- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1395 ไม่รู้ว่าได้กำไรหรือขาดทุน
ตอนที่ 1395 ไม่รู้ว่าได้กำไรหรือขาดทุน
ตอนที่ 1395 ไม่รู้ว่าได้กำไรหรือขาดทุน
"สินค้าประมูลชิ้นที่สอง..."
ฮู่เตียนกวาดสายตามองผู้คนในงาน สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ห้องรังรองพิเศษบนชั้นสองและชั้นสาม
เธอยกมุมปากขึ้น และเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน
"สินค้าประมูลชิ้นที่สอง คืออุปกรณ์เวทระดับสูงค่ะ"
ฮือฮา
ทันทีที่คำพูดนี้จบลง ทั้งงานก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา
พนักงานเดินขึ้นมาบนเวที ในมือประคองดาบยาวเล่มหนึ่งเอาไว้
"ประมูลอุปกรณ์เวทระดับสูงตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ?"
เฉียวเอ๋ออุทานด้วยความตกตะลึง
นัยน์ตาคู่สวยของเจินฮ่วนเปล่งประกาย เธอยืดหลังตรงและกล่าวว่า
"ไม่ได้การล่ะ อุปกรณ์เวทระดับสูงชิ้นนี้ฉันจะต้องประมูลมาให้ได้"
ฮู่เตียนเมินเฉยต่อสายตาอันเร่าร้อนของทุกคน เธอเริ่มแนะนำสินค้าต่อไป
"ดาบยาวเล่มนี้มีชื่อว่า คมดาบโลหิต เป็นผลงานของท่านเจ้าเมืองของเรา ความยาวรวมของดาบคือหนึ่งเมตรครึ่ง ตัวใบดาบยาวหนึ่งเมตรยี่สิบเซนติเมตร และด้ามจับยาวสามสิบเซนติเมตร..."
"อุปกรณ์เวทระดับสูงที่เจ้าเมืองเต่าทมิฬสร้างขึ้นมางั้นเหรอ?"
ผู้คนในงานต่างอุทานด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง
"เจ้าเมืองเต่าทมิฬเป็นนักสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูงเหรอเนี่ย?"
มีคนร้องอุทานออกมา
ภายในห้องรับรองชั้นสาม ฉีเอ่อร์น่าลุกพรวดขึ้นยืน เขามองลงไปชั้นล่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
"เป็นไปไม่ได้มั้ง เจ้าเมืองเต่าทมิฬจะเป็นนักสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูงได้ยังไง?"
เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์เบิกตากว้างเช่นเดียวกัน
ต้องรู้ก่อนว่า นักสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูงในทวีปนี้มีจำนวนน้อยจนสามารถนับนิ้วได้ แต่กลับไม่เคยมีใครได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าเมืองเต่าทมิฬมาก่อนเลย
ฉีเอ่อร์น่านั่งลงอย่างครุ่นคิด ก่อนจะพึมพำอย่างตระหนักได้
"มิน่าล่ะ เมืองเต่าทมิฬถึงได้มีอุปกรณ์เวทระดับสูงมากมายขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
เมื่อมีนักสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูง การพัฒนาในอนาคตของเมืองเต่าทมิฬย่อมไร้ขีดจำกัด
แววตาของเขาเป็นประกาย และกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ดูเหมือนว่าเราจะประเมินเมืองเต่าทมิฬต่ำไปเสียแล้ว รอให้งานประมูลจบลงเมื่อไหร่ เราต้องไปเข้าพบเจ้าเมืองเต่าทมิฬก่อนเลย"
“ครับ”
เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก การที่เสด็จพ่อไปพบเจ้าเมืองเต่าทมิฬก่อน หมายความว่าเวลาที่เขาจะต้องไปพบกับไป๋สวงจะถูกเลื่อนออกไป
มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความคิดแบบเดียวกับฉีเอ่อร์น่า ทุกคนล้วนอยากทำความรู้จักกับมู่เหลียง
ฮู่เตียนยกมือขึ้นและกล่าวว่า
"ราคาเริ่มต้นของดาบคมโลหิตอยู่ที่หนึ่งแสนเงินทมิฬ การเสนอราคาเพิ่มแต่ละครั้งจะต้องไม่ต่ำกว่าห้าพันเงินทมิฬค่ะ"
"หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเงิน"
เสียงหนึ่งดังมาจากห้องรับรองห้องที่สองทางซ้ายมือบนชั้นสอง
"หนึ่งแสนสองหมื่นเงิน"
เสียงหนึ่งดังมาจากห้องรับร้องห้องที่สามทางขวามือบนชั้นสาม
"หนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันเงิน"
"หนึ่งแสนสามหมื่นเงิน..."
เวลาผ่านไปประมาณห้านาที ราคาประมูลก็พุ่งสูงขึ้นถึงหนึ่งแสนหกหมื่นเงิน
"หนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันเงิน"
เจินฮ่วนกัดฟันและยกมือขึ้น
"ลูกพี่..."
เฉียวเอ๋ออึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
"หุบปาก"
เจินฮ่วนถลึงตาใส่ลูกน้อง
เฉียวเอ๋อโบกมืออย่างจนใจ เธอมองเจินฮ่วนที่กำลังหน้าแดงก่ำ ก่อนจะบ่นอุบอิบอย่างยอมแพ้
"เอาเถอะๆ ประมูลไปเลย ยังไงพวกเราก็รวยอยู่แล้ว"
การผดุงความยุติธรรมมาหลายปี ทำให้แม้ว่าเจินฮ่วนจะไม่ได้ร่ำรวยระดับประเทศ แต่ก็ร่ำรวยระดับเมืองได้ การซื้ออุปกรณ์เวทระดับสูงสักชิ้นยังถือว่าอยู่ในวิสัยที่ทำได้
"หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นเงิน"
เสียงเสนอราคาดังมาจากห้องบนชั้นสองอีกครั้ง
"หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นห้าพันเงิน"
เจินฮ่วนกัดฟันตะโกน
ภายในห้องรับรองตรงกลางชั้นสาม มู่เหลียงรู้สึกประหลาดใจ เขามองลงไปที่เจินฮ่วนบนชั้นหนึ่ง
"น่าสนใจดีนี่ ที่นั่งธรรมดากลับมีม้ามืดโผล่มาซะได้"
เขายกมุมปากขึ้นและกล่าว
หยู่ฉินหลานพิจารณาเจินฮ่วนอย่างละเอียด และกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม
"ดูท่าทางแล้ว ไม่เหมือนคนธรรมดา แล้วก็ไม่เหมือนพ่อค้าหรือขุนนางด้วย"
"ดูเหมือนจะเป็นอัศวินหรือนักรบมากกว่านะ"
ลี่เยว่วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"อืม ให้คนคอยจับตาดูไว้หน่อยแล้วกัน"
มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ
"รับทราบ"
ลี่เยว่พยักหน้า ก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องรับรองพิเศษไป
ผ่านไปไม่กี่นาที เธอก็กลับมาอยู่ข้างกายมู่เหลียงอีกครั้ง หลังจากจัดการเรื่องที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้ว
มู่เหลียงยิ้มและกล่าวว่า
"ลองทายดูสิว่า อุปกรณ์เวทระดับสูงชิ้นนี้จะประมูลได้ในราคาเท่าไหร่"
"ฉันทายว่า สองแสนทมิฬค่ะ"
หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม
"สองแสนห้าหมื่นค่ะ"
ลี่เยว่กล่าวเสียงเบา
มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ
"ฉันทายว่าสี่แสน"
"สูงขนาดนั้นเลยเหรอ?"
หยู่ฉินหลานเลิกคิ้วเล็กน้อย ต้องรู้ก่อนว่าดาบคมโลหิตเป็นเพียงอุปกรณ์เวทระดับสูงที่ธรรมดาที่สุดเท่านั้น
"รอดูไปก็แล้วกัน"
นัยน์ตาของมู่เหลียงทอประกาย
หยู่ฉินหลานและลี่เยว่มองหน้ากัน ก่อนจะยักไหล่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
หญิงสาวทั้งสองไม่ได้พูดอะไร แต่มู่เหลียงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมา
เขาจงใจดัดเสียงและเสนอราคา
"สามแสนเงิน"
ฮือฮา
ภายในโรงประมูลเกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างเงยหน้าขึ้นไปมองที่ห้องรับรองชั้นสาม
หยู่ฉินหลานชะงักไปเล็กน้อย เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวและกระซิบเสียงเบา
"มู่เหลียง ทำไมคุณถึงร่วมประมูลด้วยล่ะ?"
มู่เหลียงตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"พวกเขาเสนอราคากันแบบระมัดระวังเกินไป ฉันก็เลยช่วยกระตุ้นให้หน่อยน่ะ"
"..."
หยู่ฉินหลานกระตุกมุมปาก ไม่กลัวว่าพอเสนอไปแล้วจะไม่มีใครสู้ราคาต่อหรือไง?
ฮู่เตียนเองก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจความหมายของการกระทำของมู่เหลียง
เธอเผยรอยยิ้มบางๆ และยกมือขึ้น
"ราคาเสนอในตอนนี้คือสามแสนทมิฬค่ะ มีใครให้สูงกว่านี้อีกไหมคะ?"
"บ้าจริง สามแสนห้าพันเงิน"
เจินฮ่วนตะโกนเสนอราคาด้วยความหงุดหงิด
หยู่ฉินหลานและฮู่เตียนถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมกัน โชคดีที่ดาบคมโลหิตไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของมู่เหลียงเอง
"สามแสนสองหมื่น"
เสียงหนึ่งดังมาจากอีกห้องบนชั้นสาม
เต๋อเต๋อตั๋วเอ่อร์ขมวดคิ้วและกล่าว
"เสด็จพ่อ สามแสนสองหมื่นถือว่าไม่น้อยเลยนะครับท่าน"
สามแสนสองหมื่น หากแลกเปลี่ยนเป็นผลึกสัตว์อสูร จะมีมูลค่าเท่ากับผลึกอสูรระดับเจ็ดสามเม็ด และผลึกอสูรระดับห้าอีกสองเม็ด
"ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่ อุปกรณ์เวทระดับสูงมีค่าควรคู่กับราคานี้"
ฉีเอ่อร์น่ากล่าวเสียงเรียบ
อุปกรณ์เวทระดับสูงนั้นหายากยิ่งยวด ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนของนักสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูงที่มีอยู่น้อยนิด และยังเกี่ยวข้องกับอัตราความสำเร็จในการสร้างอุปกรณ์เวทระดับสูงที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอีกด้วย
สำหรับนักสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูงที่มีประสบการณ์ การสกัดอุปกรณ์เวทระดับสูงสิบครั้ง อาจจะประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะล้มเหลวทั้งหมดเลยก็ได้
เจินฮ่วนถลึงตามองไปที่ห้องรับรองบนชั้นสาม และเสนอราคาต่อไปอย่างไม่ลังเล
"สามแสนสามหมื่น"
"...ลูกพี่ ข้างหลังยังมีของดีๆ อีกตั้งเยอะ ไม่เห็นต้องไปดันทุรังประมูลอุปกรณ์เวทระดับสูงชิ้นนี้ชิ้นเดียวเลย"
เฉียวเอ๋อฝืนใจพูดเกลี้ยกล่อม
"เธอว่าไงนะ?"
เจินฮ่วนหันขวับไปมองเฉียวเอ๋ออย่างแรง
"..."
เฉียวเอ๋อกลืนน้ำลายลงคอ ลูกพี่ตอนที่กำลังหน้ามืดตามัวนี่น่ากลัวจริงๆ
"สามแสนห้าหมื่น"
มีคนในบนชั้นสองเสนอราคาแข่งต่อ
"สามแสนหกหมื่น"
เจินฮ่วนตะโกนโดยไม่หันไปมอง
"มีใครให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ?"
ฮู่เตียนกอดอกและถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เธอมองไปรอบๆ และเติมเชื้อไฟลงไปอีก
"นี่คืออุปกรณ์เวทระดับสูงเลยนะคะ แถมยังเป็นแบบดาบยาวด้วย ไม่ว่าจะเป็นอัศวินหรือนักรบก็สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมเลยล่ะค่ะ"
เฉียวเอ๋อกลอกตาไปมา และพูดต่อ
"ลูกพี่ เราเป็นโจรสลัดนะ ดาบยาวเล่มนี้ไม่เหมาะกับลุกพี่หรอก"
"..."
ใบหน้าของเจินฮ่วนกระตุก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้งเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
เธอทำหน้าบึ้งตึง และกล่าวอย่างจริงจัง
"ที่เธอพูดก็มีเหตุผล งั้นเรารอดูของชิ้นต่อไปกันดีกว่า"
"สามแสนแปดหมื่น"
"สามแสนแปดหมื่นห้าพัน..."
ราคาประมูลพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เพียงไม่นานก็ทะลุสี่แสนเงิน
ในที่สุดราคาประมูลก็หยุดอยู่ที่สี่แสนห้าหมื่นเงิน และผู้ที่ประมูลได้ไปก็คือคนที่อยู่ในห้องชั้นสาม
"ขอแสดงความยินดีกับแขกห้องรับรองบนชั้นสามด้วยนะคะ ที่ได้ครอบครองอุปกรณ์เวทระดับสูงชิ้นนี้ไป"
ฮู่เตียนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่เบ่งบานราวกับดอกไม้
ภายในห้องรับรองชั้นสาม ฉีเอ่อร์น่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก การจ่ายเงินสี่แสนห้าหมื่นเงินเพื่อประมูลดาบคมโลหิตมา ไม่รู้ว่าได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่
เขามีจุดประสงค์แอบแฝงอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการใช้โอกาสนี้เพื่อขอเข้าพบเจ้าเมืองเต่าทมิฬ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ
ผู้คนในที่นั่งธรรมดาต่างมองหน้ากันไปมา พวกเขาต่างชื่นชมในความมั่งคั่งของพวกขุนนางและเศรษฐี และมีความรู้สึกอิจฉาปะปนอยู่เล็กน้อย
ฮู่เตียนตบมือ พนักงานก็ประคองกล่องไม้เดินขึ้นมาบนเวที
เธอเปิดกล่องไม้ออกอย่างแผ่วเบา และกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย
"สินค้าประมูลชิ้นที่สาม คือศิลามนตราค่ะ"