- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง
ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง
ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง
ตอนที่ 690 : ตัดแขนข้างหนึ่ง
จงอวี่ไม่มีวันลืมว่าตัวเองค่อยๆ เปลี่ยนจากไอ้ขี้แพ้ธรรมดาๆ มาเป็นหัวหน้าทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนที่ทำให้ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่หวาดกลัวได้อย่างไร
ในฐานสาขาเมืองกว่างโจว
จงอวี่มองดูจางอวิ๋นหยาที่เรียกเขาไว้ก่อนหน้านี้และยืนยันได้แล้วว่าเธอคือคนรู้จักของเขา ในตอนนี้เองอารมณ์ของเขาก็เริ่มสั่นไหว
เขาเคยแอบชอบผู้หญิงคนนี้!
เพียงแต่ตอนนั้นเงื่อนไขของเขาไม่ได้ดี เขาจึงไม่กล้าที่จะไปเด็ดดอกฟ้าที่เป็นถึงหนึ่งในดาวเด่นของบริษัทคนนี้เลย
ไม่ต้องพูดถึงว่าตัวเองไม่มีเงิน เพราะต่อให้มีเงินตอนนั้นเขาก็คงไม่กล้าไปตามจีบผู้หญิงที่สวยสง่า นิสัยดี แต่ดูเข้าถึงยากคนนี้อยู่ดี
เมื่อก่อนทั้งสองคนอยู่ในแผนกเดียวกัน พวกเขาจึงเคยได้พูดคุยเรื่องงานกันบ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย
ดังนั้นเมื่อครู่ตอนที่จงอวี่เห็นอีกฝ่ายเขาจึงยังไม่ค่อยแน่ใจ
และในทางกลับกัน จางอวิ๋นหยาก็ไม่ได้ชอบจงอวี่ อย่างมากเธอก็แค่รู้สึกดีด้วย ในฐานะผู้ชายธรรมดาที่ขยันขันแข็งคนหนึ่งเท่านั้น
“บังเอิญจังนะ ไม่คิดเลยว่าเธอจะยังอยู่ในเมืองกว่างโจว”
จงอวี่พูดจบ เขาก็มองไปที่รอยแดงบนแก้มที่เพิ่งจะถูกประธานลู่ตบ แล้วไฟแห่งความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้น!
กล้าดีจริงๆ!
ส่วนประธานลู่หนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ข้างๆ ก็อึ้งไปนานแล้ว
เขาเริ่มตระหนักได้แล้วว่าตัวเองเหมือนจะทำเรื่องโง่เขลาอย่างยิ่งลงไปแล้ว!
จางอวิ๋นหยารู้จักกับหัวหน้าทีมแห่งฐานลวี่หยวนคนนี้!!!
จู่ๆ ประธานลู่ก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนเร็วขึ้น จนแม้แต่จะยืนก็ยังยืนไม่อยู่
จบ...มันจบแล้ว...
ในตอนนี้จางอวิ๋นหยาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี คนที่เคยรู้จักกันและไม่ได้เจอกันมาปีกว่า พอกลับมาเจอกันอีกครั้งสถานะและเบื้องหลังของทั้งสองคนก็ห่างกันราวฟ้ากับเหวไปแล้ว
เธอไม่รู้ว่าหลังจากจงอวี่ลาออกจากบริษัทไปแล้วเขาไปอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่เขาจากไปทั้งสองคนก็มีแค่ช่องทางติดต่อกันในแอปแชทเท่านั้น แถมหลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยเห็นแม้แต่โพสต์ในวีแชทของกันและกันเลย
เพราะทั้งสองคนต่างก็เป็นคนที่ไม่ค่อยโพสต์อะไรในโซเชียลมีเดีย
“ใช่...บังเอิญจังนะ”
จางอวิ๋นหยาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีไปชั่วขณะ เรื่องนี้มันกะทันหันเกินไป ในตอนนี้นอกจากจะรู้สึกว่าตัวเธอเหมือนจะไม่ต้องไปเจอเรื่องโหดร้ายแบบนั้นอีกแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากจงอวี่ยังไงดี
จะบอกให้เขาพาเธอไปด้วยแล้วไล่พวกประธานลู่ออกไป?
ในขณะที่เธอกำลังสับสน จงอวี่ก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วยื่นมือขวาไปลูบแก้มซ้ายที่เพิ่งจะถูกตบจนแดงของเธอ
“เจ็บไหม?”
คำพูดที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความโกรธก็ดังออกมาจากปากของจงอวี่
“......”
แม้จะเจ็บนิดหน่อย แต่บรรยากาศในตอนนี้ก็ทำให้จางอวิ๋นหยาไม่รู้จะตอบยังไงดี เธอทำได้เพียงมองดูจงอวี่ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ
แรงกดดันแบบนี้...
เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน
มันเหมือนจะเรียกว่าความรู้สึกปลอดภัยใช่ไหม?
แม้ไม่ได้ยินคำตอบจากปากผู้หญิงที่เขาเคยแอบชอบ แต่จงอวี่ก็มีคำตอบในใจแล้ว
เขาหันไปมองประธานลู่ที่ขาอ่อนระทวยอยู่ข้างๆ ความโกรธในดวงตาของเขาแทบจะลุกขึ้นเป็นไฟจริงๆ!!
กล้าทำร้ายผู้หญิงที่เขาเคยชอบ!!
พลั่ก——!
ขาที่สั่นเทาของประธานลู่ก็รับน้ำหนักตัวไม่ไหวอีกต่อไป เขาล้มลงกับพื้นทันที!
เขาตกใจกลัวไปหมดแล้ว!
นี่มันสายตาบ้าอะไรวะเนี่ย!
อย่าเห็นแค่ว่าปกติแล้วจงอวี่นั้นดูเป็นคนกันเองและยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าฉินจิ้นรวมถึงหัวหน้าทีมคนอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องด้วยได้ง่ายๆ เลย!
ประธานลู่ไม่รู้เลยว่าหลายวันมานี้จงอวี่ได้ฆ่าคนไปแล้วกี่คน ถ้ารวมจำนวนตอนที่จัดการกับผู้รอดชีวิตที่เป็นภัยต่อฐานลวี่หยวนกับศัตรูที่หลบหนีในบริเวณนี้ด้วยแล้ว
คนที่ตายด้วยน้ำมือของเขาจริงๆ มีมากกว่าร้อยคนไปนานแล้ว!
ถ้าเป็นสมัยโบราณคนแบบนี้ก็มักจะถูกเรียกว่านักรบร้อยศพ!
ในตอนนี้ความโกรธและจิตสังหารก็ทะลุผ่านดวงตาของเขาออกมา แรงกดดันของฆาตกรที่มองชีวิตคนธรรมดาเป็นเพียงผักปลาก็กดทับคนขี้ขลาดอย่างประธานลู่จนมิด!
เขาเดินไปตรงหน้าประธานลู่ มองชายที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกคนนี้จากมุมสูง
เขาจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่มีสถานะค่อนข้างสูงในกลุ่มผู้บริหารฐานแห่งนี้
อีกฝ่ายเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่เคยตามประธานหลินมาพบกับเขาและคอยประจบสอพลอเขา
“ยื่นมือขวาของแกออกมา”
คำพูดที่เย็นชาก็ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขา แต่มันแฝงไปด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ประธานลู่ในตอนนี้แทบจะลืมหายใจ แม้แต่ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็ยังเงียบกริบและไม่มีใครกล้าเสนอหน้าออกมา แม้แต่ประธานหลินก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไง
เพราะนี่มันอยู่นอกเหนือจากขอบเขตงานของเขาไปแล้ว บ้าเอ๊ย!
“ฉันจะพูดอีกครั้ง ยื่นมือขวาของแกออกมา!”
คำพูดที่เย็นชายิ่งกว่าเดิมก็เปล่งออกมาจากปากของหัวหน้าทีมจง แถมครั้งนี้มันยังแฝงไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงกว่าเดิม แม้แต่จางอวิ๋นหยาที่อยู่ข้างหลังก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน!
ประธานลู่สั่นหนักกว่าเดิม เขามองดูหัวหน้าทีมแห่งฐานลวี่หยวนที่กำลังจ้องมองตัวเองด้วยสายตาเย็นชา ในหัวของเขาก็มีแต่สีขาวโพลน แต่เขาก็ยังยื่นมือขวาออกไปอย่างไม่รู้ตัว
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
คนที่อยู่ข้างๆ ทั้งกลัวและอยากรู้
แต่พวกเขาก็ไม่ได้รอนานและได้รับคำตอบแทบจะทันที
“ฟวับ——!”
เสียงคมมีดแหวกอากาศและเสียงตัดผ่านอวัยวะก็ดังขึ้นตามมาติดๆ!
หัวหน้าทีมจงถึงกับชักมีดดาบที่เอวออกมาฟันฉับไปที่มือขวาที่ประธานลู่ยื่นออกมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ!
ความรู้สึกประหลาดๆ ก็แผ่ซ่านเข้าไปหาสมองของประธานลู่
ว่างเปล่า
ประธานลู่ยังไม่ทันรู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือมือขวาของเขาที่อยู่คู่กับเขามาตั้งแต่เด็กได้หลุดออกจากร่างของเขาไปแล้ว!
และในตอนนั้นเอง ความเจ็บปวดที่รุนแรงก็แล่นมาจากรอยแผลนั้น!
“อ๊าาาาาาากกกกกกก!!!!!”
เขาเหมือนคนเป็นโรคลมชัก เขาใช้มือซ้ายที่เหลืออยู่กุมบาดแผลเอาไว้และร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสมเพช!!
ซี้ด——!!!!
ทุกคนในที่นั้นก็เบิกตากว้าง มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ด้วยความหวาดกลัว!
เพียงชั่วพริบตา ประธานลู่ผู้มีสถานะสูงส่งก็ถูกหัวหน้าทีมจงตัดแขนไปหนึ่งข้าง!!
ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าออกมา แถมหลายคนยังตกใจจนต้องถอยหลังกรูด!!
แม้แต่ประธานหลินก็ยังหยุดหายใจไปสองสามวินาที พอได้สติเขาก็รีบตะโกนว่า
“คนที่ไม่เกี่ยวข้องยืนอยู่กับที่อย่าขยับ!! รอฟังคำสั่งจากฐานลวี่หยวน!!”
ใช่แล้ว
ในเวลาแบบนี้ห้ามเกิดความวุ่นวายขึ้นเด็ดขาด!
เพราะถ้ามีคนของพวกเขาตาบอดวิ่งไปโจมตีคนของฐานลวี่หยวนขึ้นมา พวกเขาทุกคนก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว!
เพราะเขาเองก็เห็นแล้วว่าคนของฐานลวี่หยวนที่อยู่บนกำแพงและคนที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ต่างก็ถือปืนกลเล็งมาทางนี้แล้ว
ขอแค่มีใครกล้าทำท่าทางว่าจะทำร้ายหัวหน้าทีมจง เขาก็เชื่อว่ากองกำลังของฐานลวี่หยวนที่อยู่ข้างหลังนั้นจะต้องกล้าลั่นไกอย่างไม่ลังเลแน่นอน!
ประธานหลินเองก็มีไหวพริบอยู่บ้าง
การกระทำของเขาในครั้งนี้ก็ถือได้ว่าช่วยชีวิตของทุกคนไว้จริงๆ
เพราะเมื่อได้ยินเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของเขา ลูกน้องของประธานลู่ที่อยู่รอบๆ ก็สงบลงเล็กน้อยและเตรียมรอดูสถานการณ์ต่อไป
ส่วนประธานลู่ก็ยังคงร้องโหยหวนอยู่บนพื้น ตอนนี้เขาไม่มีความคิดเหลือมาสนใจการวิเคราะห์สถานการณ์อะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะในตอนนี้ความคิดของเขานั้นอยู่ที่มือขวาที่ถูกตัดออกไปเท่านั้น
“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงมาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ได้ แถมยังถูกคนพวกนี้จับตัวไว้อีก?”
จงอวี่ฟันเสร็จ ก็ทำราวกับเขาเพิ่งจะทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญเสร็จไปเรื่องหนึ่ง เขาถือมีดดาบเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ อวิ๋นหยาแล้วถามอย่างสบายๆ
ราวกับย้อนไปอยู่ตอนที่ทั้งสองคนทำงานด้วยกันเมื่อก่อน แล้วถามว่าจะสั่งอาหารกลางวันอะไรกินกันดี