- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 695 : ซ่อนไว้
ตอนที่ 695 : ซ่อนไว้
ตอนที่ 695 : ซ่อนไว้
ตอนที่ 695 : ซ่อนไว้
“ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!! เมื่อไหร่อาหารของวันนี้จะมา!”
ชายคนเมื่อครู่ที่ดูเหมือนจะนอนไม่พอก็บ่นพึมพำขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับลูบท้องที่กำลังร้องจ๊อกๆ อย่างไม่พอใจ
เมื่อคืนเขาออกแรงสู้กับพวกซอมบี้ไปไม่น้อย ตามหลักแล้วเช้าวันนี้เขาก็ควรจะได้รับอาหารจากฐานเพื่อให้เขาสามารถฟื้นฟูเรี่ยวแรงได้บ้าง
ไม่อย่างนั้นเขาจะไปมีแรงจัดการกับพวกผู้รอดชีวิตหรือสู้กับซอมบี้ข้างนอกได้ยังไง?
แต่ถึงแม้จะบ่นออกมา แต่งานที่ถูกมอบหมายมาแล้วก็ยังต้องทำ
ไม่อย่างนั้นถ้าพวกลูกพี่ข้างบนเอาเรื่องขึ้นมาพวกเขาก็จะซวยกันหมด
เพราะพวกนักศึกษาที่ไม่เชื่อฟังต่างก็โดนพวกเขาจับไปทำหมูเนื้อไปตั้งนานแล้ว!
ในฐานที่มีอาคารเรียนล้อมรอบในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ บนชั้น 7 ของอาคารหลังหนึ่งในห้องที่เคยเป็นห้องเรียน ในนั้นก็มีคนนอนระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด
แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด
พวกเขาแค่นอนหลับพักผ่อนกันเท่านั้น
เมื่อคืนนี้ก็เป็นคืนที่พวกเขามีปาร์ตี้สุดเหวี่ยงอีกคืน พวกเขาที่เหนื่อยล้าจนดึกดื่นจึงยังตื่นกันไม่เต็มตา
และในบรรดาร่างที่นอนระเกะระกะเหล่านี้ก็มีทั้งชายและหญิง แถมทั้งห้องก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นแปลกๆ ที่ทำให้คนที่เดินเข้ามาต้องรู้สึกอึดอัด
“ฟู่——”
ในตอนนี้ก็มีชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนโพเดียมและพ่นควันที่ถูกสูบเข้าไปในปอดออกมาจนลอยคลุ้งทั่วห้อง
ชายคนนี้หน้าตายังดูค่อนข้างหนุ่ม แต่กลับมีขอบตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด
ดูแล้วน่าจะมีอายุเพียง 30 กว่าๆ เท่านั้น เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนคราบสกปรกต่างๆ
เขามีชื่อว่าเซี่ยหยวนไค่ เป็นผู้นำของฐานมหาวิทยาลัยหนานหยางแห่งนี้
เมื่อก่อนเขาเคยเปิดฟิตเนสอยู่ในมหาวิทยาลัยหนานหยาง
ใช่แล้วทุกคนไม่ได้ฟังผิด เขาเคยเปิดธุรกิจแบบนี้ที่นี่จริงๆ
ประเทศจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลาย เมื่อพัฒนามาถึงจุดหนึ่ง แม้แต่ในมหาวิทยาลัยก็ยังสามารถเปิดธุรกิจต่างๆ ที่มีอยู่เหมือนข้างนอกได้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณที่เขามีลุงเขยเป็นรองอธิการบดี
ไม่อย่างนั้นก็คงพูดยากว่าเขาจะเปิดได้หรือไม่
บุหรี่ในมือของเซี่ยหยวนไค่ก็ใกล้จะหมดมวนแล้ว และเมื่อมันไหม้จนถึงกรองเขาก็ทำได้เพียงทิ้งลงพื้นอย่างอาลัยอาวรณ์
“บ้าเอ๊ย! เหลือซองสุดท้ายแล้ว! ต้องรีบให้คนไปหาบุหรี่มาเพิ่มแล้ว! ไม่อย่างนั้นถ้าสูบหมดแล้วฉันก็ต้องโดนบังคับให้เลิกบุหรี่พอดี!!”
เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างส่งเดช
และเหมือนจะเป็นเพราะเสียงของเขา คนอื่นๆ ในห้องเรียนนั้นก็เริ่มทยอยตื่นขึ้นมา
พวกเขาพากันลุกขึ้นมาด้วยความงัวเงีย จนกระทั่งพวกเขามองเห็นผู้นำของพวกเขา พวกเขาก็เลยส่งเสียงทักทายดังขึ้นเป็นระยะๆ ในห้องนั้น
“ตื่นแล้วก็เตรียมตัวไปทำงาน! วันนี้ต้องหาหมูเนื้อกับเสบียงกลับมาให้ได้! แล้วก็ดูกันให้ดีๆ ด้วยว่าที่ไหนยังมีบุหรี่กับเหล้าเหลือบ้าง! ถ้าแถวนี้ไม่มีก็ออกไปหาให้ไกลกว่านี้!”
ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงของเซี่ยหยวนไค่ก็จ้องมองไปที่กลุ่มคนตรงหน้าที่พึ่งพาเขาเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับสั่งงานให้พวกเขาอย่างคล่องแคล่ว
ในกลุ่มคนเหล่านี้มีทั้งคนที่เคยเป็นเทรนเนอร์ในฟิตเนสของเขาและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่มาเข้าร่วมกับเขาในภายหลัง
ส่วนผู้หญิงในนั้นน่ะเหรอ?
พวกเธอก็ย่อมเป็นผู้รอดชีวิตที่ถูกจับมาจากในมหาวิทยาลัยนั่นแหละ
หลังจากผ่านการสั่งสอนต่างๆ นานา พวกเธอก็ทำได้เพียงเชื่อฟังพวกเขาอย่างสมบูรณ์ถึงจะมีชีวิตรอดต่อไปได้
ไม่อย่างนั้น
พวกเธอก็จะกลายเป็นอาหารของทุกคน!
ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่อาหารแทบจะหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว ก็คงมีแค่ตามหอพักที่อาจจะพอมีอาหารที่บรรดานักศึกษาเคยแอบซ่อนเอาไว้
แต่การจะไปค้นหาที่หอพักเหล่านั้น ก็ต้องเผชิญกับการโจมตีจากซอมบี้จำนวนมหาศาลที่อยู่ข้างในนั้นด้วย
อย่าลืมว่าคืนแห่งการกลายพันธุ์นั้นเกิดขึ้นตอนกลางคืน นั่นหมายความว่าถ้านักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในอาคารเรียน พวกเขาก็จะต้องอยู่ในหอพัก ดังนั้นสองสถานที่นี้จึงมีซอมบี้หนาแน่นมากที่สุด
แต่หลังจากผ่านมาหนึ่งปี กลุ่มผู้รอดชีวิตที่มีเซี่ยหยวนไค่เป็นผู้นำก็ได้สำรวจหอพักที่ปิดประตูไว้แล้วไปกว่าครึ่งและส่วนที่ยังไม่ได้ถูกสำรวจก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีเสบียงและอาหารอยู่ข้างใน
เพราะมันเป็นที่รู้กันดีว่าในหอพักนักศึกษามักจะมีของดีๆ ซ่อนอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมขบเคี้ยว บุหรี่ ยา และของใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ก็ล้วนมีเตรียมไว้หมด
ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเหมือนกับคลังสมบัติของกลุ่มผู้รอดชีวิตอย่างพวกเขา
แต่การจะเอาสมบัติเหล่านั้นออกมาก็ต้องใช้ความกล้าหาญและทักษะไม่น้อย เพราะท้ายที่สุดแล้วซอมบี้ที่ซ่อนตัวอยู่ข้างในก็ไม่ใช่น้อยๆ
แต่ปริมาณเสบียงที่อยู่ในนั้นก็ทำให้พวกเขาเอาชีวิตรอดมาได้ถึง 1 ปีกว่าแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ไม่น้อยเลย
เพียงแต่ ไม่ว่าจะอุดมสมบูรณ์แค่ไหน แต่ท้ายที่สุดมันก็ต้องมีวันหมดไป
ในช่วงภัยแล้งที่พวกเขาทำได้เพียงแต่อยู่ในฐานของพวกเขา มันก็ทำให้เสบียงอาหารส่วนใหญ่ถูกใช้ไปจนเกือบหมด และในขณะที่พวกเขากำลังจะอดตาย พวกเขาก็ได้หันมีดไปทางพวกเดียวกันเอง
และตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็ได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่
และสามารถเรียนรู้วิธีการทำเนื้อใหญ่แบบหยาบๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ผู้รอดชีวิตที่ไม่เชื่อฟัง หรือมีปัญหาขัดแย้งกับเซี่ยหยวนไค่ก็ล้วนถูกพวกเขาควบคุมตัวไว้ แล้วใช้เป็นเสบียงสำรองฉุกเฉิน
ส่วนผู้รอดชีวิตที่กินเนื้อใหญ่กับพวกเขาก็มีอยู่ถึง 30-40 คน!
ยังไงซะพวกเขาก็ต้องเอาชีวิตรอดต่อไปให้ได้ แม้ในใจจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตามและมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้พวกเขาตกลงปลงใจร่วมมือกับเซี่ยหยวนไค่เพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป
ทุกคนต่างก็ทำเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไปเท่านั้น
ดังนั้นในท้ายที่สุดฐานแห่งนี้จึงมีการล้างไพ่ใหม่
ผู้รอดชีวิตที่ไม่เชื่อฟังก็ถูกฆ่าและกินไปกลุ่มหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ถูกควบคุมและเฝ้าดู คนที่เหลือกว่า 70% เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปพวกเขาต่างก็ยอมเชื่อฟังเซี่ยหยวนไค่รวมถึงกลุ่มคนที่มีความสามารถในการต่อสู้สูงที่สุด
ในเวลาต่อมาทุกคนก็ค่อยๆ ชินกับชีวิตแบบนี้ไป หิวก็แค่ฆ่าหมูเนื้อมาประทังความหิว อารมณ์ไม่ดีก็ลากผู้หญิงในนั้นมาเปิดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงแบบวันสิ้นโลก
ไม่นานทุกคนก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตแบบนี้ได้
การรวบรวมเสบียงก็ยังคงเป็นงานที่พวกเขาต้องทำทุกวัน ผู้นำเซี่ยคนนี้ก็จะจัดให้ลูกน้องออกไปค้นหาสิ่งของต่างๆ กลับมาเพื่อกินและสร้างความบันเทิง
วันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนปกติของทุกวัน พวกเขาที่ตื่นนอนแล้วก็เริ่มเตรียมตัวออกไปทำกิจวัตรประจำวัน
แต่ในตอนนี้เอง นักศึกษาชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้องเรียนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า
“ลูกพี่เซี่ย!! เกิดเรื่องแล้ว!! บนฟ้ามีเครื่องบินลำใหญ่มากมา!!”
นักศึกษาชายคนนี้เป็นคนที่รับผิดชอบการเฝ้าระวัง ปกติแล้วเขาจะไม่กล้าบุกเข้ามาในห้องนี้โดยเด็ดขาด แต่สิ่งที่เขาเห็นเมื่อครู่นั้นมันน่าตกใจเกินไปจนเขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้!
เพราะบนท้องฟ้ามีสิ่งที่ดูเหมือนจะเรียกว่าเรือเหาะขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น!!
และข้างบนนั้นก็ต้องมีผู้รอดชีวิตที่มีความแข็งแกร่งมากๆ อยู่แน่!
พวกเซี่ยหยวนไค่ก็ไม่มีเวลามาสนใจความผิดฐานบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตของอีกฝ่าย พวกเขาพากันวิ่งไปที่หน้าต่างทันทีและพบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นเรื่องจริง!
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเขาก็สั่งลูกน้องว่า
“เอาหมูเนื้อพวกนั้นไปซ่อนไว้ให้ดี!! ถ้าเดี๋ยวคนพวกนั้นมาหาพวกเรา ก็บอกไปว่าพวกเราไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”
“ทุกคนจำไว้ให้ดี!! พวกเราเป็นแค่กลุ่มผู้รอดชีวิตธรรมดา!!”
เขาตะโกนสั่งทุกคนตรงนั้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
เขายังไม่รู้ว่าคนที่อยู่บนฟ้านั้นเป็นใครและมาจากไหน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะลงมาติดต่อกับพวกเขาหรือเปล่า แต่เซี่ยหยวนไค่ก็ยังตัดสินใจที่จะซ่อนของที่ไม่น่าดูบางอย่างไว้ก่อน
เพราะถ้า
คนบนฟ้ายินดีรับพวกเขาไปด้วย บางทีเขาก็อาจจะตามอีกฝ่ายไป!
เพราะในวันสิ้นโลกแบบนี้กลุ่มคนที่มียานพาหนะแบบนี้ได้ก็คงต้องแข็งแกร่งไม่น้อย ดังนั้นการเข้าร่วมกับพวกเขาก็คงจะไม่แย่เกินไปหรอกมั้ง!?