- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีพี่ขอฮาเร็ม
- ตอนที่ 37 - นาฬิกาพกของตัวตลก
ตอนที่ 37 - นาฬิกาพกของตัวตลก
ตอนที่ 37 - นาฬิกาพกของตัวตลก
37 - นาฬิกาพกของตัวตลก
“เฮ้อ!” จงเค่อบิดขี้เกียจเต็มแรง “พี่ครับ คืนนี้ผมไปนอนค้างบ้านพี่อีกนะ!”
“ตามใจ!” หนิวอี้เฉินโยนกุญแจให้เขาดอกหนึ่ง “นายน่าจะรู้ทางแล้ว ในบ้านไม่มีของมีค่าอะไร อยากอยู่กี่วันก็ตามสบาย!”
“ว้าว!” จงเค่อรับกุญแจไว้ด้วยความดีใจ “ให้ตายสิ! ยัยนั่น (อันเสวียน) ดันกลับไปนอนก่อน ไม่งั้นต้องอึ้งแน่ๆ ถ้าเห็นเราเข้าถึงอารมณ์ขนาดนี้!”
จงเค่อไปล้างหน้า หลี่กั๋วลี่จัดแจงงานเสร็จก็เดินมาคุยกับหนิวอี้เฉิน “พรุ่งนี้บ่ายต้องถ่ายฉากนายกับจงเค่อที่สำนักชูซาน นายเบาๆ มือหน่อยนะ ตอนนั้นหลี่เซียวเหยาเขาเป็นตัวเอก”
“เข้าใจครับ!” หนิวอี้เฉินตอบ “ตามบทแล้ว ผมต้องเป็นคนส่งบทให้เขาโดดเด่นอยู่แล้ว”
คืนนี้หนิวอี้เฉินได้โชว์ฝีมือจนจุใจ กลบรัศมีของหลี่เซียวเหยาไปจนมิด แต่หลังจากนี้ เขารู้ดีว่าต้องผ่อนลงเพื่อให้บทส่งต่อให้พระเอกตามแผนเดิม
…
การถ่ายทำในวันที่สองเป็นฉากที่จิวเจี้ยนเซียนได้พบกับอาฉาน ซึ่งความคืบหน้าในวันนี้ค่อนข้างช้าลง ช่วงแรกยังถือว่าโอเค บรรยากาศระหว่างอาฉานกับจิวเจี้ยนเซียนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่พอถ่ายไปสักพักก็เริ่มติดขัด หลิวผินเหยียนเริ่มตามอารมณ์ไม่ทัน เพราะอายุเธอยังน้อยมาก และบทที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้ก็มีแต่บุคลิกง่ายๆ ร่าเริงสดใส
คาแรกเตอร์ในช่วงแรกเข้ากับอายุจริงของเธอมาก แต่พอเป็นฉากง่ายๆ ที่ต้องแสดงคู่กับหนิวอี้เฉิน เธอกลับแสดงไม่ออก จุดนี้มีการปรับเปลี่ยนจากบทเดิมค่อนข้างมาก
ผู้กำกับหลี่กั๋วลี่อาจจะต้องการให้เรื่องราวตอนหลังดูสะเทือนใจมากขึ้น จึงเพิ่มฉากระหว่างอาฉานกับจิวเจี้ยนเซียนในช่วงแรกให้ดูอบอุ่นและน่ารัก เป็นฉากที่อาฉานอ้อนวอน ส่วนจิวเจี้ยนเซียนก็ทำอะไรไม่ถูกแต่ก็แอบดีใจ การโต้ตอบระหว่างพ่อลูกคู่นี้หวานจนมดขึ้น
บทเขียนออกมาดีมาก แต่หลิวผินเหยียนกลับเล่นไม่ได้ ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับหนิวอี้เฉิน เธอจะมีสีหน้าขัดเขินจนไม่สามารถแสดงได้ตามปกติ
เมื่อเห็นสีหน้าของหลี่กั๋วลี่เริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ หนิวอี้เฉินจึงตัดสินใจดึงหลิวผินเหยียนไปที่มุมสงบแล้วถามว่า "ผมดูแล้วคุณดูเข้าไม่ถึงบทเลยนะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำได้ดีมาก นี่เป็นการถ่ายละคร คุณแค่ดึงอารมณ์ออกมาสักครึ่งหนึ่งจากที่เคยทำได้..."
"ฉันรู้ค่ะ!" หลิวผินเหยียนขัดจังหวะหนิวอี้เฉินพลางจ้องหน้าเขาด้วยความเขิน "ก็แค่... พอคิดว่าคุณอายุมากกว่าฉันแค่ปีเดียว แต่ต้องมาเล่นเป็นพ่อฉัน มันก็เลย..."
หนิวอี้เฉินหัวเราะออกมา "เรียกไม่ลงใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ!" หลิวผินเหยียนหัวเราะตาม "พ่อฉันไม่ได้หล่อขนาดนี้สักหน่อย!"
หนิวอี้เฉินบอกว่า "คุณลองสะกดจิตตัวเองไม่ได้เหรอ คิดซะว่าผมอายุเยอะมากแล้ว"
"ไม่ได้ค่ะ!" หลิวผินเหยียนตอบ "วิธีแสดงฉันก็พอรู้ ลองมาหลายครั้งแล้วแต่มันไม่ได้ผลเลย"
"แบบนี้เหรอ..." หนิวอี้เฉินเริ่มหนักใจ ถ้าไม่อยากเสียเวลาต้องหาวิธีจัดการให้ได้ เขาจึงนึกถึงตัวช่วยพิเศษของตัวเองทันทีและรีบคืนหาในระบบร้านค้า ไม่กี่นาทีเขาก็เจอไอเทมที่เหมาะสม
> นาฬิกาพกของตัวตลก: มีคุณสมบัติธาตุหยิน 20 แต้ม หากอีกฝ่ายยินยอม จะสามารถรับการสะกดจิตจากคุณได้ ยิ่งจิตใจอ่อนแอหรือเชื่อมั่นในตัวคุณมากเท่าไหร่ และยิ่งสะกดจิตบ่อยครั้ง ผลลัพธ์ก็จะยิ่งฝังลึกมากขึ้น
ใช้แต้มแค่ 20 แต้มเอง! หนิวอี้เฉินตัดสินใจซื้อ "นาฬิกาพกของตัวตลก" ทันที รูปร่างภายนอกของมันเหมือนนาฬิกาพกธรรมดา แต่ด้านหลังมีรูปใบหน้าตัวตลกฮีธ เลดเจอร์ เมื่อเปิดฝาออกมาด้านในไม่มีหน้าปัดนาฬิกา แต่เป็นลวดลายสะกดจิตที่ดูเรียบง่าย
ทันทีที่ซื้อ วิธีการใช้งานก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา หนิวอี้เฉินทำเป็นหยิบนาฬิกาออกมาจากกระเป๋าแล้วบอกหลิวผินเหยียนว่า "มีวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณเข้าถึงบทได้เร็วขึ้น อยากลองไหม?"
"วิธีอะไรคะ?"
หนิวอี้เฉินตอบ "สะกดจิตครับ"
"สะกดจิต? จริงเหรอ?" หลิวผินเหยียนทำหน้าไม่เชื่อ
"ลองดูเดี๋ยวก็รู้ แต่จำไว้นะ อย่างแรกคุณต้องเชื่อใจผมและให้ความร่วมมือ ผมถึงจะสะกดจิตสำเร็จ คุณพร้อมจะเชื่อไหม?"
หลิวผินเหยียนกุมหน้าอกทำท่าตลกๆ "คุณคงไม่ได้จะสะกดจิตให้ฉันทำเรื่องแปลกๆ หรอกนะ"
หนิวอี้เฉินตอบอย่างเพลียๆ "แค่สะกดจิตให้คุณรู้ตัวว่าคืออาฉาน และผมคือพ่อของคุณ แค่นั้นเอง"
หลิวผินเหยียนบอก "งั้นก็ได้ ลองดูสักตั้ง!"
หนิวอี้เฉินชูนาฬิกาพกขึ้นตรงหน้าเธอ "จ้องมองลวดลายข้างใน ลึกเข้าไปเรื่อยๆ จ้องไว้หนึ่งนาที... คุณคืออาฉาน คุณคืออาฉาน ผมคือพ่อของคุณ คุณรักผมมาก... ผมคือพ่อของคุณ คุณรักผมมาก... รักมาก..."
ห้านาทีผ่านไป หลิวผินเหยียนจ้องนาฬิกาพกตาค้าง แววตาดูเหม่อลอย ไม่แม้แต่จะกะพริบตา
"ตื่น!" หนิวอี้เฉินปิดฝานาฬิกาดังปัง
หลิวผินเหยียนเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน เธอเริ่มรู้สึกเคืองตาจนต้องกะพริบตาถี่ๆ หนิวอี้เฉินถามอย่างระวังว่า "เป็นยังไงบ้าง ได้ผลไหม?"
หลิวผินเหยียนตอบแบบงงๆ "ฉันก็ไม่รู้ว่าได้ผลไหม แต่ฉันยังรู้ตัวนะว่าฉันคือหลิวผินเหยียน ส่วนคุณคืออี้เฉิน"
"ช่างเถอะ" หนิวอี้เฉินบอก "เราไปที่หน้าฉากกันเลย ถ้าไม่ได้ผลก็ถือว่ามาพักผ่อนแป๊บนึงละกัน"
หลิวผินเหยียนถอนหายใจแล้วเดินกลับไป หนิวอี้เฉินเก็บนาฬิกาพกด้วยความเซ็ง เขาคิดว่าถ้ามันมีผลแรงขนาดนั้นจริง คงไม่ขายแค่ 20 แต้มหรอก
"เอาละ เตรียมตัวให้พร้อม เริ่มถ่ายได้!"
หลี่กั๋วลี่ตะโกนเรียกหนิวอี้เฉิน เมื่อทุกคนเข้าประจำที่ เขาก็สั่งเริ่มถ่ายทันที ทันใดนั้น หลิวผินเหยียนก็นั่งยองๆ ลงกับพื้น ทำปากจู๋แล้วพูดกับหนิวอี้เฉินว่า "ท่านพ่อ! อาฉานเหนื่อยแล้ว ท่านพ่อช่วยแบกอาฉานหน่อยได้ไหม?"
"เอ๊ะ?" หนิวอี้เฉินอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าเธอจะเข้าถึงบทบาทได้เร็วขนาดนี้ โชคดีที่ปฏิกิริยาของเขาดูเข้ากับบทของจิวเจี้ยนเซียนพอดี เขาจึงรีบพูดบทของตัวเองออกไป
หลี่กั๋วลี่มองผ่านกล้อง เมื่อถ่ายจบฉากเขาก็บอกว่า "คัต! ขออีกเทคเพื่อความชัวร์ อี้เฉิน ทำท่าทางให้ดีกว่านี้หน่อย!"
หนิวอี้เฉินรู้ดีว่าผู้กำกับไม่พอใจท่าทางเหวอของเขาเมื่อกี้ จึงรีบปรับอารมณ์เพื่อเริ่มถ่ายใหม่
หลังจากนั้นการถ่ายทำก็ราบรื่นมาก หลิวผินเหยียนอยู่ในสภาวะที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ความเร็วในการเข้าถึงบทไม่แพ้หนิวอี้เฉินเลย เมื่อถ่ายเสร็จ จงเค่อก็เดินเข้ามาถามหนิวอี้เฉินด้วยความสงสัย "เมื่อกี้พาเธอไปคุยอะไรมา ทำไมตอนนี้ถึงแสดงดีขนาดนี้?"
หนิวอี้เฉินตอบอย่างภูมิใจ "ผมใช้วิธีที่เจ๋งมาก นั่นคือการสะกดจิต"
"สะกดจิต?"
"ใช่" หนิวอี้เฉินบอก "ผมใช้การสะกดจิตช่วยให้เธอเข้าถึงบท ตอนแรกผมยังไม่เชื่อเลย แต่ผลลัพธ์ก็เห็นๆ อยู่ เธอทำได้แล้ว!"
"งั้น..." จงเค่อบอก "คุณลองสะกดจิตผมบ้างได้ไหม?"
หนิวอี้เฉินไม่ขัดข้อง "ได้สิ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะได้ผลแค่ไหน มาเลย เดี๋ยวผมจะสะกดจิตให้คุณรู้ว่าคุณคือหลี่เซียวเหยา"
"บ้าเหรอ!" จงเค่อขัดขึ้น "ทุกวันนี้ผมก็เริ่มแยกไม่ออกอยู่แล้ว จะมาสะกดจิตเพิ่มทำไม ผมหมายถึงให้ช่วยสะกดจิตให้ผมนอนหลับคืนนี้หน่อย ช่วงนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับ"
หนิวอี้เฉิน: "..."
...
ไม่ว่าจะเพราะการสะกดจิตหรือไม่ หลิวผินเหยียนก็เข้าถึงบทได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนปรับตัวได้สมบูรณ์แบบ เมื่อเวลาผ่านไปสักพักและเธอรู้สึกว่ามนต์เริ่มคลาย เธอก็จะเดินมาหาหนิวอี้เฉินให้ช่วยสะกดจิตให้อีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้การแสดงออกมาดีมาก แต่สายตาที่เธอมองหนิวอี้เฉินก็เริ่มแปลกไปเรื่อยๆ
หนิวอี้เฉินสะกดจิตนางแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงที่บทของจิวเจี้ยนเซียนต้องจบชีวิตลง
บทของจิวเจี้ยนเซียนในเวอร์ชันละครมีการปรับเปลี่ยนไปมาก แม้กระทั่งในตอนท้ายเขายังสามารถบรรลุธรรมได้สำเร็จ หลังจากที่เขารู้ว่าอาฉานคือลูกสาวแท้ๆ ของเขากับหนานม่านอ๋อง
ในตอนนั้นเขาไม่ได้ฝันไป มีผู้หญิงที่รักเขามากจนยอมมอบทุกอย่างให้จริงๆ เมื่อได้รับรู้ความจริงและผ่านการต่อสู้ในใจมาทั้งคืน จิวเจี้ยนเซียนก็ปล่อยวางความยึดติดที่สะสมมาสิบปี เลือกที่จะยอมรับหนานม่านอ๋องและอาฉาน และเลือกที่จะรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง
เขาเลือกที่จะยอมรับ "ความรัก" ที่เป็นของเขา แล้วเขาก็บรรลุธรรมในวิถีของตัวเอง
วิถีของเจี้ยนเซิ่งคือการสละตัวเองเพื่อส่วนรวม สละครอบครัวเพื่อปกป้องโลก แต่วิถีของจิวเจี้ยนเซียนมีจุดเริ่มต้นจากการปกป้องคนที่รัก ปกป้องครอบครัวเพื่อรักษาโลกใบนี้ เขาเป็นคนโลภที่อยากจะรักษาทุกคนไว้
ไม่มีใครผิดหรือถูก เพียงแต่จิวเจี้ยนเซียนไม่เคยยอมจำนน เขาเป็นคนหัวแข็งประเภทที่ชนกำแพงแล้วไม่ยอมหันหลังกลับ สุดท้ายบทสรุปคือจิวเจี้ยนเซียนตาย ส่วนเจี้ยนเซิ่งยังมีชีวิตอยู่...
ฝีมือของจิวเจี้ยนเซียนไม่ได้ด้อยไปกว่าเจี้ยนเซิ่งเลย แม้แต่ไป้อวี้ยังรู้สึกว่าจัดการยาก จึงเลือกที่จะควบคุมอาฉานลูกสาวที่เขารักที่สุด ให้เธอลงมือสังหารพ่อแท้ๆ ของตัวเองในตอนที่เขาไม่ได้ระวังตัว
………………