เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง

ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง

ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง


ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง

จงอวี่ไม่มีวันลืมว่าตัวเองค่อยๆ เปลี่ยนจากไอ้ขี้แพ้ธรรมดาๆ มาเป็นหัวหน้าทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนที่ทำให้ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่หวาดกลัวได้อย่างไร

ในฐานสาขาเมืองกว่างโจว

จงอวี่มองดูจางอวิ๋นหยาที่เรียกเขาไว้ก่อนหน้านี้และยืนยันได้แล้วว่าเธอคือคนรู้จักของเขา ในตอนนี้เองอารมณ์ของเขาก็เริ่มสั่นไหว

เขาเคยแอบชอบผู้หญิงคนนี้!

เพียงแต่ตอนนั้นเงื่อนไขของเขาไม่ได้ดี เขาจึงไม่กล้าที่จะไปเด็ดดอกฟ้าที่เป็นถึงหนึ่งในดาวเด่นของบริษัทคนนี้เลย

ไม่ต้องพูดถึงว่าตัวเองไม่มีเงิน เพราะต่อให้มีเงินตอนนั้นเขาก็คงไม่กล้าไปตามจีบผู้หญิงที่สวยสง่า นิสัยดี แต่ดูเข้าถึงยากคนนี้อยู่ดี

เมื่อก่อนทั้งสองคนอยู่ในแผนกเดียวกัน พวกเขาจึงเคยได้พูดคุยเรื่องงานกันบ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย

ดังนั้นเมื่อครู่ตอนที่จงอวี่เห็นอีกฝ่ายเขาจึงยังไม่ค่อยแน่ใจ

และในทางกลับกัน จางอวิ๋นหยาก็ไม่ได้ชอบจงอวี่ อย่างมากเธอก็แค่รู้สึกดีด้วย ในฐานะผู้ชายธรรมดาที่ขยันขันแข็งคนหนึ่งเท่านั้น

“บังเอิญจังนะ ไม่คิดเลยว่าเธอจะยังอยู่ในเมืองกว่างโจว”

จงอวี่พูดจบ เขาก็มองไปที่รอยแดงบนแก้มที่เพิ่งจะถูกประธานลู่ตบ แล้วไฟแห่งความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้น!

กล้าดีจริงๆ!

ส่วนประธานลู่หนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ข้างๆ ก็อึ้งไปนานแล้ว

เขาเริ่มตระหนักได้แล้วว่าตัวเองเหมือนจะทำเรื่องโง่เขลาอย่างยิ่งลงไปแล้ว!

จางอวิ๋นหยารู้จักกับหัวหน้าทีมแห่งฐานลวี่หยวนคนนี้!!!

จู่ๆ ประธานลู่ก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนเร็วขึ้น จนแม้แต่จะยืนก็ยังยืนไม่อยู่

จบ...มันจบแล้ว...

ในตอนนี้จางอวิ๋นหยาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี คนที่เคยรู้จักกันและไม่ได้เจอกันมาปีกว่า พอกลับมาเจอกันอีกครั้งสถานะและเบื้องหลังของทั้งสองคนก็ห่างกันราวฟ้ากับเหวไปแล้ว

เธอไม่รู้ว่าหลังจากจงอวี่ลาออกจากบริษัทไปแล้วเขาไปอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่เขาจากไปทั้งสองคนก็มีแค่ช่องทางติดต่อกันในแอปแชทเท่านั้น แถมหลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยเห็นแม้แต่โพสต์ในวีแชทของกันและกันเลย

เพราะทั้งสองคนต่างก็เป็นคนที่ไม่ค่อยโพสต์อะไรในโซเชียลมีเดีย

“ใช่...บังเอิญจังนะ”

จางอวิ๋นหยาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีไปชั่วขณะ เรื่องนี้มันกะทันหันเกินไป ในตอนนี้นอกจากจะรู้สึกว่าตัวเธอเหมือนจะไม่ต้องไปเจอเรื่องโหดร้ายแบบนั้นอีกแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากจงอวี่ยังไงดี

จะบอกให้เขาพาเธอไปด้วยแล้วไล่พวกประธานลู่ออกไป?

ในขณะที่เธอกำลังสับสน จงอวี่ก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วยื่นมือขวาไปลูบแก้มซ้ายที่เพิ่งจะถูกตบจนแดงของเธอ

“เจ็บไหม?”

คำพูดที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความโกรธก็ดังออกมาจากปากของจงอวี่

“......”

แม้จะเจ็บนิดหน่อย แต่บรรยากาศในตอนนี้ก็ทำให้จางอวิ๋นหยาไม่รู้จะตอบยังไงดี เธอทำได้เพียงมองดูจงอวี่ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

แรงกดดันแบบนี้...

เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน

มันเหมือนจะเรียกว่าความรู้สึกปลอดภัยใช่ไหม?

แม้ไม่ได้ยินคำตอบจากปากผู้หญิงที่เขาเคยแอบชอบ แต่จงอวี่ก็มีคำตอบในใจแล้ว

เขาหันไปมองประธานลู่ที่ขาอ่อนระทวยอยู่ข้างๆ ความโกรธในดวงตาของเขาแทบจะลุกขึ้นเป็นไฟจริงๆ!!

กล้าทำร้ายผู้หญิงที่เขาเคยชอบ!!

พลั่ก——!

ขาที่สั่นเทาของประธานลู่ก็รับน้ำหนักตัวไม่ไหวอีกต่อไป เขาล้มลงกับพื้นทันที!

เขาตกใจกลัวไปหมดแล้ว!

นี่มันสายตาบ้าอะไรวะเนี่ย!

อย่าเห็นแค่ว่าปกติแล้วจงอวี่นั้นดูเป็นคนกันเองและยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าฉินจิ้นรวมถึงหัวหน้าทีมคนอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องด้วยได้ง่ายๆ เลย!

ประธานลู่ไม่รู้เลยว่าหลายวันมานี้จงอวี่ได้ฆ่าคนไปแล้วกี่คน ถ้ารวมจำนวนตอนที่จัดการกับผู้รอดชีวิตที่เป็นภัยต่อฐานลวี่หยวนกับศัตรูที่หลบหนีในบริเวณนี้ด้วยแล้ว

คนที่ตายด้วยน้ำมือของเขาจริงๆ มีมากกว่าร้อยคนไปนานแล้ว!

ถ้าเป็นสมัยโบราณคนแบบนี้ก็มักจะถูกเรียกว่านักรบร้อยศพ!

ในตอนนี้ความโกรธและจิตสังหารก็ทะลุผ่านดวงตาของเขาออกมา แรงกดดันของฆาตกรที่มองชีวิตคนธรรมดาเป็นเพียงผักปลาก็กดทับคนขี้ขลาดอย่างประธานลู่จนมิด!

เขาเดินไปตรงหน้าประธานลู่ มองชายที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกคนนี้จากมุมสูง

เขาจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่มีสถานะค่อนข้างสูงในกลุ่มผู้บริหารฐานแห่งนี้

อีกฝ่ายเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่เคยตามประธานหลินมาพบกับเขาและคอยประจบสอพลอเขา

“ยื่นมือขวาของแกออกมา”

คำพูดที่เย็นชาก็ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขา แต่มันแฝงไปด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ประธานลู่ในตอนนี้แทบจะลืมหายใจ แม้แต่ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็ยังเงียบกริบและไม่มีใครกล้าเสนอหน้าออกมา แม้แต่ประธานหลินก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไง

เพราะนี่มันอยู่นอกเหนือจากขอบเขตงานของเขาไปแล้ว บ้าเอ๊ย!

“ฉันจะพูดอีกครั้ง ยื่นมือขวาของแกออกมา!”

คำพูดที่เย็นชายิ่งกว่าเดิมก็เปล่งออกมาจากปากของหัวหน้าทีมจง แถมครั้งนี้มันยังแฝงไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงกว่าเดิม แม้แต่จางอวิ๋นหยาที่อยู่ข้างหลังก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน!

ประธานลู่สั่นหนักกว่าเดิม เขามองดูหัวหน้าทีมแห่งฐานลวี่หยวนที่กำลังจ้องมองตัวเองด้วยสายตาเย็นชา ในหัวของเขาก็มีแต่สีขาวโพลน แต่เขาก็ยังยื่นมือขวาออกไปอย่างไม่รู้ตัว

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

คนที่อยู่ข้างๆ ทั้งกลัวและอยากรู้

แต่พวกเขาก็ไม่ได้รอนานและได้รับคำตอบแทบจะทันที

“ฟวับ——!”

เสียงคมมีดแหวกอากาศและเสียงตัดผ่านอวัยวะก็ดังขึ้นตามมาติดๆ!

หัวหน้าทีมจงถึงกับชักมีดดาบที่เอวออกมาฟันฉับไปที่มือขวาที่ประธานลู่ยื่นออกมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ!

ความรู้สึกประหลาดๆ ก็แผ่ซ่านเข้าไปหาสมองของประธานลู่

ว่างเปล่า

ประธานลู่ยังไม่ทันรู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือมือขวาของเขาที่อยู่คู่กับเขามาตั้งแต่เด็กได้หลุดออกจากร่างของเขาไปแล้ว!

และในตอนนั้นเอง ความเจ็บปวดที่รุนแรงก็แล่นมาจากรอยแผลนั้น!

“อ๊าาาาาาากกกกกกก!!!!!”

เขาเหมือนคนเป็นโรคลมชัก เขาใช้มือซ้ายที่เหลืออยู่กุมบาดแผลเอาไว้และร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสมเพช!!

ซี้ด——!!!!

ทุกคนในที่นั้นก็เบิกตากว้าง มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ด้วยความหวาดกลัว!

เพียงชั่วพริบตา ประธานลู่ผู้มีสถานะสูงส่งก็ถูกหัวหน้าทีมจงตัดแขนไปหนึ่งข้าง!!

ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าออกมา แถมหลายคนยังตกใจจนต้องถอยหลังกรูด!!

แม้แต่ประธานหลินก็ยังหยุดหายใจไปสองสามวินาที พอได้สติเขาก็รีบตะโกนว่า

“คนที่ไม่เกี่ยวข้องยืนอยู่กับที่อย่าขยับ!! รอฟังคำสั่งจากฐานลวี่หยวน!!”

ใช่แล้ว

ในเวลาแบบนี้ห้ามเกิดความวุ่นวายขึ้นเด็ดขาด!

เพราะถ้ามีคนของพวกเขาตาบอดวิ่งไปโจมตีคนของฐานลวี่หยวนขึ้นมา พวกเขาทุกคนก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว!

เพราะเขาเองก็เห็นแล้วว่าคนของฐานลวี่หยวนที่อยู่บนกำแพงและคนที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ต่างก็ถือปืนกลเล็งมาทางนี้แล้ว

ขอแค่มีใครกล้าทำท่าทางว่าจะทำร้ายหัวหน้าทีมจง เขาก็เชื่อว่ากองกำลังของฐานลวี่หยวนที่อยู่ข้างหลังนั้นจะต้องกล้าลั่นไกอย่างไม่ลังเลแน่นอน!

ประธานหลินเองก็มีไหวพริบอยู่บ้าง

การกระทำของเขาในครั้งนี้ก็ถือได้ว่าช่วยชีวิตของทุกคนไว้จริงๆ

เพราะเมื่อได้ยินเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของเขา ลูกน้องของประธานลู่ที่อยู่รอบๆ ก็สงบลงเล็กน้อยและเตรียมรอดูสถานการณ์ต่อไป

ส่วนประธานลู่ก็ยังคงร้องโหยหวนอยู่บนพื้น ตอนนี้เขาไม่มีความคิดเหลือมาสนใจการวิเคราะห์สถานการณ์อะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะในตอนนี้ความคิดของเขานั้นอยู่ที่มือขวาที่ถูกตัดออกไปเท่านั้น

“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงมาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ได้ แถมยังถูกคนพวกนี้จับตัวไว้อีก?”

จงอวี่ฟันเสร็จ ก็ทำราวกับเขาเพิ่งจะทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญเสร็จไปเรื่องหนึ่ง เขาถือมีดดาบเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ อวิ๋นหยาแล้วถามอย่างสบายๆ

ราวกับย้อนไปอยู่ตอนที่ทั้งสองคนทำงานด้วยกันเมื่อก่อน แล้วถามว่าจะสั่งอาหารกลางวันอะไรกินกันดี

จบบทที่ ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว