เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1399 ของสงวนชีวิต

ตอนที่ 1399 ของสงวนชีวิต

ตอนที่ 1399 ของสงวนชีวิต


หลิงเซียงเดินตามหลานตี๋เข้าไปในลานประมูล ยังไม่ทันจะเดินพ้นทางเดิน เธอก็ได้ยินเสียงการเสนอราคาแข่งขันกันอย่างดุเดือด

"สองแสน"

"สองแสนหนึ่งหมื่น..."

"ดุเดือดจัง ตอนนี้กำลังประมูลอะไรกันอยู่นะ?"

หลานตี๋เดินไปข้างหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ส่วนหลิงเซียงนั้นทำตัวลับๆ ล่อๆ หลบอยู่ด้านหลังหลานตี๋ ดวงตาสวยกลมโตของเธอกลอกไปมา

หลานตี๋หันขวับกลับมา ถามด้วยความสงสัย

"เธอเป็นอะไรไปน่ะ?"

"ฉันกำลังมองหาท่านพ่ออยู่น่ะ ไม่อยากให้ท่านเห็น"

หลิงเซียงอธิบายเสียงเบา

ถ้าถูกท่านพ่อเห็นเข้าล่ะก็ เธอต้องถูกจับตัวกลับไปแน่ๆ แล้วชีวิตที่แสนจะสุขสบายไร้กังวลก็จะต้องจบลง

หลานตี๋พูดอย่างเหลืออด

"ชั้นหนึ่งมันที่นั่งธรรมดา พ่อของเธอเป็นถึงกษัตริย์ ก็น่าจะอยู่ในห้องรับรองชั้นสองหรือชั้นสามนู่น ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก"

"อย่างนั้นเหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ"

หลิงเซียงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินตามเด็กสาวผมน้ำตาลไปข้างหน้า

ทั้งสองเดินพ้นทางเดินออกมา สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือศีรษะหลากสีสันที่เรียงรายกันเป็นแถว เมื่อมองตรงไปข้างหน้าก็คือเวทีประมูลที่ยกสูงขึ้น ฮู่เตียนกำลังยืนฟังเสียงเสนอราคาประมูลอยู่

"มนุษย์ครึ่งอสูรตัวสวยจังเลย"

หลิงเซียงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

หลานตี๋อธิบาย

"นั่นคือท่านฮู่เตียน เป็นผู้ดูแลถนนการค้าน่ะ"

"สวยอยู่หรอก แต่มนุษย์ครึ่งอสูรมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?"

หลิงเซียงพึมพำเสียงเบา

"อย่าพูดจาส่งเดชไปนะ เมืองเต่าทมิฬไม่ได้เหยียดมนุษย์ครึ่งอสูรหรอกนะ ยิ่งไปกว่านั้นท่านฮู่เตียนก็ไม่ใช่มนุษย์ครึ่งอสูรด้วย"

หลานตี๋ขมวดคิ้วเอ่ยเตือน

ในทวีปเก่า ฮู่เตียนเดิมทีก็คือผู้กลายพันธ์ และเป็นถึงขุนนางแห่งเมืองหมื่นอสูร

"ก็มีหางโผล่มาซะขนาดนั้น จะไม่ใช่มนุษย์ครึ่งอสูรได้ยังไงกันเล่า"

หลิงเซียงยู่ปาก

คิ้วของหลานตี๋กระตุกกึกๆ เธอยกมือขึ้นเขกหัวหลิงเซียงไปทีหนึ่ง แล้วพูดอย่างเหลืออด

"ท่านฮู่เตียนเป็นผู้หญิงของท่านเจ้าเมือง สถานะของเธอสูงส่งมากนะ เธอหัดระวังปากซะบ้าง"

"เอ๊ะ มาตีฉันทำไมเนี่ย... ท่านเจ้าเมืองของพวกเธอแต่งงานกับมนุษย์ครึ่งอสูรงั้นเหรอ?"

หลิงเซียงเบิกตากลมโต ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

หลานตี๋เบ้ปาก กระซิบเสียงเบา

"...ก็ยังไม่ได้แต่งหรอก แต่เรื่องในอนาคตมันก็พูดยากน่ะนะ"

หลิงเซียงอ้าปากตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกเด็กสาวผมน้ำตาลถลึงตาใส่ จึงต้องหุบปากลงอย่างเสียไม่ได้

ทั้งสองดึงความสนใจกลับมาที่ลานประมูล ฮู่เตียนได้ประกาศราคาประมูลสุดท้ายออกมาแล้ว

"ขอแสดงความยินดีกับแขกในห้องรับรองชั้นสองด้วยค่ะ ที่ประมูลเครื่องปรับอากาศชุดนี้ไปได้ในราคาสี่แสนห้าหมื่น"

ฮู่เตียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ใช่แล้ว มู่เหลียงเอาเครื่องปรับอากาศออกมาประมูล ถึงแม้มันจะเป็นเพียงยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับกลาง แต่ของที่ใช้งานได้จริงก็มักจะได้รับความนิยมอยู่เสมอ

ฮู่เตียนเหลือบมองรายการในมือ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วประกาศเสียงดัง

"สินค้าชิ้นต่อไป คือยาเวทมารจำแลงค่ะ"

"ยาเวทมารจำแลงงั้นเหรอ?"

(มันคือยาเสน่ห์ครับ ตอนแรกแปลคำมันประมาน ราคะ มนต์ดำ เลยใช้ยาเสน่ห์ เลยขอเปลี่ยนชื่อเป็นยาเวทมารจำแลงแทนน่าจะตรงกับคุณสมบัติยามากกว่า)

มีคนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

ภายในห้องรับรองชั้นสาม องค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ถิงถึงกับสะดุ้งเฮือก มองลงไปยังเวทีประมูลด้านล่างด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

"ยาเวทมารจำแลงใช่ยาเวทตัวที่ฉันคิดหรือเปล่านะ?"

เมยเท่อหันไปมองไคปินส์

"ไม่น่าจะใช่นะ บางทีอาจจะแค่ชื่อซ้ำกันก็ได้"

ไคปินส์ส่ายหน้า

พวกเขาทุกคนต่างก็รู้จักยาเวทมารจำแลงเป็นอย่างดี เพราะวิธีการปรุงยาเวทมารจำแลง นั้นมีบันทึกเอาไว้ในพระราชวัง เพียงแต่ไม่เคยมีใครสามารถปรุงมันออกมาได้สำเร็จเลยสักคน

ฮู่เตียนผายมือไปยังขวดแก้วหลากสีทั้งสามใบที่พนักงานนำขึ้นมา

"ยาเวทมารจำแลง เป็นของหายากและปรุงยากมาก ครั้งนี้มีเพียงแค่สามเม็ดเท่านั้น ซึ่งเราจะแยกประมูลกันค่ะ"

"ยาเวทมารจำแลงคืออะไรเหรอ?"

มีคนตะโกนถามขึ้นมา

"ผู้ที่ดื่มยาเวทมารจำแลงเข้าไป จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นเป็นสองเท่าได้ในระยะเวลาสั้นๆ ค่ะ"

ฮู่เตียนอธิบายพร้อมรอยยิ้ม

"ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเลยเหรอ!?"

ดวงตาของเจินฮ่วนและเฉียวเอ๋อเปล่งประกายขึ้นมาพร้อมกัน

เฉียวเอ๋อจ้องมองตาเป็นมัน

"ลูกพี่ นี่มันของดีเลยนะคะเนี่ย"

"ดีล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งต้องประมูลมันมาให้ได้"

เจินฮ่วนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

ทั่วทั้งลานประมูลเกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนต่างจ้องเขม็งไปยังขวดแก้วหลากสีทั้งสามใบบนโต๊ะทรงสูงตาไม่กระพริบ

ต้องรู้ก่อนว่า การที่ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในระยะเวลาสั้นๆ นั้น สามารถพลิกสถานการณ์ในการต่อสู้เป็นตายได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสังหารศัตรูหรือการหลบหนี มันก็ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จได้ทั้งนั้น

ภายในใจขององค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ถิงไม่สงบอีกต่อไป พระองค์ตรัสด้วยความตกตะลึง

"ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นี่มันคือยาเวทมารจำแลงจริงๆ ด้วย"

ไคปินส์ขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยความสงสัย

"แต่ว่าเมืองเต่าทมิฬไปเอาสูตรยาเวทมารจำแลง มาจากไหนกันล่ะ?"

"ไป๋สวงน่าจะเป็นคนให้ไปล่ะมั้ง"

ฟู่หลิงน่าคาดเดา

เมยเท่อส่ายหน้า

"เป็นไปไม่ได้หรอกน่า ขาดตัวยาหลักที่สำคัญที่สุดไป ยาเวทมารจำแลงก็ไม่น่าจะปรุงออกมาได้นี่นา"

"บางทีเมืองเต่าทมิฬอาจจะมีน้ำตานางฟ้าอยู่แล้วก็ได้ ถึงได้ปรุงยาเวทมารจำแลงออกมาได้"

องค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ถิงทรงคาดเดา

"เรื่องนี้..."

เมยเท่ออ้าปากค้าง ไม่อาจปฏิเสธข้อสันนิษฐานนี้ได้เลย

เขาทนไม่ไหว จึงหันหน้าไปทางเวทีประมูลชั้นหนึ่งแล้วเอ่ยถาม

"ผลข้างเคียงของมันคืออะไรครับ?"

"ใช่แล้ว ผลข้างเคียงของมันคืออะไรล่ะ?"

เฉียวเอ๋อตะโกนถามด้วย

ในความคิดของเธอ ยาที่มีสรรพคุณรุนแรงขนาดนี้ ย่อมต้องมีผลข้างเคียงที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

"ผลข้างเคียงของมันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากหรอกค่ะ"

ฮู่เตียนพูดอย่างเบาๆ สบายๆ

"หลังจากหมดฤทธิ์ยา ผู้ที่ดื่มยาเวทเข้าไปจะเข้าสู่ช่วงอ่อนแอเป็นเวลาหนึ่งวัน ร่างกายจะกลายเป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไปค่ะ"

"เมื่อเทียบกับสรรพคุณของยาแล้ว ผลข้างเคียงแค่นี้ถือว่าเบามากเลยล่ะ"

เจินฮ่วนพยักหน้าช้าๆ

คนของราชวงศ์ไห่ถิงต่างก็รู้สึกใจลอย คำพูดของฮู่เตียนเป็นเครื่องยืนยันข้อสันนิษฐานของพวกเขา ยาเวทมารจำแลงมีต้นกำเนิดมาจากอาณาจักรไห่ถิงนั่นเอง

ฟู่หลิงน่าถอนหายใจ

"ลูกสวงก็ช่างไม่รู้ประสีประสาเอาซะเลย วิธีการปรุงยาเวทแบบนั้นจะเอาไปให้คนอื่นง่ายๆ ได้ยังไงกัน"

"ลูกสวงเองก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันนั่นแหละ ว่าเมืองเต่าทมิฬจะสามารถปรุงยาเวทมารจำแลงออกมาได้สำเร็จน่ะ"

องค์กษัตริย์ทรงถอนหายใจเช่นเดียวกัน

มีเสียงตั้งข้อสงสัยดังมาจากห้องรับรองชั้นสาม

"ไหนคุณบอกว่ายาเวทที่เมืองเต่าทมิฬปรุงขึ้นมาล้วนแต่ไม่มีผลข้างเคียงไม่ใช่เหรอ?"

ฮู่เตียนตอบอย่างใจเย็น

"วิธีการปรุงยาเวทมารจำแลง ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากเมืองเต่าทมิฬค่ะ ฉันพูดแบบนี้ คุณเข้าใจหรือยังคะ?"

ฉีเอ่อร์น่าหุบปากเงียบไปในทันที

"ท่านพ่อ ผมเห็นหลิงเซียงแล้วครับ"

จู่ๆ เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ก็พูดขึ้นมา

"อยู่ที่ไหนล่ะ?"

ฉีเอ่อร์น่ารีบถาม

"อยู่ที่ชั้นหนึ่งนั่นไงครับ"

เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ชี้มือไปยังทางเข้าชั้นหนึ่ง หลิงเซียงกำลังยืนอยู่กับเด็กสาวผมน้ำตาล

ฉีเอ่อร์น่าพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"แกไปพาตัวเธอกลับขึ้นมา"

"ครับ"

เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ลุกขึ้นเดินออกจากห้องรับรองไป

หลิงเซียงยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ในเวลานี้เธอกำลังจดจ่ออยู่กับการมองไปยังหญิงสาวมีหางจิ้งจอกบนเวทีประมูล

"ตอนนี้จะเริ่มการประมูลยาเวทมารจำแลงขวดแรก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งแสน และต้องเสนอราคาเพิ่มขั้นต่ำครั้งละหนึ่งพันค่ะ"

ฮู่เตียนประกาศเสียงดัง

"สองแสน"

เจินฮ่วนยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเล ดันราคาประมูลให้พุ่งขึ้นเป็นสองเท่าในทันที

"บ้าไปแล้ว"

มีคนบ่นด้วยความไม่พอใจ

"สองแสนห้าหมื่นหยวน"

องค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ถิงเสนอราคาแข่ง

ของสงวนชีวิตแบบนี้ มีใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากได้?

เพียงชั่วอึดใจ ราคาประมูลก็ถูกดันขึ้นไปถึงสามแสน กีดกันคนธรรมดาและบรรดาพ่อค้าเศรษฐีรายย่อยออกไปจนหมด

"เฮ้อ ได้แต่มองตาปริบๆ อีกแล้ว"

บรรดาพ่อค้าเศรษฐีต่างก็พากันถอนหายใจ

ในเวลาไม่นาน ยาเวทมารจำแลงขวดแรกก็ตกเป็นขององค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ถิง ด้วยราคาประมูลสามแสนห้าหมื่นทมิฬ

ส่วนยาเวทมารจำแลงขวดที่สอง เจินฮ่วนเป็นผู้ประมูลไปได้ ด้วยราคาสามแสนสี่หมื่นเงินทมิฬ

ยาเวทมารจำแลงขวดที่สามตกไปอยู่ในมือของฉีเอ่อร์น่า ด้วยราคาประมูลปิดท้ายที่สามแสนแปดหมื่นทมิฬ

"ท่านพ่อก็ประมูลมาได้ขวดนึงแฮะ ไม่เลวเลยนี่"

หลิงเซียงพึมพำเบาๆ

"หลิงเซียง ท่านพ่อเรียกหาเธอน่ะ"

เสียงทุ้มต่ำและจริงจังดังขึ้นมาจากด้านหลังของเด็กสาว

เธอสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณสั่งให้เธอเตรียมตัววิ่งหนีในทันที

แต่เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ตาไวและมือไว เขากดไหล่ของหลิงเซียงเอาไว้ แล้วพูดอย่างเหลืออด

"เธอยังคิดจะหนีไปไหนอีกล่ะ?"

"พี่ใหญ่ ไม่ไปไม่ได้เหรอ?"

หลิงเซียงหันกลับไปมองพี่ชายของตัวเองด้วยแววตาน่าสงสาร

"ไม่ได้"

เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

จบบทที่ ตอนที่ 1399 ของสงวนชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว