- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1407 กอดนอนไปด้วยกัน
ตอนที่ 1407 กอดนอนไปด้วยกัน
ตอนที่ 1407 กอดนอนไปด้วยกัน
เฉียวเอ๋อเชิดหน้ากล่าวอย่างเย่อหยิ่งว่า
"พวกเราไม่เคยลงมือกับเรือสินค้า แล้วก็ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าด้วย"
"ใช่แล้ว ปล้นเฉพาะคนชั่วเท่านั้น"
เจินฮ่วนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
มู่เหลียงหัวเราะเบา ๆ กล่าวเสียงเรียบ
"มีหลักการดีนี่"
เจินฮ่วนเชิดหน้าตอบ
"แน่นอนสิ จะไม่ทำผิดหลักการเด็ดขาด"
มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"แล้วต่อไป…จะเป็นโจรสลัดไปตลอดเลยหรือเปล่า?"
"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็แน่นอนอยู่แล้ว"
เจินฮ่วนตอบโดยไม่เสียเวลาคิด
เธอไม่ได้วางแผนอนาคตอะไรไว้ ปกติก็แค่ก้าวไปทีละก้าว
มู่เหลียงครุ่นคิดเล็กน้อย ตัดสินใจบอกความต้องการของตัวเองออกไปตรง ๆ
"ทวนวงเดือนเล่มนี้ เรายกให้ได้ แต่หวังว่าเธอจะเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ เพื่อช่วยข้าฝึกฝนกองทัพเรือ"
"ให้ข้าเข้าร่วมเมืองเต่าทมิฬ?"
เจินฮ่วนชะงักไป
เฉียวเอ๋อเองก็เบิกตากว้าง ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรไปชั่วขณะ
"ใช่ เข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ"
มู่เหลียงกล่าวเรียบ ๆ
"ทำไมล่ะ?"
เจินฮ่วนขมวดคิ้ว
เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
"ฉันเป็นโจรสลัดนะ"
"ถึงเจ้าจะเป็นโจรสลัด แต่ก็เป็นโจรสลัดที่ดี ไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรม"
มู่เหลียงยกชาต้มร้อนขึ้นจิบ
เขาส่ายหน้า แล้วกล่าวต่อ
"ยิ่งไปกว่านั้น การที่ฉันชักชวน ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ว่าเธอเป็นโจรสลัด"
"..."
เจินฮ่วนมองทวนวงเดือนในมือ ภายในใจเริ่มลังเล
"ลูกพี่..."
เฉียวเอ๋อกัดริมฝีปากล่าง มองเธอด้วยความตึงเครียด
หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม
"หากเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ จะได้ดื่มเหล้าชั้นเลิศและลิ้มรสอาหารเลิศรสทุกวัน"
แววตาของเจินฮ่วนเป็นประกาย เริ่มหวั่นไหวขึ้นมาบ้างแล้ว
มู่เหลียงเสริมต่อ
"เข้าร่วมเมืองเต่าทมิฬ หากมีความดีความชอบ ก็สามารถครอบครองชุดเกราะอุปกรณ์เวทระดับสูงได้ด้วย"
"จริงเหรอ?"
เจินฮ่วนเงยหน้าขึ้นขวับ
"แน่นอน ฉันไม่เคยเอาเปรียบคนของตัวเอง"
มู่เหลียงยิ้มบาง ๆ
จิตใจของเจินฮ่วนสั่นคลอนอีกครั้ง
"ลูกพี่ ไหนตกลงกันว่าจะปราบอธรรมผดุงคุณธรรมด้วยกันไง?"
เฉียวเอ๋อพองแก้มกล่าว
มู่เหลียงเอ่ยเสียงเรียบ
"เข้าร่วมเมืองเต่าทมิฬ ก็สามารถรับมือกับพวกโจรสลัดได้เหมือนเดิม แถมยังง่ายกว่าด้วย"
ด้วยความแข็งแกร่งของเมืองเต่าทมิฬ โจรสลัดกว่าเก้าในสิบส่วนล้วนต้องหวาดกลัว ที่เขาว่ากันว่าพิงต้นไม้ใหญ่ย่อมได้ร่มเงาที่ดีก็หมายความแบบนี้นี่แหละ
"นั่นสิ จะว่าอย่างนั้นก็ถูก..."
เจินฮ่วนหันไปมองเฉียวเอ๋อ ภายในใจกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก
มู่เหลียงเสริมอีกว่า
"ลูกน้องโจรสลัดของเธอ ตราบใดที่ไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้าย ก็สามารถเข้ามาอยู่ในเมืองเต่าทมิฬได้เช่นกัน"
"เอ๋ ฉันก็ด้วยเหรอ?"
ดวงตาของเฉียวเอ๋อสว่างวาบขึ้นมาทันที
เธอรีบถามต่อ
"แล้วฉันจะมีอุปกรณ์เวทระดับสูงด้วยไหม?"
มู่เหลียงยิ้มถาม
"พลังอยู่ในระดับแปดด้วยเหรอ?"
"ไม่….เพิ่งระดับหกเอง"
เฉียวเอ๋อเบะปาก เข้าใจความหมายในคำพูดของมู่เหลียง
มู่เหลียงครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยว่า
"ถ้าเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ ด้วยพลังระดับหกเราจะมอบอุปกรณ์เวทระดับกลางได้หนึ่งชิ้น"
"จริงเหรอ?"
ความรู้สึกผิดหวังของเฉียวเอ๋อมลายหายไปจนหมดสิ้น กลับมาร่าเริงอีกครั้ง
อุปกรณ์เวทระดับกลาง ก็เป็นของหายากเหมือนกันนะ
มู่เหลียงพยักหน้า
"แน่นอน ฉันไม่หลอกใครหรอก"
เจินฮ่วนรู้สึกสะเทือนใจ คิดว่ามู่เหลียงทำไปเพื่อซื้อใจเธอ ถึงยอมมอบอุปกรณ์เวทระดับกลางให้เฉียวเอ๋อ
เฉียวเอ๋ออ้าปากค้าง หันไปมองเจินฮ่วน แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"ลูกพี่…..ตัดสินใจเองเถอะ"
"หากเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ ฉันต้องทำอะไรบ้าง?"
เจินฮ่วนถามอย่างระแวดระวัง
"รับผิดชอบการฝึกทหารเรือ แล้วก็ภารกิจสู้รบทางทะเลอะไรพวกนี้"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
"เข้าใจแล้ว"
เฉียวเอ๋อพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เจินฮ่วนจมอยู่ในความคิดถึงห้านาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมากล่าวอย่างจริงจัง
"ฉันจะเข้าร่วมเมืองเต่าทมิฬได้ ส่วนลูกน้องของฉันจะยอมรับหรือไม่ ให้พวกนางตัดสินใจกันเอง"
"ตกลง"
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย กองกำลังทางทะเลของเมืองเต่าทมิฬจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นแล้ว
"เจินฮ่วน เมืองเต่าทมิฬยินดีต้อนรับการเข้าร่วมของเธอ"
หยู่ฉินหลานลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวอย่างสง่างาม
เจินฮ่วนตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างมีมารยาท จากนั้นก็กอดทวนวงเดือนเอาไว้ด้วยความหลงใหลจนไม่อยากปล่อยมือ
มู่เหลียงลุกขึ้นยืนพร้อมกับกล่าวว่า
"ดึกมากแล้ว คืนนี้นอนพักที่เนินสูงเถอะ พรุ่งนี้ค่อยจัดการเรื่องที่พักและเรื่องอื่น ๆ ต่อ"
"ตกลง"
เจินฮ่วนพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ
ความสนใจของเธอทุ่มเทไปที่ทวนวงเดือนจนหมด หากไม่กลัวว่ามันจะคมเกินไปจนบาดตัวเองเข้าล่ะก็ เธอแทบอยากจะกอดมันเข้านอนด้วยกันในคืนนี้เลย
"ตามฉันมาสิ"
หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม
"ได้"
เจินฮ่วนตอบรับส่ง ๆ
เฉียวเอ๋อเผยสีหน้าอิจฉา เบะปากเดินตามหลังลูกพี่ของตัวเองไปยังตำหนักข้าง
เมื่อทั้งสามเดินจากไปแล้ว ลี่เยว่ก็กระซิบถามขึ้น
"มู่เหลียง จะให้ส่งคนไปจับตาดูพวกนางไหม?"
"ไม่ต้องหรอก"
มู่เหลียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เขาเคยปล่อยแรงกดดันของตัวเองออกไปแล้ว ต่อให้พวกนางมีความกล้าสักร้อยเท่า ก็ไม่กล้าทำอะไรวู่วามในพระราชวังบนเนินสูงหรอก
หากจะใช้คนก็อย่าระแวง หากระแวงก็อย่าใช้คน
"เข้าใจแล้ว"
ลี่เยว่พยักหน้ารับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"กลับห้องทำงานกันเถอะ"
มู่เหลียงลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเดินออกจากห้องรับแขก
คืนนี้เขายังมีเรื่องต้องจัดการอีกมากมาย จะมานั่งว่าง ๆ ไม่ได้หรอก
มู่เหลียงกลับมาที่ห้องเพื่อสะสางงาน ทุ่มเทความพยายามเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเมืองเต่าทมิฬ
สองชั่วโมงกว่าต่อมา มิอากลับมาถึง เธอเคาะประตูห้องหนังสือเบา ๆ
"เข้ามาสิ"
เสียงอันสงบเยือกเย็นของมู่เหลียงดังขึ้น
มิอาผลักประตูเข้ามาในห้อง เห็นมู่เหลียงกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ
"ส่งกลับไปหมดแล้วเหรอ?"
เขาถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
"ใช่ค่ะ"
มิอาตอบเสียงเบา
มู่เหลียงถึงได้เงยหน้าขึ้นมา แล้วถามว่า
"มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?"
"พวกเขาทั้งหมดล้วนอยากซื้อรถไฟ แล้วก็ยังถามไถ่เรื่องเกราะภูติผีด้วย"
มิอาตอบตามความจริง
"พวกเขาก็อยากซื้อรถไฟด้วยเหรอ?"
มู่เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย รู้สึกประประหลาดใจนิดหน่อย
มิอากล่าวต่อ
"ใช่ค่ะ ฉันเลยให้พวกเขาไปหารือกับฮู่เตียน"
"อืม ให้ไปคุยกับฮู่เตียนน่ะถูกแล้ว"
มู่เหลียงพยักหน้าช้า ๆ
ฮู่เตียนมีหัวการค้าที่เก่งกาจมาก สามารถรับผิดชอบงานนี้ได้เป็นอย่างดี
มิอามองไปที่มู่เหลียง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"พวกเขายังแสดงความตั้งใจว่าอยากจะทำการค้าอุปกรณ์เวทระดับกลางกับเมืองเต่าทมิฬให้มากขึ้น โดยหวังว่าราคาจะถูกกว่าในงานประมูลค่ะ"
"ปล่อยให้ฮู่เตียนไปจัดการเจรจาเถอะ"
มู่เหลียงโบกมือปัด
เขายกเรื่องการค้าให้หญิงสาวเผ่าจิ้งจอกดูแลจัดการอย่างเต็มตัวแล้ว ตัวเขาเพียงแค่หาวิธีทำเงินให้ก็พอ อย่างเช่นการคิดค้นยุทธภัณฑ์วิญญาณสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันรูปแบบใหม่ ๆ หรืออาหารเลิศรสแบบใหม่ รวมไปถึงบทภาพยนตร์เรื่องใหม่
ฮู่เตียนมีความสามารถในการบริหารจัดการย่านการค้าทั้งหมดของเมืองเต่าทมิฬ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด
"เข้าใจแล้วค่ะ"
มิอาเผยสีหน้าที่บ่งบอกว่ารู้เรื่อง
มู่เหลียงหันไปมองหญิงสาวเผ่าแมว แล้วถามขึ้น
"คืนนี้ใครเข้าเวรดึก?"
"หยางปิงกับลี่ลี่ค่ะ"
มิอาคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
วันนี้หนี่จี่ชาพักผ่อน ลี่เยว่ก็คอยติดตามมู่เหลียงอยู่ตลอด คนที่จะอยู่เข้าเวรดึกได้ก็มีแค่หยางปิงกับลี่ลี่เท่านั้น
"อืม เธอก็ไปพักผ่อนเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรแล้วล่ะ"
มู่เหลียงกล่าวพลางก้มหน้าลง หยิบดินสอขึ้นมาขีดเขียนลงบนกระดาษต่อ
"รับทราบค่ะ"
มิอามองดูถ้วยชาที่วางอยู่ข้างมือมู่เหลียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
ผ่านไปไม่นาน เสี่ยวจื่อที่รับหน้าที่เข้าเวรดึกก็เดินเข้ามาในห้อง เธอวางถ้วยชาร้อนที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ ๆ ลง พร้อมกับนำขนมของว่างอีกหนึ่งจานมาให้
มู่เหลียงจิบชาร้อนเข้าไปอึกหนึ่ง จังหวะกลืนก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นถาม
"ในชาใส่อะไรลงไปเหรอ?"
"ชาถ้วยนี้ชงรวมกับดอกไม้แห้งลงไปด้วยเจ้าค่ะ"
เสี่ยวจื่อตอบเสียงเบา
"อืม มิน่าล่ะถึงได้มีกลิ่นหอม"
มู่เหลียงเอ่ยอย่างประหลาดใจ
เสี่ยวจื่อลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตราบใดที่ท่านมู่เหลียงไม่รังเกียจก็ดีแล้ว