวเจ๋อชวน สีหน้าของพวกเขาทั้งหมดล้วนดำทะมึนลงหลายส่วน

เซี่ยโห่วตวนกล้าหมายปองเสิ่นเยียนงั้นหรือ?

เขากับเซี่ยโห่วเหว่ยเหมือนกันไม่มีผิด สมควรตาย!

จูเก๋อโย่วหลินเอ่ยด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

"พูดได้ถูกต้อง! เซี่ยโห่วตวน แกก็อายุปูนนี้แล้ว ทั้งยังเคยแต่งเมียมีลูกมาแล้ว ยังกล้ามาหมายปองเด็กสาวอายุสิบกว่าปีอีก แกไม่รู้สึกขยะแขยงตัวเองบ้างหรือไง?"

เซียวเจ๋อชวนตวัดดาบสกัดกั้นการโจมตีของผู้พิทักษ์สมาพันธ์ พลางเอ่ยเสียงเย็น

"หน้าไม่อายจริงๆ"

น้ำเสียงของเจียงเสียนเยวี่ยเต็มไปด้วยจิตสังหาร

"ต่อให้พวกเราต้องตาย ก็ไม่มีทางให้เยียนเยียนไปอยู่กับแกหรอก"

เมื่อเซี่ยโห่วตวนได้ยินคำพูดของพวกเขา ใบหน้าก็เขียวคล้ำ เขาโกรธจนลืมอาย ในใจลอบคิดว่า เป็นเสิ่นเยียนต่างหากที่ไม่คู่ควรกับตน เขาอยากได้ผู้หญิงแบบไหนมีหรือจะหาไม่ได้ ตอนนี้ก็แค่รู้สึกสนใจในตัวเสิ่นเยียนผู้นี้เท่านั้น!

ทันใดนั้น ปราณกระบี่อันดุดันถึงขีดสุดก็พุ่งเข้าใส่

"เซี่ยโห่วตวน ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันติดตามเจ้า"

เซี่ยโห่วตวนตวัดกระบี่ขึ้นต้านรับ สายตาเย็นเยียบและมืดมนจ้องมองไปยังเสิ่นเยียน

เขาแค่นเสียงหัวเราะเย็น

"คนที่กล้าปฏิเสธประมุขสมาพันธ์ผู้นี้ ไม่เคยมีจุดจบที่ดีสักราย!"

จากนั้น เขาก็พุ่งร่างเข้ามาด้วยความเร็วอันน่าตระหนก มือกระชับกระบี่ยาวแน่นแล้วแทงตรงไปยังตำแหน่งหัวใจของเสิ่นเยียน

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เสิ่นเยียนอาศัยปฏิกิริยาตอบสนองอันเฉียบคมและทักษะเพลงกระบี่อันล้ำเลิศของตน เบี่ยงทิศทางกระบี่ของอีกฝ่ายไปได้เล็กน้อย ทำให้กระบี่เล่มนี้พลาดจุดตายไป

ทว่ากระบี่ยาวก็ยังคงแทงทะลุร่างของเสิ่นเยียนอย่างโหดเหี้ยม เพียงแต่ไม่ใช่ที่หัวใจ แต่เป็นบริเวณหัวไหล่

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผล ย้อมอาภรณ์ของนางจนกลายเป็นสีแดงฉาน

"เยียนเยียน!"

พวกหน่วยซิวหลัวสังเกตเห็นว่าเสิ่นเยียนได้รับบาดเจ็บ ก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา พวกเขาอยากจะรีบรุดเข้ามาช่วยเหลือ แต่กลับถูกผู้พิทักษ์ทั้งสามพัวพันเอาไว้

สีหน้าของเซี่ยโห่วตวนบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย เขากู่ร้องคำรามด้วยความโกรธ

"ไปลงนรกซะ!"

กระบี่ยาวถูกชักออก ปราณกระบี่อันแข็งแกร่งดั่งขุนเขาถล่มทะเลทลาย พุ่งเข้าโจมตีเสิ่นเยียน เสิ่นเยียนกัดฟันกรอด ใช้แรงกดดันจากพลังของมังกรเจียวหลงเข้าต้านทาน แต่กลับถูกกระแทกจนปลิวลอยไป ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ยากจะบรรยายแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ในวินาทีที่ร่างกำลังจะร่วงกระแทกพื้น นางได้ใช้กระบี่ในมือปักลงบนพื้นดินเพื่อทรงตัวให้มั่นคง

แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้หอบหายใจ ก็เห็นเซี่ยโห่วตวนตวัดกระบี่ยาวในมืออีกครั้ง แล้วฟาดฟันมาทางนางอย่างโหดเหี้ยม!

กระบี่นี้มีกลิ่นอายพลังอันยิ่งใหญ่ ราวกับขุนเขาไท่ซานทับไข่ พุ่งโจมตีเข้ามาอย่างดุดัน!

เสิ่นเยียนตกใจสุดขีด รู้สึกเพียงว่าร่างกายของตนราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นตรึงเอาไว้แน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย!

นิ้วทั้งห้าของนางกำด้ามกระบี่ไว้แน่น ฝ่ามือมีเลือดซึมออกมาจากการออกแรงมากเกินไป แต่นางกลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เพียงพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะพังทลายพันธนาการแห่งพลังนั้น แล้วยกกระบี่ขึ้นขวางหน้าอกเพื่อป้องกัน!

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

ตามมาด้วยเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ปรากฏร่างของเด็กสาวถักเปียคู่ถือสามง่ามมายืนขวางอยู่เบื้องหน้าเสิ่นเยียน ทว่ากลับถูกปราณกระบี่ฟาดกระเด็นลงไปกองกับพื้น เลือดสดๆ พุ่งพรวดออกจากปาก ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวดอยู่สองสามครั้ง อาวุธสามง่ามก็ร่วงหล่นอยู่ด้านข้าง

ใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดราวกับกระดาษ แววตาของนางเลื่อนลอย ราวกับจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ

"เยวี่ยเยวี่ย!"

รูม่านตาของเสิ่นเยียนหดเกร็ง หัวใจราวกับถูกกระชากอย่างรุนแรง ความตื่นตระหนกก่อตัวขึ้นในใจ นางรีบจับกระบี่ ฝืนยันกายลุกขึ้น หมายจะเข้าไปดูอาการของเจียงเสียนเยวี่ย ทว่ากลับถูกการโจมตีของเซี่ยโห่วตวนขัดจังหวะเสียก่อน

คมกระบี่ของเซี่ยโห่วตวนพุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าเขากลับไม่ได้ทุ่มเทแรงทั้งหมด ราวกับจงใจหยอกล้อเสิ่นเยียนเล่นก็ไม่ปาน

ทางด้านจูเก๋อโย่วหลินและคนอื่นๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าเจียงเสียนเยวี่ยได้รับบาดเจ็บสาหัสจนลุกไม่ขึ้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างตื่นตระหนก ในใจร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง ราวกับมีเส้นความอดทนในสมองที่กำลังจะขาดผึง

"ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย!"

จูเก๋อโย่วหลินสบถด่าด้วยความโกรธแค้น

ทันใดนั้นเอง

ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด ศรวิญญาณหลายดอกที่ทอประกายเย็นเยียบพุ่งทะยานราวกับอสรพิษ ลอบพุ่งตรงไปยังเด็กหนุ่มชุดดำบนกำแพงเมืองอย่างเงียบเชียบ

ในวินาทีนี้ ทั่วทั้งสนามรบตกอยู่ในความโกลาหล เสียงโห่ร้องฆ่าฟัน เสียงอาวุธปะทะกันดังระงมไปทั่วสารทิศ

ภายใต้สภาพแวดล้อมที่สับสนวุ่นวายเช่นนี้ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าศรวิญญาณปลิดชีพเหล่านั้นกำลังพุ่งเข้าประชิดเด็กหนุ่มชุดดำด้วยความเร็วสูง ทว่ากลับมีวิญญาณดวงหนึ่งสังเกตเห็นฉากนี้เข้า มันร้อนใจดั่งไฟลุ่ม อยากจะพุ่งเข้าไปขวางศรวิญญาณเหล่านั้นไว้ แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

เพียงชั่วพริบตา ศรวิญญาณหลายดอกก็พุ่งทะลวงร่างของเด็กหนุ่มชุดดำอย่างโหดเหี้ยม

เมื่อความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นปราดเข้ามา เด็กหนุ่มชุดดำที่เดิมทีหมดสติไปแล้วก็ดูเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเล็กน้อย คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังพยายามต่อต้านความทรมานอันแสนสาหัส ทว่าร่างกายของเขากลับไร้เรี่ยวแรงที่จะพยุงไว้ได้อีกต่อไป ทำได้เพียงปล่อยให้บาดแผลที่เกิดจากศรวิญญาณกัดกินชีวิตของตนไป

ดวงวิญญาณตนนั้นรีบส่งข่าวบอกเสิ่นเยียนทันที

เสิ่นเยียนชะงัก เงยหน้าขึ้นมองทันควัน

พลันเห็นเผยซู่ถูกธนูยิงทะลุร่างหลายดอก ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยเลือด เป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่อาจทราบได้ กลิ่นอายแห่งความตายอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมารอบตัวเขา

นางนิ่งอึ้ง ริมฝีปากสั่นระริก เส้นสติในสมองราวกับขาดผึงลงในพริบตา นิ้วทั้งห้าของนางกำด้ามกระบี่แน่นขึ้นฉับพลัน นางหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่อันตราย บ้าคลั่ง และเย็นเยียบ

ในเวลานี้ พวกหน่วยซิวหลัวทุกคนล้วนสังเกตเห็นสถานการณ์ของเผยซู่แล้ว

สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

"เป็นใครกัน?!"

รูม่านตาของเซี่ยโห่วตวนหดเกร็ง เผยซู่จะมาตายตอนนี้ไม่ได้! ตกลงใครกันแน่ที่ต้องการยิงเผยซู่ให้ตาย?

ส่วนผู้พิทักษ์ทั้งสามเมื่อเห็นเช่นนั้น ในใจก็สั่นสะท้านอย่างหนัก ไม่สนแล้วว่าจะต้องจัดการกับหน่วยซิวหลัว พวกเขาร้อนรนใจแทบเป็นบ้า อยากจะรีบไปตรวจสอบว่าเผยซู่ตายแล้วหรือยัง!

"เผยซู่!"

จบบทที่ ตอนที่ 381 ถูกศรทะลวงร่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว